ซื้อรถมือสองต้องดูอะไรบ้าง?

ซื้อรถมือสองต้องดูอะไรบ้าง?

สภาพยาง
สภาพยางต้องไม่แตกลายงาและแข็ง โดยที่อายุการใช้งานของยางไม่ควรเกิน 2 ปี หรือ 30,000 กม.

สภาพสี
ถ้าหากสีรถเป็นรอยบางจุดแบบเล็กน้อย ไม่เห็นชัดมาก อาจเป็นแค่รอยขนแมวหรือรอยเฉี่ยวนิดหน่อย ถือว่ารับได้ เพราะคนซื้ออาจจะอยากให้เห็นสภาพเป็นจริงว่าได้ดูแลรถมาอย่างดี มีแค่รอยหรือสีถลอกเพียงเล็กน้อย กลับกันถ้า มีการเก็บสี ต้องเก็บสีได้เนียน เช่น รถเบนซ์ก็จะมีเกรดสีของเค้า ถ้าไปทำสีกับร้านทั่วไปที่เน้นทำสีให้กับรถญี่ปุ่น สีที่ทำออกมาจะไม่เนียน และดูต่างจากสีของจริงมาก

อุปกรณ์
อุปกรณ์หรือยางอะไหล่จะต้องอยู่ครบและอยู่ในสภาพการใช้งาน คือไม่เสียไม่พังนั่นเอง อารมณ์เหมือนเวลาเราซื้อโทรศัพท์มือสอง เราก็อยากได้ได้ที่ชาร์จแบต กล่อง และอุปกรณ์ต่างๆที่มากับโทรศัพท์อย่างครบถ้วน แทนที่จะเอาแค่โทรศัพท์อย่างเดียว

สมุดคู่มือ
สมุดคู่มือหรือบุคเซอร์วิสเพื่อเป็นการแสดงว่ารถที่เราจะซื้อได้เข้าไปรับบริการจากศูนย์บริการอย่างต่อเนื่อง และได้รับการซ่อมแซมอย่างถูกต้องจากศูนย์ อะไหล่ในรถจึงจะเป็นของแท้จากศูนย์ไม่ใช่ของยี่ห้ออื่นๆที่ไม่ใช่จากศูนย์

ช่วงล่าง
ช่วงล่างจะต้องอยู่ในสภาพปกติโช็คอัพจะต้องไม่รั่วซึม อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน จะรู้ได้ยังไงว่ารั่วซึมหรือไม่ เราสามารถสังเกตได้ที่บริเวณแกนโช้คอัพ ถ้าหากมีคราบน้ำมันเปรอะเปื้อนบริเวณนั้น แสดงว่ามีการรั่วซึมเกิดขึ้น

เล่มทะเบียน
เล่มทะเบียนต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่ลบเลือน ตัวอักษรจะต้องชัดเจนตรวจสอบได้ รายการเสียภาษีต้องไม่ขาดต่อ

สรุปแล้วการที่จะเลือกซื้อรถ ควรเลือกรถอยู่ในสภาพที่ใกล้เคียงกับสภาพที่ออกมาจากห้างมากที่สุด คำว่ารถสวยสำหรับการขายรถมือสอง ไม่ใช่รถที่แต่งมาเยอะๆ ยกเครื่อง เปลี่ยนเครื่องเสียงอย่างดีมา แต่เป็นรถเดิมๆที่ออกมาจากห้างมากกว่า ส่วนใครที่หาซื้อรถอยู่ตอนนี้ มาเลือกดูที่ RodKaidee ได้เลย มีทุกรุ่นทุกช่วงราคา

แถมตอนนี้ซื้อรถที่ RodKaidee รับฟรีบริการฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงจาก WSmart รีบเลย ถึงวันที่ 31 ก.ค. 61 เท่านั้น

เลือกรองเท้าที่ใช่ให้รถของเรา!

เลือกรองเท้าที่ใช่ให้รถของเรา!

1. รองเท้าหุ้มส้น = ยางสำหรับรถขับขี่ทั่วไป
ยางนี้ก็เหมือนกับรองเท้าหุ้มส้นคู่โปรดที่เราใส่กันอยู่ทุกวัน มันนุ่มและใส่สบายสุดๆ แต่ก็ยังดูดีพอที่จะใส่ทำงานหรือเดินห้างได้ และยังสามารถวิ่งได้ถ้าเกิดตื่นสายโดยไม่เจ็บเท้า เหมือนกันกับยางรุ่นนี้ที่ทำให้คุณภาพการขับขี่ดีงาม ทั้งนุ่มนวลและเงียบสงบ ใช้ได้ทั้งบนถนนเปียกหรือแห้ง แต่ทุกอย่างย่อมมีข้อจำกัด ถ้าวิ่งเร็วมากเกินไป ก็อาจจะสึกเร็วกว่ายางประเภทต่อไป ยังไงก็ตาม มันก็ใช่สุดๆสำหรับคนที่ตามหายางสำหรับการใช้ในชีวิตประจำวัน

2. รองเท้าวิ่ง = ยางสำหรับการใช้ความเร็วสูง
ยางรุ่นนี้เหมาะมากๆ สำหรับใครที่ชอบใช้ชีวิตกับความเร็ว แน่นอน เวลาวิ่งเราก็ควรใส่รองเท้าวิ่งเพื่อช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวของเรา มันทำให้เรามั่นใจได้ว่าเราจะไม่ลื่นล้มเหมือนเวลาใส่รองเท้าแตะ ยางชนิดนี้ก็เหมือนกัน มันจะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการเกาะถนน ทำให้เราซิ่งได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย

3. รองเท้าบูท = ยางสำหรับรถเอนกประสงค์และ SUV
รองเท้าบูทเป็นรองเท้าที่ใช้ได้หลายสถานการณ์ จะใส่ไปลุยที่ต่างจังหวัดก็ได้ จะใส่ไปเดินเที่ยวก็เท่ รถเอนกประสงค์และรถ SUV ก็เหมือนกับบูท ข้างในกว้าง ใช้งานได้หลายแบบ ทำให้สามารถใช้บนถนนได้หลายรูปแบบ เพราะฉะนั้นยางรุ่นนี้จึงทนทานกว่าอีกสองรุ่นก่อนหน้า แต่ใช่แล้ว มันก็แพงกว่าด้วย

4. รองเท้าผ้าใบ = ยางรถกระบะ รถตู้
รองเท้าผ้าใบเป็นรองเท้าที่พร้อมลุย จะเดิน จะวิ่ง หรือจะกระโดด ก็ไม่ต้องห่วงว่าจะเจ็บเท้า เพราะมันออกแบบมาเพื่อการนี้ ทำให้เราสามารถทำกิจกรรมหนักๆได้สะดวกกว่ารองเท้าแบบอื่นๆ ยางชนิดนี้ถึกเหมือนรองเท้าผ้าใบ มันถูกออกแบบมาให้ทนทาน สามารถแบกของหนักๆหรือคนเยอะๆได้ แต่ไม่ได้เน้นเรื่องความเร็ว

เมื่อรู้สไตล์ที่ชอบแล้ว ถ้าคุณอยากหารถที่ใช่ที่สุดสำหรับคุณ ต้องที่นี่เลย เรามีรถหลากหลายรุ่นหลากหลายปีให้คุณเลือก ตั้งแต่รถคลาสสิค รถบ้าน ไปจนถึงรถสปอร์ต กดดูเลย

ที่ RodKaidee มีคนรอซื้อรถคุณอยู่

ที่ RodKaidee มีคนรอซื้อรถคุณอยู่

ยุคสมัยเปลี่ยนไป อะไรๆ ก็ง่ายขึ้น เดี๋ยวนี้มีหลายๆ คนที่หาซื้อรถแล้วอยากคุยกับเจ้าของรถโดยตรงเพื่อมาดูรถ ถ้าคุณกำลังวางแผนว่าจะขายรถเพื่อเปลี่ยนคันใหม่ ก็ลงขายที่ RodKaidee เล้ย มีคนรอซื้อเยอะ

 

ถอดรหัสสัญญาณไฟจากรถบรรทุก เขาบอกอะไรเรา?

ถอดรหัสสัญญาณไฟจากรถบรรทุก เขาบอกอะไรเรา?

เวลาขับรถออกต่างจังหวัดใครๆ ก็คงจะต้องเจอกับรถบรรทุกเป็นธรรมดา ยิ่งถ้าขึ้นเขาแล้วต้องขับตามรถบรรทุก เรามักจะเจอรถบรรทุกที่อยู่ข้างหน้าเราเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวแปลกๆ หลายๆ คนอาจจะงง แต่จริงๆ แล้วเขากำลังสื่อสารกับเราอยู่ ไปดูกันเลยว่าเขาบอกอะไรเรา

เปิดไฟเลี้ยวซ้าย ทั้งๆ ที่ข้างหน้าไม่มีซอยให้เลี้ยวซ้าย
คือการส่งสัญญาณว่าสามารถแซงไปได้ ข้างหน้าไม่มีรถสวนมา

เปิดไฟเลี้ยวขวา ทั้งๆ ที่ข้างหน้าไม่มีซอยให้เลี้ยวขวา
คือการส่งสัญญาณว่าห้ามแซง มีรถสวนมา หรือเป็นทางโค้งอันตราย

เปิดไฟเลี้ยวซ้ายขวาสลับกัน
คือการส่งสัญญาณว่าให้ชะลอ เพราะข้างหน้าอาจมีอุบัติเหตุ หรือด่านตรวจ และไม่ควรแซง

เปิดไฟสูงเมื่อเรากำลังขับแซง
คือการส่งสัญญาณว่าเรายังแซงไม่พ้น และช่วยเปิดไฟให้เราเห็นทางข้างหน้า เมื่อปิดไฟสูงคือการบอกว่าเราแซงพ้นแล้วให้เข้ามาในเลนได้

สิ่งสำคัญที่สุดในการขับขี่บนท้องถนนคือความปลอดภัยและมีน้ำใจต่อกัน และสำหรับใครที่มีความสนใจในรถบรรทุก เรามีหมวด รถบรรทุกและรถเครื่องจักรกลที่ครอบคลุมทุกอุตสาหกรรมให้คุณเลือก ไม่ว่าคุณต้องการซื้อหรือขายก็ทำได้ที่นี่

รวมเทคนิคล้างรถให้วาววับ

รวมเทคนิคล้างรถให้วาววับ

รถจะถูกจะแพง ถ้าดูสะอาดดูใหม่ก็สวยทุกคัน และยังช่วยสร้างภาพลักษณ์คนขับอีกด้วย วันนี้เราเอาวิธีดีๆ มาบอกว่าล้างรถยังไงให้สะอาดแวววับจนประทับใจคนมอง

อย่าใช้น้ำยาล้างจานล้าง สบู่ ผงซักฟอก
ยังมีหลายๆ คนคิดว่า น้ำยาพวกนี้สามารถล้างคราบล้างความมันได้ แล้วทำไมเราจะเอามาล้างรถไม่ได้ล่ะ นั่นก็เพราะน้ำยาพวกนี้ไม่มี pH balanced (สถานะเป็นกลาง) จึงทำให้กัดเซาะได้ดีเกินไป สีรถ แว็กส์ หรือการเคลือบรถจะถูกทำลาย ไม่เป็นผลดีในระยะยาวแน่นอน

อุปกรณ์ที่ควรมี
1. ฟองน้ำหรือผ้าที่ทำจากไมโครไฟเบอร์ และแยกเป็นสองชุด สำหรับล้างตัวรถ 1 ชุดและล้างล้อรถ 1 ชุด
2. ถังน้ำ 2 ถัง ถังนึงไว้ใส่น้ำสบู่ อีกถังนึงใส่น้ำสะอาด หรือจะใช้สายยางก็ได้
3. บักซ์คลีนหรือน้ำยาขจัดขี้นก หากรถใครไปโดนนกทิ้งระเบิดไว้ หรือถ้ามีคราบเลอะที่ล้างออกยากก็สามารถใช้น้ำยาตัวนี้ได้
4. วีล คลีนเนอร์ หรือน้ำยาทำความสะอาดล้อรถนั่นเอง อันนี้ส่วนใหญ่จะมาเป็นในแบบสเปรย์

เทคนิคการล้างรถ
ควรล้างรถในที่ร่มแต่ไม่ควรปล่อยให้รถแห้งเอง เพราะหากเราไม่เช็ดน้ำที่เกาะตัวรถ จะมีคราบแห้งติดเป็นจุดๆที่รถเราได้ง่าย

1. ล้างล้อเป็นอันดับแรก เพราะล้อเป็นส่วนที่สกปรกมากที่สุด สำหรับขั้นตอนนี้ เราจะใช้เป็นวีล คลีนเนอร์ในการล้าง เพราะไม่เป็นอันตรายต่อยาง พลาสติก และผ้าเบรกอีกด้วย เพียงฉีดวีล คลีนเนอร์ใส่ล้อรถ ไม่ต้องใช้ถังและผสมน้ำ แล้วใช้ฟองน้ำหรือแปรงขัดยาง แต่ส่วนที่เป็นเหล็กตรงกลางล้อควรใช้เป็นฟองน้ำ จะได้ไม่เป็นรอยขีดข่วน

2. ใช้สายยางฉีดน้ำให้ทั่วคันเพื่อล้างคราบและสิ่งสกปรกต่างๆ ออกชั้นนึงก่อน และหาดูว่ามีจุดไหนที่เลอะเป็นพิเศษมั้ย เช่น พวกขี้นกหรือคราบต่างๆ ที่ดูแล้วน่าจะล้างออกยาก หากมีก็ใช้บักซ์คลีนหรือน้ำยาขจัดขี้นกขัดไปก่อนที่จะเริ่มล้างจุดอื่นๆ

3. นำน้ำยาล้างรถมาผสมกับน้ำ 1 ถัง สัดส่วนของน้ำยาล้างรถแต่ละยี่ห้อก็จะแตกต่างกันไป ต้องสังเกตข้างขวดว่าสัดส่วนเท่าไรถึงจะพอดี เมื่อผสมน้ำยาเสร็จแล้วก็ตีให้เป็นฟอง ถูวนๆ เป็นวงกลมไปบนผิวรถ แต่ทำทีละแค่ครึ่งคันแล้วล้าง เพราะถ้าทำทั้งคันทีเดียวเราจะล้างน้ำยาออกกันไม่ทัน และอาจเกิดเป็นคราบได้

ลองนำเทคนิคไปใช้ แถมยังได้ออกกำลังกายไปในตัว ยิ่งถ้าใครกำลังจะขายรถด้วยแล้ว ล้างให้สะอาดเอี่ยม คนมาดูรถเห็นก็ยิ่งประทับใจแน่นอน สมัยนี้จะขายรถก็ง่ายแสนง่าย ที่ RodKaidee อยู่บ้านก็ขายได้แค่ถ่ายรูปใส่รายละเอียดแล้วกดลงขาย ทำได้ที่นี่เลย

นิสัยที่ควรเลี่ยง สำหรับมือใหม่หัดขับ

นิสัยที่ควรเลี่ยง สำหรับมือใหม่หัดขับ

หลายๆคนที่พึ่งขับรถไม่นาน อาจจะทำบางอย่างผิดโดยไม่รู้ตัว ซึ่งการที่เราทำผิดบ่อยๆก็จะทำให้เคยชิน จนติดเป็นนิสัยได้ พอเป็นมือเก่าไปแล้วก็ยังทำอยู่ วันนี้เรามาดูพฤติกรรมที่ควรปรับ ถึงแม้มันไม่ได้ผิดกฎ แต่มันมีวิธีที่ดีกว่า ถ้าลองทำวิธีที่ถูกแล้ว จะรู้สึกเลยว่าทำไมไม่รู้ให้เร็วกว่านี้นะ สบายกว่าเยอะเลย

1.ไม่มองกระจกมองข้างและกระจกมองหลัง
มือใหม่หลายๆ คนมักจะเพลินกับการมองตรงไปข้างหน้าอย่างเดียว เพราะจะรู้สึกว่าแค่มองข้างหน้าอย่างเดียวก็กดดันพอแล้ว ซึ่งการที่เราไม่มองด้านข้างกับด้านหลังมันจะทำให้เราไม่สังเกตรถคันอื่นๆ เช่น รถข้างหลังเค้าจะไปเร็ว แต่เรายังเก้ๆ กังๆ ไม่กล้าเร่งเร็วมาก รถที่ขับตามเรามาเค้าก็หงุดหงิดเราได้ บางทีอาจจะมาจี้ท้ายจนเราลน ทางที่ดีก็ควรหลบไปอีกเลนให้เค้าไป ส่วนด้านข้างก็สำคัญ บางทีมีมอเตอร์ไซค์เบียดมาหรือมีรถจะขอเข้าเลน ดังนั้นเราควรที่จะมองทุกมุม

2.นั่งสิงพวงมาลัย
หลายๆ คนพยายามที่จะนั่งชิดพวงมาลัยเพื่อให้จับสะดวก กลัวจะจับไม่ถนัด พยายามจะปรับเบาะให้ตั้ง กลัวมองไม่เห็นปลายฝากระโปรงข้างหน้า ความจริงแล้วการที่เรานั่งติดกับพวงมาลัยเกินไปมันกลับทำให้เราหมุนพวงมาลัยไม่คล่อง เพราะแขนเรายืดได้ไม่สะดวก ข้อศอกติดตัว ทางที่ดีควรจะปรับเบาะให้ไม่ห่างไม่ชิดจนเกินไป สามารถยืดแขนได้ระดับหนึ่ง ลองหมุนพวงมาลัยให้สุดดูว่าระยะห่างที่เราปรับไว้มันพอดีมั้ย ข้อศอกไม่ชิดลำตัว และแขนไม่เหยียดจนสุดเกินไป ยังสามารถงอแขนได้อยู่ ส่วนเรื่องความเอนของเบาะ ส่วนมากที่พอดีก็จะอยู่ที่ประมาณ 100 องศา ไม่ตั้งเกินไป ไม่เอนเกินไป

3.ลืมให้สัญญาณไฟ
ไม่ต้องมือใหม่ เพราะแม้แต่มือเก่าหลายคนก็ลืมที่จะเปิดไฟเลี้ยวก่อนเลี้ยว ซึ่งมันอันตรายมากๆ รถคันหลังจะไม่รู้ว่าเรากำลังจะเลี้ยว และจะมาด้วยความเร็วปกติ ผลก็คือเกิดอุบัติเหตุ เสียงทั้งเวลา เสียทั้งอารมณ์ เพราะฉะนั้นเราควรจะเปิดไฟเลี้ยวทุกครั้ง จะเลี้ยวซ้ายก็เปิดไฟด้านซ้าย จะเลี้ยวขวาก็เปิดไฟเลี้ยวด้านขวา ฟังก์ชันที่รถมีมาต้องใช้ให้ครบ

4.ขับช้าแต่วิ่งเลนขวา
ขับช้าๆ น่ะ ปลอดภัยสุดแล้ว แต่ถ้าดันมาขับอยู่เลนขวาการขับช้าถือว่าเสี่ยงต่อชีวิตมาก อาจจะโดนชนท้ายเอาได้ เพราะรถที่วิ่งเลนขวาส่วนมากจะใช้ความเร็วสูงกว่าเลนอื่นๆ ถ้าเราขับช้าแล้วแช่อยู่ในเลนขวาขณะที่รถคันอื่นๆเค้าเร่งรีบกันอาจมีปัญหาได้แถมยังทำให้รถติดขึ้นไปอีก ถ้ายังไม่มั่นใจหรือไม่เร่งรีบ แนะนำให้วิ่งเลนซ้ายดีกว่า จะได้ไม่โดนจี้ท้ายและบีบแตรให้ตกใจ

อย่าลืมเอาทริคต่างๆ ไปใช้ เพิ่มความปลอดภัยในการขับรถนะจ๊ะ และสำหรับมือเก่าหรือมือใหม่ที่หารถคู่ใจอยู่ก็มาดูที่นี่ได้เลย มีทุกรุ่น

ฟุตบอลโลกปีนี้ แบรนด์อะไรถูกใช้เป็นชุดทีมชาติเยอะสุด

ฟุตบอลโลกปีนี้ แบรนด์อะไรถูกใช้เป็นชุดทีมชาติเยอะสุด

“จะเห็นว่าอันดับ 1 และ 2 ก็ไม่พ้น adidas และ Nike”

ที่ Kaidee ก็มีเสื้อกีฬาแบรนด์ดังๆ มากมายจะใส่เชียร์ หรือใส่ออกกำลังกายก็เลือกตามสไตล์ที่ชอบได้เลย

5 ไอเท็มดีๆ ที่ต้องมีติดรถ

5 ไอเท็มดีๆ ที่ต้องมีติดรถ

รถก็เหมือนกับบ้านหลังน้อยๆ ของเรา เป็นพื้นที่ส่วนตัวที่มักจะเก็บของที่จำเป็นต่างๆไว้ เช่น รองเท้าคู่โปรด รองเท้าแตะสำรอง แว่นกันแดด แต่ก็ต้องอย่าลืมของที่จำเป็นที่ต้องมีในยามฉุกเฉิน ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับรถเราจะได้จัดการปัญหาได้อย่างไม่ลำบาก มาดูกันเลยดีกว่าว่ารถเรายังขาดไอเท็มอะไรกันอีกบ้างนะ

คู่มือประกันภัยรถยนต์
อุบัติเหตุมาได้ทุกเมื่อ การที่มีคู่มือประกันภัยติดรถไว้ดีที่สุด มีอะไรจะได้ติดต่อสอบถามทางประกันให้มาช่วยดูได้ ไหนๆ ก็ทำประกันกันมาแล้ว ไม่หนักไม่กินที่อะไรมากเลย ใส่ไว้ในเก๊ะหน้ารถก็ได้ หาง่าย จำง่ายดี

ล้อสำรองและชุดแม่แรง
อาจจะใช่ การที่ยางแตก ยางรั่ว เราคงจะไม่ได้มาเจอกันบ่อยๆ แต่ถ้ามันเกิดขึ้นกับเราตอนอยู่ในที่ไกลๆ ไม่มีอู่ปะยาง อย่างน้อยเราก็ยังพอช่วยตัวเองได้อยู่ เพราะเปลี่ยนยางแค่ฝึกนิดหน่อยก็เปลี่ยนเป็นแล้ว

ป้ายสัญญานเตือน
ป้ายสัญญานเตือนนี้จะเรืองแสงในที่มืด จึงมีประโยชน์ในเวลากลางคืนมาก ถ้าหากรถเราเสียกลางทางแล้วกำลังโทรตามคนมาช่วย เราสามารถเอาเจ้าป้ายนี้ไปตั้งห่างจากรถเราซักประมาณ 50 – 100 เมตร รถที่ตามๆมาจะได้รู้แล้วหักหลบไปทางอื่น ป้ายนี้ควรติดรถไว้เลย โดยเฉพาะคนที่ต้องวิ่งออกต่างจังหวัดที่ถนนโล่งๆ รถวิ่งกันเร็วๆ เอาตั้งไว้จะได้ไม่เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน

ที่ทุบกระจกและตัดข็มขัดนิรภัย
เห็นข้อนี้แล้วอาจมองข้าม แต่เราก็ไม่ควรประมาท หากรถเราตกน้ำหรือเกิดอุบัติเหตุที่เราไม่สามารถจะปลดล็อคตัวเองหรือเปิดประตูได้ สิ่งนี้จะช่วยให้เราออกจากรถได้เป็นอย่างดี แนะนำให้เอาไว้ตรงที่ๆเราเอื้อมถึง และหยิบง่าย

สายพ่วงแบตเตอร์รี่
อยากจะบอกว่าข้อนี้สำคัญสุดๆ ยิ่งถ้ารถใคร 2 ปีขึ้นไปแล้วละก็ควรมีติดรถไว้ด่วนๆ หากรถสตาร์ทไม่ติด ก็สามารถเอาสายพ่วงสีแดงต่อกับขั้วบวกตรงแบตเตอร์รี่รถเรา และทำเหมือนกันกับรถที่ยังมีแบต หลังจากนั้นก็เอาสายสีดำหรือบางทีก็จะมาในสีเขียวมาต่อกับขั้วลบของเบตเตอร์รี่รถเราและรถที่ยังมีแบต สตาร์ทรถผู้ใจดีทิ้งไว้สัก 3 นาที ขอดูดพลังชีวิต พอครบเวลาก็ลองสตาร์ทเครื่องเราดูว่าติดมั้ย ถ้าติดก็แสดงว่าคืนชีพเรียบร้อย

ถ้าใครยังมีไม่ครบหรือจะซื้อให้คนที่คุณห่วงใย ไม่ต้องไปหาซื้อที่ไหนไกล เพราะที่ Kaidee ก็มีขาย ลองเลือกดูได้เลย

RodKaidee ชวนคุณมาส่องรถ SUV รุ่นสุดฮิต

RodKaidee ชวนคุณมาส่องรถ SUV รุ่นสุดฮิต

RodKaidee ชวนคุณมาส่องรถ SUV รุ่นสุดฮิต

รถเอสยูวีที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องซึ่งเป็นเทรนด์มาแรงไม่เพียงในประเทศไทย แต่ยังรวมถึงอีกหลายประเทศทั่วโลก RodKaidee ชวนคุณมาสำรวจรถเอสยูวีที่กำลังได้รับความนิยมมากที่สุด

Mazda CX-5
ด้วยยอดจอง 5,021 คัน ทำให้แบรนด์ Mazda ทะยานเข้ามารั้งอันดับ 3 ยอดจองสูงสุดภายในงานมอเตอร์โชว์ หนึ่งในพลังขับเคลื่อนคือ Mazda CX-5 รถเอสยูวีรุ่นใหม่ที่สานต่อความสำเร็จจากรุ่นแรกได้อย่างงดงาม โดดเด่นด้วยการออกแบบที่หล่อเหลาปราดเปรียวและเทคโนโลยีขุมพลัง Skyactiv ที่ล้ำสมัยซึ่งมีทั้งรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 165 แรงม้า และดีเซล 175 แรงม้าให้เลือกสรรกันตามต้องการ ขณะเดียวกัน ยังมีระบบความปลอดภัยที่ครบครันภายใต้แพ็คเกจ i-Activesense อีกด้วย สำหรับคนที่มองหา CX-5 มือสองที่เป็นเจนเนอเรชั่นแรกสามารถเข้าชมได้อย่างจุใจใน RodKaidee

Honda CR-V
Honda กวาดยอดจองเป็นอันดับ 2 ในงานมอเตอร์โชว์ประจำปีนี้ด้วยตัวเลข 5,133 คัน ภายในบูธของค่ายรถยักษ์ญี่ปุ่นรายนี้มีรถไฮไลท์หลายรุ่นแต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า Honda CR-V เจนเนอเรชั่นที่ 5 คือหัวใจสำคัญที่ช่วยดึงดูดลูกค้าหลายกลุ่ม โดยนอกเหนือจากรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร 173 แรงม้า การเพิ่มขุมพลังดีเซล i-DTEC พลัง 160 แรงม้าช่วยตอบโจทย์คนที่ชื่นชอบแรงบิดและความประหยัด นอกจากนี้คุณสมบัติสำคัญคือภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางและหรูหราสมราคา ตอบสนองการใช้งานทั้งในเมืองและนอกเมืองอย่างเต็มที่ แน่นอนว่า CR-V มือสองมีให้เลือกชมกันหลายร้อยคันเพราะซื้อง่ายขายคล่องตามชื่อชั้นแบรนด์ที่แข็งแกร่ง

Toyota C-HR
อันดับหนึ่งยอดจองในงานมอเตอร์โชว์ไม่ใช่แบรนด์อื่นไกล Toyota ทำตัวเลขได้ถึง 5,689 คัน โดยมีรถครอสโอเวอร์สุดเท่อย่าง Toyota C-HR อวดโฉมให้ผู้เข้าชมงานได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด มาพร้อมระบบขับเคลื่อนไฮบริดที่มีอัตราความประหยัดน้ำมัน 24.4 กม.ต่อลิตร นอกจากนี้ยังมีชุดแต่งหลากหลายรูปแบบเอาใจลูกค้าคนรุ่นใหม่กันอย่างเต็มที่ สำหรับคนที่เล็ง C-HR มือสองอาจต้องรอกันอีกสักพัก แต่เชื่อว่าอีกไม่ช้ารถครอสโอเวอร์รุ่นนี้จะทำให้ตลาดรถมือสองในบ้านเราคึกคักอย่างแน่นอน

สำหรับใครที่สนใจรถ SUV ไม่ว่ารุ่นไหน ปีอะไรหาซื้อได้ที่นี่ กดดูเลย

4 สัญญาณบ่งบอกว่าแบตเตอรี่รถกำลังจะหมด

4  สัญญาณบ่งบอกว่าแบตเตอรี่รถกำลังจะหมด

4 สัญญาณบ่งบอกว่าแบตเตอรี่รถกำลังจะหมด

แบตเตอรี่ก็เหมือนหัวใจของรถ ปกติแล้วแบตเตอรี่แบบเปียกจะมีอายุการใช้งานประมาณ 1.5-2 ปี ส่วนแบตเตอรี่แบบแห้งจะมีอายุการใช้งาน 5-10 ปี แต่ทั้งหมดนี้มันก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานและการดูแลของเราด้วย

สัญญาณของแบตฯรถเสื่อม

1. เครื่องยนต์สตาร์ทติดยาก อืดๆ เสียงดังหลายแชะก่อนเครื่องยนต์จะติด
2. ไฟหน้าไม่สว่างระยิบระยับเหมือนเคย
3. ระบบกระจกไฟฟ้าทำงานช้าเหมือนสล็อต
4. ระบบไฟฟ้าในรถทำงานผิดปกติ

พอเรารู้แล้วว่าแบตเตอรี่ไม่ปกติ ก็ถึงเวลาต้องเปลี่ยน แต่ก่อนเปลี่ยนก็ต้องดูว่าแบตเตอรี่แบบไหนเหมาะกับเรา

1. แบตเตอรี่แบบแห้ง

แบตฯประเภทนี้ราคาค่อนข้างโหด แต่ก็ต้องยอมรับเรื่องคุณภาพของมัน แบตฯชนิดนี้เหมาะกับเพื่อนๆที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลรถ แต่มีงบเยอะ เพราะไม่ต้องเติมน้ำกลั่นและค่อนข้างจะทนทานพอสมควร แบตฯแบบแห้งมีอายุการใช้งานค่อนข้างนาน มันจึงไม่มีฝาปิดเปิดไว้เติมน้ำกลั่นและจะถูกซีลทั้งก้อน แต่ก็ไม่ใช่ว่ามันจะไม่มีปัญหาเลย แบตฯแบบแห้งมีรูหายใจแบบเล็ก ถ้ามีอะไรไปอุดตัน ก็สามารถทำให้มีปัญหาเรื่องแรงดันและความร้อนได้

2. แบตเตอรี่แบบเปียก

แบตเตอรี่แบบเปียกจะราคาไม่สูงมาก แต่ต้องหมั่นเติมน้ำกลั่น นี่แหละข้อเสียหลักๆของมัน โดยแบตฯ แบบเปียกสามารถแยกได้อีก 2 ประเภทคือ แบบที่ต้องเติมน้ำกลั่นบ่อยๆ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ส่วนอีกประเภทคือ แบตเตอรี่กึ่งน้ำ ซึ่งกินน้ำกลั่นน้อยกว่าแบบแรกมาก นานๆเติมที แต่ก็ต้องคอยเช็คว่าน้ำกลั่นแห้งหมดรึยัง แบบหลังนี้ก็พอจะโอเคกว่าแบบแรก และเป็นทางเลือกสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลา

ทางที่ดีที่สุดคือเราควรบันทึกวันที่เริ่มใช้แบตเตอรี่ใหม่ไว้ และเข้าตรวจสภาพเป็นช่วงๆ เพื่อป้องกันรถสตาร์ทไม่ติดหรือเสียกลางทาง และช่วงนี้ถ้าใครซื้อรถที่ Kaidee มีสิทธิ์รับฟรีบริการฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง จาก WSmart เป็นเวลา 1 ปี ขับไปไหนก็อุ่นใจแน่นอน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมกดที่นี่