Auto Gurus EP.8 ขวัญใจสายลุย by RodKaidee

เอาใจคนชอบรถสายลุย โดยเฉพาะใครที่กำลังมองหารถลุยๆ ที่ขับในเมืองได้ วันนี้บรรดา Auto Gurus มีหลายคันมาให้คุณเลือก

กดดูรถทั้งหมดบน RodKaidee

กดดู Auto Gurus ตอนอื่นๆ

.wp-post-image{display:none;}

เปิดเรื่องลับ…’แปลกแต่ปัง’ ของรถยนต์รุ่นดัง น่าใช้สุดๆ

วงการรถยนต์มักจะมีเรื่องอะไรให้เราตื่นเต้นอยู่เสมอๆ เช่นเดียวกันกับรถยนต์บางรุ่นที่มีความ “แปลก” จนน่าสงสัยแต่กลับ “ปัง” ขายดีมีคนอยากจับจองเป็นเจ้าของอย่างไม่น่าเชื่อ ลองมาดูกันว่าเรื่องราวความแปลกในมุมต่างๆ ของรถยนต์รุ่นที่อาจจะคุ้นเคย น่าสนใจมากน้อยแค่ไหน

TOYOTA C-HR
รถยนต์ครอสโอเวอร์ที่เปลี่ยนภาพลักษณ์เดิมๆ ของ Toyota จนแทบจะจำไม่ได้ ด้วยรูปทรงที่เป็นสปอร์ตคูเป้ยกสูงตามชื่อ (Coupe-High Rider) นอกจากนี้ Toyota C- HR นับเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่ออกแบบด้วยแพลตฟอร์มใหม่ที่เรียกว่า Toyota Global New Architecture (TNGA) และจะเป็นปรัชญาหลักที่จะต่อยอดใช้กับรถยนต์รุ่นอื่นๆ ต่อไป ซึ่งนอกจากจะเป็นการเพิ่มความแข็งแรงให้กับตัวถังแล้ว รูปลักษณ์ภายนอกก็ดูทันสมัย แปลกตาไปจากเดิมสุดๆ จนหยุดความคิดที่จะเป็นเจ้าของไม่ได้เลย

NISSAN JUKE
SUVในระดับ B-Segment ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ด้านการออกแบบของนิสสันคันนี้ ถือว่ามีความ “ใหม่” มากในปี 2013 เพราะคนส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักรถยนต์ประเภทนี้มากนัก แต่เรื่องที่เป็นความ “แปลก” สำหรับ Nissan Juke ก็คือ เป็นรถยนต์ที่ถูกผลิตออกมาเหมือนกับตัว Prototype ที่เคยโชว์ในงาน GENEVA Motor Show 2011 ทุกกระเบียดนิ้ว ซึ่งโดยปกติแล้วแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย... แต่ก็เป็นไปแล้วสำหรับ Nissan Juke ที่ได้รับความนิยมไม่น้อย โดยเฉพาะดีไซน์ที่ดูสวยงามจนมาถึงวันนี้

SUZUKI JIMNY
เพราะเคยเป็นสายลุยราคาประหยัดมาก่อน จึงมีการคาดเดาไปว่าเจ้า All - new Suzuki Jimny 2019 ที่ส่งตรงมาจากญี่ปุ่นคันนี้น่าจะมีราคาเริ่มต้นแบบสบายกระเป๋านักเลงออฟโร้ด ซึ่งความเป็นจริงแล้วไม่เป็นเช่นนั้นเลย เพราะราคาขายจริงสูงถึง 1.5 ล้านบาท สร้างความฮือฮาและดราม่ากันแบบสุดๆ แต่ที่เป็นเรื่อง “แปลกแต่จริง” ของ Suzuki Jimny 2019 ก็คือ ขายหมดในเวลาแสนสั้น!ใครที่พลาดตัวใหม่ล่าสุดไป ก็ลองมองหาความคลาสสิคจาก Suzuki Jimny รุ่นก่อนๆ ได้นะ

TOYOTA SIENTA
ส่งเข้าประกวดในหัวข้อ “แปลกแต่ปัง” อีกหนึ่งรายการสำหรับ Toyota เมื่อตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ (MPV) กำลังร้อนระอุ จึงส่ง Toyota Sienta ซึ่งเป็นเซกเม้นท์ใหม่ พร้อมชูฟังค์ชั่นประตูสไลด์ไฟฟ้าเพียงหนึ่งเดียว ( ที่คนไทยอาจจะไม่ชอบเท่าใดนัก) และถึงแม้ทุกวันนี้ทาง Toyota ยังจะไม่มีแผนชัดเจนว่าจะให้ Toyota Sienta ไปต่อในสายการผลิตหรือไม่มนอนาคต แต่ดูเหมือนว่าหลายๆ ครอบครัวก็ยังยกให้ Toyota Sienta เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ที่น่าใช้ โดยเฉพาะครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ เพราะว่ามีพื้นเตี้ยสะดวกในการขึ้นลง

MAZDA 2
รถยนต์อีโคคาร์ที่มีดีไซน์สวยงามและดูหรูหราจนได้รับความนิยมไม่น้อยถึงแม้ราคาค่าตัวอาจจะแพงกว่าเพื่อนๆ ในกลุ่มอีโคด้วยกัน นอกจากราคาแล้ว สิ่งหนึ่งที่แปลกกว่าใครเขาคือการหยิบเครื่องยนต์ดีเซลมาใช้กับรถยนต์ขนาดเล็กนี่ล่ะ

HYUNDAI H1
เป็นเรื่องที่น่าแปลกไม่น้อยสำหรับแบรนด์รถยนต์จากประเทศเกาหลีที่แม้จะมีคุณภาพระดับโลก แต่กลับไม่เป็นที่นิยมมากนักในประเทศไทยด้วยอคติที่ว่า “รถหรูราคาแพงแต่ขายต่อในราคาแสนถูก” มีเพียง HYUNDAI H1 หนึ่งเดียวเท่านั้นที่ยังคงยืนหยัดและทลายกำแพงที่ว่านั่นอย่างราบคาบ ด้วยการเป็นรถยนต์ MPV ที่ตอบโจทย์นักธุรกิจและครอบครัวด้วยการใช้งานที่หลากหลาย แถมยังขายต่อได้ราคาที่ดีด้วยความต้องการของตลาดที่น้อยคนนักจะรู้

HONDA ACCORD GENERATION 10
สร้างความ “แปลกใจ” ให้กับสาวกรถยนต์ Honda เป็นอย่างมากสำหรับ Honda Accord Gen 10 ตัวล่าสุด ที่ยกเลิกการใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร และ 2.4 ลิตร แล้วมาใช้เครื่องยนต์ใหม่ที่เล็กลงเป็น เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร เทอร์โบ จนใครๆ หลายคนคิดว่าเครื่องเล็กขนาดนี้จะเอาอยู่ไหมกับตัวถังที่ใหญ่ขนาดนี้ แต่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่าประสิทธิภาพความแรงดีกว่าเดิมแน่นอน แถมยังจะประหยัดมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก ส่วนเรื่องดีไซน์ก็ยังคงความเป็น Honnda Accord อยู่ไม่เปลี่ยนแปลง แต่ถ้าหากคุณหลงสเน่ห์เดิมๆ ของ Honda Accord เจเนอเรชั่นก่อนหน้านี้ ลองคลิกเข้าไปเลือกสักคันก่อนไหม

“ถึงจะแปลกในมุมที่ต่างกันไป แต่ที่สำคัญคือรถยนต์รุ่นเหล่านี้ได้รับความนิยมและยังคงเป็นที่ต้องการอย่างต่อเนื่อง ถ้าลงขายเป็นรถยนต์มือสองตอนนี้ รับรองได้ราคาดีแน่นอน”

ย้อนอดีต 5 รถยนต์ยอดนิยมของคนไทย ที่เวลาไม่อาจพรากความคูลไปจากความทรงจำได้

“16 ปี...แห่งความหลัง” ใครที่คุ้นกับท่อนหนึ่งในเพลงๆ นี้ ก็คงมีอายุอานามไม่น้อยแล้วใช่ไหมล่ะ ... เวลาผ่านไปเร็วจนน่าใจหาย วงการรถยนต์ก็เช่นกัน เมื่อในแต่ละช่วงเวลาอาจมีรถยนต์ที่เป็นไอคอนของยุคเกิดขึ้นแล้วก็เริ่มหายหน้าหายตาไปจากตลาดบ้าง หรือบางรุ่นอาจจะได้ไปต่อโดยพัฒนาต่อยอดเป็นเจเนอเรชั่นต่อไป คุณเองล่ะจำได้ไหมว่า 16 ปีที่ผ่านมา รถยนต์ในฝันของคุณคันไหนบ้างที่เคยอยู่ในความทรงจำมาจนถึงวันนี้ มาทบทวนกันสักหน่อยดีกว่า

HONDA CIVIC DIMENSION
หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า Honda Civic มีอายุอานามกว่า 46 ปีแล้วนะ เริ่มจากการเป็นรถยนต์ขนาดเล็ก สองประตูก่อนที่จะพัฒนาปรับปรุงให้ใหญ่ขึ้น ทั้งเครื่องยนต์และห้องโดยสารจนกลายเป็นรถยนต์ขนาดกลางที่มีคุณภาพไว้ใจได้ ทั้งในรูปแบบดีไซน์ เครื่องยนต์และช่วงล่าง ก่อนจะได้รับความนิยมมาจนถึงทุกวันนี้ โดยเฉพาะในเจเนอเรชั่นที่ 7 ซึ่งรู้จักกันดีในชื่อ Civic Dimension ออกจำหน่ายครั้งแรกในปี 2000 ภายใต้สโลแกน New Dimension หรือ “มิติใหม่แห่งยนตกรรมเหนือระดับ” ได้รับรางวัล Car of the Year ของประเทศญี่ปุ่น 2 ปีซ้อน จากการเป็นรถยนต์ที่มีเทคโนโลยีความปลอดภัยสูงสุด อีกทั้งยังมีคอนเซปท์การดีไซน์เพื่อเป็นมาตรฐานของรถยนต์ระดับคอมแพคท์ ส่งผลให้ Honda Civic Dimension มีพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวางมากขึ้น ประหยัดน้ำมันมากขึ้น และมีการปรับโฉมครั้งใหญ่ในปี 2004 เป็นเครื่องยนต์ 2.0ลิตร ซึ่งก็คือโฉมตาเหยี่ยว พิมพ์นิยมที่ยังคงโลดแล่นกันอยู่ไม่น้อยบนถนนเมืองไทย

SUZUKI CARIBIAN
นักเลงออฟโร้ดรุ่นคลาสสิค มีหรือที่จะไม่รู้จัก Suzuki Caribian รถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อขนาดเล็ก แต่สมรถถนะเยี่ยมคันนี้ Suzuki Caribian ถูกนำเข้ามาในไทยครั้งแรกเมื่อประมาณปี 1977 เพื่อใช้ในราชการทหาร ก่อนที่จะเริ่มจำหน่ายให้กับคนทั่วไปในปี 1982 ในรูปแบบรถยนต์แวนสี่ที่นั่ง เครื่องยนต์ 1300 และได้รับความนิยมสุดๆ ในยุคนั้น เพราะราคาสุดคุ้มค่า เหมาะที่สุดสำหรับขาลุยป่าลุยเขา แถมยังดูแลรักษาง่าย เครื่องยนต์ไม่ซับซ้อน อะไหล่ก็หาง่าย แต่น่าเสียดายที่ทาง Suzuki ประกาศยกเลิกสายการผลิตเจ้าจิ๋วขาลุยนี้ไปแล้วตั้งแต่ปี 2005

HONDA JAZZ
ไม่น่าเชื่อว่า เราได้รู้จักสุดยอดรถยนต์สายขนในปัจจุบันอย่าง Honda Jazz มานานร่วม 18 ปี แล้ว รถยนต์แฮตช์แบ็ก 5 ประตูรุ่นนี้ พลิกโฉมพฤติกรรมการใช้รถยนต์ด้วยดีไซน์ที่แปลกใหม่ คล่องตัว และเปี่ยมด้วยประโยชน์ใช้สอย ซึ่งที่ญี่ปุ่น เรียกรถยนต์รุ่นนี้ว่า Honda Fit มีหมายความว่า Perfect นั่นเอง และจากความนิยมอันล้นหลามทั่วโลก Honda Jazz ถูกผลิตมาเป็นเจเนอเรชั่นที่ 3 แล้ว และก็ได้ไปต่ออีกยาวๆ ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร ประหยัดน้ำมัน วิ่งในเมืองก็ได้ ไปต่างจังหวัดก็ดี ที่สำคัญคือฟังค์ชั่นพับเบาะหลังเพื่อเพิ่มพื้นที่วางสัมภาระได้อย่างหลากหลายรูปแบบที่เราแทบจะหาจากรถยนต์คันอื่นๆ ไม่ได้

BENZ C200
Mercedes Benz C-Class คือรถยนต์ซีดานที่มีกลุ่มผู้ใช้ค่อนข้างหลากหลาย อีกทั้งยังเป็นคลาสที่ถูกนึกถึงเป็นลำดับแรกก็ว่าได้เพราะภาพลักษณ์ที่หรูหรา แต่ไม่ดูสูงวัยจนเกินไปเท่ากับ E-Class เริ่มผลิตตั้งแต่ปี 1993 เป็นต้นมา โดยเฉพาะในรุ่น C200 ที่ใช้เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ขนาด 4 สูบ มาพร้อมกับความสง่าผ่าเผยและงานออกแบบภายนอกที่อาจจะไม่หวือหวามากนัก แต่ก็เรียบง่าย อย่างไรก็ดีถึงแม้ว่า Benz C200 ตอนนี้อาจจะเลิกผลิตไปเรียบร้อยแล้ว แต่ในตลาดรถยนต์มือสองเมืองไทยก็ยังสามารถตามหาซื้อได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

TOYOTA TIGER D4D
Toyota Hilux Tiger D4D ถือว่าเป็นการยกระดับนักเลงรถกระบะให้ดูหรูหรา ตามคำว่า Hilux ที่มาจาก Highly-Luxurious โดยเฉพาะในรุ่น Toyota Hilux Tiger ในเจเนอเรชั่นที่ 6 ที่สร้างความฮือฮาให้กับชาวไทยสุดๆ ตั้งแต่ภาพยนตร์โฆษณาที่พระเอกแต่งตัวอย่างหรูขับรถกระบะทะลุกระจกฝ่าดงกระสุนไปช่วยนางเอกเมื่อปี 1998 ซึ่งในโฉมนี้ประเทศไทยเป็นฐานส่งออกไปประเทศต่างๆทั่วโลกอีกด้วยนะ ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 5 ลิตร มีการนำระบบหัวฉีดแบบรางมาใช้เป็นเจ้าแรกๆ และมีการเปลี่ยนไปใช้เครื่องยนต์ D4D ในปี 2001 ก่อนที่จะมีการเลิกผลิตไป และพัฒนาเป็น Toyota Hilux Vigo ต่อมา

“รถยนต์ยอดนิยม แม้จะเก่าแต่ก็เก๋าเกม บางรุ่นอาจจะเลิกผลิตไปนานแล้ว แต่ก็ยังมีคนหาซื้ออยู่เพียบ หากคุณมีรถใช้แล้วสภาพดี ก็ลองเข้ามาใน RodKaidee แล้วโพสขายเลย ง่ายนิดเดียว”

7 สุดยอดรถยนต์น่าใช้ สำหรับผู้บริหารป้ายแดง

ยินดีด้วยครับผู้จัดการ... คุณได้เลื่อนตำแหน่งแล้ว !
ประโยคแบบนี้ใครๆ ก็อยากได้ยินกันทั้งนั้นใช่ไหมล่ะ เมื่อเป้าหมายสูงสุดในชีวิตการทำงานของคุณมาถึงแล้ว ก็เจียดเวลาไปหารางวัลให้กับตัวเองสักหน่อย เป็นระดับผู้บริหารทั้งที มันต้องมีรถยนต์ที่ดูภูมิฐานและเหมาะสมกับหยาดเหงื่อที่เสียไป มาดูกันว่า รถยนต์รุ่นไหนบ้างที่เหมาะกับ “ผู้บริหารป้ายแดง” เช่นคุณ

VOLVO S90 T8
VOLVO แบรนด์รถยนต์หรูเคียงคู่ผู้บริหารมาอย่างยาวนานด้วยชื่อเสียงด้านความปลอดภัยที่เชื่อใจได้ ซึ่ง VOLVO S90 T8 นั้นเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งด้วยกับเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร 1,969 ซีซี. เทอร์โบคู่ กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหน้าและเทคโนโลยีความสะดวกสบายที่อธิบายทั้งวันก็ยังไม่หมด อาทิ ระบบบันทึกความจำตำแหน่งที่นั่ง ระบบความปลอดภัย City Safety หรือแม้แต่ความบันเทิงจากระบบเครื่องเสียง Bowers & Wilkins กับลำโพง 19 ตัว

BMW 520d
การันตีความนิยมจากยอดขายกว่ามากกว่า 8 ล้านคันทั่วโลก ใครๆ ต่างเทใจให้กับ BMW Serie 5 ซึ่งนับเป็น Executive Car ที่ผู้บริหารวัยหนุ่มต่างหมายปอง และรอคอยเป็นเจ้าของในสักวันหนึ่ง โดยเฉพาะรุ่น 520d ที่มีขุมพลังให้เลือกหลากหลายทั้งเบนซินเทอร์โบและดีเซลเทอร์โบ ด้วยพละกำลัง 190 แรงม้า จากเครื่องยนต์ดีเซล 2 ลิตร ที่ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 8.66 วินาที แถมยังมอบความสบายให้ผู้นำยุคใหม่อย่างคุณด้วยห้องโดยสารที่กว้างขวางและการตกแต่งที่ทันสมัย พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอย่างครบครันเลยทีเดียว

BMW X5
สำหรับผู้บริหารที่ชอบลุย แต่ก็ยังต้องการความหรูหราและนุ่มนวล BMW X5 จำเป็นคำตอบสุดท้ายของคุณอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะ BMW X5 ไม่ได้ถูกนิยามให้เป็นเพียงรถยนต์ SUV แต่เป็น SAV (Sport Activity Vehicle) ที่แม้จะมีขนาดใหญ่ แต่ความปราดเปรียวไม่เป็นสองรองใคร โดยตัวโมเดล BMW X5 xDrive40e ซึ่งเป็น Hybrid สามารถชาร์จไฟฟ้าจากที่บ้านเหมือนเครื่องใช้ไฟฟ้าได้เลย เครื่องยนต์ TwinPower Turbo ขนาด 2.0 ลิตรผนวกกับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า eBOOST สร้างแรงร่วมกันได้ถึง 313 แรงม้า สามารถปรับโหมดการขับขี่ได้หลายแบบ อาทิ Eco Pro, Comfort, Sport และ Sport + มาพร้อมหน้าจอขนาด 6.24 นิ้วแบบ Full HD มีให้เลือก 2 แบบคือ RAM 4GB หรือ 6 GM ดีไซน์สวยงามและเป็น Pure Android ที่ช่วยให้การทำงานเป็นไปได้แบบไม่มีสะดุดด้วย

BENZ S300
เป็นที่รู้กันดีว่า หากพิจารณาเรื่องความหรูหราและความสบายแล้วล่ะก็ Mercedes Benz S Class คือสุดยอดรถยนต์ของผู้บริหารแบบไม่ต้องสงสัย โดยเฉพาะในรุ่น S300 ที่จัดว่าเป็นระดับ Top ของรุ่นเลยก็ว่าได้ ซึ่ง Mercedes Benz S300 Bluetec Hybrid มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลผสานพลังกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 27แรงม้า ช่วยลดปัญหาการปล่อยมลพิษได้อย่างดีและประหยัดน้ำมันพร้อมอัตราเร่งที่ความเร็ว 0-100 กม/ชม ใช้เวลาเพียง 7.6 วินาทีเท่านั้น ภายในห้องโดยสารก็กว้าง ตกแต่งหรูหราด้วยชุดเครื่องหนัง ชุดไม้ และอลูมิเนียม เบาะหลังที่ออกแบบให้นั่งสบาย ผ่อนคลายกับเบาะนวดและ สะดวกกับคอนโซลที่สามารถควบคุมระบบต่างๆ ภายในได้ เหมาะสำหรับผู้บริหารที่มีพลขับเป็นของตัวเองจริงๆ

TOYOTA VELFIRE
ความเหน็ดเหนื่อยที่ทนทำงานมานานเเสนนาน จะหายมลายไปสิ้นเพียงคุณมี Toyota VELFIRE สักคันจอดไว้ในโรงรถเพื่อแสดงความหรูหราและเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตที่ประสบความสำเร็จไม่ว่าจะเป็นเรื่องการงานหรือครอบครัวก็ตาม โดย Toyota VELFIRE ถูกออกแบบให้ดูมีความภูมิฐานและมีกลิ่นอายของความสปอร์ตมากกว่า Toyota Alphard มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบแถวเรียง ขนาด  2.5  ลิตร สามารถทำกำลังสูงสุดได้ถึง   180  แรงม้า แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับความสบายของห้องโดยสาร เบาะหลังที่ไม่ต่างอะไรกับการนั่งเครื่องบินแบบ First Class แถมยังมีระบบฟอกอากาศและเปลี่ยนเฉดสีของไฟได้ถึง 16 แบบตามอารมณ์ ต่อให้เจองานเครียดขนาดไหนก็เอาอยู่เลยคันนี้

PORCHE CAYENNE
รถยนต์ SUV ที่มีทรวดทรงงดงามแต่มีพลังแฝงอย่างไม่น่าเชื่อ เหมาะกับผู้บริหารสาวสวย มากความสามารถจะเป็นรุ่นไหนไม่ได้นอกจาก Porche Cayenne ที่แค่เห็นไฟหน้าก็เหมือนโดนต้องมนต์สะกดไปเรียบร้อยแล้ว โดยในรุ่น Cayenne E-Hybrid ใช้เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ Plug-In Hybrid V6 3.0 ลิตร 340 แรงม้า เสริมพลังด้วยระบบขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า 136 แรงม้า จับคู่เกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะ 8 จังหวะ Tiptronic S สามารถเร่งออกตัวจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียง 5.0 วินาที ให้ความเร็วสูงสุดถึง 253 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ห้องโดยสารภายในตกแต่งเรียบหรู พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นสปอร์ต 3 ก้าน จอสัมผัสขนาดใหญ่พร้อมระบบ infotainment system 12.3นิ้ว พร้อมคอนโซลกลางรวมฟังก์ชั่นการทำงานทุกอย่างในที่เดียว

FORD MUSTANG
ผู้บริหารรุ่นใหม่ที่ต้องการแสดงถึงพลังและความกระตือรือร้น Ford Mustang EcoBoost 2.3 คือตัวเลือกเดียวที่เหมาะจะเป็นพาหนะคู่ใจ แบบไม่ต้องพึ่งคนมาขับ ด้วยเครื่องยนต์ EcoBoost 2.3 L ซึ่งให้กำลังสูง 300 แรงม้า ตอบโจทย์ทั้งด้านความแรง ความประหยัดน้ำมัน แถมยังช่วยลดมลพิษบนท้องถนนอีกต่างหาก เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีดใช้ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย ทำให้ถ่ายทอดกำลังสู่พื้นถนนอย่างเต็มสมรรถนะ เพิ่มความสนุกสนานในการขับขี่ทุกสภาพเส้นทางด้วยโหมดการขับขี่ 5 แบบ พร้อมฟีเจอร์อื่นๆ ที่บ่งบอกความเป็นผู้นำยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นล้อแม็กอัลลอย ห้องโดยสารแบบสปอร์ตที่ออกแบบมาจากห้องนักบิน มาตรวัดหน้าจอ LCD ขนาด 12 นิ้วที่แสดงภาพกราฟฟิคข้อมูลเกี่ยวกับรถอย่างงดงามหรือระบบ Entertainment ที่ถูกจับใส่มาแบบครบครัน

“ เรารู้ว่าผู้นำยุคใหม่อย่างคุณ เรื่องการบริหารไม่เป็นสองรองใครอยู่แล้ว แต่ถ้าเรื่องการหารถยนต์ให้สมกับความสำเร็จในชีวิต ให้ Kaidee ช่วยได้ ไม่ว่าจะหารถยนต์มือสอง หรือลงขายรถยนต์ที่มีอยู่เพื่อไปซื้อรถยนต์ป้ายแดงในฝัน ”

รถพลังงานสะอาดเป็นยังไง? ทำไมถึงเป็นอนาคตใหม่แห่งการเดินทาง

พร้อมกันหรือยัง? รถพลังสะอาด อนาคตใหม่แห่งการเดินทาง

เราคงได้เห็นภาพหรือข่าวคราวเกี่ยวกับรถยนต์ที่ใช้พลังงานทางเลือกมาเป็นระยะเวลานึงแล้ว ซึ่งกระแสดังกล่าวก็เกิดขึ้นอย่างจริงจังในหลายๆ ประเทศ เช่น ประเทศนอร์เวย์มีนโยบายยกเลิกการขายรถยนต์พลังงานเชื้อเพลิงในปี 2025 เช่นเดียวกันกับอินเดีย ฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร ที่ตั้งเป้าว่ารถยนต์ที่ใช้ในประเทศทุกคันจะใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดภายในปี 2040 หรือแม้แต่ประเทศจีนซึ่งเป็นพี่ใหญ่ในวงการอุตสาหกรรมรถยนต์ก็เริ่มปรับตัวเรียบแล้ว

สำหรับประเทศไทยเอง หลังจากที่ประสบปัญหามลพิษจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 อย่างต่อเนื่อง ประเด็นการใช้รถยนต์พลังงานทางเลือก ก็ถูกหยิบมาพูดถึงกันอย่างหนาหูอีกครั้ง ซึ่งหากยังจำกันได้ เมื่อสองปีที่แล้วมีมาตรการส่งเสริมจากทางรัฐบาลที่กระทรวงการคลังได้ออกประกาศเกี่ยวกับการลดอัตราภาษีสรรพมิตของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (Electric Vehicle) ลงเหลือ 2% เพื่อจูงใจให้ค่ายรถยนต์หันมาทำตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น

ว่าแต่รถยนต์พลังงานทางเลือก หรือรถยนต์พลังงานสะอาด มีแบบไหนบ้าง แล้วทำไมเราจำเป็นต้องใช้มันด้วยล่ะ?

อย่างที่ทราบกันว่า สิ่งสำคัญที่สุดของการใช้รถยนต์พลังงานทางเลือกคือเรื่องสิ่งแวดล้อม ก็เพราะรถยนต์ส่วนใหญ่เป็นเครื่องยนต์สันดาปภายใน ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษ ฝุ่นควันจนลามไปถึงฤดูกาลที่แปรปรวน ซึ่งรถยนต์พลังงานทางเลือกที่ได้รับการพูดถึงก็คือ

รถยนต์พลังงานก๊าซธรรมชาติ (NGV) : รถยนต์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงทดแทนน้ำมัน ซึ่งสากลเรียกว่า CNG โดยข้อดีของการใช้พลังงานประเภทนี้คือ สะอาด ไม่ก่อให้เกิดควันดำ และที่สำคัญคือ ปลอดภัย ลุกไหม้ได้ยากกว่า

รถยนต์พลังงานไฮบริด (Hybrid) : เป็นการใช้พลังงานที่เกิดจากการผสมผสานการทำงานในแบบเครื่องยนต์สันดาปภายในและพลังงานไฟฟ้าจากมอเตอร์ โดยมีระบบคำนวนการทำงานแบบอัตโนมัติว่าจะเลือกใช้เครื่องยนต์ชนิดไหนในการขับเคลื่อน ช่วยลดมลพิษบนท้องถนนได้ส่วนหนึ่ง

รถยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (Electric Vehicle) : ที่เราเรียกกันสั้นๆ ว่า EV เป็นรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งหมด 100% โดยใช้แบตเตอรี่เก็บพลังไฟฟ้า ส่งต่อตัวแปลงกระแสไฟฟ้าไปยังมอเตอร์และสร้างพลังการขับเคลื่อน ซึ่งความสำคัญอยู่ที่แบตเตอรี่ลิเธียม ไอออน ซึ่งสามาาถเก็บพลังงานได้มากและมีอายุการใช้งานที่นาน คงทน

แม้ปัจจุบันสัดส่วนการขายรถยนต์ EV จะอยู่เพียง 1% ของยอดขายรถใหม่ แต่ผลสำรวจที่ว่า 44% ของคนไทยมีความสนใจเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้าเป็นรถยนต์คันต่อไป ชี้ให้เห็นชัดเจนว่าคนไทยให้การตอบรับกับกระแสรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามากขนาดไหน ซึ่งในอนาคตหากภาครัฐเองให้การสนับสนุน ก็จะมีส่วนทำให้เกิดการลงทุนพัฒนา รวมถึงการแข่งขันของตลาด ส่วนภาคเอกชนก็มีการส่งเสริมกันอย่างเต็มที่แล้ว สังเกตุได้จากสถานีแท่นชาร์จที่เริ่มติดตั้งมากกว่า 100 จุดในกรุงเทพแล้ว และเร่งขยายการติดตั้งเพิ่มเติมในต่างจังหวัดโดยเฉพาะหัวเมืองใหญ่ๆ ให้เร็วที่สุด เพื่อตอบโจทย์ความต้องการใช้รถยนต์พลังไฟฟ้าแบบสมบูรณ์ในประเทศไทย

“ก่อนจะถึงวันนั้น เรามาเตรียมความพร้อมสำหรับการรักษาสิ่งแวดล้อม ต้อนรับกระแสรถยนต์พลังงานสะอาดก่อนใครในราคาสบายๆ ที่ RodKaidee สักคันดีไหม”

เสริมดวงให้รถคันใหม่ สบายใจด้วยเลขมงคล

แม้โลกปัจจุบันจะถูกขับเคลื่อนด้วยแนวความคิดและเทคโนโลยีใหม่ๆ แต่ศาสตร์ในเรื่อง “ดวงชะตา” ก็เป็นปัจจัยที่หลายๆ คนให้ความสำคัญอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นพ่อรุ่นแม่ตลอดจน คนรุ่น Gen Y เพราะเรื่องเหล่านี้ยังคงอยู่เคียงบ่าเคียงไหล่กับคำว่านวัตกรรมอย่างแนบเนียน ลองนึกถึงเวลาที่คุณออกรถป้ายแดงที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีและฟังค์ชั่นสักคัน แต่มันก็ยังไม่สบายใจอยู่ดีใช่ไหมล่ะ ถ้าคุณยังไม่มีเลขทะเบียนดีๆ ที่สวยโดนใจ ให้โชคให้ลาภ เพื่อเป็นอีกหนึ่งความหวังในการใช้ชีวิตให้ราบรื่น ปลอดภัย

ถ้าคุณอยากฟินให้สุด หยุดที่การค้นหา “เลขทะเบียน”  กับ RodKaidee ได้เลย และถ้ายังไม่รู้ว่า เลขทะเบียนที่หมายปองนั้น มันเป็นมงคลแก่ตัวหรือไม่ ที่นี่มีคำตอบ!

1. ทะเบียนเฮง ชีวิตรุ่ง มุ่งตรงไปที่เลขผลรวม
ข้อแรกนี้คือการนำเอาเลขทะเบียนมาบวกกันเพื่อหาผลรวมโดยที่ไม่ต้องสนใจตัวอักษรกับเลขด้านหน้า เช่น ทะเบียน 4 กข 2562 ให้คำนวนผลรวมจากเลข 2562 ซึ่งวิธีบวกจะเป็นการบวกจนได้

เป็นเลขหลักเดียว ในกรณีนี้คือ 2+5+6+2 = 15 จากนั้นจึงเอาเลข 1+5=6 ดังนั้นผลรวมของทะเบียนนี้คือเลข 6 ซึ่งหมายความว่า เจ้าของรถจะมีคนอุปถัมภ์ แคล้วคลาดจากเหตุการณ์ที่ไม่ดี เป็นต้น ถ้าอยากได้เลขทะเบียนมงคล ควรมีผลรวมของตัวเลขเป็น 1, 2, 4, 5, 6, 8 หรือ 9 ส่วนถ้าบวกออกมาแล้วได้ผลรวมเป็นเลข 3 และ 7 ควรหลีกเลี่ยง

นอกจากนี้ยังมีวิธีเลือกเลขทะเบียนมงคลจากผลรวม ตามความเชื่อที่ถูกกล่าวกันมาจากนักโหราศาสตร์อื่นๆ เช่น ถ้าบวกเลขทั้งหมดแล้วได้ผลรวมมากกว่า 5 ขึ้นไป ถือเป็นเรื่องดี เป็นต้น

2. ส่งพลังชีวิตที่ดีในทันทีด้วยสูตรคู่เลข
ว่ากันว่าเรื่องของ “คู่เลข” สำคัญมากกว่าผลรวมเสียอีก ดังนั้นอย่าเพิ่งตกใจไปถ้าเลขทะเบียนที่คุณแอบชอบมีเลขผลรวมไม่ดีนัก ให่้กลับมาดูที่คู่เลขอีกครั้ง เช่น ทะเบียนรถ 4 กข 2562  จะประกอบไปด้วยคู่เลข 25, 56, 62 (ไม่ต้องสนใจเลขหมวดหน้าสุดกับตัวอักษรเช่นกัน)

เสริมเมตตา มหานิยม ได้แก่ 22, 23, 24, 26, 29, 32, 36, 42, 62, 63 และ 92
เสริมความร่ำรวย การค้าดี มีทรัพย์ ได้แก่ 24, 28, 36, 42, 63, 66 และ 82
เสริมบารมี มีแต่คนนับถือ ได้แก่ 15, 35, 45, 51, 53, 54, 89, 98 และ 99
เสริมดวงแคล้วคลาด ปราศจากภัย ได้แก่ 15, 35, 49, 51, 53, 55, 94, 95 และ 99

เรารู้ว่าความเชื่อเรื่องการเสริมดวงจะทำให้คุณรู้สึกสบายใจในการใช้ชีวิตมากขึ้น แต่ที่สำคัญคือความไม่ประมาท ซึ่งมีเพียงคุณเท่านั้นที่หาได้ ส่วนเรื่องเลขทะเบียนรถ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเรา เพียงแค่กดเข้ามาที่ RodKaidee เลขมงคลรอคุณอยู่เพียบ”

5 รุ่นป้ายแดงก็น่าจอง มือสองก็น่าใช้

ร้อน หนาว แดด ฝน จะผ่านไปกี่รอบฤดูกาลคนไทยส่วนใหญ่ก็ยังฝากผีฝากไข้กับระบบขนส่งมวลชนไม่ได้สักที ใครที่พอมีกำลังก็ต้องช่วยเหลือตัวเองด้วยการมองหามอเตอร์ไซค์ หรือรถยนต์มาบรรเทาความทุกข์ยากจากการเดินทางเพื่อไปทำงาน หรือกิจกรรมต่างๆ ของครอบครัว แม้ว่าจะต้องแบกรับภาระค่าผ่อน ค่าน้ำมันจิปาถะเพิ่มมากขึ้นก็ตามที ยังโชคดีที่ตลาดรถยนต์บ้านเรานั้นไม่เคยเงียบเหงาทั้งป้ายแดง และมือสอง วันนี้เราจะพาคุณมาส่อง 5 รุ่นรถยนต์ที่คนสนใจมากที่สุดใน RodKaidee แหล่งซื้อ-ขายรถยนต์มือสองออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เพื่อเอาไปเปรียบเทียบชั่งใจกับป้ายแดงในตลาดตอนนี้กันครับ

อันดับ 5 Honda Jazz
รถเล็กทรงกล่อง จุใจสายขนจนไม่น่าจะเป็นไปได้แบบนี้นี่แหละ ที่ทำให้มันได้รับความนิยมจากทุกเพศทุกวัยในตลาดมือสอง เจอมาหลายคันที่ใช้งานกันหลักสิบปี แต่ก็ยังดูดีไม่แตกต่างจากรถใหม่ป้ายแดง และด้วยจำนวนที่เยอะจนล้นถนนขนาดนี้คุณก็สบายใจได้ถึง อุปกรณ์ตกแต่ง อะไหล่ และการซ่อมบำรุงต่างๆ ว่าไม่มีทางขาดตลาดกันไปอีกนานนนน ผิดกับฝั่งป้ายแดงที่ดูจะยังขายกันแบบเงียบๆ หน้าตาที่ปรับปรุงใหม่ภายใต้โครงสร้างตัวถังเดิมก็ดูไม่ว้าวนัก ซึ่งน่าจะเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้รถมือสองได้รับความนิยมมากกว่าเพราะมันดูแทบไม่แตกต่างกันจริงๆ

อันดับ 4 Toyota Vios
หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า Toyota ได้จัด Segment รถรุ่นนี้ให้เป็นอีโค่คาร์ของทางค่ายที่คลอบคลุมฐานลูกค้าได้กว้างสุดๆ สมกับตัวถังของมันที่ใหญ่สุดในกลุ่มรถอีโค่คาร์ และหลายคนที่ใช้งานมันก็ไม่ได้รู้สึกว่านี่คือรถเล็กราคาประหยัดแบบค่ายอื่นเลยด้วย แถมอาจจะรู้สึกดีกว่าลูกพี่ Altis ด้วยซ้ำว่าฉันไม่ใช่ Taxi นะยะ ในขณะที่ฝั่งป้ายแดงก็มีการทำการตลาดอย่างหนักหน่วงเพื่อช่วงชิงหัวใจวัยทีนที่คิดอยากมีรถคันแรกกัน ซึ่งราคาปลายทางก็ใกล้เคียงกันมากทั้งมือหนึ่งมือสองหากคุณคิดจะผ่อนมันยาวๆ เอาว่ารุ่นนี้ขอปันใจให้ป้ายแดงมากกว่าตามสไตล์โอตะก็แล้วกัน

อันดับ 3 Honda CRV
รถครอบครัวที่ได้รับความนิยมสุดๆ ด้วยภาพลักษณ์ที่ดีงาม เครื่องยนต์เดินเงียบ และช่วงล่างที่นุ่มนวลกว่ารถ PPV อยู่หลายขุม ถึงหน้าตาจะเปลี่ยนโฉมเป็นคนละคนตามยุคสมัย แต่รุ่นเก่าๆ ก็ยังได้รับความไว้วางใจกันอย่างล้นหลาม หนึ่งปัจจัยก็คงเป็นเรื่องอรรถประโยชน์ที่ไม่เคยด้อยลงตามกาลเวลา ที่หายไปก็คงมีแต่ค่าตัวที่ยิ่งโดนใจแฟนๆ ที่รอช้อนซื้อกันนี่แหละ ด้านป้ายแดงก็ยังแทงกั๊ก minor change กันหลายรอบไม่ยอม model change สักที ถ้าใจร้อนก็มองหามือสองสภาพดีๆ น่าจะถูกใจกว่าแน่นอน

อันดับ 2 Honda Civic
Honda Civic นี้เรียกได้ว่าครองใจวัยรุ่นขาแรงได้ยาวนานมาหลายสิบปี จะซิ่งแบบคลาสสิคก็ดูดีกับรถมือสองหลากโมเดล หรือออกป้ายแดง RS 1.5 Turbo ที่หล่อเสร็จจากโรงงานก็แสนจะเหมาะสม เป็นรุ่นที่จัดว่ารักพี่เสียดายน้องจริงๆ อันนี้ก็แล้วแต่คุณๆ เลยแล้วกันว่าหลงรักทางเลือกไหน กำเงินในกระเป๋าแล้ววางเงินดาวน์ได้เลยครับ เลือกดีๆ แล้วจะไม่มีคำว่าเสียใจแน่นอนกับรุ่นนี้

อันดับ 1 BMW series 3
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า E30 กลายเป็นรุ่นสุดแรงที่แทงทะลุรุ่นรถปีใหม่ๆ ขึ้นมาได้แบบงงๆ ใน RodKaidee แต่เมื่อมองให้ลึกคุณก็จะหายสงสัยแน่ๆ เพราะมันยังคงความสวยงามคลาสสิคข้ามกาลเวลา และยังมีอุปกรณ์ตกแต่งทั้งตรง แท้ เทียบ เทียม ให้คุณเล่นสนุกกับมันได้ตามแต่จะจินตนาการ และค่าตัว ณ ปัจจุบันก็ถูกแสนถูก ซึ่งความนิยมนี้ในตลาดรถมือสองก็ลามไปถึงรุ่น E36 และ E46 อีกด้วยซึ่งรุ่นที่เก่าๆ แบบนี้จะไม่มี BSI ให้ ก็คงต้องมองหาการรับประกันหลังการขายที่เชื่อถือได้จากผู้ประกอบการกันอีกทีเพื่อความสบายใจในการใช้งานระยะยาว ในขณะที่มือหนึ่งก็เพิ่งเปิดตัวกันไปแบบล้ำๆ และย้ำความเชื่อมั่นในแบรนด์สุดซิ่งนี้ด้วยการรับประกัน BSI ยาวๆ กันถึง 5-10 ปี (แล้วแต่รุ่น/โชวรูม) คือถ้างบคุณเหลือๆ ถอยป้ายแดงก็นับว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

และนอกจาก 5 รุ่นยอดนิยมที่แนะนำไปแล้วก็ยังมีรถสวยๆ อีกหลายหมื่นคันใน RodKaidee ให้คุณเลือกชมอย่างจุใจ มันต้องมีเนื้อคู่คุณสักคันละน่า

รถ 5 รุ่นสุดเซอร์ไพรส์ ที่คันไม่ใหญ่แต่จุกว่าที่คิด

หากคุณเข้ามาอ่านตรงนี้แล้วหวังจะได้เห็นข้อมูลรถยนต์สมรรถนะสูงปรี๊ด แรงม้าเอาเรื่อง เครื่องยนต์ฟิต สตาร์ตติดง่าย อาจจะผิดหวังเล็กน้อย เพราะวันนี้เราขอเอาใจคน “ขนเยอะ” ที่กำลังมองหารถยนต์ที่มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง เหมาะสำหรับการเดินทางไกล ไปเปิดท้ายขายของ หรือขนของกลับบ้านไปฝากญาติพี่น้องในช่วงหยุดซัมเมอร์นี้... มาดูกันว่ารถยนต์ “สายขน” ที่วัดกันเรื่องการบรรทุกล้วนๆ ความเร็วไม่เกี่ยวนั้น จะมีรุ่นไหนกันบ้าง

1. HONDA JAZZ
รถยนต์มหาชนของคนทุกไฟล์สไตล์ วิ่งในเมืองก็ได้ ไปเที่ยวต่างจังหวัดก็ดี กับเครื่องยนต์i V-TEC ขนาด 1.5 ลิตร ดีไซน์สปอร์ตโฉบเฉี่ยวไฉไล พื้นที่ห้องโดยสารก็กว้างสบายพร้อมห้องสัมภาระด้านท้ายขนาดใหญ่ แต่ที่ต้องมอบรางวัลชนะเลิศเรื่องการบรรทุกให้เลยคือเบาะที่นั่งที่สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้ถึง 4 แบบด้วยกัน คือพับได้ทุกเบาะและพิเศษตรงที่เบาะหลังสามารถพับราบได้เลยด้วย นั่นจึงเป็นข้อสรุปที่ว่า ทำไม HONDA JAZZ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนเมืองที่มี (ของ) ขนเยอะ!

2. NISSAN NOTE
รถยนต์คอมแพ็คแฮตช์แบค 5 ประตู ที่มีดีไซน์ล้ำสมัย ดูปราดเปรียวคันนี้ มีดีที่การออกแบบห้องโดยสารให้มีเพดานที่สูงและเพิ่มพื้นที่บริเวณขาช่วยให้นั่งสบายมากขึ้น ในขณะเดียวกันเบาะที่นั่งยังสามารถพับและปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการไม่ว่าจะเป็นแบบ 60:40 (พับเบาะหลังหนึ่งข้าง) หรือะสร้างพื้นที่เก็บสัมภาระแบบเต็ม 100% เมื่อพับเบาะหลังลงทั้งหมด ซึ่งถ้าเทียบกับสมรรถนะเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตรแล้ว ต้องถือว่าเป็นรถยนต์จิ๋วแต่แจ๋วจริงๆ สำหรับสายขนอย่างคุณ

3. MITSUBISHI MIRAGE
Eco Car สุดประหยัดที่นอกจากจะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังเป็นมิตรกับสาวๆ สายช้อป ที่มีสัมภาระเยอะแยะ ไม่ว่าจะเป็นรองเท้า กระเป๋าหรือเสื่อฟิตเนส ฯลฯ แม้เบาะหลังจะสามารถพับได้เพียงแบบ 60:40 แต่เพียบพร้อมไปด้วยฟังค์ชั่นสำหรับสายขนอีกมากมาย อาทิ กล่องเก็บของท้ายรถ ช่องเก็บของหลังเบาะผู้โดยสารด้านหน้า ตะขอแขวนของ ช่องเก็บของทั้งบริเวณคอนโซลหน้าและใต้พวงมาลัย แล้วไหนจะที่วางแก้วอีก 3 ใบ...ไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมล่ะ ว่าที่เห็นรูปร่างเล็กๆ จะเก็บของได้จุใจขนาดนี้

4. SUZUKI ERTIGA
รถยนต์ขนาด 7 ที่นั่งกับเครื่องยนต์ K15B ขนาด 1.5 ลิตร เหมาะสำหรับสายขนที่มากันเป็นครอบครัว เย็นสบายทั่วพื้นที่ตลอดเส้นทางด้วยช่องปรับอากาศแถวหลัง มาพร้อมความจุพื้นที่เก็บสัมภาระสูงสุดถึง 803 ลิตร สะดวกสุดๆ ทุกการใช้งานด้วยการปรับพื้นที่นั่งแถวที่สองแบบ 60:40 และการปรับพื้นที่นั่งแถวสุดท้ายแบบ 50:50 ช่วยให้รองรับงานบรรทุกสัมภาระได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5. MG ZS
รถยนต์เอสยูวีพรีเมียมสัญชาติอังกฤษกับขนาดเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร พร้อมด้วยฟีเจอร์ที่หลากหลายทั้งเรื่องสมรรถนะ การควบคุม ตลอดจนการออกแบบ ทำให้รถยนต์คันนี้ถูกยกให้เป็น Smart Car สำหรับคนสมาร์ทๆ อย่างคุณเลยทีเดียว พื้นที่ใช้สอยก็กว้างขวาง โดยเฉพาะเบาะนั่งด้านหลังนั่งยืดขาได้สบายๆ แถมยังสามารถพับแยกส่วนได้แบบ 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการเก็บสัมภาระได้อีกต่างหาก ที่สำคัญต้องนับว่า MG ZS มีราคาค่าตัวน่ารักน่าลุ้นมากสำหรับรถยนต์อเนกประสงค์ที่มีหน้าตาดูดีมีชาติตระกูลเช่นนี้

“ว่าแต่คุณกำลังไว้ขน เอ้ย มองหารถยนต์ที่เหมาะกับการขนของอยู่หรือเปล่า ถ้าใช่ล่ะก็ลองมาเลือกกันดูไหมที่ RodKaidee.

แบบนี้ก็มีแฮะ!! เปลี่ยนของใช้ใกล้ตัว ให้เป็นตัวช่วยดูแลรถ

การเป็นเจ้าของรถยนต์สักคัน เป็นความฝันที่ทำให้หลายคนยอมทุ่มเททั้งงานและเงินเพื่อให้ได้มาครอบครอง  หมายปองคันไหนก็จับจองกันไป แต่ไม่มีรถคันไหนหรอกที่จะคงความใหม่กริ๊บไว้ได้ตลอดไป เพราะหากคุณปล่อยปะละเลย ให้มันดูเก่า เศร้าหมอง มองไปทางไหนก็เห็นแต่คราบ มากไปด้วยรอยรอบคัน  ครั้นจะอยากได้คันใหม่ ก็ปล่อยขายคันเก่าลำบาก...ก็มันโทรมขนาดนี้ใครจะสนใจรับช่วงต่อไปใช่ไหมล่ะ!

วันนี้เรามีสุดยอดเคล็ดลับ “การดูแลรักษารถยนต์” ด้วยไอเท็มใกล้ตัวแบบไม่ต้องพึ่งคาร์แคร์มาให้ลองนำไปใช้กันดู รับรองว่ารถยนต์สุดรักของคุณจะคงความ “ป้ายแดง” ชนิดที่ว่าต่อให้ขายเป็นรถมือสองก็ยังได้ราคางามๆ เลยทีเดียว

เคล็ดลับการดูแลตัวถังและภายนอกรถยนต์

พอกันทีน้ำยาล้างรถราคาแพง เพียงแค่ใช้ น้ำยาล้างจานสูตรเข้มข้นสัก 2 ช้อนชา ผสมกับเกรนแอลกอฮอล์ 3 ถ้วย พร้อมน้ำเปล่า 4 ถ้วย เท่านี้คุณก็จะได้น้ำยาล้างรถแบบ DIY มาใช้กันแล้ว หรือจะลองใช้ครีมนวดผมเพิ่มความเงางามให้ตัวถังรถยนต์สุดรักดูก็ได้นะ อันนี้เราพูดจริง ไม่ได้ล้อเล่น!
ใช้ WD-40 หรือ “น้ำมันอเนกประสงค์” ช่วยในการลอกสติ๊กเกอร์แต่งรถตามจุดต่างๆ ทุกครั้ง เพื่อไม่ให้เกิดรอยกาวหรือคราบติดทนบนตัวถังสวยๆ ของรถคุณ ด้วยวิธีแสนง่าย เพียงแค่ฉีดให้ชุ่มและรอสักพักก่อนจะลอกสติ๊กเกอร์ที่คุณไม่ปรารถนานั้นออกมา
ความเงางามของสีบนตัวถังรถยนต์ของคุณในวันแรกที่คุณจำได้ คุณสามารถนำมันกลับมาอีกครั้งด้วยการใช้ดินน้ำมันถูไปบนตัวถัง ดินน้ำมันจะช่วยเก็บคราบฝุ่นและให้ความมันเงา สะอาดเอี่ยมได้อย่างน่ามหัศจรรย์
อยากให้ฟันหน้า เอ้ย! ไฟหน้าของคุณสะอาดใหม่ด้วยใช่ไหม โอเค งั้นใช้ยาสีฟันในห้องน้ำที่บ้านคุณดู ด้วยสามขั้นตอนง่ายๆ เพียง ทา - ขัด - เช็ด เพียงเท่านี้ก็เหมือนได้ ไฟหน้าตัวใหม่ส่งตรงจากศูนย์ฯถึงบ้านเลยทีเดียว

2. เคล็ดลับการดูแลกระจกรถยนต์

ใช้ ฝอยเหล็กทำความสะอาดกระจกหน้ารถของคุณ เฮ้ย! ใช่เหรอ ... ใช่สิ ก็เพราะกระจกหน้ารถยนต์มีความหนาและแข็งแรงกว่าที่คุณคิดมากมาย ถ้าอยากได้กระจกใส มองเห็นแบบสบายตา ใช้ฝอยเหล็กนี่ล่ะ เฉียบ!!
หมั่นเช็ดกระจกด้วยการใช้สื่อออฟไลน์อย่าง หนังสือพิมพ์ดูสิ วิธีนี้แสนคลาสสิคและเราก็เชื่อว่าคุณรู้วิธีใช้มันเป็นอย่างดีแล้ว
ถ้ากระจกด้านนอกสะอาดเหมือนใหม่ ด้านในก็ต้องสะอาดเช่นกัน วิธีง่ายๆ เพียงใช้น้ำยาล้างจาน (อีกแล้ว) 1 ช้อนชา ผสมกับน้ำอุ่นนิดหน่อยและน้ำส้มสายชูอีกสักสองสามหยด เท่านี้ก็ได้เป็นน้ำยาเช็ดกระจกแบบไร้สารพิษ ติดรถยนต์ไว้เช็ดยามเมื่อคราบพัดหวนได้ทุกเวลา
น้ำยาทาเล็บ มีติดรถไว้ก็ดี เพราะถ้าเกิดมีเศษหินกระเด็นมาจนเกิดรอยร้าว ให้รีบใช้น้ำยาทาเล็บทาทันที เพื่อหยุดการขยายของรอยร้าว ลดความเสี่ยงที่จะทำให้กระจกแตกก่อนถึงที่หมายหรือศูนย์ซ่อม

3. เคล็ดลับการดูแลภายในห้องโดยสาร

เครื่องดูดฝุ่นกับแปรง สองสิ่งที่สามารถทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ในยามที่คุณต้องการความสะอาดเหมือนใหม่ในห้องโดยสาร ซึ่งเมื่อคุณใช้แปรงเล็กๆ ปัดฝุ่น คุณสามารถใช้เครื่องดูดฝุ่นควบคู่กันไปเพื่อให้สิ่งสกปรกต่างๆ ถูกดูดลงไปที่เครื่องดูดฝุ่นในทันที แทนที่จะต้องมาเก็บตกใหม่อีกครั้งในภายหลัง ซึ่งจะเป็นการเสียเวลาไปเปล่าๆ
เหยาะน้ำมันมะกอกแล้วเพิ่มไฟให้แรงขึ้น เดี๋ยวก่อนๆ ไม่ใช่วิธีทำอาหาร เรากำลังจะบอกว่า น้ำมันมะกอก ช่วยขจัดคราบสกปรกบนเบาะหนังได้โดยไม่ทำลายหนังให้เสียด้วยนะ ต่างหาก
แต่ถ้าต้องเจอคราบเหนียวๆ บนเบาะผ้า เช็ดเท่าไหร่ก็ไม่ออก อย่าเพิ่งท้อใจ ลองเอากระดาษหนาๆ วางบนคราบสกปรกนั่นและใช้ เตารีดรีดลงบนกระดาษที่ปูไว้สัก 30 วินาที เชื่อไหมว่าคราบสกปรกนั้นจะย้ายมาติดบนกระดาษแทน !!
กลิ่นไม่พึงประสงค์ในห้องโดยสาร เป็นปัญหาลำดับต้นๆ ที่บ่งบอกถึงความสูงวัยของรถยนต์ได้เป็นอย่างดี ครั้นจะใช้พวกน้ำหอมปรับอากาศก็ออกจะฉุนไปเสียหน่อย ลองใช้แท่งไม้หรือจะเป็นไม้หนีบก็ได้ ฉีด น้ำมันหอมระเหยลงไป แล้ววางไว้ใกล้ๆ ช่องแอร์ก็ได้ เพียงเท่านี้ห้องโดยสารของคุณก็จะอวลไปด้วยกลิ่นหอมสบาย สดชื่นและรู้สึกสะอาดอีกด้วย

“สำหรับคนที่วางแผนจะซื้อรถยนต์ใหม่ในอนาคตอันใกล้ เริ่มดูแลรักษารถของคุณให้ใหม่อยู่เสมอได้แล้วตั้งแต่วันนี้ เพื่อรักษาราคาขายต่อได้ในราคาที่น่าพอใจ และถ้าหากคุณพร้อมจะลงขายรถมือสองแล้วล่ะก็ กระซิบบอกเราได้นะ”

เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียคอนโดใกล้รถไฟฟ้า

เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียคอนโดใกล้รถไฟฟ้า
ใครๆ ก็อยากมีคอนโดใกล้รถไฟฟ้าเพราะเห็นแต่ข้อดี แต่จะว่าไปมันก็มีข้อเสียอยู่เหมือนกัน วันนี้เรามาดูข้อดีและข้อเสียของคอนโดใกล้รถไฟฟ้ากันดีกว่า เผื่อใครทำกำลังมองหาคอนโดอยู่จะได้เอามาชั่งน้ำหนักว่าเลือกคอนโดทำเลไหนดี
ข้อดี

เดินทางสะดวก
แน่นอน นี่คือจุดขายของคอนโดทั้งหลายที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้า บางคอนโดแค่เดินออกจากคอนโดไม่ถึง 100 เมตรก็ถึงสถานีแล้ว พออยู่ใกล้รถไฟฟ้า รถใต้ดิน จะเดินทางไปไหนก็ง่ายโดยเฉพาะในเมืองที่รถติดๆ อย่างกรุงเทพฯ ถือว่าเซฟเวลาชีวิตไปได้เยอะเลย

สิ่งอำนวยความสะดวก
คอนโดใกล้รถไฟฟ้าส่วนใหญ่จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ทั้งสระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย ห้องซาวน่า สวนหย่อม บางที่อาจมีห้องสมุดหรือพื้นที่กิจกรรมเพื่อให้บริการกับผู้พักอาศัยอีกด้วย เรียกได้ว่าไม่ต้องออกไปไหนก็ใช้ชีวิตได้ชิลๆ เหมาะสำหรับคนที่ชอบอยู่คอนโดพักผ่อนในวันหยุดเป็นอย่างยิ่ง

เป็นแหล่งลงทุน
ขึ้นชื่อว่าใกล้รถไฟฟ้า ราคาไม่ตกง่ายๆ แน่นอน ไม่ว่าจะซื้อไว้ขายต่อหรือปล่อยเช่าก็เหมาะแก่การเลือกไว้เป็นทำเลลงทุน

ข้อเสีย

ราคาแพงเมื่อเทียบกับพื้นที่ใช้สอย
สำหรับครอบครัวที่เกิน 3 คนคงต้องคิดหนัก เพราะคอนโดใกล้รถไฟฟ้าส่วนใหญ่จะมีพื้นที่ใช้สอยน้อย ระเบียงแคบ มีไว้แค่สามารถตากเสื้อผ้าได้เท่านั้น ถ้าจะเลือกแบบที่มีพื้นที่ใช้สอยมากอย่างเช่นคอนโด 2 ห้องนอน ราคาก็แพงขึ้นเกือบเท่าตัว

ไม่มีที่จอดรถ
จริงอยู่คนที่จะซื้อคอนโดใกล้รถไฟฟ้าส่วนใหญ่ก็เพื่อเดินทางสะดวกไม่ต้องขับรถ แต่ก็ใช่ว่าจะทำให้ที่จอดรถในคอนโดจะเพียงพอ เพราะหลายๆ คนก็มีรถอยู่แล้วและเลือกที่จะจอดรถทิ้งไว้ที่คอนโด และด้วยพื้นที่จำกัดทำให้ที่จอดรถหายากและต้องจอดแบบซ้อนคัน

อาจเจอคนแปลกหน้าบ่อยๆ
คอนโดทุกที่มีระบบการป้องกันภัยที่ครบครันทั้งยามรักษาความปลอดภัย คีย์การ์ดสำหรับผ่านประตู และกล้องวงจรปิด แต่หลายๆ คนก็ไม่ได้ซื้อคอนโดเพื่อไว้อยู่เอง แต่ซื้อเพื่อปล่อยเช่า ทั้งรายเดือนหรือแม้แต่รายวัน ยิ่งใกล้รถไฟฟ้ายิ่งปล่อยให้เช่ารายวันง่าย เพราะผู้เช่ามักเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มองหาที่พักที่เดินทางได้สะดวกสบาย เหมือนที่เราไปต่างประเทศแล้วเช่าคอนโดรายวันผ่านแอปฯ ชื่อดังต่างๆ นั่นแหละ ทำให้คุณอาจเจอข้างห้องที่เป็นนักท่องเที่ยวแปลกหน้าหมุนเวียนกันเข้ามาใช้งานคอนโด แทนที่จะเป็นเพื่อนบ้านที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงๆ

ลองเทียบข้อดีข้อเสียถ้ายังโอเคก็หาคอนโดใกล้รถไฟฟ้าที่ถูกใจได้เลย แต่ถ้ายังไม่มั่นใจก็ลองหาคอนโดทำเลอื่นๆ ได้ อาจจะไกลรถไฟฟ้าซักหน่อยแต่ตอบโจทย์ชีวิตของคุณเอง ไม่ว่าจะเป็นคอนโดทำเลไหนก็หาได้ที่ BaanKaidee ได้เลย