วิธิกำจัดขยะของแต่ละประเทศ

เป็นแฟนกับฉัน กฎข้อแรกก็คือห้ามทิ้ง ข้อที่สองก็คือห้ามทิ้ง
โกรธมากเลยถ้าเธอมาทิ้ง ฉันไม่ใช่ถังขยะ ฉันไม่ใช่ถังขยะ !!!
สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านทุกคนนน บรรยากาศหนาว ๆ แบบนี้ทำให้ผู้เขียนรู้สึกสบายตัวสบายใจมากเลยหล่ะค่ะ นานแค่ไหนแล้วนะคะที่ประเทศไทยของเราไม่ได้หนาวแบบนี้ ผลกระทบต่าง ๆ ก็มาจากตัวของพวกเราเองทั้งนั้นเลย ภาวะโลกร้อนที่เกิดจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีปริมาณมากขึ้นนั่นเอง สาเหตุหลัก ๆ คือการใช้รถยนต์ การเผาทำลายขยะ การใช้บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากพลาสติก

มันไม่ใช่เรื่องไกลตัวของเราเลยค่ะ การเรียนรู้ถึงผลกระทบและวิธีป้องกันเพื่อที่จะรักษาโลกใบนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ ที่ทุกคนควรจะตระหนักค่ะ วันนี้ผู้เขียนก็เลยจะมาให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีจัดการขยะของประเทศที่ได้รับการจัดอันดับว่าจัดการขยะได้ดีเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกค่ะ แต่เอ้...มันจะดูน่าเบื่อเกินไปถ้าจะพูดแต่เนื้อหาวิชาการ วันนี้ผู้เขียนก็เลยจะเชื่อมโยงการแยกขยะ กับ แนวคิดแปลกใหม่ที่มีชื่อว่า Konmari method นั่นเองค่ะ

ภาพรวมของประเทศที่มีการจัดการขยะได้ดีนั้น ผู้เขียนสังเกตเห็นได้ชัดเลยค่ะว่า เกิดจากการร่วมมือกันของภาครัฐและเอกชน ซึ่งภาครัฐคือส่วนสำคัญที่จะจัดการขยะเป็นอย่างมาก เนื่องจากภาครัฐเป็นผู้ที่สามารถออกกฎหมายเพื่อบังคับใช้และควบคุมพฤติกรรมการทิ้งขยะ การแยกขยะ ของคนในสังคมได้นั่นเอง

ประเทศสวีเดน
วิธีการจัดการขยะ
ในปี 1940 เริ่มโครงการคัดแยกขยะ แล้วนำกลับมาใช้เป็นพลังงาน ปัจจุบันมีเทคโนโลยีการนำขยะกลับมาใช้ที่ล้ำหน้ากว่าประเทศอื่นเป็นอย่างมาก
โครงการแปรรูปขยะเป็นพลังงานไฟฟ้า
ระบบมัดจำค่าขวดพลาสติก และ ถุงพลาสติก ซึ่งเก็บเงินจากผู้บริโภค 1.86 บาท ต่อ ถุงหนึ่งใบ หากผู้บริโภคไม่นำถุงพลาสติกไปคืนที่จุดคืน
ผลลัพธ์ที่ได้
สามารถนำขยะกลับไปใช้ได้ถึง 96%
ผลิตกระแสไฟฟ้าใช้ภานในประเทศได้ถึง 810,000 ครัวเรือน

ประเทศเยอรมนี
วิธีการจัดการขยะ
ในปี 1996 ออกกฎหมายควบคุมขั้นตอนต่าง ๆ ที่จะก่อให้เกิดขยะ อาทิเช่น ขั้นตอนการผลิต จัดจำหน่าย และบริโภค ในขั้นการผลิต ผู้ผลิตจะต้องรับผิดชอบต่อขยะบรรจุภัณฑ์ของตัวเอง จึงก่อให้เกิดสัญลักษณ์ “Green Dot” ทำให้เกิดระบบเก็บขยะคู่ขนาน “Dual System” แยกขยะที่มีจุดสีเขียวใส่ถังขยะสำหรับรีไซเคิล โดยเฉพาะระบบมัดจำค่าขวดพลาสติกโดยให้ผู้บริโภคส่งคืนขวดเพื่อนำไปรีไซเคิล
ผลลัพธ์
- ขยะถูกนำมารีไซเคิลถึง 66.1%
- กลายเป็นเมืองรีไซเคิลอันดับ 1 หลายปีซ้อน

ประเทศญี่ปุ่น
วิธีการจัดการขยะ
- ในปี2002 ออกกฎหมายเฉพาะตามลักษณะของผลิตภัณฑ์ ซึ่งผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทจะมีการคัดแยกขยะให้ถูกต้องก่อนนำไปทิ้ง
- การจัดเก็บภาษีถุงพลาสติก
- กฎหมายการรีไซเคิลต่าง ๆ
ผลลัพธ์
- ลดการทิ้งขยะจากประชากรภายในประเทศได้ถึง 40%

ประเทศบังกลาเทศ
วิธีการจัดการขยะ
ในปี2002 ออกกฎหมายห้ามผลิตและแจกถุงพลาสติก เนื่องจากเหตุการณ์ถุงพลาสติกอุดตันท่อ ทำให้เกิดน้ำท่วม
ผลลัพธ์
- ปริมาณขยะพลาสติกลดลงอย่างมาก

ประเทศอังกฤษ
วิธีการจัดการขยะ
- ในปี 2015 มีการเก็บค่าธรรมเนียมถุงพลาสติก ใบละ 2.14 บาท
- วางแผนนำระบบมัดจำขวดพลาสติกมาใช้ ห้ามใช้หลอดดูดพลาสติก แท่งพลาสติกคนกาแฟ ก้านสำลีแคะหู
ผลลัพธ์
- ลดงบประมาณในการกำจัดขยะได้ 60 ล้านปอนด์ !!!
- ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 13 ล้านปอนด์ !!!

ประเทศไต้หวัน (ประเทศที่ตอนนี้มาแรงมากกับการตื่นตัวต่อภาวะโลกร้อน!!!)
วิธีการจัดการขยะ
- ในปี 2018 ใช้มาตรการห้ามใช้ถุงพลาสติก พลาสติกที่ใช้แล้วทิ้ง และแก้วเครื่องดื่มต่าง ๆ
- ในปี 2019 ห้ามร้านอาหารและร้านจำหน่ายเครื่องดื่มให้บริการหลอดฟรีแก่ลูกค้า
- ในปี 2030 ห้ามใช้ถุงพลาสติกอย่างครอบคลุม
- ในปี 2050 ต้องจ่ายเงินหากมีการใช้หลอดพลาสติก
ผลลัพธ์
- จะสามารถลดขยะได้อย่างมาก และ ช่วยให้ชายหาดสะอาดขึ้น

ประเทศสุดท้ายขอแถมมมมม....

ประเทศไทย
วิธีการจัดการขยะ
- ในปี2019 ตั้งเป้าลดพลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำ โดยการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาทดแทน
- เลิกใช้พลาสติกประเภทถุงพลาสติกหูหิ้ว กล่องโฟมบรรจุอาหาร แก้วพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง และหลอดพลาสติก
ผลลัพธ์
- จะสามารถลดปริมาณขยะพลาสติกได้ 0.78 ล้านตันต่อปี
- ประหยัดงบประมาณจัดการขยะได้ 3,900 ล้านบาทต่อปี

เห็นมั้ยคะว่า ถ้าเราช่วยกันทุกภาคส่วน และช่วยกันแบบ Worldwide ก็สามารถช่วยหยุดภาวะโลกร้อนได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพเลยหล่ะค่ะ

ทีนี้มาพูดถึงแนวคิด Komari กันซักเล็กน้อย ให้พอเข้าใจอย่างคร่าว ๆ คือการจัดห้องตามหมวดหมู่อย่างเคร่งครัด ห้ามข้ามหมวดหมู่ โดยหมวดหมู่ที่ว่าจะเรียงตามคุณค่าทางจิตใจที่เรายึดติดต่อสิ่งของ และให้จัดแบบรวดเดียวจบไปเลยจะได้ไม่ค้างคา ช่วยรักษาโรค 'โรคสะสมของ' ของคนในยุคปัจุบันนั่นเองงงง

นอกจากนี้ ยังช่วยให้สภาพห้องและพื้นที่ในบ้านมีความสะอาดเรียบร้อย ทำให้เรามีกำลังใจในการจัดห้อง และยอมเปลี่ยนพฤติกรรมจนกลายเป็นนิสัยที่ดีได้ โดยมีหลักการง่าย ๆ ก็คือ ของที่ไม่spark joy ให้ทิ้งมันไป spark joy หมายถึง พอได้หยิบของชิ้นนั้นขึ้นมาแล้วมันสามารถจุดประกายความสุขให้คุณได้ หรือ อธิบายง่ายๆก็คือ ของชิ้นนั้นทำให้เรามีความสุขค่ะ

ทีนี้มาลองเอาแนวคิด spark joy ไปต่อยอดกับการแยกขยะดูนะคะ ถ้าเรามองขยะที่เรากำลังจะทิ้งให้มันเป็น spark use !! ก็คือคิดว่าของมันมีประโยชน์นะ เอาไปใช้ได้อีกนะ mindset เราจะเริ่มเปลี่ยนค่ะ เราจะเห็นคุณค่าของสิ่งของต่าง ๆ ว่ามันมีประโยชน์ต่อผู้อื่น และมีประโยชน์ในตัวมันเอง

ถ้าคิดแบบนี้ได้ก็จะทำให้เราตระหนักถึงการแยกขยะให้ถูกต้องตามหมวดหมู่นั่นเองค่ะ!! เช่นอาหารที่เรากินเหลือ spark use ของมันก็คือปุ๋ยหมักชีวภาพ หรือ ขวดพลาสติก spark use ของมันก็คือขวดพลาสติกที่ผ่านกระบวนการแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีกหลายครั้ง

นอกจากนี้ spark use ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องลงเอยที่ถังขยะอย่างเดียวนะคะ เราอย่าไปตีกรอบความคิดของ spark use ให้แคบค่ะ ความหมายที่ผู้แต่งนิยาม มันกว้างกว่านั้นค่ะ เราสามารถนำspark use ของเราไปลงขายได้ที่ Kaidee ไงคะ ของที่ไม่ใช้แล้ว ก็มีประโยชน์ต่อผู้อื่น ฉะนั้นจัดบ้านด้วยวิธีการ Konmari method ก็อย่าลืมเอา spark use มาใช้ด้วยนะคะ

ก่อนจบบทความ อยากฝากให้ผู้อ่านคิดค่ะ การที่เราจะเปลี่ยนแปลงอะไรก็ตาม เริ่มต้นจาก mindset ของเราก่อนค่ะ เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะ mindset เป็นสิ่งที่กำหนดการกระทำของเราค่ะ

“ฮาว ทู ทิ้ง” เคลียร์บ้านส่งท้ายปีแบบไหนให้ได้เงิน

ใกล้วันส่งท้ายปีเก่าทั้งที ก็อยากจะทำอะไรให้ชีวิตมันสดชื่น สดใส ต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า ว่าแล้วก็มา “จัดบ้าน” กันดีกว่า แหม่...ก็อยากได้บ้านแบบโปร่งๆ โล่งๆ กับเขาดูบ้าง ซึ่งมันก็ไม่น่าจะยากอะไร มินิมัลมันก็พุทธๆ อ่ะนะ เหมือนการปล่อยวาง แต่พอหันมาดูความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้า โอ่ว !! แทบจะเป็นลม ของอะไรบ้างก็ไม่รู้เต็มไปหมด บางอันก็เพิ่งซื้อมาแต่ไม่ได้ใช้ ส่วนบางน่ะเหรอ...โน่นเลย ตั้งแต่สมัยคุณพ่อคุณแม่ เห็นทีต้องหยิบยืมเคล็ดลับ “Spark Joy” ของคุณ คนโด มาริเอะ มาใช้เสียแล้ว

ถ้าคุณพร้อมจะเคลียร์บ้านจริง ไม่ต้องเสียดาย เลือกในสิ่งที่คุณรู้สึกว่ามัน “จุดประกายความสุข” ให้คุณได้ และถ้าสิ่งไหนไม่ใช่...แทนที่จะโยนลงขยะไปเลย เรามี “ฮาว ทู ทิ้ง” ที่ดีกว่านั้นก็คือ ลองเอามาขายดู เผลอๆ ของที่เราไม่อยากได้ อาจจะเป็น “Spark Joy” ของคนอื่นก็ได้นะ เเละเพื่อเป็น Inspiration ให้กับทุกๆ คน วันนี้ขออนุญาตโชว์การเคลียร์บ้านแบบจริงๆ ที่บ้านของผู้เขียนกันไปเลย

1. หนังสือ
ก็เป็นคนชอบอ่านชอบเขียนอ่ะนะ น่าจะมาตั้งแต่รุ่นพ่อแล้ว ดังนั้นสิ่งหนึ่งที่มีจำนวนมหาศาลมากในบ้านก็คือหนังสือ เมื่อวานก็เพิ่งซื้อมาอีกสี่เล่ม ถ้าถามว่าอ่านหมดไหม ก็ตอบเลยว่าไม่ มันก็มีหลายๆ เล่มที่เราซื้อมาแล้วลืมหรือแบบว่ามันไม่ Spark Joy แล้วอ่ะ จะเอาไปชั่งกิโลขายก็เสียดาย งั้นส่งต่อให้กับคนอื่นๆ ที่เขาสนใจดีกว่า มีเพียบเลยทั้งนิยาย หนังสือกราฟฟิค หรือ Textbook ต่างประเทศ

2. เครื่องดนตรี
เปียโนหลังนั้น เห็นแล้วคิดถึงวัยเยาว์ที่เคยเล่นให้ป๊าม๊าฟัง ตอนนี้กลายเป็นชั้นวางของไปเสียแล้ว แถมยังใหญ่เทอะทะ กินพื้นที่บ้านไปเยอะเลย ไหนจะมีกีตาร์ และแซกโซโฟนที่เคยซื้อมาเพราะอยากดูเท่แต่เป่าจริงๆ ไม่กี่ครั้งอีก (เน้นถือถ่ายรูปลงโซเชี่ยล) เครื่องดนตรีสภาพดี ใช้งานได้แบบนี้ ลงขายกันดีกว่าครับ นี่ถ้าขายได้นะ จะเอาไปซื้อเปียโนไฟฟ้าที่มันกะทัดรัด โซนตรงนี้จะได้โปร่งสบาย ชิลกว่าเดิมเยอะ

3. รองเท้า
เชื่อว่าหลายๆ บ้านน่าจะต้องเจอปัญหาเดียวกันกับผู้เขียนในเรื่อง “รองเท้า” ที่ล้นตู้ออกมากองอยู่ข้างนอก ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าของเราเอง รองเท้าแฟน รองเท้าน้อง แล้วก็ของใครต่อใคร ที่นอกจากคู่เดิมยังไม่ถูกหยิบย้ายไปไหน ก็จะมีคู่ใหม่ๆ เพิ่มเติมเข้ามาอยู่เรื่อย จะทิ้งก็เสียดาย งั้นลองจับมาสวมใส่กันอีกครั้ง ถ้าอันไหนมันเก่าใช้การไม่ได้ก็ควรตัดใจทิ้งไปเสีย แต่ถ้าคู่ไหนที่ยังดูดี เพียงว่ามันไม่ Spark ! อีกต่อไป ก็ลงขายเถอะครับ รออะไรอยู่ล่ะ

4. ของตกแต่งบ้าน
ถ้วยโถโอชาม งานเซรามิก คริสตัล ของประดับบ้านต่างๆ นาๆ ที่ครั้งหนึ่งเคยจุดประกายความสุขให้กับม๊า สร้างความวิจิตรงดงามให้กับบ้านมากว่าสามสิบปี วันนี้ถูกวางนิ่งอยู่ในตู้โชว์อย่างเหงาหงอย บางชิ้นก็เป็นงานฝีมือ บางชิ้นก็แทบจะไม่มีให้เห็นในทุกวันนี้แล้ว แต่ถ้าหมดใจกับมันแล้ว ก็ปล่อยมันไปเถอะครับ เชื่อสิว่า ของแบบนี้ก็ยังมีคนที่อยากได้อยู่นะ

5. เสื้อผ้า
ทั้งชุดผ้าไหมของม๊าและชุดสูทของป๊า รวมไปถึงเสื้อผ้าแฟชั่นของน้องสาว คือมันจะต้องมีกี่ตู้ถึงจะรับไหว แค่นี้บ้านก็ดูแน่นไปหมดละ แล้วก็แปลกที่เสื้อผ้าเหล่านั้นไม่เคยถูกหยิบออกมาสวมใส่เลยด้วยซ้ำ เอ้า!! แสดงว่ามันไม่ Spark Joy แล้วล่ะสิ ถ้างั้นก็เอามาลงขายให้หมดดีกว่า จะได้เอาเสื้อผ้าใหม่ๆ เข้าไปแขวนแทน บ้านก็จะดูเรียบร้อย มินิมัลได้สมใจ

6. กระเป๋าเดินทาง
เพิ่งจะสังเกตุเห็นว่าบ้านของผู้เขียนมีกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าเอกสารเยอะไปหมด ทั้งๆ ที่ก็ไม่เห็นจะมีใครเดินทางไปไหนเท่าไหร่ บางใบก็ดูแบบเก่ามาก น่าจะสมัยป๊ายังหนุ่ม ซึ่งจะว่าไปมันก็ดูวินเทจ คลาสสิคนะ เดี๋ยวจะลองลงขายดู เผื่อว่าจะมีคนอยากเอาไปทำโต๊ะหรือของแต่งบ้าน แต่งร้านแบบชิคๆ คูลๆ

7. จักรยาน
จักรยานราคาแพง (ที่เคยบอกแฟนว่าราคาแสนถูก) ในวันนั้น ถูกจอดไว้เฉยๆ จนฝุ่นจับในวันนี้ จะตัดใจขายก็เสียดาย แหม...รุ่นนี้แบรนด์อิตาลี ไม่มีผลิตแล้วนะ แต่ถ้าถามว่ายังมีความสุขอยู่กับมันไหม ก็ตอบเลยว่าไม่แล้ว อยากได้คันใหม่มากกว่า ถ้าใครเป็นแบบผู้เขียน แนะนำว่า ขายไปเลยครับ เพราะตราบใดที่คันเดิมยังคงกองอยู่ คุณจะไม่มีทางได้รับการอนุมัติให้ออกจักรยานป้ายแดงอย่างแน่นอน

8. พระเครื่อง
ห้องพระถือเป็นห้องที่สำคัญมากสำหรับผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้าน และก็เป็นเรื่องยากที่เราจะสามารถเข้าไปแตะต้อง หยิบย้ายอะไรออกไป คุณรู้อะไรไหม จริงๆ แล้วป๊าม๊าก็อยากจะจัดระเบียบโต๊ะหมู่บูชาให้ดูเรียบร้อย สงบนิ่งแบบมินิมัลเหมือนกันนั่นล่ะ เพียงแต่เขาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเท่านั้นเอง ง่ายๆ เลยคือบอกท่านให้ทราบว่าพระเครื่องก็สามารถปล่อยเช่าบูชาต่อทางออนไลน์ได้แล้วนะ เชื่อสิ เดี๋ยวท่านก็จะค่อยๆ ตัดสินใจและพร้อมแบ่งปันให้กับผู้อื่น

9. นาฬิกา
รื้อไปรื้อมา ไปเจอนาฬิกาข้อมือเก่าๆ แต่ก็เป็นแบรนด์ที่หลายๆคนน่าจะรู้จัก เก็บไว้ทำไมก็ไม่รู้ ลองปล่อยขายออกไปดีกว่า เผื่อว่าจะมีบรรดา Collecter กำลังตามหาอยู่

10. บ้าน
โอย...เก็บเท่าไหร่ก็ไม่หมด เพราะของเหลือใช้มันมีมากเหลือเกิน ซื้อบ้านใหม่น่าจะง่ายกว่า ถ้างั้นก็ขายบ้านหลังนี้ไปเลย!! ได้ด้วยเหรอ ได้สิ ก็ที่ Kaidee ลงประกาศขายบ้านก็ง่าย ได้ราคาดีด้วย

5 กฎหมายจราจรที่ควรระวังในการขับขี่ยามวิกาล

และแล้วก็เข้าสู่โค้งสุดท้ายของปี 2562 ช่วงเวลาปลายปีที่ทุกคนรอคอยมาถึงจนได้ ทั้งลมหนาว และบรรยากาศของการเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เชื่อเลยว่าแทบทุกคนจะต้องมีโปรแกรมสังสรรค์กันอยู่ทุกๆ คืน และคงจะหลีกเลี่ยงการขับขี่ในยามค่ำคืนไม่ได้แน่นอน อุปสรรคในยามนี้เห็นจะเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจาก “ด่านตรวจ” ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย ไร้ค่าปรับ วันนี้เรามาอัปเดตกันว่า พ.ร.บ. การจราจรทางบก ฉบับที่ 12 พ.ศ. 2562 ที่เพิ่งประกาศใช้จริงออกไปนั้น มีข้อไหนที่ควรต้องระวังไว้บ้าง ซึ่งบางข้อก็ยังคงใช้เหมือนเดิม และบางข้อก็ถูกบัญญัติขึ้นมาใหม่ โดยเฉพาะเรื่องของใบอนุญาตขับขี่ที่คุณไม่รู้ไม่ได้!

1.ใบขับขี่ ยึดไม่ได้ แต่ห้ามชะล่าใจ
เฮกันดังๆ ไปเลย เพราะต่อจากนี้เป็นต้นไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรไม่สามารถยึดใบอนุญาตขับขี่ของคุณได้อีกแล้ว แต่...พี่ตำรวจยังคงสามารถเรียกตรวจใบอนุญาตขับขี่ได้เป็นปกตินะ ซึ่งเราสามารถแสดงใบอนุญาตขับรถรูปแบบที่มี QR Code หรือที่เรียกว่าใบอนุญาตขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ต่อเจ้าหน้าที่ได้ ( เปิดผ่านแอปพลิเคชั่น DLT QR License จากกรมการขนส่งทางบก) อย่างไรก็ดีเพื่อความสบายใจควรงพกใบจริงไว้ด้วยหรือจะเป็นสำเนาภาพถ่ายตามแบบฟอร์มจากกรมการขนส่งทางบก ซึ่งในกรณีที่เราทำความผิดและโดนเปรียบเทียบปรับ จะมีการบันทึกความผิดลงในใบสั่งและส่งไปที่สถานีตำรวจเพื่อทำการตัดแต้ม ผู้ขับขี่แต่ละคนจะมีแต้มประจำตัว เริ่มต้นที่ 12 แต้ม หากถูกตัดครบ 12 แต้ม จะถูกพักใบอนุญาตขับขี่ 90 วันทันที แต่ในกรณีที่ไม่พกบัตรไปด้วย โดนปรับเลยจ้าไม่เกิน 1,000 บาท ใครที่ยังไม่มีใบอนุญาตขับขี่หรือยังขับรถไม่คล่อง ก่อนจะออกตะลุยราตรีช่วงนี้ รีบไปเรียนขับรถกันให้ถูกกฎจราจร จะได้ทำใบอนุญาตขับขี่ให้พร้อม

2. รถยนต์ใหม่ ต้องระวังเป็นพิเศษ
ใครที่เพิ่งจะถอยรถใหม่ป้ายแดง จะไปงานเลี้ยงส่งท้ายปีที่ไหน ควรจะต้องดูเวลาไว้ด้วยนะเพราะตามกฎหมายมีการระบุไว้ชัดเจนว่า รถป้ายแดง สามารถวิ่งบนท้องถนนได้เฉพาะช่วงเวลา 06.00-18.00 น. เท่านั้น แต่ยังดีหน่อยที่มีการอนุโลมให้ใช้งานได้ถึง 20.00 น. ตามสภาพการจราจรในปัจจุบัน อย่างไรก็ดีหากถูกจับและไม่มีเหตุผลเพียงพอ จะถูกปรับสูงสุด 10,000 บาท บอกให้ หลายๆ คนก็สงสัยว่า แล้วทำไมป้ายแดงอย่างเราถึงต้องถูฏจำกัดเวลาแบบนี้ด้วย เหตุผลหนึ่งที่น่าสนใจคือ รถยนต์ป้ายแดงนั้นเสี่ยงต่อการเกิดโจรกรรม เพราะเป็นรถยนต์ที่ยังไม่ได้จดทะเบียน ดังนั้น...ถ้าคุณมีความจำเป็นที่จะต้องไปในที่ลับตาหรือไม่ค่อยมีผู้คนสัญจร ก็พยายามหาอุปกรณ์ป้องกันโจรกรรมต่างๆ มาใช้ก็น่าจะดี

3. ภาษีรถยนต์ต่อเรียบร้อยหรือยัง?
เวลาเจอด่านไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืน สิ่งหนึ่งที่หลายๆ คนมักจะโดนจับง่ายๆ คือ “ยังไม่ได้ต่อทะเบียน” ซึ่งปัจจุบันนี้คนที่ยังไม่ชำระค่าปรับตามใบสั่งจราจรยังสามารถต่อทะเบียนและชำระภาษีประจำปีได้ แต่จะยังไม่ได้ป้ายวงกลมตัวจริง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะออกเป็นสำเนาเอกสารชั่วคราวให้ แต่ถ้าไม่มีเครื่องหมายการเสียภาษีประจำปี หรือป้ายวงกลม ก็เตรียมค่าปรับไว้ได้เลยไม่เกิน 2,000 บาท เสียดายเงินไหมล่ะ ถ้าไม่มีเวลาไปต่อทะเบียนจริงๆ ลองหาพวกบริการรับต่อทะเบียนที่อยู่ใกล้ๆ เพื่อความสะดวกของคุณดีไหม

4. เมาแล้วขับ โดนปรับแน่นอน
รณรงค์กันมาอย่างเนิ่นนาน แต่ก็ไม่เกิดผลสักที คราวนี้มีมาตรการเอาจริงแน่นอนสำหรับใครก็ตามที่ขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น มีโอกาสถูกจำคุก 1 เดือน หรือปรับ 10,000 บาท โดยไม่รอลงอาญา เรียกได้ว่าเข้มข้นมากทีเดียว ดังนั้น ถ้ามีแพลนจะ “เมาสุดเหวี่ยง” แล้ว หาคนขับรถส่วนตัวไว้ล่วงหน้าน่าจะดีกว่าเอาตัวเองไปสุ่มเสี่ยงกับค่าปรับและอุบัติเหตุทั้งกับตัวคุณเองและผู้อื่น

5. ขับเร็วเกินกำหนด โทษปรับไม่ (เคย) ลด
สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนถนน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลากลางคืนคงจะหนีไม่พ้นเรื่อง การขับรถเร็วเกินกว่ากำหนด ซึ่งไม่ว่ามันจะเกิดจากความคึกคะนองหรือความเร็วแบบ “เมียตาม” ถ้าคุณใช้ความเร็วเกิน 80 กม./ชม.ในเขตเทศบาลหรือทางพิเศษ (ทางด่วน) และใช้ความเร็วเกิน 90 กม. / ชม. นอกเขตเทศบาลไม่เกิน 90 กม./ชม. ระวังจะโดนจับและปรับแน่นอน ยกเว้นถนนบางเส้นที่มีการผ่อนปรนให้ใช้ความเร็วสูงกว่านั้นได้ เช่น เส้นทางมอเตอร์เวย์ไม่เกิน 120 กม. / ชม.

เอาเข้าจริงๆ แล้ว สิ่งที่น่าห่วงมากกว่าการโดนตำรวจจับคือชีวิตของคุณเองต่างหาก ลองหาพระเครื่อง เกจิอาจารย์ดังๆ มาบูชาไว้ในรถดีไหม ไม่ใช่ว่าจะหวังปาฏิหารย์นะ แต่เอาไว้เป็นเครื่องเตือนใจให้คุณลดความเร็วลงต่างหาก

เที่ยวสงบ ผ่อนคลาย ปลายปี ที่ริมโขง ณ ไร่แสงอรุณ เชียงราย

ใกล้ช่วงสิ้นปีหลายๆท่านคงกำลังหาที่เที่ยวส่งท้ายปีกัน บางท่านก็ชอบไปในที่ที่คึกคักสนุกสนานปลดปล่อยให้เต็มที่ แต่บางท่านก็อยากไปหาที่สงบๆได้นั่งทบทวนชีวิตในปีที่ผ่านมา อันนี้ก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละท่านนะคะ ถ้าจะแนวรักความสงบใกล้ชิดธรรมชาติ ทางเราก็ภูมิใจนำเสนอรีสอร์ตเล็กๆริมแม่น้ำโขงตั้งอยู่ที่จังหวัดเชียงรายมาเป็นอีก 1 ทางเลือกที่จะมาฝังตัวสำหรับทริปปลายปีนี้ และที่นั่นก็คือ “ ไร่แสงอรุณ “ นั่นเองค่ะ

พิกัด : เลขที่ 2 หมู่ 3 บ้านผากุบ ต.ริมโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย 57140
เบอร์โทรศัพท์ : 096 565 9495
ไร่แสงอรุณถูกตั้งขึ้นจากแรงบันดาลใจที่ต้องการผสมผสานการท่องเที่ยวเชิงเกษตรกับรีสอร์ทเพื่อสุขภาพเข้าด้วยกันท่ามกลางธรรมชาติที่แสนงดงามแห่งนี้ ที่นี่จะแบ่งพื้นที่ออกเป็นสองส่วน โดยมีถนนสายริมแม่น้ำกั้นกลาง พื้นที่ด้านหน้าจะติดริมแม่น้ำโขง ด้านหลังจะเป็นที่ราบเชิงเขาและรวมถึงที่บนเขา รวมทั้งหมดน่าจะประมาณ 100 กว่าไร่ พื้นที่ส่วนหนึ่งมีไว้เพื่อทำการเกษตรซึ่งเป็นความฝันของเจ้าของที่อยากมีไร่เพื่อทำเกษตรกรรม และที่ส่วนหนึ่งถูกจัดแบ่งเป็นที่พักให้แก่นักเดินทางทั้งหลายที่แวะเวียนไปเยี่ยมที่นี่ไม่เคยขาดสาย

ในส่วนของบ้านพักมีอยู่ทั้งหมด 14 หลัง อยู่ติดริมน้ำโขง 3 หลัง นอกนั้นจะอยู่ฝั่งเขามีทั้งติดบึงบัวและต้องเดินผ่านทุ่งนาขึ้นไปด้านบนซึ่งวิวสวยและบรรยากาศดีที่สุด
ที่บ้านริมโขง เราชอบมากที่จะนั่งดูสายน้ำไหลเอื่อยๆทั้งวัน แม่น้ำสายนี้เป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงคน 5 ประเทศ ตั้งแต่ต้นน้ำที่จีน พม่า ไทย ลาว เลยไปถึงเวียตนามโน่นแหนะค่ะ แม่น้ำโขงนี้ให้ความอุดมสมบูรณ์ทั้งสองฟากฝั่ง
ห้องพักที่นี่ตกแต่งแบบเรียบง่ายแต่มีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน

และอย่างที่บอกว่าที่นี่ส่วนหนึ่งทำเกษตรกรรม ปลูกข้าว ปลูกผัก ปลูกสตรอเบอรี่ เองทุกสิ่ง

จึงไม่ต้องแปลกใจว่าเราจะมีผักสดๆกรอบๆหวานๆปลอดสารทานกันทุกมื้อ

ชีวิตที่นี่ไม่ต้องรีบเร่ง เรามีเวลาอยู่กับตัวเองได้เต็มที่ในสภาพแวดล้อมที่ดี อากาศดี อาหารดี มีทางเดินให้เดินออกกำลังกายเช้า-เย็น เป็นการให้รางวัลกับตัวเองที่เหนื่อยล้ามาทั้งปีได้เป็นอย่างดีทีเดียว และสำหรับใครที่กำลังหาแพลนเที่ยวแต่ยังไม่มีไอเดียว่าจะไปไหน ลองเข้ามาดูหมวดท่องเที่ยวที่ Kaidee เรามีที่เที่ยวทั้งในและต่างประเทศให้คุณเลือกเพียบ ดูเลย

รู้ไว้ใช่ว่า “10 ข้อหาสุดฮิตที่นักบิดมักจะต้องโดน”

ทุกครั้งที่พูดถึงการขับขี่มอเตอร์ไซค์บนท้องถนนเมืองไทย หลายๆ คนต้องมีเบือนหน้าหนีทุกที ก็อาจเป็นเพราะพฤติกรรมการขับขี่ของคนบางประเภทนี่ล่ะที่ทําให้ใครๆ ก็มอง “วิถีไบค์เกอร์” ไม่ดี ทั้งที่จริงๆ แล้ว สังคมสองล้อติดมอเตอร์อีกจํานวนไม่น้อยที่ทําตัวน่ารัก ปฏิบัติตัวตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ขับไปวัดก็ออกจะบ่อย เอ...อันนี้ไม่เกี่ยว
เอาเป็นว่าวันนี้เรามี 10 ข้อหาสุดฮิตที่มักเกิดขึ้นกับสิงห์นักบิดมาย้ําเตือนกันอีกครั้งเพื่อให้มั่นใจในทุกครั้งที่ออกถนนว่า เราสามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบ สร้างชื่อเสียงของ “Smart Biker” ให้กลับมากันดีกว่า ซึ่งหากคุณทําได้จริง ไม่ใช่แค่สังคมนะที่ดีขึ้น ชีวิตของคุณก็จะปลอดภัยมากขึ้นด้วยเช่นกัน

🛵 ไม่สวมหมวกกันน๊อค
ข้อนี้เชื่อเลยว่านักบิดหลายๆ คนคงจะเคยเจอประสบการณ์มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นคนขับหรือคนซ้อนก็ตาม โดยตามมาตรา 122 กําหนดไว้ว่า ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์และผู้โดยสารต้องสวมหมวกนิรภัยเพื่อป้องกันอันตรายขณะขับขี่ หากผู้ขับขี่ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท แน่นอนว่าคุณจะไม่มีทางเจอข้อหานี้แน่ๆ แค่มีหมวกกันน๊อคไว้กับตัว และสวมใส่ทุกครั้งไม่ว่าจะไปแค่หน้าปากซอย ขับกินลมก็ตาม เพราะอุบัติเหตุมันเกิดขึ้นได้เสมอนะ...เอ้า ถ้าตอนนี้ยังไม่มีก็มาหาซื้อกันเลยสิ รออะไรอยู่ล่ะ

🛵 เล่นโทรศัพท์ขณะขับขี่
แน่นอนว่ายุคนี้มันเป็นยุค Social ที่จะพลาดไม่ได้ในทุกการติดตามและติดต่อ มันต้อง Real Time!แต่ว่าการใช้โทรศัพท์ในขณะขับขี่ไม่ว่าจะกรณีใดก็ พระราชบัญญัติจราจรทางบกถือว่ามีความผิดนะจะบอกให้ ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงก็เก็บไว้คุยตอนลงจากพาหนะสุดรักของคุณก่อนก็ได้ หรือถ้ามันจําเป็นจริงๆ ก็หาซื้ออุปกรณ์เสริมมาใช้ ไม่ว่าจะเป็น Bluetooth สําหรับพูดคุยหรือจะเป็นที่ยึดโทรศัพท์สําหรับคนที่ต้องดูแผนที่ในช่วงเวลาสําคัญ เดี๋ยวนี้หาซื้อไม่ยาก ราคาก็ไม่แพง ไม่ต้องหาที่ไหนไกล คลิกตรงนี้ไปเลย

🛵 ขับรถไม่ชิดซ้าย
แหม่ ก็วิ่งในทางเดินรถขวาสุดมันเร็วดีนี่นา แต่อย่าลืมว่ามันอันตรายมากนะ แถมยังจะผิดตามมาตรา 33 ที่ระบุว่าให้ผู้ขับขี่ต้องขับรถในทางเดินรถด้านซ้าย และต้องไม่ล้ํากึ่งกลางของทางเดินรถ ซึ่งถ้าเผลอไปล่ะก็มีโอกาสโดนปรับสูงสุดตั้ง 1,000 บาทเลยนะ แต่ถ้าเกิดสภาพถนนมันย่ําแย่หรือมีอะไรกีดขวางอยู่ด้านซ้าย ก็ไม่ต้องกลัวจะโดนไม่สั่งถึงขนาดไปวิ่งเสี่ยงอันตรายอยู่ในนั่นล่ะ

🛵 ไม่ติดป้ายทะเบียน
ไม่รู้ว่าคุณเป็นนักบิดประเภทสายเบาหรือเปล่า แต่การไม่ติดป้ายทะเบียนไม่ได้ช่วยให้น้ําหนักรถมันเบาขึ้นหรอกครับ เผลอๆ จะหนักขึ้นอีก หนักยังไงน่ะเหรอ ก็หนักที่ค่าปรับไงล่ะ พระราชบัญญัติจราจรทางบกมาตรา 11 ระบุไว้ชัดเจนว่ารถที่จดทะเบียนแล้วต้องมีแสดงแผ่นป้ายและเครื่องหมายครบถ้วน หากฝ่าฝืนมีโทษตามมาตรา 60 ปรับสูงสุด 2,000 บาท ดังนั้นแทนที่จะถอดออก ใส่เถอะครับ แล้วตกแต่งด้วยกรอบทะเบียนเท่ๆ อย่างมีสไตล์กันดีกว่า

🛵 ขับขี่บนทางเท้า
ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2562 ที่ผ่านมา ได้มีการเริ่มใช้นโยบายปรับเพิ่มโทษสําหรับคนที่ขับขี่บนทางเท้าจาก 1,000 บาท เป็น 2,000 บาทแล้วนะ แถมตอนนี้ปัญหาดังกล่าวก็เป็นประเด็นทางสังคมที่ใครๆต่างให้ความสําคัญ เพราะฉะนั้นถ้าอยากจะเป็น Smart Biker ที่น่ารัก ก็อย่ามาใช้ทางลัดด้วยการขึ้นมาขับบนทางเท้าเลย เปลี่ยนมาเป็นวางแผนการเดินทางใหม่ หรือเลือกใช้ Google Map บนมือถือดีๆ สักเครื่อง เพื่อหาเส้นทางลัดแบบที่ถูกต้อง ไม่ต้องเดือดร้อนใคร

🛵 ปรับแต่งท่อไอเสีย
จะว่าไปแล้วการปรับแต่งท่อไอเสียไม่ได้ถือว่าผิดกฎหมายนะ ถ้าเสียงมันดังไม่เกิน 95 เดซิเบลเพราะฉะนั้นการแต่งท่อควรเน้นไปที่ความคูลมากกว่าเรื่องเสียงจะดีกว่านะ หรือถ้าแต่งแล้วมันต้องเกิดเสียงแบบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็ลองหาจุกลดเสียงท่อมาใช้กันดู ว่ากันว่าช่วยลดเสียงได้สูงสุด 40% เลยล่ะ

🛵 ไม่ติดกระจกข้าง
การถอดกระจกข้างออกไม่ได้ช่วยเรื่อง Aero Dynamic อะไรอย่างที่คิดหรอก ที่สําคัญกว่านั้นมันยังนําพาอันตรายในการขับขี่มาให้แบบไม่รู้ตัว และต่อให้ขับช้าๆ เนิบๆ ถ้าเจอพี่ตํารวจเข้าไป ยังไงก็ไม่รอดค่าปรับอยู่ดีนั่นล่ะ ทางที่ดีที่สุดคือ หาซื้อมาติดเสียตั้งแต่วันนี้ กระจกข้างสวยๆ มีให้เลือกเยอะแยะออก

🛵 ใส่รองเท้าแตะยามขับขี่
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ มีสิงห์นักบิดหลายคนโดนปรับเรื่องนี้มาแล้ว สาเหตุที่แน่ชัดยังไม่สามารถระบุได้แต่ถ้าในกรณีขับมอเตอร์ไซค์วินเป็นอาชีพ การแต่งกายให้เรียบร้อยถือเป็น A Must!! อย่างไรก็ดีป้องกันไว้ก่อนด้วยการหารองเท้า Sneaker สวยๆ มาสวมใส่ไว้ก็จะดีกว่า ดูทะมัดทะแมงขึ้นเยอะ

🛵 ไม่พกใบขับขี่
ใบขับขี่ สิ่งนี้มีความสําคัญมากกว่าที่ใครหลายคนคิดก็ว่าได้ นอกจากเป็นเอกสารสําคัญที่ทุกคนต้องพึงมีแล้ว ในยามที่เกิดอุบัติเหตุ หากคุณไม่พกใบขับขี่ออกไป อาจจะทําให้เสียสิทธิ์ในหลายๆ กรณีด้วย อย่างไรก็ดีถ้าถูกจับได้ว่าไม่มีหรือไม่ได้พกใบขับขี่ โดนปรับแน่นอนไม่เกิน 2,000 บาท ถ้ากลัวว่าพกไว้ในกระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋ากางเกงแล้วจะหล่นหาย ลองเปลี่ยนมาใส่ในกระเป๋าคาดอกดูไหมล่ะ

🛵 ข้อหาอื่นๆ ที่เหนือจินตนาการ
จากที่ลองสํารวจ “วิถีไบเกอร์” ดูแล้วนั้น ยังมีข้อหาที่เหนือความคาดหมายอีกหลายข้อที่นักบิดได้เคยพบเจอมา อย่างเช่น เติมน้ํามันไม่เต็มถังบ้าง หมวกกันน๊อคมีสีสันแสบตา อุปกรณ์รถสวยเกินไป ทั้งนี้ทั้งนั้น เราอาจไม่ได้ทําผิดจริง แต่โดนเข้าใจผิดหรือโดนกลั่นแกล้งก็ว่าไป ซึ่งหากเกิดกรณีเช่นนี้ ไบค์เกอร์ก็มีสิทธิ์ที่จะรักษาศักดิ์ศรีของตนเองได้นะ ลองหากล้องติดหมวกมาใช้เพื่อบันทึกเหตุการณ์ความถูกต้องเพื่อเป็นเครื่องยืนหยัดความบริสุทธิ์ใจให้ตัวเอง (แต่นั่นหมายถึงว่าเราต้องมั่นใจว่าปฏิบัติตามข้อบังคับอย่างถูกต้อง 100% ด้วยนะ)

และถ้าใครกำลังมองหามอเตอร์ไซค์คันใหม่มาเป็นของรางวัลให้ตัวเองในช่วงปีใหม่ หรือแม้แต่อุปกรณ์ต่างๆ ในการขับขี่มอเตอร์ไซค์ ก็มาดูที่ MocyKaidee ได้เลย เรามีสินค้าให้เลือกทุกแบบทุกสไตล์สำหรับนักบิดเช่นคุณ

อัปเดตเทรนด์! แมทช์ไอเท็มลุคสุดฟาด ให้ไม่พลาดความสนุกทุกปาร์ตี้

เข้าช่วงปลายปีแบบนี้ สาวๆ หลายคนต้องกำลังตื่นเต้นกับปาร์ตี้ที่กำลังจะมาถึงกันอยู่ใช่มั้ย? แต่จะแมทช์แฟชั่นยังไงให้สวยสับพร้อมเฉิดฉายจนเป็นที่จับจ้องของคนในงาน วันนี้เรามีไอเท็ม ที่จะมาแนะนำให้สาวๆ ได้มามิกซ์แอนด์แมทช์ให้เข้ากับสไตล์ของตัวเองให้ได้ลุคเก๋ๆ เปรี้ยวๆ นำเทรนด์แฟชั่นพร้อมประชันความแซ่บยืนหนึ่ง เอาแบบให้ปัง ใส่แล้วเกิด เจิดแน่นอนไม่ต้องกลัวว่าจะเชย ไปดูกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง…

กิ๊บติดผมสุดเริด เสริมลุคให้เจิดกว่าใคร
อยากให้ดูเจิดในปาร์ตี้สิ้นปี ต้องดูดีตั้งแต่หัวกันเลยนะคะซิส กับไอเท็มเสริมลุคให้ดูปังกับกิ๊บติดผมเก๋ๆ เพิ่มความชิคเพราะปีนี้เทรนด์ติดกิ๊บกำลังมาแรงแบบฉุดไม่อยู่จนเหล่าไอดอล เซเลบสาวๆ ต่างไม่ยอมตกเทรนด์นี้กันเลยเรียกได้ว่ากิ๊บสวยๆ ฉ่ำๆ นั้นอยู่ในกระแสแบบไม่มีตก จะติดแบบกิ๊บรูปตัวอักษร (Alphabet) ให้ตรงตามชื่อเล่นของคุณสาวๆ บอกได้เลยว่าใครที่ติดกิ๊บสไตล์นี้ รับรองว่าสวยเตะตาคนรอบข้างแบบสุด ก็ถือว่าเป็นการเล่นใหญ่เรียกคะแนนนิยมไม่ใช่น้อยเลยนะคะ หรือคุณสาวๆ จะติดแบบคริสตัลแบบเรียงแถว (Crystal row) เบาๆ ง่ายๆ แต่ระยิบระยับดูแพงมีออร่าน่าจับตามองสุดๆ อีกทั้งการติดกิ๊บแบบที่รูปทรงเรียบง่ายทำให้สาวๆ สามารถแมทช์ชุดได้ไม่ยากแถมไม่ต้องลำบากคิดเรื่องทรงผมให้ปวดหัวอีกด้วยนะคะ

crop top bar เซ็กซี่เลอค่า เสน่ห์นำเทรนด์
ปาร์ตี้ทั้งทีก็ต้องแต่งให้เซ็กซี่นิดๆ มีจริตหน่อยๆ ไว้มัดใจชายหนุ่มที่หมายปอง เทรนด์ที่กำลังมาเลยตอนนี้คือ Crop top bar ที่กำลังฮิตในสาวเกาหลี หรือ เซเลบริตี้คนดังต่างๆ ทั้งไทยและเทศก็เริ่มหยิบมาใส่กันแล้ว แล้วคุณล่ะจะพลาดได้ไง! ลองเลือกบาร์ หรือ Crop top ดีไซน์เก๋ๆ สวมไว้ข้างนอกชุด อาจเป็น Crop top bar ที่ใช้วัสดุเป็น มุก หรือ เพชร ระยิบระยับก็สร้างความบริ๊งค์ๆ ที่น่าจับตามองให้คุณสาวๆ ได้โดดเด่นในงานปาร์ตี้อย่างแน่นอน แนะนำนะคะว่าควรเอามาแมทช์สร้างความแต่งต่าง เช่นการสวมทับเสื้อยืด เสื้อเชิ้ตแขนยาว และเสื้อยืดคอเต่า ก็เล่นกับเลเยอร์ได้อย่างสนุกไม่เหมือนใคร

Over blazer สุดเท่ เพิ่มเสน่ห์สาวลุคมั่น
ถ้าคุณนั้นเป็นสาว Working Women ที่ในแต่ละวันกิจกรรมเยอะรัดตัวไปหมด แต่ก็มีเวลา relax time ไปปาร์ตี้กับเพื่อนสาวให้สนุกสุดหวี่ยงผ่อนคลายเรื่องปวดหัวต่างๆ ที่ต้องเจอในแต่ละวัน แนะนำเลยค่ะสาวๆ นี่เลย! Over blazer ตอบโจทย์สุดๆ เพราะสวมใส่ได้ง่ายสะดวกสบายคล่องตัวสุดๆ เลือกใส่แบบสีพื้นเช่น ขาว ดำ เทา ก็ดูดีเท่มีสไตล์ หรือจะเลือกแบบมีลวดลายหรือสีสันก็ดูเปรี้ยวเข้าไปอีก ถ้าอยากเสริมให้ลุคดูแซ่บยิ่งขึ้นจะใส่กับกางเกง กระโปรงรัดรูปก็ดูเท่ หรือจะใส่เป็นเดรสสั้นโชว์เรียวขาสวยๆ ของเราก็ดูเก๋ไม่เบาเลย สร้างความน่าดึงดูดให้กับทุกสายตาได้เป็นอย่างดี ลองเลยค่ะสาวๆ ไม่ต้องรอช้าแล้ว เลือกมามิกซ์แอนด์แมทช์กันดู ปาร์ตี้ทั้งทีต้องสวยนำเทรนด์ให้สุดๆ ไปเลย

กระโปรงหนัง เติมพลังความชิค
ขอบอกเลยนะคะว่ากระโปรงหนัง หรือ Leather Skirt ถือเป็นหนึ่งแฟชั่นไอเท็มที่ฮิตตลอดกาลไม่เคยตกยุค สาวๆ ได้หยิบมาใส่เมื่อไรรับรองความแซ่บเผ็ดพริกยกสวนกันอย่างแน่นอน ยิ่งถ้าคุณเป็นคนชอบแต่งตัวสไตล์สายฝ. ไปสนุกกับปาร์ตี้อยู่แล้วล่ะก็แนะนำเลยค่ะ เพราะช่วยเพิ่มความจริตนางพญาเบาๆ ให้คุณยืนหนึ่งได้ไม่ยาก และก็มักเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่พบเห็นตามสตรีทแฟช่นบ่อยๆ แหมๆๆๆ ก็ทั้งสวย ทั้งดูเท่ แถมดูแพงอย่างมีสไตล์ขนาดนี้ ใครล่ะจะไม่อยากใส่ จริงมั้ยคะ? อีกทั้งกระโปรงหนังนั้นยังสะท้อนความแวววาวเมือเจอแสง ทำให้กระโปรงดูใหม่ ดูชิคและเท่แบบสาวลุคคูลก็ยิ่งเพิ่มความโดดเด่นแบบสุดๆ แล้วยังช่วยเสริมลุคให้ดูดีแม้จะแมทช์กับเสื้อยืดง่ายๆ ก็ทำให้คุณสวยขึ้นได้ไม่ยาก ปังๆ แบบนี้แนะนำเลยจ้า

Waist Bags กระเป๋าสุดเก๋ แมทช์ได้ทุกลุค
สำหรับสาวๆ กระเป๋านั้นถือเป็นไอเท็มฮิตตลอดกาลที่ขาดไม่ได้ต้องมีติดตัวไม่ว่าจะไปที่ไหน ทำอะไร แต่สำหรับปาร์ตี้แล้ว จะมาถือให้มือไม่ว่าง หรือมาตั้งไว้บนโต๊ะก็กังวลไปหมด แนะนำเลยค่ะ กับกระเป๋าแบบ Waist Bags ที่สามารถเอามาแมทช์กับชุดได้หลากหลายแนว จุของได้โอเค มีดีไซน์เยอะมากแล้วแต่สไตล์เลยว่าใครชอบแบบไหน จะใส่สะพายข้างก็เก๋สร้างลุคให้ดูเปรี้ยวแบบชิคๆ หรือจะคาดเอวเป็นเข็มขัดก็ดูเท่ คล่องแคลวจะเต้นให้สุดเหวี่ยงหรือเคลื่อนไหวยังไง ก็สะดวกไม่ขัดจังหวะความสนุกอย่างแน่นอน ขอกระซิบนะคะว่าตอนนี้ใครมีไว้บอกเลยว่านำเทรนด์สุดๆ เพราะไม่ว่าจะเป็นแบรนด์แฟชั่น Hi-end อย่าง Channel, Gucci, Louis Vuitton หรือแบรนด์สปอร์ตสุดฮิปอย่าง Supreme, Adidas, Nike ที่แข่งกันดีไซน์ไอเทมนี้ออกมาเอาใจเหล่าแฟชั่นนิสต้ากันแบบสุดฤทธิ์ นี่แหละไอเท็มที่ต้องมีนะคะสาวๆ

เป็นยังไงกันบ้างคะ กับไอเท็มสุดเริดที่เรายกตัวอย่างมาให้ ใครที่ตามหาแฟชั่นไอเท็มเด็ดๆ สำหรับแมทช์ลุคไปสนุกกับงานปาร์ตี้สิ้นปีนี้ ก็อย่าลืมมาหาซื้อที่ Kaidee นะจ๊ะ ที่เดียวจบ ครบทุกลุคแต่งตัวสนุกทุกปาร์ตี้

นั่งรถชมพระนคร พร้อมทานอาหารระดับมิชลินสตาร์

ปกติเราคงจะคุ้นเคยกับการกินข้าวบนเรือชมวิวริมน้ำเจ้าพระยากัน แต่วันนี้กรุงเทพของเรามีบริการนั่งรถ กินข้าวชมความสวยงามของกรุงเทพกันแล้วค่ะ กับ Siam Gourmet Bus โดยเมนูที่เสริฟ์ก็ไม่ใช่ไก่กาอาราเร่ เป็นเมนูระดับมิชลินสตาร์ และเมนูประจำชาติ ที่เป็นที่รู้จักโด่งดังไปทั่วโลกเลย และระหว่างทางจะมีการเล่าถึงเรื่องราวของแต่ละย่านที่เรานั่งรถผ่านอีกด้วย เพลินมากค่ะ

บางคนอาจจะวาดภาพว่าการนั่งรถแบบนี้จะน่าเบื่อและใช้เวลานาน ขอบอกว่าไม่เลยนะคะ เวลาประมาณ 1ชั่วโมง 45นาทีบนรถผ่านไปอย่างสบายๆ เสริฟ์อาหารตั้งแต่อาหารเรียกน้ำย่อยจนถึงขนมและน้ำชาตอนจบเป็นเวลาที่พอเหมาะ

ระหว่างทางที่นั่งรถไปเราสามารถชมกรุงเทพในมุมมองของนักท่องเที่ยวได้อย่างน่าสนใจ บางจุดเราอาจจะเคยมองข้าม แต่วันนี้เราอาจจะมองอย่างสนใจมากขึ้นนะคะ

Siam Gourmet Bus มีบริการหลายรอบมื้ออาหาร 🍴แต่ที่เราไปใช้บริการเป็นรอบ 17.00น. ที่รถจะเริ่มออกเดินทางจากสามย่านมิตรทาวน์ และวิ่งไปตามเส้นทางที่นี้ เป็นช่วงเวลาที่กรุงเทพสวยที่สุดช่วงนึงเลย

ในส่วนของอาหารเริ่มจาก
✅ น้ำมะปี๊ด จากจันทบุรี
ผสมกับชะเอมเทศซึ่งเป็นสมุนไพรที่มีคุณสมบัติต่างๆมากมาย ดื่มเพื่อเรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี

✅ ม้าฮ่อ
เป็นของว่างไทยโบราณรสชาติเปรี้ยวอมหวาน โดยใช้สับปะรดปอกเปลือกแบ่งเป็นชิ้น แล้ววางทับด้วยไส้รสหวานเค็มคล้ายไส้ของสาคูไส้หมู เพียงแต่จะไม่ใส่ไชโป๊ แต่งหน้าด้วยพริกชี้ฟ้าซอยหรือผักชี

✅ เมี่ยงกลีบบัว
เครื่องปรุงเหมือนเมี่ยงคำทุกอย่าง แต่เปลี่ยนมาใช้กลีบบัวหลวงมาห่อแทน

✅ ข้าวแกงมัสมั่นไก่
เมนูนี้เป็นเมนูที่ CNNยกย่องให้เป็นเมนูอันดับ 1 ของสุดยอดอาหารเด็ดจากทั่วโลก ข้าวหอมมะลิของไทยเสริฟ์ทานกับแกงมัสมั่นไก่ที่เครื่องแกงเข้มข้นมันดีมาก

✅ ผัดไทเส้นจันท์ -กุ้งแม่น้ำ
กุ้งแม่น้ำเผาตัวใหญ่ มีมันกุ้งเยิ้มๆเสิร์ฟมาพร้อมผัดไทที่เป็นอีก 1 เมนูยอดฮิตตลอดกาล แถมมีน้ำจิ้มซีฟู้ดแซ่บๆมาอีก

✅ก๋วยจั๊บนายอ้วน
ร้านดังเยาวราชดีกรีระดับมิชลินสตาร์ น้ำซุปเด็ดเผ็ดร้อน

✅ข้าวเหนียวมะม่วง
ข้าวเหนียวมูลอัญชันทานกับมะม่วงน้ำดอกไม้สุกกำลังดี

ปิดท้ายที่  ✅ ชาร้อนหรือกาแฟร้อน พร้อมขนมไทย
วันนั้นเสริฟ์ขนมกลีบลำดวน รถก็กลับมาส่งถึงสามย่านมิตรทาวน์พอดีๆค่ะ

ถือว่าเป็นทริปที่เหมาะสำหรับการเปลี่ยนบรรยากาศจากนั่งเรือดูวิว ก็มานั่งรถชมวิวริมถนน ดูเมืองเก่ากันเพลินๆ แถมยังได้อิ่มอร่อย ก็แปลกดีที่อยู่บนรถก็ทำแบบนี้ได้ และสำหรับใครที่กำลังมองหารถมือสอง RodKaidee มีรถให้เลือกเพียบ ตั้งแต่รถบ้านไปจนถึงรถบัสแบบนี้เลย หารถแบบไหนอยู่ มาดูที่นี่ได้นะคะ

แอบส่องราคามือสองของ รถตัวท็อป ยอดนิยม

Motor Expo 2019 หรือ มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36 เริ่มขึ้นแล้ว! เราได้ยินข่าวคราวของรถยนต์ หลายๆ แบรนด์ที่พร้อมเปิดตัวโมเดลใหม่ พร้อมโปรโมชั่นแบบสุดพิเศษมายั่วน้ำลายบรรดานักเลง รถส่งท้ายปี ถือเป็นโอกาสทองของคนที่อยากถอยรถป้ายแดงไว้เป็นของขวัญปีใหม่พอดี แต่เดี๋ยว ก่อน อย่าเพิ่งรีบร้อนเสียทรัพย์ก้อนใหญ่ เพราะรถยนต์ตัวท๊อปหลายๆ รุ่นอาจจะยังไม่ได้มีอะไรที่ เปลี่ยนแปลงไปจากรุ่นก่อนมากนัก เอาแค่ว่าลองไปเดินดู ไปสัมผัสเพื่อเป็น Inspiration กันก่อน แล้วค่อยมาส่องรุ่นที่คุณชอบในราคามือสอง ประหยัดขึ้นอีกเยอะเลย...วิธีนี้น่าสนใจใช่ไหมล่ะ ถ้างั้นมาดูกันว่าตอนนี้ราคารถยนต์รุ่นท้อปที่หลายๆ คนนิยมราคาจะน่าลุ้นขนาดไหน

HONDA ACCORD
หลายๆ คนน่าจะทราบแล้วว่า Honda Accord เจเนอเรชั่นที่ 10 ยกเลิกการใช้เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 2.0 ลิตร และ 2.4 ลิตร แล้วมาใช้เครื่องยนต์ใหม่ที่เล็กลงเป็น เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร 190 แรงม้า ซึ่งไว้ใจในประสิทธิภาพความแรงไว้ได้เหมือนเดิม แต่ประหยัดมากขึ้น ถ้าดูในรุ่น ย่อย Honda Accord Turbo EL จะอยู่ที่ราคาประมาณ 1,475,000 บาท แต่คุณสามารถหา Honda Accord มือสองสภาพนางฟ้าที่ยังใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตร ได้ไม่ยาก แถมราคาก็ไม่เกิน ล้านอีกด้วย

HONDA CR-V
Honda CR-V รุ่นปี 2019 มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร i-VTEC โดยสามารถเลือกได้ทั้งรุ่น 2WD และ 4WD โดยอุปกรณ์มาตรฐานของ Honda CR-V 2019 ประกอบไปด้วย ไฟหน้า-ไฟท้าย LED , เบาะนั่งผู้ขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง, ระบบแสดงภาพมุมอับสายตา Honda LaneWatch และ เครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว Advanced Touch สามารถรองรับ Apple CarPlay พร้อม ระบบสั่งงานด้วยเสียง SIRI ได้ด้วยนะ สำหรับ Honda CR-V รุ่น DT-EL 4WD ( 7 ที่นั่ง) ป้ายแดง สนนราคาที่ 1,699,000 บาท แต่ในรุ่นเดียวกันนี้ของปี 2017 ราคามือสองอยู่ที่ประมาณ 1 - 1.2 ล้าน บาทเท่านั้น

MAZDA CX-5
รถยนต์ Crossover อย่าง New Mazda CX-5 รุ่นปี 2019 ได้รับการออกแบบภายใต้การเน้นวัสดุ และการจัดวางองค์ประกอบให้ดูโฉบเฉี่ยว ในส่วนของตัวถังด้านนอกของ New Mazda CX-5 ยังคง ยึกหลักจากแนวคิด Kodo : Soul of Motion ที่เน้นลวดลายเส้นสายเรียบง่าย ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจ จากสุนทรียศาสตร์แบบญี่ปุ่น เพิ่มความสปอร์ตด้วยล้ออัลลอยด์ดีไซน์ใหม่ขนาด 19 นิ้ว ซึ่งถ้าจะว่า กันเรื่องราคาแล้ว New Mazda CX-5 XD ราคาอยู่ที่ 1,570,000 บาท แต่ถ้าลองไปค้นหาโดยย้อน รุ่นไปเพียงหนึ่งปีคุณจะสามารถเป็ฯเจ้าของ Mazda CX-5 XD แบบสภาพเหมือนใหม่ในราคาไม่ถึง เก้าแสนบาท!! ไม่น่าเชื่อใช่ไหมล่ะ

NISSAN TEANA
อาจจะไม่ได้มีใครพูดถึงบ่อยนัก แต่ Nissan Teana ก็ถือเป็นรถยนต์นั่งขนาดกลางที่ได้รับความนิยม ไม่น้อย ยิ่งถ้าใครคุ้นเคยกับ Nissan Cefiro แล้วล่ะก็ ต้องไม่พลาด เพราะจริงๆ แล้ว Nissan Cefiro ถูกนำมาทำตลาดก่อนในช่วงแรกๆ ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้ชื่อ Nissan Teana ซึ่งสำหรับ ไมเนอร์เชนจ์ในปี 2019 นี้ Nissan Teana 2.0 XL ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร ให้ กำลังสุงสุด 136 แรงม้าและส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ Xtronic CVT สนนราคาอยู่ที่ 1,426,000 บาท ซึ่งถ้าจะลองมาดูที่โมเดลเดียวกันนี้ในปี 2018 ปัจจุบันราคามือสองอยู่ที่ราวๆ แปดแสนกว่าบาท เท่านั้นเอง

BMW SERIES 5
รถยนต์ในฝันของผู้บริหารรุ่นใหม่ไฟแรงที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง BMW 530e M Sport ขนาดค่อน ข้างกว้างขวาง เหมาะกับคนที่กำลังมีครอบครัว แต่อยากได้ความโฉบเฉี่ยว มาพร้อมเครืองยนต์ เบนซิน 4 สูบ เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo 2.0 ลิตร ให้กำลังจากเครื่องยนต์ 184 แรงม้า และจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ผลิตกำลังได้อีก 113 แรงม้า พิเศษยิ่งขึ้นด้วยระบบจอภาพแสดงข้อมูลการ ขับขี่และชุดตกแต่ง M Aerodynamics ที่ทำให้ BMW 530e M Sport ตัวนี้ต่างจาก Series 5 รุ่น อื่นๆ ปัจจุบัน BMW 530e M Sport มีราคาป้ายแดงอยู่ที่ราวๆ 3,899,000 บาท แต่ถ้าอยากสบาย กระเป๋าขึ้นอีกนิด ลองดูเป็นรุ่นปี 2018 มือสองดูไหม เพราะราคาจะอยู่ที่ประมาณ 2 - 2.6 ล้าน บาท เท่านั้นเอง

VOLVO XC 90
Volvo ค่ายรถยนต์หรูจากประเทศสวีเดนก็มาพร้อมกับ Volvo XC90 ปี 2020 ซึ่งเป็น Luxury SUV ที่ปรับโลโก้ดีไซน์ใหม่ และการตกแต่งแบบ Innscription ที่มาพร้อมล้ออัลลอยด์ขนาด 20 นิ้ว ติด ตั้งระบบแจ้งเตือนขณะถอยรถและระบบช่วยเบรกกันสะเทือน 4 มุม สนนราคาปัจจุบันสูงเอาการอยู่ที่ 4,790,000 บาท แต่อย่าเพิ่งหมดหวังไป เพราะ Volvo XC90 รุ่นปี 2017 มือสองสภาพงามยังคงหา ได้ในราคาเพียง 2.7 ล้าน โดยที่ยังใช้เครื่องยนต์ T8 Twin Engine สมรรถนะสูงเช่นเดียวกัน

TOYOTA CAMRY
Toyota Camry 2019 2.0G มากับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร โดดเด่นด้วยเกียร์ อัตโนมัติแบบ 6 สปีดที่ให้ความสนุกสนานในการขับขี่แบบไม่เหมือนใคร พร้อมทั้งอุปกรณ์อำนวย ความสะดวกที่น่าสนใจ อาทิเช่น เบาะนั่งฝั่งผู้โดยสารปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง, ที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือไร้ สาย หรือกระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ แถมยังมีระบบความปลอดภัยที่เหนือกว่าด้วยถุงลมนิรภัยที่ หัวเข่าอีกด้วย โดยราคาค่าตัวขอ Toyota Camry 2.0 G อยู่ที่ 1,445,000 บาท แต่ข่าวดีคือ คุณ สามารถหา Toyota Camry 2.0 G มือสองในราคาไม่ถึงล้าน โดยเฉพาะรุ่นปี 2017 ที่ความจริงแล้ว ก็ไม่ได้ถือว่าเก่าเสียทีเดียวด้วยซ้ำ

TOYOTA FORTUNER
Toyota ปีนี้ มาพร้อมกับการเปิดตัว Toyota Fortuner 2019 รุ่นใหม่ ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด รองรับเชื้อเพลิง B20 ราคามือหนึ่ง อาจจะแรงไปสักนิดที่ 1,499,000 บาท แต่ถ้าเปลี่ยนมามองหาToyota Fortuner 2.4 V มือสอง สภาพใหม่ๆ จากปี 2017 - 2018 คุณสามารถประหยัดเงินได้อีกกว่า 500,000 บาทเลยล่ะ

และสำหรับใครที่สนใจรถมือสองคุณภาพดีรุ่นอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ ก็มาดูได้ที่ RodKaidee เลย เรามีให้คุณเลือกทุกรุ่น