เสียงแปลกๆจากรถยนต์บ่งบอกอะไร? รู้ไว้ก่อนรถพังไม่ทันตั้งตัว

เสียงแปลกๆจากรถยนต์บ่งบอกอะไร? รู้ไว้ก่อนรถพังไม่ทันตั้งตัว

ทุกอย่างในโลกย่อมมีอายุการใช้งานของตัวมันเอง รถยนต์ก็เช่นกัน โดยปกติแล้วเมื่อเราใช้รถยนต์คู่กายมาสักพัก ความเสื่อมถอยตามกาลเวลาก็เริ่มจะถามหา แต่รถยนต์ก็เหมือนร่างกาย อยู่ดีๆไม่ใช่ว่าจะพังทลายไปทันที เขาจะส่งสัญญาณให้เรารู้ก่อนว่า ฉันเริ่มไม่ไหวแล้วนะ ฉันมีความผิดปกตินะ ซึ่งเราก็ต้องรีบพาเขาไปรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนจะเสียเงินก้อนโต แต่ในเมื่อรถยนต์พูดไม่ได้ เขาก็จะส่งเสียงเครื่องยนต์ออกมาแทน ว่าแต่เสียงแบบไหน จะมีสาเหตุมาจากอะไร บ่งบอกถึงอะไรบ้าง วันนี้มาแปลความไปพร้อมๆกัน

1-scaled-e1600760300330

1.“เอี๊ยดอ๊าด ครืดๆขณะเบรก” การสื่อสารแรก เป็นการสื่อสารจากความผิดปกติของระบบเบรก หากคุณได้ยินเสียงเอี๊ยดอ๊าด หรือครืดๆ ขณะที่เบรกนั้น ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากระบบเบรก โดยขั้นแรกต้องทำการเช็คในส่วนของผ้าเบรกก่อน ว่าหมดหรือไม่ แล้วอย่าลืมตรวจเช็คระบบเบรกทั้งหมดด้วยว่ามีชิ้นส่วนไหนชำรุดหรือไม่

2. “เสียงดังขณะเลี้ยว” การสื่อสารที่สอง หากเกิดเสียงดังขณะที่เราเลี้ยวรถ ส่วนมากจะเกี่ยวข้องกับระบบช่วงล่าง ดังนั้นจึงต้องทำการเช็คในส่วนของช่วงล่างทั้งหมด นอกจากนี้ต้องทำการตรวจสอบ ลูกหมาก, บูช, ข้อต่อในส่วนต่างๆ, แร็กพวงมาลัย, ปีกนก และคันส่งคันชัก ด้วยว่ามีความเสียหายหรือไม่

2-scaled-e1600760316116

3. “เสียงดังขณะขับผ่านลูกระนาด” การสื่อสารที่สามคือเสียงที่ดังขณะขับผ่านลูกระนาด ซึ่งที่มาของเสียงชนิดนี้มักเกิดจากบริเวณซุ้มล้อ หรือตกหลุม สิ่งแรกที่ควรทำคือลองตรวจสอบที่โช้คอัพว่ายังสามารถรับแรกกระแทกได้อีกหรือไม่ หากเสียหายแค่เล็กน้อยก็สามารถซ่อมได้ด้วยการอัดน้ำมันเข้าไปใหม่ แต่หากชำรุดมาก คงต้องพิจารณาเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด

4. “เสียงหอนขณะขับรถ” การสื่อสารที่สี่ คือเสียงหอนระหว่างที่กำลังขับรถ ยิ่งขับเร็วเท่าไร เสียงยิ่งดังขึ้น ซึ่งเสียงนี้มักมาสาเหตุมาจาก ยางรถยนต์ อาจจะลูกปืนล้อแตก หรือเพลาขับพัง ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการซ่อมแซมตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้ นอกจากจะอันตรายแล้ว งบประมาณก็จะบานปลายอีกด้วย

3-scaled-e1600760332480

5. “ครืดคราด จากท้องรถ” การสื่อสารที่ห้า พบเจอได้บ่อย โดยมักมีสาเหตุเกิดจาดท่อไอเสีย หรือเพลากลางเกิดการชำรุด โดยส่วนมากอาจมาจากจุดติดตั้งหลุด หรือจุดยึดนั่นเอง

6. “เสียงดังกึกกักเหมือนอะไรหลุด จากพวงมาลัย” การสื่อสารที่หก มีสาเหตุมาจากพวงมาลัย ซึ่งถือเป็นเคสที่มีความอันตรายอย่างมาก เพราะอาจส่งผลให้ไม่สามารถบังคับพวงมาลัยได้ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ไม่ควรจะปล่อยผ่านหรือรอช้า ต้องรีบไปซ่อมแซมโดยด่วน โดยสาเหตุส่วนมากอาจมาจากการที่ลูกปืนแตก

4-scaled-e1600760353461

7. “เสียงดังเวลาเปลี่ยนเกียร์” การสื่อสารที่เจ็ดคือการเกิดเสียงดังขณะที่เปลี่ยนเกียร์ ขั้นแรกให้ลองตรวจสอบการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ว่าได้ทำสม่ำเสมอหรือไม่ และมีน้ำมันเกียร์เพียงพอหรือยัง และหากตรวจสอบพบว่ามีการรั่วซึมเกิดขึ้น ต้องรีบทำการซ่อมแซ่มทันที ไม่ควรปล่อยไว้

8. “เสียงดังขณะสตาร์ทรถ” การสื่อสารที่แปดคือเสียงที่ดังขึ้นขณะที่เราทำการสตาร์ทรถ ซึ่งมักจะเป็นเสียงที่ลากยาวกว่าปกติทั่วไป เสียงนี้มีสาเหตุมาจากการที่แบตเตอรี่ใกล้จะหมดอายุ ดังนั้น สิ่งแรกที่ควรทำคือการตรวจเช็คแบตเตอรี่ แต่หากแบตเตอรี่ยังดีอยู่หรือเพิ่งเปลี่ยนมาได้ไม่นาน อาจจะต้องลองเช็คในส่วนของไดสตาร์ทที่อาจถ่านหมด หรือหมดอายุการใช้งาน

5-scaled-e1600760365916

9. “เกิดเสียงดังฟู่ๆบริเวณหน้าห้องเครื่อง”การสื่อสารที่เก้านี้มักมีต้นตอมาจากหน้าห้องเครื่อง ซึ่งสาเหตุอาจมาจากฝาหม้อน้ำเสื่อมสภาพหรือหม้อน้ำรั่ว ซึ่งก่อนจะทำการตรวจเช็คควรระมัดระวังรอให้เครื่องเย็นลงก่อนเพื่อความปลอดภัย

10. “เสียงดังเอี๊ยดๆ ในห้องเครื่อง” การสื่อสารสุดท้ายที่เรามานำเสนอในวันนี้ คือเสียงดัง เอี๊ยดๆ ในห้องเครื่อง ซึ่งมักเกิดจากสายพานหรือลูกกรอกหมดอายุหรือชำรุด ซึ่งต้องรีบตรวจเช็คและทำการซ่อมแซม

และนี่คือ 10 ตัวอย่างเสียงประหลาดๆที่พบเจอบ่อยจากรถยนต์คันโปรดของคุณ ซึ่งแม้จะเป็นเพียงการส่งสัญญาณเล็กๆน้อยๆ แต่ก็ไม่ควรละเลย เพราะหากปล่อยทิ้งไว้นาน รถยนต์อาจเกิดความเสียหายมาก จนนำมาสู่การสูญเสียเงินก้อนโตได้ ดังนั้นทางที่ดี ควรหมั่นตรวจเช็ครถยนต์อย่างสม่ำเสมอนะคะ

และหากผู้ใดสนใจจะซื้อรถมือสองสักคัน และกำลังมองหาสินเชื่อพร้อมโปรโมชั่นดี ๆ จาก กรุงศรี ออโต้ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ หรือติดต่อ กรุงศรี ออโต้ คอล เซ็นเตอร์ โทร. 0-2740-7400 หรือ แชทผ่าน LINE กรุงศรี ออโต้ (คลิกเพื่อ Add LINE)

และนอกจากนี้ก็สามารถเข้ามาเลือกชมรถเพิ่มเติมได้ที่ RodKaidee ค่ะ

ดูรถที่นี่


Neptune

Neptune

Content Writer