รถ 5 รุ่นสุดเซอร์ไพรส์ ที่คันไม่ใหญ่แต่จุกว่าที่คิด

รถ 5 รุ่นสุดเซอร์ไพรส์ ที่คันไม่ใหญ่แต่จุกว่าที่คิด

หากคุณเข้ามาอ่านตรงนี้แล้วหวังจะได้เห็นข้อมูลรถยนต์สมรรถนะสูงปรี๊ด แรงม้าเอาเรื่อง เครื่องยนต์ฟิต สตาร์ตติดง่าย อาจจะผิดหวังเล็กน้อย เพราะวันนี้เราขอเอาใจคน “ขนเยอะ” ที่กำลังมองหารถยนต์ที่มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง เหมาะสำหรับการเดินทางไกล ไปเปิดท้ายขายของ หรือขนของกลับบ้านไปฝากญาติพี่น้องในช่วงหยุดซัมเมอร์นี้... มาดูกันว่ารถยนต์ “สายขน” ที่วัดกันเรื่องการบรรทุกล้วนๆ ความเร็วไม่เกี่ยวนั้น จะมีรุ่นไหนกันบ้าง

1. HONDA JAZZ
รถยนต์มหาชนของคนทุกไฟล์สไตล์ วิ่งในเมืองก็ได้ ไปเที่ยวต่างจังหวัดก็ดี กับเครื่องยนต์i V-TEC ขนาด 1.5 ลิตร ดีไซน์สปอร์ตโฉบเฉี่ยวไฉไล พื้นที่ห้องโดยสารก็กว้างสบายพร้อมห้องสัมภาระด้านท้ายขนาดใหญ่ แต่ที่ต้องมอบรางวัลชนะเลิศเรื่องการบรรทุกให้เลยคือเบาะที่นั่งที่สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้ถึง 4 แบบด้วยกัน คือพับได้ทุกเบาะและพิเศษตรงที่เบาะหลังสามารถพับราบได้เลยด้วย นั่นจึงเป็นข้อสรุปที่ว่า ทำไม HONDA JAZZ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนเมืองที่มี (ของ) ขนเยอะ!

2. NISSAN NOTE
รถยนต์คอมแพ็คแฮตช์แบค 5 ประตู ที่มีดีไซน์ล้ำสมัย ดูปราดเปรียวคันนี้ มีดีที่การออกแบบห้องโดยสารให้มีเพดานที่สูงและเพิ่มพื้นที่บริเวณขาช่วยให้นั่งสบายมากขึ้น ในขณะเดียวกันเบาะที่นั่งยังสามารถพับและปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการไม่ว่าจะเป็นแบบ 60:40 (พับเบาะหลังหนึ่งข้าง) หรือะสร้างพื้นที่เก็บสัมภาระแบบเต็ม 100% เมื่อพับเบาะหลังลงทั้งหมด ซึ่งถ้าเทียบกับสมรรถนะเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตรแล้ว ต้องถือว่าเป็นรถยนต์จิ๋วแต่แจ๋วจริงๆ สำหรับสายขนอย่างคุณ

3. MITSUBISHI MIRAGE
Eco Car สุดประหยัดที่นอกจากจะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังเป็นมิตรกับสาวๆ สายช้อป ที่มีสัมภาระเยอะแยะ ไม่ว่าจะเป็นรองเท้า กระเป๋าหรือเสื่อฟิตเนส ฯลฯ แม้เบาะหลังจะสามารถพับได้เพียงแบบ 60:40 แต่เพียบพร้อมไปด้วยฟังค์ชั่นสำหรับสายขนอีกมากมาย อาทิ กล่องเก็บของท้ายรถ ช่องเก็บของหลังเบาะผู้โดยสารด้านหน้า ตะขอแขวนของ ช่องเก็บของทั้งบริเวณคอนโซลหน้าและใต้พวงมาลัย แล้วไหนจะที่วางแก้วอีก 3 ใบ...ไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมล่ะ ว่าที่เห็นรูปร่างเล็กๆ จะเก็บของได้จุใจขนาดนี้

4. SUZUKI ERTIGA
รถยนต์ขนาด 7 ที่นั่งกับเครื่องยนต์ K15B ขนาด 1.5 ลิตร เหมาะสำหรับสายขนที่มากันเป็นครอบครัว เย็นสบายทั่วพื้นที่ตลอดเส้นทางด้วยช่องปรับอากาศแถวหลัง มาพร้อมความจุพื้นที่เก็บสัมภาระสูงสุดถึง 803 ลิตร สะดวกสุดๆ ทุกการใช้งานด้วยการปรับพื้นที่นั่งแถวที่สองแบบ 60:40 และการปรับพื้นที่นั่งแถวสุดท้ายแบบ 50:50 ช่วยให้รองรับงานบรรทุกสัมภาระได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5. MG ZS
รถยนต์เอสยูวีพรีเมียมสัญชาติอังกฤษกับขนาดเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร พร้อมด้วยฟีเจอร์ที่หลากหลายทั้งเรื่องสมรรถนะ การควบคุม ตลอดจนการออกแบบ ทำให้รถยนต์คันนี้ถูกยกให้เป็น Smart Car สำหรับคนสมาร์ทๆ อย่างคุณเลยทีเดียว พื้นที่ใช้สอยก็กว้างขวาง โดยเฉพาะเบาะนั่งด้านหลังนั่งยืดขาได้สบายๆ แถมยังสามารถพับแยกส่วนได้แบบ 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการเก็บสัมภาระได้อีกต่างหาก ที่สำคัญต้องนับว่า MG ZS มีราคาค่าตัวน่ารักน่าลุ้นมากสำหรับรถยนต์อเนกประสงค์ที่มีหน้าตาดูดีมีชาติตระกูลเช่นนี้

“ว่าแต่คุณกำลังไว้ขน เอ้ย มองหารถยนต์ที่เหมาะกับการขนของอยู่หรือเปล่า ถ้าใช่ล่ะก็ลองมาเลือกกันดูไหมที่ RodKaidee.

แบบนี้ก็มีแฮะ!! เปลี่ยนของใช้ใกล้ตัว ให้เป็นตัวช่วยดูแลรถ

แบบนี้ก็มีแฮะ!! เปลี่ยนของใช้ใกล้ตัว ให้เป็นตัวช่วยดูแลรถ

การเป็นเจ้าของรถยนต์สักคัน เป็นความฝันที่ทำให้หลายคนยอมทุ่มเททั้งงานและเงินเพื่อให้ได้มาครอบครอง  หมายปองคันไหนก็จับจองกันไป แต่ไม่มีรถคันไหนหรอกที่จะคงความใหม่กริ๊บไว้ได้ตลอดไป เพราะหากคุณปล่อยปะละเลย ให้มันดูเก่า เศร้าหมอง มองไปทางไหนก็เห็นแต่คราบ มากไปด้วยรอยรอบคัน  ครั้นจะอยากได้คันใหม่ ก็ปล่อยขายคันเก่าลำบาก...ก็มันโทรมขนาดนี้ใครจะสนใจรับช่วงต่อไปใช่ไหมล่ะ!

วันนี้เรามีสุดยอดเคล็ดลับ “การดูแลรักษารถยนต์” ด้วยไอเท็มใกล้ตัวแบบไม่ต้องพึ่งคาร์แคร์มาให้ลองนำไปใช้กันดู รับรองว่ารถยนต์สุดรักของคุณจะคงความ “ป้ายแดง” ชนิดที่ว่าต่อให้ขายเป็นรถมือสองก็ยังได้ราคางามๆ เลยทีเดียว

เคล็ดลับการดูแลตัวถังและภายนอกรถยนต์

พอกันทีน้ำยาล้างรถราคาแพง เพียงแค่ใช้ น้ำยาล้างจานสูตรเข้มข้นสัก 2 ช้อนชา ผสมกับเกรนแอลกอฮอล์ 3 ถ้วย พร้อมน้ำเปล่า 4 ถ้วย เท่านี้คุณก็จะได้น้ำยาล้างรถแบบ DIY มาใช้กันแล้ว หรือจะลองใช้ครีมนวดผมเพิ่มความเงางามให้ตัวถังรถยนต์สุดรักดูก็ได้นะ อันนี้เราพูดจริง ไม่ได้ล้อเล่น!
ใช้ WD-40 หรือ “น้ำมันอเนกประสงค์” ช่วยในการลอกสติ๊กเกอร์แต่งรถตามจุดต่างๆ ทุกครั้ง เพื่อไม่ให้เกิดรอยกาวหรือคราบติดทนบนตัวถังสวยๆ ของรถคุณ ด้วยวิธีแสนง่าย เพียงแค่ฉีดให้ชุ่มและรอสักพักก่อนจะลอกสติ๊กเกอร์ที่คุณไม่ปรารถนานั้นออกมา
ความเงางามของสีบนตัวถังรถยนต์ของคุณในวันแรกที่คุณจำได้ คุณสามารถนำมันกลับมาอีกครั้งด้วยการใช้ดินน้ำมันถูไปบนตัวถัง ดินน้ำมันจะช่วยเก็บคราบฝุ่นและให้ความมันเงา สะอาดเอี่ยมได้อย่างน่ามหัศจรรย์
อยากให้ฟันหน้า เอ้ย! ไฟหน้าของคุณสะอาดใหม่ด้วยใช่ไหม โอเค งั้นใช้ยาสีฟันในห้องน้ำที่บ้านคุณดู ด้วยสามขั้นตอนง่ายๆ เพียง ทา - ขัด - เช็ด เพียงเท่านี้ก็เหมือนได้ ไฟหน้าตัวใหม่ส่งตรงจากศูนย์ฯถึงบ้านเลยทีเดียว

2. เคล็ดลับการดูแลกระจกรถยนต์

ใช้ ฝอยเหล็กทำความสะอาดกระจกหน้ารถของคุณ เฮ้ย! ใช่เหรอ ... ใช่สิ ก็เพราะกระจกหน้ารถยนต์มีความหนาและแข็งแรงกว่าที่คุณคิดมากมาย ถ้าอยากได้กระจกใส มองเห็นแบบสบายตา ใช้ฝอยเหล็กนี่ล่ะ เฉียบ!!
หมั่นเช็ดกระจกด้วยการใช้สื่อออฟไลน์อย่าง หนังสือพิมพ์ดูสิ วิธีนี้แสนคลาสสิคและเราก็เชื่อว่าคุณรู้วิธีใช้มันเป็นอย่างดีแล้ว
ถ้ากระจกด้านนอกสะอาดเหมือนใหม่ ด้านในก็ต้องสะอาดเช่นกัน วิธีง่ายๆ เพียงใช้น้ำยาล้างจาน (อีกแล้ว) 1 ช้อนชา ผสมกับน้ำอุ่นนิดหน่อยและน้ำส้มสายชูอีกสักสองสามหยด เท่านี้ก็ได้เป็นน้ำยาเช็ดกระจกแบบไร้สารพิษ ติดรถยนต์ไว้เช็ดยามเมื่อคราบพัดหวนได้ทุกเวลา
น้ำยาทาเล็บ มีติดรถไว้ก็ดี เพราะถ้าเกิดมีเศษหินกระเด็นมาจนเกิดรอยร้าว ให้รีบใช้น้ำยาทาเล็บทาทันที เพื่อหยุดการขยายของรอยร้าว ลดความเสี่ยงที่จะทำให้กระจกแตกก่อนถึงที่หมายหรือศูนย์ซ่อม

3. เคล็ดลับการดูแลภายในห้องโดยสาร

เครื่องดูดฝุ่นกับแปรง สองสิ่งที่สามารถทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ในยามที่คุณต้องการความสะอาดเหมือนใหม่ในห้องโดยสาร ซึ่งเมื่อคุณใช้แปรงเล็กๆ ปัดฝุ่น คุณสามารถใช้เครื่องดูดฝุ่นควบคู่กันไปเพื่อให้สิ่งสกปรกต่างๆ ถูกดูดลงไปที่เครื่องดูดฝุ่นในทันที แทนที่จะต้องมาเก็บตกใหม่อีกครั้งในภายหลัง ซึ่งจะเป็นการเสียเวลาไปเปล่าๆ
เหยาะน้ำมันมะกอกแล้วเพิ่มไฟให้แรงขึ้น เดี๋ยวก่อนๆ ไม่ใช่วิธีทำอาหาร เรากำลังจะบอกว่า น้ำมันมะกอก ช่วยขจัดคราบสกปรกบนเบาะหนังได้โดยไม่ทำลายหนังให้เสียด้วยนะ ต่างหาก
แต่ถ้าต้องเจอคราบเหนียวๆ บนเบาะผ้า เช็ดเท่าไหร่ก็ไม่ออก อย่าเพิ่งท้อใจ ลองเอากระดาษหนาๆ วางบนคราบสกปรกนั่นและใช้ เตารีดรีดลงบนกระดาษที่ปูไว้สัก 30 วินาที เชื่อไหมว่าคราบสกปรกนั้นจะย้ายมาติดบนกระดาษแทน !!
กลิ่นไม่พึงประสงค์ในห้องโดยสาร เป็นปัญหาลำดับต้นๆ ที่บ่งบอกถึงความสูงวัยของรถยนต์ได้เป็นอย่างดี ครั้นจะใช้พวกน้ำหอมปรับอากาศก็ออกจะฉุนไปเสียหน่อย ลองใช้แท่งไม้หรือจะเป็นไม้หนีบก็ได้ ฉีด น้ำมันหอมระเหยลงไป แล้ววางไว้ใกล้ๆ ช่องแอร์ก็ได้ เพียงเท่านี้ห้องโดยสารของคุณก็จะอวลไปด้วยกลิ่นหอมสบาย สดชื่นและรู้สึกสะอาดอีกด้วย

“สำหรับคนที่วางแผนจะซื้อรถยนต์ใหม่ในอนาคตอันใกล้ เริ่มดูแลรักษารถของคุณให้ใหม่อยู่เสมอได้แล้วตั้งแต่วันนี้ เพื่อรักษาราคาขายต่อได้ในราคาที่น่าพอใจ และถ้าหากคุณพร้อมจะลงขายรถมือสองแล้วล่ะก็ กระซิบบอกเราได้นะ”

เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียคอนโดใกล้รถไฟฟ้า

เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียคอนโดใกล้รถไฟฟ้า

เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียคอนโดใกล้รถไฟฟ้า

ใครๆ ก็อยากมีคอนโดใกล้รถไฟฟ้าเพราะเห็นแต่ข้อดี แต่จะว่าไปมันก็มีข้อเสียอยู่เหมือนกัน วันนี้เรามาดูข้อดีและข้อเสียของคอนโดใกล้รถไฟฟ้ากันดีกว่า เผื่อใครทำกำลังมองหาคอนโดอยู่จะได้เอามาชั่งน้ำหนักว่าเลือกคอนโดทำเลไหนดี

ข้อดี

เดินทางสะดวก
แน่นอน นี่คือจุดขายของคอนโดทั้งหลายที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้า บางคอนโดแค่เดินออกจากคอนโดไม่ถึง 100 เมตรก็ถึงสถานีแล้ว พออยู่ใกล้รถไฟฟ้า รถใต้ดิน จะเดินทางไปไหนก็ง่ายโดยเฉพาะในเมืองที่รถติดๆ อย่างกรุงเทพฯ ถือว่าเซฟเวลาชีวิตไปได้เยอะเลย

สิ่งอำนวยความสะดวก
คอนโดใกล้รถไฟฟ้าส่วนใหญ่จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ทั้งสระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย ห้องซาวน่า สวนหย่อม บางที่อาจมีห้องสมุดหรือพื้นที่กิจกรรมเพื่อให้บริการกับผู้พักอาศัยอีกด้วย เรียกได้ว่าไม่ต้องออกไปไหนก็ใช้ชีวิตได้ชิลๆ เหมาะสำหรับคนที่ชอบอยู่คอนโดพักผ่อนในวันหยุดเป็นอย่างยิ่ง

เป็นแหล่งลงทุน
ขึ้นชื่อว่าใกล้รถไฟฟ้า ราคาไม่ตกง่ายๆ แน่นอน ไม่ว่าจะซื้อไว้ขายต่อหรือปล่อยเช่าก็เหมาะแก่การเลือกไว้เป็นทำเลลงทุน

ข้อเสีย

ราคาแพงเมื่อเทียบกับพื้นที่ใช้สอย
สำหรับครอบครัวที่เกิน 3 คนคงต้องคิดหนัก เพราะคอนโดใกล้รถไฟฟ้าส่วนใหญ่จะมีพื้นที่ใช้สอยน้อย ระเบียงแคบ มีไว้แค่สามารถตากเสื้อผ้าได้เท่านั้น ถ้าจะเลือกแบบที่มีพื้นที่ใช้สอยมากอย่างเช่นคอนโด 2 ห้องนอน ราคาก็แพงขึ้นเกือบเท่าตัว

ไม่มีที่จอดรถ
จริงอยู่คนที่จะซื้อคอนโดใกล้รถไฟฟ้าส่วนใหญ่ก็เพื่อเดินทางสะดวกไม่ต้องขับรถ แต่ก็ใช่ว่าจะทำให้ที่จอดรถในคอนโดจะเพียงพอ เพราะหลายๆ คนก็มีรถอยู่แล้วและเลือกที่จะจอดรถทิ้งไว้ที่คอนโด และด้วยพื้นที่จำกัดทำให้ที่จอดรถหายากและต้องจอดแบบซ้อนคัน

อาจเจอคนแปลกหน้าบ่อยๆ
คอนโดทุกที่มีระบบการป้องกันภัยที่ครบครันทั้งยามรักษาความปลอดภัย คีย์การ์ดสำหรับผ่านประตู และกล้องวงจรปิด แต่หลายๆ คนก็ไม่ได้ซื้อคอนโดเพื่อไว้อยู่เอง แต่ซื้อเพื่อปล่อยเช่า ทั้งรายเดือนหรือแม้แต่รายวัน ยิ่งใกล้รถไฟฟ้ายิ่งปล่อยให้เช่ารายวันง่าย เพราะผู้เช่ามักเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มองหาที่พักที่เดินทางได้สะดวกสบาย เหมือนที่เราไปต่างประเทศแล้วเช่าคอนโดรายวันผ่านแอปฯ ชื่อดังต่างๆ นั่นแหละ ทำให้คุณอาจเจอข้างห้องที่เป็นนักท่องเที่ยวแปลกหน้าหมุนเวียนกันเข้ามาใช้งานคอนโด แทนที่จะเป็นเพื่อนบ้านที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงๆ

ลองเทียบข้อดีข้อเสียถ้ายังโอเคก็หาคอนโดใกล้รถไฟฟ้าที่ถูกใจได้เลย แต่ถ้ายังไม่มั่นใจก็ลองหาคอนโดทำเลอื่นๆ ได้ อาจจะไกลรถไฟฟ้าซักหน่อยแต่ตอบโจทย์ชีวิตของคุณเอง ไม่ว่าจะเป็นคอนโดทำเลไหนก็หาได้ที่ BaanKaidee ได้เลย

วาเลนไทน์ปีนี้ เลือก “ของแต่ง” ที่ใช่ให้คนที่ชอบกันเถอะ

วาเลนไทน์ปีนี้ เลือก “ของแต่ง” ที่ใช่ให้คนที่ชอบกันเถอะ

วาเลนไทน์ปีนี้ เลือก “ของแต่ง” ที่ใช่ให้คนที่ชอบกันเถอะ

ปลายทางแห่งความรักของหนุ่มสาวคือ “การแต่งงาน” แต่เดี๋ยวก่อน…อย่าเพิ่งคิดไปไกลขนาดนั้น เอาแค่คิดว่า “วาเลนไทน์” ปีนี้จะซื้ออะไรเซอร์ไพรส์แฟนให้ได้ก่อนเถอะ เพราะเชื่อเลยว่าปัญหานี้เกิดขึ้นแน่นอนกับทุกคน ยิ่งถ้าซื้อของได้ไม่ถูกใจ จากวันที่หอมหวาน จะกลายเป็นแห้งเหี่ยวในทันที เอาอย่างนี้แล้วกัน เรามีเคล็ดลับง่ายๆ มาให้ โดยเริ่มต้นจากสิ่งที่เขาชอบก่อน…จะดูดีที่สุดเลย (เว้ยแก)

สำหรับผู้ชาย “ของแต่งรถ” ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะเรื่องรถและความเร็วมันเกิดมาคู่กับชายหนุ่มอยู่แล้ว ดังนั้น ไปต่อไม่ต้องรอ มาดูกันว่าไอเท็มไหนจะถูกใจคนขับรถส่วนตัวของคุณบ้าง

1. สติ๊กเกอร์
ถึงจะเป็นการเปย์ที่ประหยัด แต่ก็จัดได้ว่าเป็นไอเดียที่ #เฉียบคม เพราะเป็นของแต่งรถที่ใช้ง่ายและเสริมสร้างจินตนาการของคุณทั้งคู่ เป็นเพื่อนคู่คิดกันไป ฉันติดตรงนี้ เธอติดตรงนั้น อยากได้ลายแบบไหนก็เลือกกันได้ตามใจชอบเลย

2. พวงมาลัย
หนึ่งความภูมิใจของชายหนุ่มคือการที่เขาสามารถควบคุมทุกสิ่งได้ดังใจคิด เช่นเดียวกับการได้พวงมาลัยรถใหม่ ซึ่งจะช่วยให้เขาสามารถคอนโทรลและควบคุมทุกการเดินทางของคุณทั้งสองให้ราบรื่นเหมือนโรยด้วยกลีบกุหลาบ ว้าว! อะไรจะขนาดนั้นเนี่ย

3. เครื่องเสียง
เพราะชีวิตต้องบรรเลงให้ถูกคีย์ การให้เครื่องเสียงที่ดีเป็นของขวัญ ช่วยสร้างความสุนทรีย์ในห้องโดยสาร คนรับก็ปลื้มใจ คนให้ก็อิ่มเอม แถมยังได้ฟังเพลงเพราะๆ กันไปตลอดเส้นทางชีวิตคู่อีกด้วย

4. ล้อแมกซ์
ความฝันสูงสุดของนักขับคือการที่รถยนต์สุดรักมีล้อแมกซ์สวยๆ ไว้อวดชาวบ้าน ถือเป็น Iconic ของรถแต่งที่ขาดเสียไม่ได้จริงๆ ซึ่งถ้าหากคุณเป็นแฟนสาวสายเปย์ตัวจริงแล้วล่ะก็ นี่คือคำตอบสุดท้ายของคำถามที่ว่า “ซื้ออะไรให้แฟนเราดีน้า?

5. พระเครื่อง
เอ… ไม่ผิดหรอก คุณอ่านถูกแล้ว แม้พระเครื่องแม้จะไม่ได้เพิ่มความเท่หรือความแรงอะไรให้กับรถยนต์ แต่นี่คือของขวัญที่แสดงความห่วงใยแก่คนที่คุณรักได้อย่างแท้จริง หากคุณรักและหวังดีต่อเขา มอบพระเครื่องให้เขาบูชา เพื่อความปลอดภัยเเละเพิ่มสติสัมปชัญญะบนท้องถนน

มาดูที่ฝั่งสาวๆ ล่ะอยากได้อะไรกันบ้าง… ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้หญิง ใครๆ ก็อยากสวยทั้งนั่นล่ะ เพราะฉะนั้นแล้ว “ ของแต่งกาย” นี่สิ ตอบโจทย์ที่สุดแล้ว ว่าแล้วก็มาเลือกของให้คุณผู้หญิงกันเลย

1. กระเป๋า
โจทย์ง่ายๆ แต่อาศัยความละเอียดในการเลือกอย่างสูง เพราะฟังค์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย มากมายเกินกว่าผู้ชายอย่างคุณจะเข้าใจ แต่หากคุณทำไปด้วยความรัก การเลือกซื้อกระเป๋าให้แฟน จะเป็นความสนุกอีกหนึ่งรูปแบบที่พาคุณไปพบความตื่นตาของจักรวาลกระเป๋า ที่มีให้เลือกอย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าเงิน กระเป๋าสะพายข้าง กระเป๋าเครื่องสำอางค์ กระเป๋าถือ และอื่นๆ อีกมากมาย แต่การันตีได้เลยว่า คนรับเขาต้องปลื้มใจอย่างแน่นอน

2. รองเท้า
กูรูสายแฟชั่นเคยบอกไว้ว่า “The Shoe and Bag must be matched” ถ้าอย่างนั้น ลองแอบส่องดูว่า ทุกวันนี้แฟนคุณใช้กระเป๋าสีไหน ลายไหนบ้าง คุณจะได้เลือกของขวัญเป็น “รองเท้า” สวยๆ มาเข้าคู่กันกับกระเป๋าใบนั้นของเธอ ให้เธอเฉิดฉาย สวยได้อย่างมั่นใจทุกย่างก้าว แต่ว่าอย่าลืมเช็คไซส์มาให้เรียบร้อยก่อนซื้อด้วยล่ะ

3. น้ำหอม
ว่ากันว่ากลิ่นเป็นความทรงจำที่ติดตรึงอยู่ได้นานที่สุด หากคุณอยากให้วาเลนไทน์ครั้งนี้เป็นที่จดจำไปนานแสนนาน “น้ำหอม” เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ไม่ควรมองข้าม ถึงแม้ว่าจะมีการเล่าลือต่างๆ นาๆ ว่าไม่ควรซื้อน้ำหอมให้คนรักเพราะจะทำให้เลิกรา แต่ก็มีวิธีแก้เคล็ดแบบง่ายๆ เพียงแค่ขอเงินจากเขาสักหนึ่งบาทมาแลก ก็จะช่วยเลี่ยงเรื่องดราม่าที่อาจจะตามมาได้

“การเลือกของขวัญในวันแห่งความรักไม่ใช่เรื่องยาก ใจความสำคัญแท้จริงแล้วไม่ได้อยู่ที่สิ่งของ แต่อยู่ที่ความใส่ใจต่างหากนะ เพราะฉะนั้นแล้ว ไม่ว่าวาเลนไทน์นี้ คุณจะเปย์เล็กหรือเปย์ใหญ่ ก็อย่าลืมเซย์ ‘I Love You’ ให้กัน…จะดูดีที่สุดเลย (เว้ยแก)”

เปิดรุ่นรถที่คนค้นหาเยอะที่สุดใน RodKaidee ปี 2018

เปิดรุ่นรถที่คนค้นหาเยอะที่สุดใน RodKaidee ปี 2018

อันดับ 1 Honda Civic

รถรุ่นสุดฮิตที่พัฒนาจากการเป็นรถรุ่นเล็กในช่วงแรกๆ และปรับโฉมให้มีขนาดกว้างขึ้นจนมีรูปทรงสปอร์ต ที่ใครๆ เห็นเป็นต้องชอบ

อันดับ 2 Toyota Fortuner

รถขนาดกลางที่มีสมรรถนะสูง หรูหราทั้งภายในและภายนอก เหมาะสำหรับขับในเมืองและออกต่างจังหวัด เหมาะสำหรับครอบครัว

อันดับ 3 Isuzu D-Max

ขวัญใจสายลุย จะทางขรุขระ ปีนร่องหิน เนินดินก็ผ่านไปไม่ยากด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแถมยังประหยัดน้ำมันและภายในยังกว้างขวางอีกด้วย

อันดับ 4 Honda Accord

รถซีดานสุดหรูในระดับเฟิร์สคลาสที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายภายในรถ โดยเฉพาะรุ่น Hybrid ที่ตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่แบบประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม

อันดับ 5 Toyota Camry

ด้วยการออกแบบให้มีรูปลักษณ์ที่มีความสปอร์ตมากขึ้นและภายในตัวรถที่หลีกหนีความจำเจแบบเดิมๆ และประหยัดน้ำมัน เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความหรูหราในสไตล์โฉบเฉี่ยว

ด้วยรูปร่างและสมรรถนะ จึงไม่แปลกที่ใครๆ ก็มองหารถ 5 รุ่นนี้จนติดอันดับ Top 5 ในปี 2018 ถ้าคุณหารถมือสองฉลองต้นปี เลือกดูที่นี่เลย

.wp-post-image{display:none;}

RodKaidee ชวนชมตลาดรถพีพีวีมือสอง มีรุ่นอะไรน่าใช้กันบ้าง

RodKaidee ชวนชมตลาดรถพีพีวีมือสอง มีรุ่นอะไรน่าใช้กันบ้าง

การเปิดตัว Nissan Terra และ Ford Everest โฉมใหม่ในเวลาไล่เลี่ยกัน ทำให้ตลาดรถอเนกประสงค์บนพื้นฐานรถกระบะหรือที่บ้านเราเรียกว่า พีพีวี (PPV – Pickup Passenger Vehicle) มีความคึกคักขึ้นอย่างทันตาเห็น RodKaidee จึงไม่พลาดหยิบรถพีพีวีมือสองที่น่าสนใจหลากหลายรุ่นมาให้ท่านผู้อ่านที่อาจกำลังหารถประเภทนี้ได้ชมกัน

Toyota Fortuner
เริ่มจากผลผลิตของแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง Toyota Fortuner ที่ถือว่าเป็นผู้นำทั้งในตลาดมือหนึ่งและมือสองเลยก็ว่าได้ ด้วยความที่เป็นแบรนด์ซื้อง่าย-ขายสะดวกและมีรุ่นย่อยเยอะกว่าใครเพื่อน แถมยังมีเครื่องยนต์หลายขนาด อาทิ 2.5 ลิตร 2.7 ลิตร และ 3.0 ลิตรจึงตอบโจทย์ความต้องการทุกรูปแบบ โดยรุ่นบุกเบิกปี 2004 – 2008 มีราคาจำหน่ายประมาณ 4-5 แสนบาท ส่วนรุ่นที่ใหม่ขึ้นมานั้นก็มีค่าตัวขยับขึ้นมาตามลำดับ ถือเป็นรถอเนกประสงค์แนวลุยไปได้ทุกที่ที่น่าใช้งานที่สุดรุ่นหนึ่งในท้องตลาด

Isuzu MU-7
ถัดมาเป็นคู่แข่งสำคัญ Isuzu MU-7 ซึ่งเริ่มทำตลาดในปี 2004-2005 โดยมีการปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์อย่างต่อเนื่องจนมาถึงการเปิดตัว MU-X เมื่อปี 2013 อุปกรณ์อำนวยความสะดวกและรูปลักษณ์ก็เปลี่ยนแปลงไปตามปีที่ผลิต ขุมพลังขนาด 3.0 ลิตรขึ้นชื่อในเรื่องความประหยัดน้ำมัน ถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่สร้างความคึกคักให้ตลาดรถมือสองอย่างมาก ราคาจำหน่ายรุ่นแรกๆ จะอยู่ที่ราว 3 แสนบาท เหมาะสำหรับการใช้งานในเมืองและต่างจังหวัดได้แบบสบายๆ

Mitsubishi Pajero Sport
ทางเลือกที่สามของผู้ที่มองหาความแตกต่าง Mitsubishi Pajero Sport ออกทำตลาดในปี 2008 มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตรและ 3.2 ลิตรที่แรงเร้าใจไม่แพ้คู่แข่งร่วมเซกเมนท์ โดดเด่นด้วยช่วงล่างที่มั่นคงและอัตราเร่งที่ตอบสนองได้ดี พื้นที่ในห้องโดยสารกว้างขวาง และมีการออกแบบคล้ายคลึงกับรถยนต์นั่งซีดาน ราคาจำหน่ายมือสองเริ่มต้นที่ 4 แสนกลางๆ

Ford Everest
ปิดท้ายด้วยพีพีวีอเมริกัน Ford Everest ที่เพิ่งมาสร้างชื่อเสียงเขย่าตลาดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาด้วยดีไซน์ที่บึกบึน ทันสมัย และครบครันอุปกรณ์อำนวยความสะดวก แต่สำหรับรุ่นก่อนหน้าที่ทำตลาดระหว่างปี 2004 – 2013 มาพร้อมรูปลักษณ์ที่เรียบง่ายแต่มีสมรรถนะสมบุกสมบันพอใช้ด้วยเครื่องยนต์ 2.5 ลิตรและ 3.0 ลิตร ราคาจำหน่ายเริ่มที่หลัก 2 แสนกว่าบาทเท่านั้น แต่ถ้าเป็นรุ่นใหม่ปี 2015 เป็นต้นไป ราคาจะอยู่ระดับ 8-9 แสนบาท

RodKaidee เผยรถมินิเอ็มพีวี-ครอสโอเวอร์ที่น่าสนใจในตลาดมือสอง

RodKaidee เผยรถมินิเอ็มพีวี-ครอสโอเวอร์ที่น่าสนใจในตลาดมือสอง

รถยนต์มินิเอ็มพีวีและรถครอสโอเวอร์ขนาดเล็กได้รับความนิยมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ด้วยการผสมผสานคุณสมบัติแบบรถซีดานและรถแฮทช์แบ็กเข้าไว้ด้วยกันบวกกับการใช้งานที่อเนกประสงค์มากขึ้น จึงไม่น่าแปลกใจที่รถมินิเอ็มพีวีและรถครอสโอเวอร์ขนาดเล็กจึงครองใจคอรถยนต์มากมายทั้งในตลาดมือหนึ่งและมือสอง วันนี้ RodKaidee ขอสำรวจตลาดรถมือสองก่อนคัดเลือกรุ่นยอดนิยมมาฝากกัน

Honda Freed
เปิดตัวออกมาในปี 2010 โดดเด่นด้วยประตูแบบบานสไลด์จึงเข้าออกตัวรถได้ง่ายดาย มีพื้นที่ในห้องโดยสารกว้างขวางและสมรรถนะการขับขี่จากเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรที่ใช้งานได้ในทุกสถานการณ์ เหมาะสำหรับลูกค้าที่มีสมาชิกครอบครัวหลายคนหรือหนุ่มสาวโสดที่ต้องขนสัมภาระเยอะๆ ในการทำงาน ราคาจำหน่ายตลาดมือสองในปัจจุบันเริ่มต้นที่ประมาณ 4 แสนบาทขึ้นไปจนถึงระดับ 6 แสนบาทขึ้นอยู่กับปีที่ผลิต

Toyota Avanza
ออกทำตลาดมานานกว่าสิบปีแล้วสำหรับ Toyota Avanza รถมินิเอ็มพีวีเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรจากแบรนด์เจ้าตลาดที่มาพร้อมเสียงวิจารณ์ด้านการออกแบบที่ไม่เข้าตา แต่ก็ยังครองใจลูกค้าชาวไทยหลายคนเพราะมีราคาจำหน่ายที่ไม่สูงมากนัก ที่สำคัญคือซื้อง่ายขายคล่องในตลาดมือสอง โดยราคาในปัจจุบันเริ่มต้นที่เพียง 2 แสนบาทเท่านั้น ก่อนขยับขึ้นไปถึงระดับ 4-5 แสนบาทตามแต่ปีที่ผลิตและสภาพของตัวรถ

Suzuki Ertiga
Ertiga พัฒนาบนพื้นฐานของรถยนต์ซับคอมแพ็กต์อย่าง Swift แต่เพิ่มความอเนกประสงค์ยิ่งขึ้นด้วยการติดตั้งเบาะ 7 ที่นั่ง ใช้เครื่องยนต์ 1.4 ลิตร พลัง 92 แรงม้า ซึ่งพัฒนาต่อมาจาก Swift Eco แต่ขยายความจุเพิ่มเติม ราคาจำหน่ายมือหนึ่งเริ่มต้นที่ 6 แสนกว่าบาท แต่ตลาดมือสองสามารถหาได้ที่ประมาณ 3 แสนกว่าบาท เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบแบรนด์ทางเลือก หน้าตาไม่หวือหวาแต่ก็รองรับการใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย

Nissan Note
ถึงแม้ยอดขาย Nissan Note จะไม่สู้ดีนักแต่ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดมือสองเพราะมีให้เลือกกันมากมายใน RodKaidee ด้วยความที่เป็นรถอีโคคาร์ที่มาพร้อมตัวถังแบบอเนกประสงค์ เครื่องยนต์ 3 สูบ 1.2 ลิตรอาจจะดูเล็กไปหน่อยแต่ก็เหมาะสำหรับการใช้งานในเมือง ค่าตัวมือสองอยู่ที่ประมาณ 4 แสนบาท

ซื้อรถมือสองต้องดูอะไรบ้าง?

ซื้อรถมือสองต้องดูอะไรบ้าง?

สภาพยาง
สภาพยางต้องไม่แตกลายงาและแข็ง โดยที่อายุการใช้งานของยางไม่ควรเกิน 2 ปี หรือ 30,000 กม.

สภาพสี
ถ้าหากสีรถเป็นรอยบางจุดแบบเล็กน้อย ไม่เห็นชัดมาก อาจเป็นแค่รอยขนแมวหรือรอยเฉี่ยวนิดหน่อย ถือว่ารับได้ เพราะคนซื้ออาจจะอยากให้เห็นสภาพเป็นจริงว่าได้ดูแลรถมาอย่างดี มีแค่รอยหรือสีถลอกเพียงเล็กน้อย กลับกันถ้า มีการเก็บสี ต้องเก็บสีได้เนียน เช่น รถเบนซ์ก็จะมีเกรดสีของเค้า ถ้าไปทำสีกับร้านทั่วไปที่เน้นทำสีให้กับรถญี่ปุ่น สีที่ทำออกมาจะไม่เนียน และดูต่างจากสีของจริงมาก

อุปกรณ์
อุปกรณ์หรือยางอะไหล่จะต้องอยู่ครบและอยู่ในสภาพการใช้งาน คือไม่เสียไม่พังนั่นเอง อารมณ์เหมือนเวลาเราซื้อโทรศัพท์มือสอง เราก็อยากได้ได้ที่ชาร์จแบต กล่อง และอุปกรณ์ต่างๆที่มากับโทรศัพท์อย่างครบถ้วน แทนที่จะเอาแค่โทรศัพท์อย่างเดียว

สมุดคู่มือ
สมุดคู่มือหรือบุคเซอร์วิสเพื่อเป็นการแสดงว่ารถที่เราจะซื้อได้เข้าไปรับบริการจากศูนย์บริการอย่างต่อเนื่อง และได้รับการซ่อมแซมอย่างถูกต้องจากศูนย์ อะไหล่ในรถจึงจะเป็นของแท้จากศูนย์ไม่ใช่ของยี่ห้ออื่นๆที่ไม่ใช่จากศูนย์

ช่วงล่าง
ช่วงล่างจะต้องอยู่ในสภาพปกติโช็คอัพจะต้องไม่รั่วซึม อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน จะรู้ได้ยังไงว่ารั่วซึมหรือไม่ เราสามารถสังเกตได้ที่บริเวณแกนโช้คอัพ ถ้าหากมีคราบน้ำมันเปรอะเปื้อนบริเวณนั้น แสดงว่ามีการรั่วซึมเกิดขึ้น

เล่มทะเบียน
เล่มทะเบียนต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่ลบเลือน ตัวอักษรจะต้องชัดเจนตรวจสอบได้ รายการเสียภาษีต้องไม่ขาดต่อ

สรุปแล้วการที่จะเลือกซื้อรถ ควรเลือกรถอยู่ในสภาพที่ใกล้เคียงกับสภาพที่ออกมาจากห้างมากที่สุด คำว่ารถสวยสำหรับการขายรถมือสอง ไม่ใช่รถที่แต่งมาเยอะๆ ยกเครื่อง เปลี่ยนเครื่องเสียงอย่างดีมา แต่เป็นรถเดิมๆที่ออกมาจากห้างมากกว่า ส่วนใครที่หาซื้อรถอยู่ตอนนี้ มาเลือกดูที่ RodKaidee ได้เลย มีทุกรุ่นทุกช่วงราคา

แถมตอนนี้ซื้อรถที่ RodKaidee รับฟรีบริการฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงจาก WSmart รีบเลย ถึงวันที่ 31 ก.ค. 61 เท่านั้น

เลือกรองเท้าที่ใช่ให้รถของเรา!

เลือกรองเท้าที่ใช่ให้รถของเรา!

1. รองเท้าหุ้มส้น = ยางสำหรับรถขับขี่ทั่วไป
ยางนี้ก็เหมือนกับรองเท้าหุ้มส้นคู่โปรดที่เราใส่กันอยู่ทุกวัน มันนุ่มและใส่สบายสุดๆ แต่ก็ยังดูดีพอที่จะใส่ทำงานหรือเดินห้างได้ และยังสามารถวิ่งได้ถ้าเกิดตื่นสายโดยไม่เจ็บเท้า เหมือนกันกับยางรุ่นนี้ที่ทำให้คุณภาพการขับขี่ดีงาม ทั้งนุ่มนวลและเงียบสงบ ใช้ได้ทั้งบนถนนเปียกหรือแห้ง แต่ทุกอย่างย่อมมีข้อจำกัด ถ้าวิ่งเร็วมากเกินไป ก็อาจจะสึกเร็วกว่ายางประเภทต่อไป ยังไงก็ตาม มันก็ใช่สุดๆสำหรับคนที่ตามหายางสำหรับการใช้ในชีวิตประจำวัน

2. รองเท้าวิ่ง = ยางสำหรับการใช้ความเร็วสูง
ยางรุ่นนี้เหมาะมากๆ สำหรับใครที่ชอบใช้ชีวิตกับความเร็ว แน่นอน เวลาวิ่งเราก็ควรใส่รองเท้าวิ่งเพื่อช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวของเรา มันทำให้เรามั่นใจได้ว่าเราจะไม่ลื่นล้มเหมือนเวลาใส่รองเท้าแตะ ยางชนิดนี้ก็เหมือนกัน มันจะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการเกาะถนน ทำให้เราซิ่งได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย

3. รองเท้าบูท = ยางสำหรับรถเอนกประสงค์และ SUV
รองเท้าบูทเป็นรองเท้าที่ใช้ได้หลายสถานการณ์ จะใส่ไปลุยที่ต่างจังหวัดก็ได้ จะใส่ไปเดินเที่ยวก็เท่ รถเอนกประสงค์และรถ SUV ก็เหมือนกับบูท ข้างในกว้าง ใช้งานได้หลายแบบ ทำให้สามารถใช้บนถนนได้หลายรูปแบบ เพราะฉะนั้นยางรุ่นนี้จึงทนทานกว่าอีกสองรุ่นก่อนหน้า แต่ใช่แล้ว มันก็แพงกว่าด้วย

4. รองเท้าผ้าใบ = ยางรถกระบะ รถตู้
รองเท้าผ้าใบเป็นรองเท้าที่พร้อมลุย จะเดิน จะวิ่ง หรือจะกระโดด ก็ไม่ต้องห่วงว่าจะเจ็บเท้า เพราะมันออกแบบมาเพื่อการนี้ ทำให้เราสามารถทำกิจกรรมหนักๆได้สะดวกกว่ารองเท้าแบบอื่นๆ ยางชนิดนี้ถึกเหมือนรองเท้าผ้าใบ มันถูกออกแบบมาให้ทนทาน สามารถแบกของหนักๆหรือคนเยอะๆได้ แต่ไม่ได้เน้นเรื่องความเร็ว

เมื่อรู้สไตล์ที่ชอบแล้ว ถ้าคุณอยากหารถที่ใช่ที่สุดสำหรับคุณ ต้องที่นี่เลย เรามีรถหลากหลายรุ่นหลากหลายปีให้คุณเลือก ตั้งแต่รถคลาสสิค รถบ้าน ไปจนถึงรถสปอร์ต กดดูเลย

ที่ RodKaidee มีคนรอซื้อรถคุณอยู่

ที่ RodKaidee มีคนรอซื้อรถคุณอยู่

ยุคสมัยเปลี่ยนไป อะไรๆ ก็ง่ายขึ้น เดี๋ยวนี้มีหลายๆ คนที่หาซื้อรถแล้วอยากคุยกับเจ้าของรถโดยตรงเพื่อมาดูรถ ถ้าคุณกำลังวางแผนว่าจะขายรถเพื่อเปลี่ยนคันใหม่ ก็ลงขายที่ RodKaidee เล้ย มีคนรอซื้อเยอะ