รถครอบครัวXL งบต่ำล้าน

Auto Gurus ซีซั่น 3 ตอนสุดท้ายกับตอนที่ 11 วันนี้เป็นเนื้อหาที่ตอบโจทย์คนมีครอบครัวที่หารถครอบครัวไซส์ใหญ่ในงบไม่ถึงล้าน ไปดูกันว่าเพื่อนๆจะเลือกคันไหนเป็นที่หนึ่งในใจ ก่อนไปฟังเหล่ากูรูรถแนะนำรถครอบครับงบประหยัดคันไหนที่ไม่ควรพลาดซื้อ ไปดูกันเลย

กดดูรถทั้งหมดบน RodKaidee

หล่อดี PPV สินาย

Auto Gurus ซีซั่น 3 ตอนที่ 10 วันนี้มาในธีม “หล่อดี PPV สินาย” เอาใจสายชอบรถจุเยอะ บรรทุกแน่น กับรถ PPV ยอดฮิต มาดูกันว่าคันไหนจะเข้าวิน ชนะใจเพื่อนๆมากที่สุด ก่อนไปฟังคำชี้แนะจากเหล่ากูรูรถยนต์ว่ารถ PPV คันไหนน่าลงทุนที่สุด พร้อมแล้ว ไปดูพร้อมกันเลย

กดดูรถทั้งหมดบน RodKaidee

สุดโก้ อีโคคาร์

Auto Gurus ซีซั่น 3 ตอนที่ 9 วันนี้มาพบกับรถสายประหยัดน้ำมันคันมินิกันในธีม “สุดโก้ อีโคคาร์” เราจะไปเปิดโหวตกันว่าอีโคคาร์คันไหนจะครองใจผองเพื่อนกันมากที่สุด ก่อนจะไปฟังความคิดเห็นของเหล่ากูรูรถยนต์ผู้เชี่ยวชาญว่าจะแนะนำคันไหนกันบ้าง พร้อมแล้วไปชมกันเลย

กดดูรถทั้งหมดบน RodKaidee

ศึก MPV งบ 6 แสน

Auto Gurus ซีซั่น 3 ตอนที่ 8 วันนี้มาพบกับศึกประชันกันระหว่างรถ MPV ในงบ 6 แสนบาท ไปดูกันว่าคันไหนจะเป็นสุดยอดในใจเพื่อนๆ หลังจากนั้นไปฟังความคิดเห็นจากเหล่ากูรูรถยนต์ผู้รู้จริง เขาจะแนะนำรุ่นไหน เพราะอะไร ไปฟังพร้อมกันเลย

กดดูรถทั้งหมดบน RodKaidee

5 วิธีดูแลเครื่องยนต์สุดรักให้อยู่กับคุณไปนานๆ

ตั้งแต่ซื้อรถมาคุณเคยตรวจเช็ครถของคุณบ้างหรือยัง?แน่นอนว่าการมีรถนั้นเป็นเรื่องที่ทุกคนใฝ่ฝัน และเมื่อมีรถแล้วการดูแลตรวจเช็คสภาพรถทั้งภายในและภายนอกก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เราต้องหมั่นทำอยู่เป็นประจำ เพื่อให้รถอยู่กับเราไปนานๆ แต่รถก็เป็นสินทรัพย์ที่มีการเสื่อมสภาพลงตามกาลเวลา ซึ่งวิธียืดระยะเวลาให้ใช้งานได้ยาวนานมากขึ้นมีเพียงวิธีเดียวคือการดูแลรักษา แต่รักษาอย่างไรให้ถูกต้องนั้นก็ต้องศึกษาให้ดี เพราะเครื่องยนต์ของรถมีหลายส่วน ซึ่งถ้าแต่ละส่วนเกิดปัญหา ค่าใช้จ่ายในการซ่อมก็อาจทำให้เรากุมขมับได้ หรือแม้ว่าคุณมีประกันชั้นหนึ่ง ก็ยังต้องเสียเวลากับการซ่อมอยู่ดี เพราะฉะนั้นมาเริ่มดูแลรถสุดรักของเราโดยเริ่มต้นที่เครื่องยนต์กันก่อนเลย

1.รู้จักน้ำมันเครื่องที่ใช้อยู่ 
โดยทั่วไปแล้วน้ำมันเครื่องของรถ มีอยู่ 3 ประเภท คือ น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ กึ่งสังเคราะห์และแบบธรรมดา ข้อแตกต่างระหว่างทั้งสามประเภทนี้คือเรื่องของราคาและการใช้งาน หากคุณต้องการดูแลรถสุดรักของคุณแบบดีที่สุดก็สามารถเลือกใช้เป็นน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ที่ผ่านการคิดค้นและวิจัยอย่างละเอียด ทำให้น้ำมันเครื่องประเภทนี้มีคุณสมบัติที่ดีสุดที่ช่วยปกป้องชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์และหล่อลื่นเครื่องยนต์ให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงระยะการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 15,000 กิโลเมตร ยาวนานที่สุดในบรรดาน้ำมันเครื่องทั้งสามประเภท แต่หากคุณไม่ต้องการจ่ายแพงแต่ยังต้องการคุณภาพที่ดีอยู่ ก็สามารถเลือกใช้น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกันและราคาที่ถูกลงมา ระยะการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 7,000 - 10,000 กิโลเมตร แต่ก็ต้องตรวจเช็คส่วนผสมของน้ำมันเครื่องด้วยเพราะแต่ละยี่ห้ออาจมีความแตกต่างกัน

2.ตรวจเช็คไส้กรองน้ำมันเครื่อง 
ไส้กรองถือเป็นชิ้นส่วนสำคัญที่กรองฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกต่างๆ ที่อาจะมาพร้อมกับน้ำมันเครื่อง การเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่องขึ้นอยู่กับระยะการใช้งานของเราเองด้วย เช่น หากเราใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์อย่างดีที่มีอายุการใช้งานยาวนานถึงประมาณ 15,000 กิโลเมตร เมื่อทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องครั้งต่อไปก็ควรเปลี่ยนไส้กรองไปด้วยเลย แต่หากเราทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องที่ระยะ ประมาณ 5,000 - 7,000 กิโลเมตรก็สามารถคำนวนเป็นเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องสองครั้งถึงจะเปลี่ยนไส้กรองชิ้นหนึ่งก็ได้ แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับความสบายใจส่วนตัวด้วยส่วนหนึ่ง การเปลี่ยนไส้กรองบ่อยไม่ได้มีข้อเสียแต่อย่างใด แต่จะช่วยปกป้องและป้องกันเครื่องยนต์จากสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ที่หากเข้าไปสู่เครื่องยนต์แล้วอาจทำให้เกิดปัญหาใหญ่ตามมาได้ 
3.ระบบระบายความร้อนเครื่องยนต์ทำงานปกติหรือไม่ 
ความร้อนกับเครื่องยนต์นั้นเป็นของคู่กัน แต่ความร้อนที่มีระดับสูงเกินไปนั้นอาจสร้างความเสียหายต่อชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ได้ เพราะฉะนั้นจึงต้องมีระบบระบายความร้อนเพื่อรักษาอุณหภูมิภายในเครื่องยนต์ไม่ให้ร้อนเกินไป ซึ่งชิ้นส่วนภายในระบบนี้นั้นมีหลายชิ้นมาก ทั้งพัดลมระบายความร้อน หม้อน้ำ ปั้มน้ำ วาล์วน้ำ ท่อยางหม้อน้ำ ก่อนที่จะสตาร์ทรถนั้น เราควรเช็คระดับน้ำในหม้อน้ำหรือถังพักน้ำให้อยู่ระดับที่พอดีหรือประมาณกึ่งกลางระหว่างขีด Max และ Min ตรวจสอบพัดลมระบายความร้อนว่ามีการชำรุดเสียหายหรือไม่ ลองบีบท่อยางหม้อน้ำว่าสภาพยังใช้งานได้อยู่หรือมีการแห้งกรอบก็ควรรีบเปลี่ยนทันที

4.แบตเตอรี่เสื่อมหรือยัง 
แบตเตอรี่รถยนต์นั้นมีอยู่ 2 ประเภทคือ แบตเตอรี่แบบแห้งและแบตเตอรี่แบบเปียก ซึ่งเราจะใช้แบบเปียกกันส่วนใหญ่ สิ่งที่แตกต่างกันของแบตทั้งสองแบบคือคุณสมบัติ การดูแลรักษาและราคาที่แบตแบบแห้งจะสูงกว่าพอสมควร แต่ก็มาพร้อมกับการที่ไม่ต้องคอยเช็คคอยเติมน้ำกลั่นและระยะเวลาใช้งานได้ยาวนานมากถึงประมาณ 5 - 10 ปี ซึ่งการตรวจเช็คว่าแบตเตอรี่รถของเราเสื่อมหรือยังนั้นเริ่มต้นจากการสตาร์ทรถ หากสตาร์ทไม่ค่อยติด และเมื่อสตาร์ทแล้วเสียงการทำงาน ของแบตจะค่อนข้างดัง อาการนี้แสดงว่าแบตเริ่มมีเสื่อมต้องรีบไปเปลี่ยนก่อนที่รถจะสตาร์ทไม่ติดแต่ถ้าเราใช้แบตเตอรี่แบบเปียกก็ควรหมั่นเช็คน้ำกลั่น และไม่ควรใช้แบตเดิมนานเกิน 3 ปี 

5.เช็คแผงหน้าปัดว่ามีไฟแจ้งเตือนอะไรขึ้นบ้าง 
โดยเฉพาะไฟแจ้งเตือนสีแดงที่ขึ้นบนหน้าปัดที่บอกเราว่าเกิดปัญหาภายในรถที่ต้องรีบตรวจสอบอย่างทันที เช่น เมื่อไฟเตือนอุณหภูมิสูงแสดงขึ้นบนหน้าปัด แสดงว่าอุณหภูมิที่เครื่องยนต์นั้นสูงมาก ควรมองหาที่จอดรถและตรวจเช็คน้ำในระบบหล่อเย็นว่ามีจุดใดรั่วหรืออุดตันไหม หรือถ้าเป็นสัญลักษณ์รูปแบตเตอรี่สีแดงแสดงขึ้น นั่นหมายความว่าเกิดความผิดปกติของแบต อาจเป็นเรื่องประจุไฟภายในแบต ให้เราปิดแอร์และวิทยุต่างๆ แล้วรีบหาอู่หรือช่างเพื่อทำการตรวจเช็คในทันที
สรุป
นอกจากเครื่องยนต์ที่เราต้องหมั่นตรวจเช็คแล้ว ก็ยังมีชิ้นส่วนอื่นของรถที่เราต้องคอยดูแลด้วย เช่น ยางรถยนต์ กระจกข้าง ผ้าเบรก หรือแม้แต่วิธีง่ายๆ เช่นการล้างรถก็เป็นวิธีหนึ่งในการยืดระยะเวลาการใช้งานรถสุดรักของเรา และยิ่งถ้าเราดูแลรถของเราอย่างดีแล้ว เมื่อนำไปขายต่อก็จะได้ราคาที่ดีตามขึ้นด้วย ถ้าคุณมีรถมือสองที่ผ่านการดูแลรักษามาอย่างดีแล้วไม่รู้จะขายที่ไหนดี เราขอแนะนำช่องทาง RodKaidee ของเรา ที่มีหมวดสำหรับรถยนต์โดยเฉพาะ ทำให้สะดวกทั้งผู้ลงขายและผู้ซื้อต่อ อย่ารอช้า รีบถ่ายรูปรถสวยๆ ของคุณแล้วโพสขายเลย !

เสียงแปลกๆจากรถยนต์บ่งบอกอะไร? รู้ไว้ก่อนรถพังไม่ทันตั้งตัว

ทุกอย่างในโลกย่อมมีอายุการใช้งานของตัวมันเอง รถยนต์ก็เช่นกัน โดยปกติแล้วเมื่อเราใช้รถยนต์คู่กายมาสักพัก ความเสื่อมถอยตามกาลเวลาก็เริ่มจะถามหา แต่รถยนต์ก็เหมือนร่างกาย อยู่ดีๆไม่ใช่ว่าจะพังทลายไปทันที เขาจะส่งสัญญาณให้เรารู้ก่อนว่า ฉันเริ่มไม่ไหวแล้วนะ ฉันมีความผิดปกตินะ ซึ่งเราก็ต้องรีบพาเขาไปรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนจะเสียเงินก้อนโต แต่ในเมื่อรถยนต์พูดไม่ได้ เขาก็จะส่งเสียงเครื่องยนต์ออกมาแทน ว่าแต่เสียงแบบไหน จะมีสาเหตุมาจากอะไร บ่งบอกถึงอะไรบ้าง วันนี้มาแปลความไปพร้อมๆกัน

1.“เอี๊ยดอ๊าด ครืดๆขณะเบรก” การสื่อสารแรก เป็นการสื่อสารจากความผิดปกติของระบบเบรก หากคุณได้ยินเสียงเอี๊ยดอ๊าด หรือครืดๆ ขณะที่เบรกนั้น ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากระบบเบรก โดยขั้นแรกต้องทำการเช็คในส่วนของผ้าเบรกก่อน ว่าหมดหรือไม่ แล้วอย่าลืมตรวจเช็คระบบเบรกทั้งหมดด้วยว่ามีชิ้นส่วนไหนชำรุดหรือไม่

2. “เสียงดังขณะเลี้ยว” การสื่อสารที่สอง หากเกิดเสียงดังขณะที่เราเลี้ยวรถ ส่วนมากจะเกี่ยวข้องกับระบบช่วงล่าง ดังนั้นจึงต้องทำการเช็คในส่วนของช่วงล่างทั้งหมด นอกจากนี้ต้องทำการตรวจสอบ ลูกหมาก, บูช, ข้อต่อในส่วนต่างๆ, แร็กพวงมาลัย, ปีกนก และคันส่งคันชัก ด้วยว่ามีความเสียหายหรือไม่

3. “เสียงดังขณะขับผ่านลูกระนาด” การสื่อสารที่สามคือเสียงที่ดังขณะขับผ่านลูกระนาด ซึ่งที่มาของเสียงชนิดนี้มักเกิดจากบริเวณซุ้มล้อ หรือตกหลุม สิ่งแรกที่ควรทำคือลองตรวจสอบที่โช้คอัพว่ายังสามารถรับแรกกระแทกได้อีกหรือไม่ หากเสียหายแค่เล็กน้อยก็สามารถซ่อมได้ด้วยการอัดน้ำมันเข้าไปใหม่ แต่หากชำรุดมาก คงต้องพิจารณาเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด

4. “เสียงหอนขณะขับรถ” การสื่อสารที่สี่ คือเสียงหอนระหว่างที่กำลังขับรถ ยิ่งขับเร็วเท่าไร เสียงยิ่งดังขึ้น ซึ่งเสียงนี้มักมาสาเหตุมาจาก ยางรถยนต์ อาจจะลูกปืนล้อแตก หรือเพลาขับพัง ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการซ่อมแซมตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้ นอกจากจะอันตรายแล้ว งบประมาณก็จะบานปลายอีกด้วย

5. “ครืดคราด จากท้องรถ” การสื่อสารที่ห้า พบเจอได้บ่อย โดยมักมีสาเหตุเกิดจาดท่อไอเสีย หรือเพลากลางเกิดการชำรุด โดยส่วนมากอาจมาจากจุดติดตั้งหลุด หรือจุดยึดนั่นเอง

6. “เสียงดังกึกกักเหมือนอะไรหลุด จากพวงมาลัย” การสื่อสารที่หก มีสาเหตุมาจากพวงมาลัย ซึ่งถือเป็นเคสที่มีความอันตรายอย่างมาก เพราะอาจส่งผลให้ไม่สามารถบังคับพวงมาลัยได้ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ไม่ควรจะปล่อยผ่านหรือรอช้า ต้องรีบไปซ่อมแซมโดยด่วน โดยสาเหตุส่วนมากอาจมาจากการที่ลูกปืนแตก

7. “เสียงดังเวลาเปลี่ยนเกียร์” การสื่อสารที่เจ็ดคือการเกิดเสียงดังขณะที่เปลี่ยนเกียร์ ขั้นแรกให้ลองตรวจสอบการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ว่าได้ทำสม่ำเสมอหรือไม่ และมีน้ำมันเกียร์เพียงพอหรือยัง และหากตรวจสอบพบว่ามีการรั่วซึมเกิดขึ้น ต้องรีบทำการซ่อมแซ่มทันที ไม่ควรปล่อยไว้

8. “เสียงดังขณะสตาร์ทรถ” การสื่อสารที่แปดคือเสียงที่ดังขึ้นขณะที่เราทำการสตาร์ทรถ ซึ่งมักจะเป็นเสียงที่ลากยาวกว่าปกติทั่วไป เสียงนี้มีสาเหตุมาจากการที่แบตเตอรี่ใกล้จะหมดอายุ ดังนั้น สิ่งแรกที่ควรทำคือการตรวจเช็คแบตเตอรี่ แต่หากแบตเตอรี่ยังดีอยู่หรือเพิ่งเปลี่ยนมาได้ไม่นาน อาจจะต้องลองเช็คในส่วนของไดสตาร์ทที่อาจถ่านหมด หรือหมดอายุการใช้งาน

9. “เกิดเสียงดังฟู่ๆบริเวณหน้าห้องเครื่อง”การสื่อสารที่เก้านี้มักมีต้นตอมาจากหน้าห้องเครื่อง ซึ่งสาเหตุอาจมาจากฝาหม้อน้ำเสื่อมสภาพหรือหม้อน้ำรั่ว ซึ่งก่อนจะทำการตรวจเช็คควรระมัดระวังรอให้เครื่องเย็นลงก่อนเพื่อความปลอดภัย

10. “เสียงดังเอี๊ยดๆ ในห้องเครื่อง” การสื่อสารสุดท้ายที่เรามานำเสนอในวันนี้ คือเสียงดัง เอี๊ยดๆ ในห้องเครื่อง ซึ่งมักเกิดจากสายพานหรือลูกกรอกหมดอายุหรือชำรุด ซึ่งต้องรีบตรวจเช็คและทำการซ่อมแซม

และนี่คือ 10 ตัวอย่างเสียงประหลาดๆที่พบเจอบ่อยจากรถยนต์คันโปรดของคุณ ซึ่งแม้จะเป็นเพียงการส่งสัญญาณเล็กๆน้อยๆ แต่ก็ไม่ควรละเลย เพราะหากปล่อยทิ้งไว้นาน รถยนต์อาจเกิดความเสียหายมาก จนนำมาสู่การสูญเสียเงินก้อนโตได้ ดังนั้นทางที่ดี ควรหมั่นตรวจเช็ครถยนต์อย่างสม่ำเสมอนะคะ

และหากผู้ใดสนใจจะซื้อรถมือสองสักคัน และกำลังมองหาสินเชื่อพร้อมโปรโมชั่นดี ๆ จาก กรุงศรี ออโต้ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ หรือติดต่อ กรุงศรี ออโต้ คอล เซ็นเตอร์ โทร. 0-2740-7400 หรือ แชทผ่าน LINE กรุงศรี ออโต้ (คลิกเพื่อ Add LINE)

และนอกจากนี้ก็สามารถเข้ามาเลือกชมรถเพิ่มเติมได้ที่ RodKaidee ค่ะ

5 ประตู จุใจ ไซส์มินิ

Auto Gurus ซีซั่น 3 ตอนที่ 7 วันนี้กลับมาเอาใจสายรถ 5 ประตูกันอีกครั้ง แต่คราวนี้มาในเวอร์ชั่นรถ 5 ประตู ไซส์มินิ ไปดูกันว่า 5 ประตู จุใจ ไซส์มินิ คันไหนจะได้รับการโหวตจากเพื่อนๆมากที่สุด จากนั้นไปฟังคำแนะนำจากกูรูรถยนต์ผู้เชี่ยวชาญกัน จะเป็นอย่างไรบ้าง ไปดูพร้อมกันเลย

กดดูรถทั้งหมดบน RodKaidee

เก๋งหรู รักษ์โลก

Auto Gurus ซีซั่น 3 ตอนที่ 6 วันนี้มาในธีม “เก๋งหรู รักษ์โลก” ไปดูกันว่ารถที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมคันไหนจะได้ใจเพื่อนๆมากที่สุด พร้อมพบกับกูรูรถยนต์ผู้เชี่ยวชาญที่จะมาให้คำแนะนำเกี่ยวกับรถรักษ์โลก ประหยัดน้ำมัน จะเป็นอย่างไรบ้าง ไปชมพร้อมกันเลย

กดดูรถทั้งหมดบน RodKaidee

5 เหตุผลที่ทำให้ VOLVO S60 เป็นรถยนต์ที่น่าสนใจแห่งยุค

เปิดตัวอย่างร้อนแรงต้อนรับศักราชใหม่กันไปแล้วเมื่อตอนต้นปี สำหรับยนตรกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟอย่าง All-New Volvo S60 สุดยอดสปอร์ตซีดานระดับพรีเมียมจากประเทศสวีเดน มาพร้อมคอนเซปต์ Your Singnature Drive ที่จะพลิกโฉมสู่ประสบการณ์การขับขี่บนมาตรฐานใหม่ด้วยสมรรถนะขั้นสุดยอด ซึ่งถูกสร้างสรรค์มาให้คนรักรถยนต์และแฟนๆ ของ Volvo ได้ตื่นตาตื่นใจกันอีกหนึ่งครั้ง
1. โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์อันมาดมั่น

Credit - Volvo
รูปลักษณ์ภายนอกมาในสไตล์สปอร์ต นำทีมโดยกระจังหน้า ที่ติดตั้งตราวอลโว่อันเป็นจุดเด่นหน้ารถ ส่วนฮู้ดหลังยาวและฝากระโปรงห้องเครื่อง สื่อถึงพลังในการขับเคลื่อนอย่างชัดเจน เสริมด้วยไฟหน้าแอลอีดี ดีไซน์รูปลักษณ์ฆ้อนธอร์อันเป็นซิกเนเจอร์ของ Volvo
2. ห้องโดยสารสุดหรูแบบฉบับสแกนดิเนเวียน

Credit - Volvo
งานออกแบบสไตล์นี้โดดเด่นในเรื่องของความสะอาดหมดจด คุณภาพ และตอบรับกับการใช้งาน โดยการออกแบบของ Volvo S60 จัดสรรพื้นที่ภายในอย่างเรียบง่าย โปร่งสบายตา เพื่อมอบบรรยากาศที่ผ่อนคลายตลอดการเดินทางของคุณ ในส่วนของเบาะที่นั่งใช้วัสดุเป็นหนังแท้ในเฉดสี Charcoal และ Maroon Brown ช่วยเพิ่มความหรูหราขึ้นอีกหนึ่งระดับ

นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอมาตรฐานขั้นสูงของงานฝีมือแบบฉบับสแกนดิเนเวียน ด้วยมือจับประตูรถตกแต่งแบบอลูมิเนียมและแผงไฟในโทนสีที่กลมกลืนเข้ากับตัวรถ เสริมความสวยงามด้วยการฝังลายแบบ Metal Decors Inlay ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดการตกแต่ง แป้นเกียร์ และพวงมาลัยแบบ R-Design ซึ่งทุกฟังก์ชั่นในตัวรถ ล้วนแล้วแต่เป็นงานที่เน้นความประณีตอย่างแท้จริง
3. เทคโนโลยีความปลอดภัยชั้นนำระดับโลก

Credit - Volvo
จุดเด่นด้านความปลอดภัยต้องยกให้การคิดค้นนวัตกรรมของ Volvo ที่สืบทอดมาอย่างยาวนานหลายทศวรรษ เริ่มต้นด้วยระบบไฟหน้าหักเหตามพวงมาลัย ตามด้วยระบบไฟหน้า LED Headlights with ABL ที่ถูกออกแบบมาเพื่อมอบความสว่างสูงสุดเมื่อเจอทางโค้งหรือแยกบนถนน ต่อด้วยระบบ High-Pressure Cleaning เพื่อให้คุณมีทัศนวิสัยในความมืดที่ชัดเจนที่สุด

นอกจากนี้ยังมีระบบ Head-Up Display ที่จะช่วยแสดงข้อมูลการขับขี่ผ่านการฉายข้อมูลที่จำเป็น ในระยะสายตาของผู้ขับขี่โดยตรง ทั้งในเรื่องของอัตราความเร็วและการทำงานต่างๆ ของรถยนต์ ทำให้ไม่ต้องละสายตาจากถนนในขณะขับรถ

Credit - Volvo
เสริมทัพด้วยระบบช่วยในการจอดรถ พร้อมจอแสดงผลด้วยภาพ 360 องศา ทำงานด้วยเซ็นเซอร์ซึ่งติดตั้งบนกระจังหน้ารถและกันชนหลัง ร่วมกับกล้องตัวอื่นๆ ในมุมต่างๆ ของตัวรถ ซึ่งจะช่วยวัดระยะห่างของวัตถุรอบตัวรถ เมื่อระบบตรวจพบวัตถุในระยะใกล้ จะส่งเสียงเตือนและแสดงภาพบนหน้าจอแบบ Sensus Screen ในทันที
4. ความสะดวกสบายในการเดินทางที่เหนือชั้น

Credit - Volvo
ด้วยเบาะที่ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันและรองรับส่วนโค้งของสรีระได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้นั่งสบายไม่เมื่อย แม้ต้องเดินทางในระยะไกลๆ ในส่วนของเบาะหลังมาในระบบ 4-Way Power Lumbar Support เพื่อผ่อนคลายความเมื่อล้าบริเวณหลัง นอกจากนี้ยังมีระบบกุญแจ Remote Control with Keyless Entry & Drive รวมถึงการเปิดประตูท้ายฝากระโปรงหลัง ที่สามารถปลดล็อคด้วยไฟฟ้าโดยไม่ต้องใช้มือ

ส่วนใครที่มีปัญหาเรื่องของการจอดรถ ต้องชื่นชอบกับอีกหนึ่งฟังก์ชันอย่าง ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ ตัวช่วยให้คุณถอยเข้าและออกจากที่จอดรถได้อย่างแม่นยำ โดยระบบจะกำหนดระยะห่างสำหรับการจอดที่เหมาะสม และให้คำแนะนำการจอดทีละขั้นตอน โดยรถยนต์จะควบคุมการเลี้ยวโดยอัตโนมัติ ส่วนผู้ขับขี่จะควบคุมเพียงแค่การเบรกและการเปลี่ยนเกียร์
5. ระบบพลังงานที่ยั่งยืนและเทคโนโลยีเสริมสุดอัจฉริยะ

Credit - Volvo
The All-New Volvo S60 มอบความเพลิดเพลินในการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์เปี่ยมประสิทธิภาพ T8 Twin Engine AWD Plug-In Hybrid ที่ให้กำลังสูงถึง 407 แรงม้า และไม่ปล่อยไอเสียสู่ชั้นบรรยากาศ ผู้ขับขี่จึงช่วยมีส่วนช่วยในการรักษ์โลกอย่างแท้จริง

ปิดท้ายด้วยนวัตกรรมสุดล้ำที่จะช่วยอำนวยความสะดวกและมอบความบันเทิงให้ผู้ขับขี่อย่างเต็มที่ อาทิ ระบบนำทาง และ Apple Car Play & Android Auto Support พร้อมเอ็นจอยไปกับเสียงดนตรีสุดเร้าใจกับเครื่องเสียงระดับพรีเมียมจากแบรนด์ Harman Kardon โดยคุณสามารถเชื่อมต่อผ่านระบบออนไลน์และรื่นรมย์กับการขับขี่ได้ตลอดเส้นทาง

Credit - Volvo
ด้วยคุณสมบัติที่อัดแน่นแบบเต็มสตรีมขนาดนี้ จึงทำให้ The All-New Volvo S60 เป็นรถซีดานสุดหรูหรา ที่จะมาพลิกโฉมสู่ประสบการณ์การขับขี่รูปแบบใหม่อย่างแท้จริง ช่วยให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้นและตอบสนองทุกความต้องการของแฟนๆ Volvo และแฟนรถยนต์ได้อย่างแท้จริง ส่วนใครที่สนใจรถยนต์ Volvo รุ่นอื่นๆ ที่น่าสนใจ สามารถแวะเข้ามาชมกันได้ที่ RodKaidee รับรองว่ามีรถสภาพดีๆ รอคุณอยู่มากมายแน่นอน

5 ประตู ขวัญใจคนเมือง

Auto Gurus ซีซั่น 3 ตอนที่ 5 วันนี้มาพบกับ “รถ 5 ประตูขวัญใจคนเมือง” กัน โดยเราจะไปฟังความคิดเห็นชาวเมืองกันว่า รถ 5 ประตูคันไหนโดนใจพวกเขามากที่สุด ก่อนจะพาเหล่ากูรูรถยนต์ผู้เชี่ยวชาญ มาแนะนำ ไขข้อข้องใจ รถ 5 ประตูคันไหนเหมาะสำหรับคนเมืองบ้าง พร้อมแล้ว ไปดูกันเลย

กดดูรถทั้งหมดบน RodKaidee