5 สุดยอดรถยนต์ไฟฟ้าน่าใช้

เราคงได้เห็นภาพหรือข่าวคราวเกี่ยวกับรถยนต์พลังไฟฟ้า (Electric Vehicle หรือ EV) มาเป็นระยะเวลานึง แล้ว ซึ่งกระแสดังกล่าวก็เริ่มชัดเจนขึ้นทุกทีๆ เห็นได้จากการเพิ่มขึ้นของสถานีชาร์จไฟ ไม่ว่าจะตามสถานที่ ต่างๆ รวมถึงสถานให้บริการน้ํามันบางแห่ง และที่สําคัญคือ รถยนต์พลังไฟฟ้ามีวางจําหน่ายจริงๆ แล้วนะ ซึ่ง จะมีแบรนด์ไหนที่น่าสนใจบ้าง ไปดูกันเลย

1. MG ZS

เรียกว่าเป็นรถยนต์แบรนด์แรกๆ ในประเทศไทยที่ปลุกกระแสรถยนต์ “EV” ขึ้นอีกครั้ง ผ่านการใช้งานจริง รีวิวกันเยอะแยะ และน่าจะเป็นรถไฟฟ้ารุ่นที่มีวิ่งอยู่บนถนนเมืองไทยเยอะที่สุดในเวลานี้ โดยสิ่งที่ทําให้ MG ZS EV สามารถสะกดทุกสายตาแบบอยู่หมัด คือดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ในแบบ MG ตัวถังสีสดใส ตัดกับโทนสีดําเท่ๆ ของห้องโดยสารภายใน ที่มาพร้อมอุปกรณ์ดิจิตัลที่หลากหลาย อาทิ หน้าจอ Touch Screen ขนาด 8 นิ้ว และระบบปรับอากาศที่สามารถกรองฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 นอกจากนี้ยังมีด้วย หลังคาซันรูฟอีกด้วย ส่วนการขับขี่นั้น ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% จากแบตเตอรี่ Lithium-ion ที่ ช่วยให้เดินทางในระยะสูงสุด 337 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง สามารถเร่งความเร็วจาก 0-50 กิโลเมตร/ชั่วโมง ด้วยระยะเวลาเพียว 3 วินาที ทั้งหมดนี้ เป็นเจ้าของได้ในราคาล้านนิดๆ และตัวปรับโฉมใหม่ก็กำลังจะเอาเข้ามาขายกันเร็วๆ นี้

2. NISSAN LEAF

รถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมจากผู้ขับขี่ทั่วโลก การันตีความเจ๋งด้วยยอดขายมากกว่า 40,000 คัน แต่ด้วยราคาที่ค่อนข้างสูงถึงเกือบสองล้านบาทในบ้านเรา เนื่องจากต้องนําเข้ามาแบบทั้งคันผ่านระบบภาษีแบบส่งเสริมรถไฟฟ้า...ที่ไม่ค่อยส่งเสริมแบตเตอรี่ไฟฟ้า (งงป่ะล่ะ) จึงทําให้คนที่แอบเล็ง Nissan Leaf ไว้ในใจต้องหยุดคิดสักนิดนึง Nissan Leaf ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า AC SYNCHRONOUS ขนาด 150 แรงม้า ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ Lithium-ion ที่ช่วยให้ไปได้ไกลสูงสุดถึง 311 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

3. HYUNDAI IONIQ ELECTRIC

เกาหลีไม่ได้มีดีแค่ซีรีย์ดังอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีรถยนต์ไฟฟ้าคุณภาพเยี่ยมอย่าง Hyundai Ioniq Electric ที่หลายๆ คนอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน แม้จะออกวางจําหน่ายมาเป็นระยะเวลานึงแล้วก็ตาม เพราะไม่ได้มีการโปรโมตแบบจริงจังเท่าที่ควร Hyundai Ioniq Electric ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้ากําลังสูงสุด 120 แรงม้า ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 10 วินาที ทําความเร็วสูงสุดได้ 165 กม./ชม. และ สามารถเคลื่อนที่ได้เป็นระยะทาง 280 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง สนนราคาอยู่ที่ 1,749,000 บาท ถือว่าเป็นรถไฟฟ้าที่น่าสนใจไม่น้อย

4. FOMM ONE

รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก น่ารัก แต่มีห้องโดยสารกว้างขนาด 4 ที่นั่ง FOMM ONE มีจุดเด่นตรงที่ความ ประหยัดค่าใช้จ่ายด้วยอัตราสิ้นเปลืองเพียง 30 สตางค์ต่อกิโลเมตร สามารถวิ่งได้ไกลถึง 160 กิโลเมตร ต่อการชารจไฟหนึ่งครั้ง แม้จะมีรูปลักษณ์เล็กๆ น่ารัก แต่ FOMM ONE ก็ผสมผสานไปด้วยความทันสมัย ติดตั้งมอเตอร๋ไฟฟ้าที่ให้กําลัง 13 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หากใครกําลังหารถยนต์ ไฟฟ้าราคาจับต้องได้ ไว้ใช้ในระยะทางไม่ไกลนัก FOMM ONE เป็นหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ ในราคาที่จับต้องได้ ราว 660,000 บาท

5. MINI COOPER SE

รถยนต์ไฟฟ้าแบบ 100% โมเดลแรกของแบรนด์มินิ ที่กระแสมาแรงแซงทุกคัน ด้วยพลังขับเคลื่อนล้อหน้าในแบบฉบับเดิมของ MINI ให้กําลัง สูงสุด 184 แรงม้า มีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในระยะเวลา 7 วินาที ในส่วนของการเก็บพลังงาน ไฟฟ้านั้น แบตเตอรี่ MINI Electric ให้ระยะทางการวิ่งสูงสุดอยู่ที่ 270 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ใคร อยากได้ MINI COOPER SE คันนี้คงต้องรีบกันหน่อย เพราะได้ข่าวมาว่าในปีนี้มีเพียง 25 คันเท่านั้น โดย เปิดราคาขายอยู่ที่สองล้านต้นๆ เท่านั้น

“ใครที่คิดจะเปลี่ยนจากรถยนต์คันเดิมไปเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเพื่อความประหยัดและคืนความสะอาด ให้กับสิ่งแวดล้อม ไม่ต้องรอช้า เอารถยนต์คันเก่าของคุณมาขายได้ที่ Rodkaidee ได้เลย”

รถ PPV สายประหยัดสำหรับครอบครัว

รถ PPV หรือที่เรียกกันว่ารถอเนกประสงค์ เป็นรถที่ดัดแปลงมาจากรถกระบะ เหมาะสำหรับครอบครัวเพราะส่วนใหญ่จะรองรับได้ 7 ที่นั่ง แต่จะมี PPV รุ่นไหนบ้างที่โดนใจทั้งเรื่องความจุและประหยัด ลองมาฟังบรรดากูรูกัน

กดดูรถทั้งหมดบน RodKaidee

‘รถเล็กรุ่นท็อป’ กับ ‘รถใหญ่รุ่นล่าง’ เลือกตัวไหนดี?

การตัดสินใจซื้อรถใหม่สักคันหนึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะรถแต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อ ก็มีคุณสมบัติและข้อดี-ข้อด้อยแตกต่างกันไป

แม้ว่าจะตกลงปลงใจกับยี่ห้อใดนี่ห้อหนึ่งไปแล้ว แต่บางครั้งราคาค่าตัวที่จ่ายไป ก็สามารถข้ามไปเล่นรถที่มีขนาดใหญ่กว่าได้ ด้วยการเพิ่มเงินอีกเพียงเล็กน้อย หรือหากมองรถใหญ่ไว้อยู่แล้ว จะลงไปเล่นรถที่มีขนาดเล็กกว่า แต่ให้อ็อพชั่นมาเพียบ แถมยังเซฟเงินในกระเป๋าได้อีกนิด เรื่องแบบนี้ทำให้ใครหลายคนลังเลอยู่ไม่น้อยทีเดียว

Sanook! Auto จึงขอแนะนำ 5 ปัจจัยหลักช่วยตัดสินใจเลือกระหว่าง 'รถเล็กรุ่นท็อป' กับ 'รถใหญ่รุ่นล่าง' จะเลือกรุ่นไหนดีกว่ากัน?

อ็อพชั่นติดรถเหมาะสมกับการใช้งานจริงไหม?

หลายคนคงเคยได้ยินประโยคประมาณว่า "ถ้าราคาตัวท็อปจะแพงขนาดนี้ หันไปเล่นรุ่นใหญ่แทนดีกว่า" จริงอยู่ที่การหันไปเลือกรถยนต์รุ่นใหญ่กว่า มักดูคุ้มค่ากว่าเสมอ แต่ในความเป็นจริงนั้น แม้ว่าจะเป็นรถรุ่นใหญ่กว่า แต่อาจติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานมาให้น้่อยกว่ารถรุ่นเล็กตัวท็อป ซึ่งไม่เหมาะกับการใช้งานของใครหลายคน โดยเฉพาะหนุ่มสาวสมัยใหม่ที่มีความต้องการใช้งานฟังก์ชั่นสมัยใหม่มากขึ้น

อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงรับได้ไหม?

แน่นอนว่าหากข้ามไปเล่นรถยนต์รุ่นใหญ่กว่า ก็จะตามมาด้วยอัตราสิ้นเปลืองที่มากกว่า แถมบางครั้งสมรรถนะยังสู้รถยนต์ที่มีขนาดเล็กกว่าไม่ได้ ดังนั้นจึงควรเลือกรถยนต์ที่เหมาะสมกับการใช้งานจริงจึงจะดีที่สุด

มีผู้โดยสารไปด้วยเป็นประจำหรือไม่?

การถอยรถใหม่ควรคำนึงถึงลักษณะการใช้งานด้วยว่า จะมีผู้โดยสารเดินทางไปด้วยเป็นประจำหรือไม่ ถ้าเน้นใช้งานในครอบครัวที่ต้องเดินทาง 4-5 คนเป็นประจำทุกสัปดาห์ การเลือกรถที่มีขนาดใหญ่ก็จะช่วยให้โดยสารได้สบายมากขึ้น แต่หากใช้งานเพียง 1-2 คนแล้วล่ะก็ รถยนต์ขนาดเล็กจะช่วยให้คล่องตัวกว่า ไม่เทอะทะ หาที่จอดง่ายกว่า เป็นต้น

เน้นขับในเมือง หรือวิ่งต่างจังหวัด?

รถยนต์ที่มีขนาดใหญ่กว่า จะช่วยให้ขับทางไกลได้สบายกว่า ยกตัวอย่างรถยนต์ระดับ D-Segment ค่ายญี่ปุ่นในบ้านเราส่วนใหญ่ มักเน้นช่วงล่างที่นุ่มนวล นั่งสบาย เพิ่มความผ่อนคลายในการเดินทาง แต่หากเน้นใช้งานในเมือง รถที่มีขนาดเล็กจะช่วยให้คล่องตัวมากกว่า โดยเฉพาะความฉับไวในการเปลี่ยนเลน ความง่ายในการกะระยะ รวมถึงการหาที่จอดรถ ฯลฯ

ค่าบำรุงรักษาระยะยาว

รถยนต์ที่มีขนาดใหญ่กว่า ก็จะตามมาด้วยค่าบำรุงรักษาที่มากกว่าเช่นกัน แม้ว่าจะเป็นอะไหล่แบบเดียวกัน แต่ราคาอาจต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้น หากไม่มีความจำเป็นต้องซื้อรถขนาดใหญ่ การเปลี่ยนไปซื้อรถรุ่นเล็กกว่า จะช่วยให้ประหยัดค่าบำรุงรักษาได้ด้วย

ถึงแม้ว่าราคารถรุ่นเล็กตัวท็อป จะสามารถข้ามไปซื้อรถยนต์รุ่นใหญ่ได้ แต่สิ่งที่ได้อาจไม่เหมาะสมกับการใช้งานจริงเสมอไป ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นรุ่นเล็กหรือรุ่นใหญ่ จึงควรวัดกันที่ความเหมาะสมในการใช้งานของเราเป็นหลักครับ

รถสายลุยในงบ 5 แสน

วันนี้เอาใจนักขับสายลุย ถ้าจะหารถลุยๆ ซักคันที่ถนนเมืองไทยจะเป็นยังไงก็ไม่หวั่นแถมงบก็ยังเบาๆ ในราคาไม่เกิน 5 แสนบาท ต้องจัดคันไหน ให้บรรดากูรูแนะนำเลย

 

กดดูรถทั้งหมดบน RodKaidee

กําเนิด “LAMBORGHINI” กระทิงเปลี่ยวแห่งวงการ Super Car

เมื่อปีที่ผ่านมา Lamborghini แบรนด์รถยนต์ Super Car ระดับโลก ได้ปล่อยกระทิงดุที่ชื่อ Huracan EVO ออกมาบนท้องถนน ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะที่แตกต่างไม่เหมือนใคร พร้อมสมรรถนะ ความเร็วที่นักเลงรถยนต์ต่างรู้กันดีอยู่แล้วว่าไม่ธรรมดา ที่สําคัญ ถึงแม้ราคาค่าตัวจะเริ่มต้นเกือบ 25 ล้านบาท แต่ก็ยังสามารถปิดการขายได้ทั่วโลกแบบชิลๆ ทําไมคนถึงยอมจ่ายให้กับแบรนด์ขนาดนี้ และทําไม Lamborghini ถึงมีโลโก้เป็นรูปกระทิง วันนี้ RodKaidee มีที่มาที่ไปมาเล่าสู่กันฟัง

เราอาจจะเห็นรูปลักษณ์ภายนอกและตัวถังที่ดูทันสมัย แต่จริงๆ แล้ว Lamborghini (ลัมโบร์กินี) มีอายุอานามกว่าห้าทศวรรษเข้าไปแล้ว โดยถือเป็นแบรนด์รถซูเปอร์คาร์สําหรับสายสปอร์ต จาก ประเทศอิตาลี ที่มีโลโก้เป็นรูปกระทิง ซึ่งต้องบอกก่อนว่าไม่ได้เกี่ยวอะไรกับประเทศสเปนเลย แต่ เป็นเพราะว่านี่คือสัญลักษณ์ตามปีเกิดของ Ferruccio Lamborghini ผู้ก่อตั้งต่างหากล่ะ
Lamborghini เริ่มต้นกิจการขึ้นในปี ค.ศ. 1963 โดยเน้นเจาะไปที่ตลาดรถสปอร์ต ซึ่งมีคู่แข่งตัว สําคัญยืนตระหง่านอยู่แล้วอย่าง Ferrari แต่ด้วยวิสัยทัศน์บวกกับความมั่นใจและวลีเด็ดมัดใจผู้ขับขี่ ที่ว่า “มาหาเรา ถ้าคุณต้องการรถยนต์ที่ดีที่สุดในโลก” ทําให้ Lamborghini สามารถก้าวขึ้นมา เทียบชั้นกับตํานานอย่าง Ferrari ได้อย่างงดงามและรวดเร็ว

แต่ใครจะรู้ล่ะว่า ลึกๆ แล้ว กําเนิดของรถยนต์แบรนด์กระทิงเปลี่ยวนี้ เกิดขึ้นจากความหงุดหงิดใน เรื่องการให้บริการของ Ferrari ต่างหากล่ะ !

เรื่องมันมีอยู่ว่า สมัยที่คุณ Lamborghini กลับมาจากสงครามโลกครั้งที่สอง และก่อตั้งโรงงานรถ แทรกเตอร์ของตัวเองจนประสบความสําเร็จสุดๆ ด้วยรสนิยมของเขาที่ชื่นชอบรถ Ferrari มาก จึง ยอมเสียเงินจํานวนไม่น้อยซื้อมาเก็บสะสมไว้หลายรุ่น ซึ่งแน่นอนว่าในเวลานั้น Ferrari คือเจ้าตลาด เพียงหนึ่งเดียว แต่ Ferruccio Lamborghini ก็ได้พบปัญหาใหญ่กับ Ferrari 250 GT และมีการส่ง ซ่อมหลายครั้งมาก ก็ไม่หาย ถึงขนาดเอาเรื่องนี้ไปบ่นกับ Enzo Ferrari แทนที่จะได้รับการตอบรับที่ ดี มีไมตรีจิต กลับได้รับแต่คําดูถูกเหยียดหยามต่างๆ นาๆ จนเป็นหนึ่งแรงผลักดันที่ทําให้ Ferruccio Lamborghini ต้องการที่จะผลิตรถยนต์ของตัวเองมาขายแข่งกับ Ferrari นั่นเอง

และนี่คือเรื่องราวอันทรงคุณค่า ปนด้วยความสนุกเล็กๆ ของแบรนด์ Super Car ชื่อก้องโลกที่เหมาะ สําหรับคนที่มีรสนิยมสูง (และรายได้สูงด้วย) ซึ่งโมเดลยอดนิยมในปัจจุบันที่หลายๆ คนคุ้นเคยกันดี ก็คือ Lamboghini Aventador นั่นเอง

หากใครที่อินไปกับเรื่องราวความเป็นมาของ Lamborghini แล้วล่ะก็ อย่าลืมแวะเข้ามาชมความงาม ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะได้เลยที่ Rodkaidee เพียงคลิกเดียว ไม่ต้องออกไปไหนไกลให้ลําบาก

รถคันแรก ในราคาสุดน่ารัก

สำหรับใครที่มองหารถคันแรก ก็คงจะมีคันที่ “ใช่” อยู่ในใจอยู่แล้ว แต่ลองมาดูกันว่ารถคันแรกในใจคุณจะตรงกับโพลรถคันแรกในฝันของใครหลายๆ คนรึเปล่า และบรรดากูรูจะมีอะไรมาแนะนำบ้างเกี่ยวกับรถคันแรก ดูเล้ย

 

กดดูรถทั้งหมดบน RodKaidee

รถในงบ 2 ล้านสำหรับผู้บริหารที่เหล่ากูรูแนะนำ

ถ้าพูดถึงรถสำหรับผู้บริหาร ที่อยู่ในช่วงราคา 2 ล้านบาท จะมีคันไหนที่ติดอันดับโหวต และมีรุ่นไหนที่บรรดากูรูต่างแนะนำให้ใช้ เรามาดูกันใน #AutoGurus2 ตอนนี้กันเลย

 

 

กดดูรถทั้งหมดบน RodKaidee

รถยุโรปมือสองหลักแสนที่เหล่ากูรูแนะนำ

Auto Gurus ซีซั่น 2 นี้เรามาในรูปแบบโพล และบรรดากูรูที่จะมาแนะนำรถต่างๆ สำหรับเทปที่ 1 เราจะพาไปดูรถยุโรปมือสองหลักแสนว่ามีคันไหนน่าสนใจ และรุ่นไหนที่คนนิยมมากที่สุด ไปดูกัน

 

 

กดดูรถทั้งหมดบน RodKaidee

ส่องประเด็นเชฟโรเลต และคู่มือคนใช้เชฟในยุค 2020

เป็นที่ฮือฮา ดราม่าคอมโบกันต่อเนื่องกับเหตุการณ์ถอนสมอของค่ายยักษ์ใหญ่ GM (เจนเนอรัล มอเตอร์ส) ในบ้านเรา ซึ่งทุกคนต่างคุ้นหูคุ้นตากันดีกับแบรนด์ Chevrolet สัญลักษณ์โบว์ไท เหลืองทองอร่ามที่วางขายรถหลายรุ่นว้าวๆ มานานหลายสิบปี อันที่จริงมันก็ไม่ได้เหนือความคาดหมายมากนักหากตามข่าวยานยนต์ระดับโลกกันมาโดยตลอด ซึ่งวันนี้ RodKaidee จะพามาขยี้ประเด็นเชฟหั่นราคาครึ่งล้านในครั้งนี้กันให้กระจ่างยิ่งขึ้น รวมถึงช่องทาง “อยู่เป็น” และการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส
GM ล้มละลาย
วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ จากการแข่งขันทางเศรษฐกิจอันรุนแรงส่งให้ยักษ์ใหญ่จากอุตสากรรมทุกภาคส่วนประสบปัญหาทางการเงิน หลายเจ้าต้องแจ้งล้มละลาย เพื่อให้รัฐบาลสหรัฐฯ เข้าช่วยเหลือ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือเครือบริษัท GM Motors ซึ่ง แมรี บาร์รา ประธานและซีอีโอของบริษัท GM คนปัจจุบันได้เดินกลยุทธ์คาดเข็มขัด และลดบัญชีตัวแดงของบริษัทด้วยการยุติไลน์ผลิตแบรนด์ที่ขาดทุนทั้งภายในอเมริกา และอีกหลายแบรนด์ทั่วโลก อาทิ การถอนตัวจากภูมิภาคยุโรปทั้งหมดตั้งแต่ห้าปีก่อนหน้านี้ ขาย Opel ที่อินเดียเมื่อปีก่อนให้ Great Wall Motor ตามมาด้วยการถอนตัวจากเวียดนาม อินโดนีเซีย มาถึงแบรนด์เก่าแก่ 160 ปีอย่าง Holden ที่ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และ Chevrolet ประเทศไทยในปีนี้นั่นเอง ทั้งหมดนี้ก็เพื่อทำให้ GM ยังแข็งแรงพอในการต่อสู้ในภูมิภาคที่แบรนด์ยังแข็งขันได้ดีเช่น อเมริกา จีน เกาหลีใต้ และตะวันออกกลาง

เมืองไทยตลาดปราบเซียน
อ้างอิงแบรนด์เทพๆ บ้านเราอย่าง Toyota Honda Isuzu รวมถึง Benz และ BMW ที่กว่าจะสร้างตัวตนได้ยิ่งใหญ่กอดยอดขายนิ่งๆ ในบ้านเราแบบนี้ว่ามันก็ไม่ง่ายนะ เพราะสั่งสมความเชื่อมั่นจากผู้ใช้งานกันมายาวนาน รวมถึงการเปลี่ยนผ่านในแต่ละยุคสมัยก็ต้องพึ่งพากลยุทธชั้นสูงเผื่อปรับเปลี่ยนมาเอาใจผู้ใช้งานอย่างไม่ขาดตอน หรือถ้าเจาะเอาแค่ตลาดรถกระบะ พ่วงสาย PPV ที่เป็นสินค้าหลักของค่ายโบว์ทองอย่าง Colorado และ Traiblazer ก็ยิ่งเห็นชัดยิ่งขึ้นว่าในรอบสิบปีนี้ เจ้าตลาดอย่าง Toyota และ Isuzu ต่างพาเหรดปรับโฉม เปลี่ยนรุ่นมาสู้กันทุกปี ซึ่งพอหันมองมาที่ Chevrolet กลับมีการเปลี่ยนรุ่นเพียงครั้งเดียว ที่เหลือเป็นการเปลี่ยนสี เติมของแต่ง เพื่อปะชื่อรุ่นพิเศษมาแข่งขาย ซึ่งว่ากันตามตรงคือมันไม่เพียงพอที่จะเรียกร้องความสนใจจากผู้ใช้งานมีความต้องการออฟชั่นต่างๆ มากขึ้นในทุกปี
ถอนตัวอย่างเป็นระบบ
Chevrolet ประสบปัญหาอย่างต่อเนื่องในการทำตลาดในบ้านเรา หลังยุคทอง Chevrolet Zafira รถเปิดตัวของค่ายในประเทศไทยเมื่อปีพ.ศ. 2543 ที่เคยเป็นรถครอบครัวอันดับหนึ่งของไทย ค่ายโบว์ทองก็ไม่เคยได้เฉียดกรายเข้าใกล้คำว่าแชมป์ยอดขายอะไรทำนองนี้อีกเลย ทั้ง Optra Sonic Spin Aveo ที่ออกมาเหมือนการเกาไม่ถูกที่คันจน GM เลิกดันตลาดรถนั่งไปก่อนหน้านี้ จนทำให้โมเดลที่ยอดเยี่ยม ขับดีอย่าง Cruze ที่แชร์เทคโนโลยีกับ Suzuki ต้องหยุดขายไปด้วย คงไว้เพียง Colorado และ Trailbrazer ที่แชร์พาร์ทหลายส่วนกับค่าย Isuzu มาจนถึงการดันโมเดลสุดท้ายในบ้านเรากับ Captiva ที่เอารถจีนมาใส่โลโก้ตัวเองส่งขายเมื่อปีที่ผ่านมาก็เผชิญปัญหายอดขายวูบทั้งที่ลดค่าตัวหลักแสนมาสู้แล้วแท้ๆ ทำให้ตัวเลขขาดดุลสะสมสูงลิบจนต้องยอมปิดตัวอย่างที่เป็นข่าวอยู่ตอนนี้
มังกรใหญ่ไต่กำแพงเมืองจีน มาแน่!
การถอนตัวของ GM ในหลายประเทศที่ไม่สร้างกำไรนั้นช่วยให้ปัญหาสภาพคล่องของบริษัทดูดีขึ้น ส่วนนึงคือดีลนี้มี Great Wall Motor ยักษ์ใหญ่จากแดนมังกรมาช้อนซื้อโรงงานที่ตั้งอยู่ในไทยไปดูแลต่อ ซึ่งเป้าหมายนั้นเดาได้ไม่ยากเย็น คือการประกาศตัวเข้ามาเป็นหนึ่งในผู้เล่นหน้าใหม่ภายในปลายปี หรืออย่างช้าสุดก็ต้นปีหน้า แถมมีข่าวว่าการปักธงรบครั้งนี้คือการบี้เจ้าบัลลังค์หน้าเดิมให้ได้ในไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งเดี๋ยวเราคงได้เห็นกันว่า Great Wall Motor จะงัดเอากลยุทธ์อะไรมาสู้บ้าง แล้วอย่าเพิ่งยี้ว่าเป็นของจีนแล้วจะไม่โอ ขอกระซิบดังๆ ตรงนี้เลยว่า รถมินิ ชิคๆ คลูๆ ที่เราใช้กันในบ้านเราตอนนี้ก็คือการรวมมือกันของ BMW และ Great Wall Motor นี่เอง

สายเชฟยังชิลๆ
ถ้าใครครอบครองเชฟอยู่แล้วอย่าได้กระวนกระวายใจไป ยิ่งกลุ่มแฟนพันธ์แท้ที่ใช้รถค่ายนี้มาหลายปีน่าจะยิ่งชิน กับการตามหาอะไหล่นอกที่มีอยู่หลายแห่งไม่ได้ยากเย็นอย่างที่เขากลัวกัน รวมไปถึงอู่ซ่อมเฉพาะทางที่มีความชำนาญในการรักษาอาการของรถค่ายนี้โดยเฉพาะ ก็นับว่ายังมีอยู่เยอะกว่าค่ายอินดี้อีกหลายๆ แบรนด์ เรื่องอะไหล่นี่ถึงหมดที่ไทยก็ยังสั่งได้จากหลายประเทศ ใกล้สุดคือ จีน และเกาหลี ซึ่งทุกวันนี้กำแพงการค้าต่ำเตี้ยจนส่งสินค้าหากันได้ง่ายๆ สบายหายห่วง หรือถ้าใจร้อนก็ลองหาดูที่ Kaidee ก่อนได้เลย

อย่างไรก็ขอแสดงความยินดีกับคนที่ไวพอไปช้อนซื้อรถเชฟในโปรฯ ไฟไหม้หั่นราคาขายกันสูงสุดถึงครึ่งล้าน ที่กะไม่ขนกลับเมกาในรอบนี้ แม้จะมีอีกหลายเสียงที่ร้องยี้ส่ายหัว กลัวดราม่า QC กับบริการหลังการขายที่ไม่รู้จะออกมาเหมือนที่คุยไว้แค่ไหน ก็เอาเป็นว่าคนซื้อไม่บ่น คนบ่นไม่ซื้อละกันเนอะ เห็นใจก็แต่คนที่ถอยป้ายแดงแบบฝุ่นไม่ทันจะจับ ที่ต่างต้องกุมขมับแล้วก้มหน้าก้มตาผ่อนกันต่ออีกหลายปี

และสิ่งที่กระทบอย่างอย่างหนักหน่วงเป็นลูกโซ่ตามมาคือตลาดรถมือสองที่งงงวยไปตามๆ กัน เพราะแหล่งปล่อยไฟแนนซ์ใหญ่ๆ หลายที่ออกนโยบายไม่ปล่อยสินเชื่อให้กับรถเชฟมือสองกันแล้ว ทำให้การระบายรถออกของแต่ละเต็นท์ยากขึ้นอีกนิด ถ้าไม่ติดใจกับอัตราดอกเบี้ย หรือค่าดำเนินการที่สูงขึ้นอีกหน่อย ก็ยังพอหาที่กู้ยืมจากสินเชื่ออินดี้กันได้อยู่ ประโยชน์สูงสุดก็มาตกที่ผู้บริโภค เพราะไม่ใช่แค่มือหนึ่งที่ตัดราคา มือสองเองก็มีการปรับราคาลงมาด้วย มากน้อยแล้วแต่ความนิยมแต่ละรุ่น แต่อนาคต 4-5 ปีจะปล่อยก็ต้องทำใจนิด เข้าตำรา ซื้อง่าย ขายยาก

ถ้าหากยังสนใจช้อนซื้อเพื่อใช้งานจริงจังก็นับว่ายังเล่นได้ ด้วยเหตุผลเรื่องความคุ้มค่า แล้วถ้าใครที่ซื้อมือหนึ่งกันไม่ทัน ก็ลองมาส่องดูมือสองที่เขาลดราคากันได้ที่ RodKaidee เชฟสภาพงาม ดีลดี มีอยู่เพียบ

เจาะตํานานคูเป้ รถยอดนิยมของคนมีคู่

คนมีคู่ไม่รู้หรอก! เอ หรือต่อให้คุณจะมีคู่แล้วก็อาจยังไม่แน่ใจก็ได้ว่าจะ “เลือก” รถยนต์แบบ ไหนให้ถูกใจ ไร้กังวล ขับกันสองคนอบอุ่นทุกเส้นทาง ไหนๆ ก็เข้าสู่เทศกาลแห่งความรักกันแล้ว วัน นี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ “รถคูเป้” หรือ “Coupe” ซึ่งเป็นหนึ่งในคําค้นหายอดนิยมในปี 2019 ที่ผ่าน มา...ไม่แน่นะว่าวาเลนไทน์ปีนี้ สาวๆ อาจจะเห็นรถคูเป้คันสวย มาจอดรออยู่ที่หน้าบ้านก็ได้

รถยนต์ประเภท Coupe (คูเป้) ก็คือรถเก๋งที่มีเพียงแค่ 2 ประตู โดยที่เรียกกันอย่างนี้เพราะมาจาก รากศัพท์ของคําว่า Coup ในภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่า “คู่” และอีกจุดหนึ่งที่น่าสังเกตคือ ที่หลังคาด้าน หลังไปจนถึงช่วงท้ายของตัวถังรถจะมีความลาดเอียงแบบเห็นได้ชัด ซึ่งโดยปกติแล้ว รถยนต์ประเภท นี้ที่เราคุ้นเคยและรู้จักกันดีมีราคาค่าตัวที่สูงไม่น้อยเลยล่ะ ยกตัวอย่างเช่น MERCEDES BENZ, AUDI หรือ BMW แต่ข่าวดีก็คือ คุณสามารถมองหารถยนต์เหล่านี้ในราคามือสองได้ไม่ยาก

1. Mercedes Benz E Class Coupe 
ถ้าจะมองหารถยนต์ของคนคู่ภายใต้แบรนด์ที่หรูหราและเชื่อถือได้อย่าง Mercedes Benz แล้ว ต้องบอกเลยว่า E Class Coupe เป็นหนึ่งในรุ่นที่ใครๆ ก็อยากได้มาครอบครอง ซึ่งรุ่นล่าสุดจะ เป็น E 200 Coupe AMG Dynamic ที่เพิ่งเป็นกระแสพูดกันไม่น้อยในปีที่ผ่านมา ด้วยราคา 4.4 ล้านบาท แต่คุณสามารถประหยัดได้มากกว่านั้นอีกนะสําหรับโมเดลที่อาจจะผลิตมาก่อนหน้านั้น แต่ ความหรูหรานั้นไม่ได้จืดจางลงไปเลย เช่น โมเดลในปี 2015 ที่คุณสามารถลองหาดูได้ในราคาไม่ เกิน 2 ล้านบาท!

2. BMW i8 
BMW i8 รถยนต์สปอร์ตคูเป้ที่ใช้พลังงานแบบไฮบริด ย้อนกลับไปเมื่อ 5 - 6 ปีที่แล้วเมื่อครั้ง เปิดตัวครั้งแรกทําเอาบรรดานักซิ่งได้ร้องว้าวกันเป็นทิวแถว และยังเป็นรถในฝันของใครต่อหลายคน โดยจากราคาในเวลานั้นอยู่ที่ประมาณเกือบ 13 ล้านบาท วันนี้ถ้าคุณอยากจะพาคู่รักของคุณไป ฉลองในเดือนแห่งความรักแบบพิเศษกว่าใคร บอกได้เลยว่า คุณสามารถหาเจ้า BMW i8 มือสอง สภาพดีได้ในราคาที่ถูกลงจากเดิมกว่าครึ่งนึงเลยทีเดียว

3. Audi TT 
Audi TTเป็นรถสปอร์ตคูเป้ที่มีดีไซน์ทันสมัย ไม่เหมือนใครจริงๆ โดยออกมาสร้างความฮือฮา อย่างมากตั้งแต่ปี ค.ศ. 1998 ถือเป็น Case Study สําคัญของการออกแบบรถยนต์ทั่วโลกเลยก็ว่า ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของน้ําหนักรถที่เบามาก พร้อมกับระบบปฎิบัติการขับเคลื่อน 4 ล้อ และ ระบบเทอร์โบชาร์จ ถ้าคุณยังหลงไหลในดีไซน์ที่เป็นอมตะนําสมัยมาจนถึงทุกวันนี้ มีให้เลือกชมกัน ไม่ยาก มือสองราคาสบายๆ

4. Honda Civic Coupe 
ถ้าคุณเป็นคนรุ่น Gen Y ล่ะก็ คุณคงจะมีความผูกพันธ์กับ Honda Civic Coupe ไม่น้อยเลยที เดียว ทําไมน่ะเหรอ ก็เพราะว่ารถยนต์รุ่นนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มวัยรุ่นหนุ่มสาว ด้วยรูป ร่างที่ทันสมัย โฉบเฉี่ยวเหมือนรถสปอร์ต มากกว่าประโยชน์ใช้สอยด้านอื่นๆ ที่สําคัญคือยังมีคนมอง หาเจ้า Civic Coupe อยู่ด้วยในปัจจุบันเพื่อวัตถุประสงค์ในด้านการสะสม หรือเติมเต็มฝันในวัยเด็ก ซึ่งคุณสามารถมองหามือสองในเช่นกัน โดยปีของโมเดลที่ใหม่ที่สุดคือ ปี 2000

“แต่ถ้าคุณมีแผนเปลี่ยนสถานะจาก “คนคู่” เป็น “ครอบครัว” แล้วล่ะก็ เอา Coupe คันนั้นมา ขายต่อก่อน ค่อยไปมองหารถยนต์ใช้สอยแบบครอบครัวสักคันก็เป็นไอเดียที่ยอดเยี่ยมเลยนะ”