เปิดโฉม Hyundai Elantra 2021 กับดีกรีความโฉบเฉี่ยวที่เพิ่มมากขึ้น

ขุมพลังของ Hyundai Elantra 2021 เป็นเครื่องยนต์บล็อก 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร มอบกำลังสูงสุดที่ 149 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 179 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ CVT ที่จะทั้งไหลลื่นและช่วยประหยัดน้ำมันมากขึ้น

ใช้แพลตฟอร์ม K3 ในการสร้างเจ้ารถคันนี้ ซึ่งข้อดีของมันก็คือน้ำหนักที่เบาลง สิ่งที่โดดเด่นนอกจากนั้นในเรื่องของดีไซน์ภายนอกก็มีทั้งกระจังหน้ารูปทรงคล้ายเพชรที่ทำให้นึกถึง Hyundai Sonata, ไฟหน้าทรงเหลี่ยม, ไฟท้ายทรง H-Tail, สปอยเลอร์ท้ายรถ, แนวหลังคาที่ลาดเอียงลง ส่วนเส้นสายด้านข้างก็มีลักษณะพาดเฉียงขึ้น ตามแบบฉบับ Sensuous Sportiness ของค่ายนี้

ส่วนดีไซน์ภายในห้องโดยสารของ Hyundai Elantra 2021 นั้นก็มีทั้งมาตรวัดดิจิตัล 10.25 นิ้ว, จออินโฟเทนเมนต์ 10.25 นิ้วเช่นกัน กับการรองรับแอปเปิลคาร์เพลย์และแอนดรอยด์ออโต้ครั้งแรกในรถยนต์เซกเมนต์เดียวกัน แต่ที่เราสนใจไปมากกว่านั้นก็คือลักษณะการดีไซน์ที่โอบล้อมผู้ขับขี่ที่ไม่ต่างจากค็อกพิทของเครื่องบิน โดยทางค่าย Hyundai (ฮุนได) นั้นให้คำนิยามว่าเป็น “รังดักแด้” นอกเหนือจากนั้นยังมีแสงไฟ 64 สีที่จะมอบบรรยากาศที่ต่างออกไปตามใจชอบ

นอกจากความสะดวกสบายจาก Digital Key ที่ใช้สมาร์ทโฟนหรือการ์ด NFC ในการสั่งการได้แล้ว ยังเพียบพร้อมไปด้วยระบบความปลอดภัย อาทิ ระบบขับเคลื่อนตามช่องจราจร, ระบบป้องกันการชนด้านหน้า, ระบบตรวจจับมุมอับสายตา, ระบบช่วยเหลือการถอยเพื่อจอด เป็นต้น

ข่าวดีในอนาคตก็คือ Hyundai Elantra 2021 เตรียมผลิตรุ่นไฮบริดอีกด้วย กับเครื่องยนต์ GDI ความจุ 1.6 ลิตร กับมอเตอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนขนาด 1.32 kWh มอบกำลัง 141 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 264 นิวตันเมตร ทำงานคู่กับเกียร์ดูอัลคลัตช์แบบ 6 สปีด

ส่วนสนนราคาของ Hyundai Elantra 2021 ยังไม่มีการเปิดเผยแต่อย่างใด

รถสปอร์ตราคาน่าคบ

รถสปอร์ตสองประตู รถหรูที่หลายๆ คนคิดว่าต้องมีเงินเหลือๆ ถึงจะจับจองเป็นเจ้าของได้ แต่วันนี้เราจะพาไปดูรถสปอร์ตมือสองสภาพดี แถมราคาก็ไม่เกินเอื้อม จะมีรุ่นไหนบ้าง ไปฟังจากบรรดากูรูกันเลย

กดดูรถทั้งหมดบน RodKaidee

รถผู้บริหาร ราคาหลักแสน

รถผู้บริหารที่ดูหรูหรา ใครว่าต้องมีราคาหลักล้านเสมอไป วันนี้ Auto Gurus จะมาแนะนำรถมือสองสำหรับผู้บริหารในราคาแค่หลักแสน แต่ขับไปไหนก็ดูดีเสริมบุคลิก จะมีรุ่นไหนบ้าง มาดูกัน

กดดูรถทั้งหมดบน RodKaidee

หลัก 5 ข้อเมื่อคุณต้องจอดรถซ้อนคัน

บทความนี้สำหรับมือใหม่หัดขับ หรือใครที่อาจจะหลงลืมจนสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น ในสถานการณ์ที่ซองจอดรถเต็ม และคุณจำเป็นต้องจอดซ้อนคัน ขั้นตอนเหล่านี้จะทำให้คุณจอดรถได้อย่างปลอดภัย และถือเป็นมารยาทในการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นอีกด้วย

หากมีเส้นตีไว้ จอดให้ขนานกับเส้นที่กำหนด หากไม่มี หมุนพวงมาลัยและตั้งล้อให้ตรง ป้องกันการที่ผู้ขับขี่รถคันอื่นมาเข็นแล้วรถจะเอียงไปทางใดทางหนึ่ง

เข้าเกียร์ N และปลดเบรกมือ ขั้นตอนนี้จะบอกว่าสำคัญที่สุดก็คงไม่ผิดนัก เพราะหากคุณเข้าเกียร์ P หรือดึงเบรกมือไว้ จะไม่มีทางที่ผู้ขับขี่รถคันอื่นจะมาเข็นรถของคุณได้เลย ส่วนรถเกียร์กระปุกก็เพียงแค่เข้าเกียร์ว่างเท่านั้นเอง

สำหรับรถเกียร์อัตโนมัติบางรุ่น เมื่อคุณเข้าเกียร์ N แล้วดับเครื่อง จะทำให้ไม่สามารถดึงกุญแจออกมาได้ วิธีแก้คือให้เข้าเกียร์ P เสียก่อน ดึงกุญแจรถออกมา แล้วนำไปเสียบตรงรูเล็กๆ ด้านข้างคันเกียร์ หลังจากนั้นให้เลื่อนลงมาที่ตัว N

บางสถานที่จอดอาจพื้นไม่เรียบ มีความลาดชัน ส่งผลให้รถเกิดอาการไหล การแก้ไขคือนำก้อนหินหรือบางสิ่งบางอย่างที่ใหญ่พอมาวางไว้ที่ล้อรถ เพื่อไม่ให้รถเคลื่อนที่ได้

พึงตระหนักเอาไว้ว่า ให้เหลือพื้นที่พอที่ผู้อื่นจะสามารถเข็นรถ และรถที่จอดอยู่ด้านในสามารถขับออกมาได้
ทำตามขั้นตอนง่ายๆ เพียงเท่านี้ การจอดรถซ้อนคันของคุณก็จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นแล้วนั่นเอง

รถหรูหลักล้านต้นๆ

ขึ้นชื่อว่ารถหรู ใครๆ ก็อยากครอบครอง แต่ด้วยราคาที่แพงจัดๆ หลายคนก็เลยมองไปที่รถมือสองที่ดร็อปราคาลงมาเกือบครึ่ง แต่จะมีรุ่นไหนบ้างที่เหมาะจะยอมจ่ายเงินล้านเพื่อเป็นเจ้าของ ลองมาดูกัน

กดดูรถทั้งหมดบน RodKaidee

5 สุดยอดรถยนต์ไฟฟ้าน่าใช้

เราคงได้เห็นภาพหรือข่าวคราวเกี่ยวกับรถยนต์พลังไฟฟ้า (Electric Vehicle หรือ EV) มาเป็นระยะเวลานึง แล้ว ซึ่งกระแสดังกล่าวก็เริ่มชัดเจนขึ้นทุกทีๆ เห็นได้จากการเพิ่มขึ้นของสถานีชาร์จไฟ ไม่ว่าจะตามสถานที่ ต่างๆ รวมถึงสถานให้บริการน้ํามันบางแห่ง และที่สําคัญคือ รถยนต์พลังไฟฟ้ามีวางจําหน่ายจริงๆ แล้วนะ ซึ่ง จะมีแบรนด์ไหนที่น่าสนใจบ้าง ไปดูกันเลย

1. MG ZS

เรียกว่าเป็นรถยนต์แบรนด์แรกๆ ในประเทศไทยที่ปลุกกระแสรถยนต์ “EV” ขึ้นอีกครั้ง ผ่านการใช้งานจริง รีวิวกันเยอะแยะ และน่าจะเป็นรถไฟฟ้ารุ่นที่มีวิ่งอยู่บนถนนเมืองไทยเยอะที่สุดในเวลานี้ โดยสิ่งที่ทําให้ MG ZS EV สามารถสะกดทุกสายตาแบบอยู่หมัด คือดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ในแบบ MG ตัวถังสีสดใส ตัดกับโทนสีดําเท่ๆ ของห้องโดยสารภายใน ที่มาพร้อมอุปกรณ์ดิจิตัลที่หลากหลาย อาทิ หน้าจอ Touch Screen ขนาด 8 นิ้ว และระบบปรับอากาศที่สามารถกรองฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 นอกจากนี้ยังมีด้วย หลังคาซันรูฟอีกด้วย ส่วนการขับขี่นั้น ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% จากแบตเตอรี่ Lithium-ion ที่ ช่วยให้เดินทางในระยะสูงสุด 337 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง สามารถเร่งความเร็วจาก 0-50 กิโลเมตร/ชั่วโมง ด้วยระยะเวลาเพียว 3 วินาที ทั้งหมดนี้ เป็นเจ้าของได้ในราคาล้านนิดๆ และตัวปรับโฉมใหม่ก็กำลังจะเอาเข้ามาขายกันเร็วๆ นี้

2. NISSAN LEAF

รถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมจากผู้ขับขี่ทั่วโลก การันตีความเจ๋งด้วยยอดขายมากกว่า 40,000 คัน แต่ด้วยราคาที่ค่อนข้างสูงถึงเกือบสองล้านบาทในบ้านเรา เนื่องจากต้องนําเข้ามาแบบทั้งคันผ่านระบบภาษีแบบส่งเสริมรถไฟฟ้า...ที่ไม่ค่อยส่งเสริมแบตเตอรี่ไฟฟ้า (งงป่ะล่ะ) จึงทําให้คนที่แอบเล็ง Nissan Leaf ไว้ในใจต้องหยุดคิดสักนิดนึง Nissan Leaf ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า AC SYNCHRONOUS ขนาด 150 แรงม้า ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ Lithium-ion ที่ช่วยให้ไปได้ไกลสูงสุดถึง 311 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

3. HYUNDAI IONIQ ELECTRIC

เกาหลีไม่ได้มีดีแค่ซีรีย์ดังอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีรถยนต์ไฟฟ้าคุณภาพเยี่ยมอย่าง Hyundai Ioniq Electric ที่หลายๆ คนอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน แม้จะออกวางจําหน่ายมาเป็นระยะเวลานึงแล้วก็ตาม เพราะไม่ได้มีการโปรโมตแบบจริงจังเท่าที่ควร Hyundai Ioniq Electric ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้ากําลังสูงสุด 120 แรงม้า ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 10 วินาที ทําความเร็วสูงสุดได้ 165 กม./ชม. และ สามารถเคลื่อนที่ได้เป็นระยะทาง 280 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง สนนราคาอยู่ที่ 1,749,000 บาท ถือว่าเป็นรถไฟฟ้าที่น่าสนใจไม่น้อย

4. FOMM ONE

รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก น่ารัก แต่มีห้องโดยสารกว้างขนาด 4 ที่นั่ง FOMM ONE มีจุดเด่นตรงที่ความ ประหยัดค่าใช้จ่ายด้วยอัตราสิ้นเปลืองเพียง 30 สตางค์ต่อกิโลเมตร สามารถวิ่งได้ไกลถึง 160 กิโลเมตร ต่อการชารจไฟหนึ่งครั้ง แม้จะมีรูปลักษณ์เล็กๆ น่ารัก แต่ FOMM ONE ก็ผสมผสานไปด้วยความทันสมัย ติดตั้งมอเตอร๋ไฟฟ้าที่ให้กําลัง 13 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หากใครกําลังหารถยนต์ ไฟฟ้าราคาจับต้องได้ ไว้ใช้ในระยะทางไม่ไกลนัก FOMM ONE เป็นหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ ในราคาที่จับต้องได้ ราว 660,000 บาท

5. MINI COOPER SE

รถยนต์ไฟฟ้าแบบ 100% โมเดลแรกของแบรนด์มินิ ที่กระแสมาแรงแซงทุกคัน ด้วยพลังขับเคลื่อนล้อหน้าในแบบฉบับเดิมของ MINI ให้กําลัง สูงสุด 184 แรงม้า มีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในระยะเวลา 7 วินาที ในส่วนของการเก็บพลังงาน ไฟฟ้านั้น แบตเตอรี่ MINI Electric ให้ระยะทางการวิ่งสูงสุดอยู่ที่ 270 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ใคร อยากได้ MINI COOPER SE คันนี้คงต้องรีบกันหน่อย เพราะได้ข่าวมาว่าในปีนี้มีเพียง 25 คันเท่านั้น โดย เปิดราคาขายอยู่ที่สองล้านต้นๆ เท่านั้น

“ใครที่คิดจะเปลี่ยนจากรถยนต์คันเดิมไปเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเพื่อความประหยัดและคืนความสะอาด ให้กับสิ่งแวดล้อม ไม่ต้องรอช้า เอารถยนต์คันเก่าของคุณมาขายได้ที่ Rodkaidee ได้เลย”

รถ PPV สายประหยัดสำหรับครอบครัว

รถ PPV หรือที่เรียกกันว่ารถอเนกประสงค์ เป็นรถที่ดัดแปลงมาจากรถกระบะ เหมาะสำหรับครอบครัวเพราะส่วนใหญ่จะรองรับได้ 7 ที่นั่ง แต่จะมี PPV รุ่นไหนบ้างที่โดนใจทั้งเรื่องความจุและประหยัด ลองมาฟังบรรดากูรูกัน

กดดูรถทั้งหมดบน RodKaidee

‘รถเล็กรุ่นท็อป’ กับ ‘รถใหญ่รุ่นล่าง’ เลือกตัวไหนดี?

การตัดสินใจซื้อรถใหม่สักคันหนึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะรถแต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อ ก็มีคุณสมบัติและข้อดี-ข้อด้อยแตกต่างกันไป

แม้ว่าจะตกลงปลงใจกับยี่ห้อใดนี่ห้อหนึ่งไปแล้ว แต่บางครั้งราคาค่าตัวที่จ่ายไป ก็สามารถข้ามไปเล่นรถที่มีขนาดใหญ่กว่าได้ ด้วยการเพิ่มเงินอีกเพียงเล็กน้อย หรือหากมองรถใหญ่ไว้อยู่แล้ว จะลงไปเล่นรถที่มีขนาดเล็กกว่า แต่ให้อ็อพชั่นมาเพียบ แถมยังเซฟเงินในกระเป๋าได้อีกนิด เรื่องแบบนี้ทำให้ใครหลายคนลังเลอยู่ไม่น้อยทีเดียว

Sanook! Auto จึงขอแนะนำ 5 ปัจจัยหลักช่วยตัดสินใจเลือกระหว่าง 'รถเล็กรุ่นท็อป' กับ 'รถใหญ่รุ่นล่าง' จะเลือกรุ่นไหนดีกว่ากัน?

อ็อพชั่นติดรถเหมาะสมกับการใช้งานจริงไหม?

หลายคนคงเคยได้ยินประโยคประมาณว่า "ถ้าราคาตัวท็อปจะแพงขนาดนี้ หันไปเล่นรุ่นใหญ่แทนดีกว่า" จริงอยู่ที่การหันไปเลือกรถยนต์รุ่นใหญ่กว่า มักดูคุ้มค่ากว่าเสมอ แต่ในความเป็นจริงนั้น แม้ว่าจะเป็นรถรุ่นใหญ่กว่า แต่อาจติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานมาให้น้่อยกว่ารถรุ่นเล็กตัวท็อป ซึ่งไม่เหมาะกับการใช้งานของใครหลายคน โดยเฉพาะหนุ่มสาวสมัยใหม่ที่มีความต้องการใช้งานฟังก์ชั่นสมัยใหม่มากขึ้น

อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงรับได้ไหม?

แน่นอนว่าหากข้ามไปเล่นรถยนต์รุ่นใหญ่กว่า ก็จะตามมาด้วยอัตราสิ้นเปลืองที่มากกว่า แถมบางครั้งสมรรถนะยังสู้รถยนต์ที่มีขนาดเล็กกว่าไม่ได้ ดังนั้นจึงควรเลือกรถยนต์ที่เหมาะสมกับการใช้งานจริงจึงจะดีที่สุด

มีผู้โดยสารไปด้วยเป็นประจำหรือไม่?

การถอยรถใหม่ควรคำนึงถึงลักษณะการใช้งานด้วยว่า จะมีผู้โดยสารเดินทางไปด้วยเป็นประจำหรือไม่ ถ้าเน้นใช้งานในครอบครัวที่ต้องเดินทาง 4-5 คนเป็นประจำทุกสัปดาห์ การเลือกรถที่มีขนาดใหญ่ก็จะช่วยให้โดยสารได้สบายมากขึ้น แต่หากใช้งานเพียง 1-2 คนแล้วล่ะก็ รถยนต์ขนาดเล็กจะช่วยให้คล่องตัวกว่า ไม่เทอะทะ หาที่จอดง่ายกว่า เป็นต้น

เน้นขับในเมือง หรือวิ่งต่างจังหวัด?

รถยนต์ที่มีขนาดใหญ่กว่า จะช่วยให้ขับทางไกลได้สบายกว่า ยกตัวอย่างรถยนต์ระดับ D-Segment ค่ายญี่ปุ่นในบ้านเราส่วนใหญ่ มักเน้นช่วงล่างที่นุ่มนวล นั่งสบาย เพิ่มความผ่อนคลายในการเดินทาง แต่หากเน้นใช้งานในเมือง รถที่มีขนาดเล็กจะช่วยให้คล่องตัวมากกว่า โดยเฉพาะความฉับไวในการเปลี่ยนเลน ความง่ายในการกะระยะ รวมถึงการหาที่จอดรถ ฯลฯ

ค่าบำรุงรักษาระยะยาว

รถยนต์ที่มีขนาดใหญ่กว่า ก็จะตามมาด้วยค่าบำรุงรักษาที่มากกว่าเช่นกัน แม้ว่าจะเป็นอะไหล่แบบเดียวกัน แต่ราคาอาจต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้น หากไม่มีความจำเป็นต้องซื้อรถขนาดใหญ่ การเปลี่ยนไปซื้อรถรุ่นเล็กกว่า จะช่วยให้ประหยัดค่าบำรุงรักษาได้ด้วย

ถึงแม้ว่าราคารถรุ่นเล็กตัวท็อป จะสามารถข้ามไปซื้อรถยนต์รุ่นใหญ่ได้ แต่สิ่งที่ได้อาจไม่เหมาะสมกับการใช้งานจริงเสมอไป ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นรุ่นเล็กหรือรุ่นใหญ่ จึงควรวัดกันที่ความเหมาะสมในการใช้งานของเราเป็นหลักครับ

รถสายลุยในงบ 5 แสน

วันนี้เอาใจนักขับสายลุย ถ้าจะหารถลุยๆ ซักคันที่ถนนเมืองไทยจะเป็นยังไงก็ไม่หวั่นแถมงบก็ยังเบาๆ ในราคาไม่เกิน 5 แสนบาท ต้องจัดคันไหน ให้บรรดากูรูแนะนำเลย

 

กดดูรถทั้งหมดบน RodKaidee

กําเนิด “LAMBORGHINI” กระทิงเปลี่ยวแห่งวงการ Super Car

เมื่อปีที่ผ่านมา Lamborghini แบรนด์รถยนต์ Super Car ระดับโลก ได้ปล่อยกระทิงดุที่ชื่อ Huracan EVO ออกมาบนท้องถนน ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะที่แตกต่างไม่เหมือนใคร พร้อมสมรรถนะ ความเร็วที่นักเลงรถยนต์ต่างรู้กันดีอยู่แล้วว่าไม่ธรรมดา ที่สําคัญ ถึงแม้ราคาค่าตัวจะเริ่มต้นเกือบ 25 ล้านบาท แต่ก็ยังสามารถปิดการขายได้ทั่วโลกแบบชิลๆ ทําไมคนถึงยอมจ่ายให้กับแบรนด์ขนาดนี้ และทําไม Lamborghini ถึงมีโลโก้เป็นรูปกระทิง วันนี้ RodKaidee มีที่มาที่ไปมาเล่าสู่กันฟัง

เราอาจจะเห็นรูปลักษณ์ภายนอกและตัวถังที่ดูทันสมัย แต่จริงๆ แล้ว Lamborghini (ลัมโบร์กินี) มีอายุอานามกว่าห้าทศวรรษเข้าไปแล้ว โดยถือเป็นแบรนด์รถซูเปอร์คาร์สําหรับสายสปอร์ต จาก ประเทศอิตาลี ที่มีโลโก้เป็นรูปกระทิง ซึ่งต้องบอกก่อนว่าไม่ได้เกี่ยวอะไรกับประเทศสเปนเลย แต่ เป็นเพราะว่านี่คือสัญลักษณ์ตามปีเกิดของ Ferruccio Lamborghini ผู้ก่อตั้งต่างหากล่ะ
Lamborghini เริ่มต้นกิจการขึ้นในปี ค.ศ. 1963 โดยเน้นเจาะไปที่ตลาดรถสปอร์ต ซึ่งมีคู่แข่งตัว สําคัญยืนตระหง่านอยู่แล้วอย่าง Ferrari แต่ด้วยวิสัยทัศน์บวกกับความมั่นใจและวลีเด็ดมัดใจผู้ขับขี่ ที่ว่า “มาหาเรา ถ้าคุณต้องการรถยนต์ที่ดีที่สุดในโลก” ทําให้ Lamborghini สามารถก้าวขึ้นมา เทียบชั้นกับตํานานอย่าง Ferrari ได้อย่างงดงามและรวดเร็ว

แต่ใครจะรู้ล่ะว่า ลึกๆ แล้ว กําเนิดของรถยนต์แบรนด์กระทิงเปลี่ยวนี้ เกิดขึ้นจากความหงุดหงิดใน เรื่องการให้บริการของ Ferrari ต่างหากล่ะ !

เรื่องมันมีอยู่ว่า สมัยที่คุณ Lamborghini กลับมาจากสงครามโลกครั้งที่สอง และก่อตั้งโรงงานรถ แทรกเตอร์ของตัวเองจนประสบความสําเร็จสุดๆ ด้วยรสนิยมของเขาที่ชื่นชอบรถ Ferrari มาก จึง ยอมเสียเงินจํานวนไม่น้อยซื้อมาเก็บสะสมไว้หลายรุ่น ซึ่งแน่นอนว่าในเวลานั้น Ferrari คือเจ้าตลาด เพียงหนึ่งเดียว แต่ Ferruccio Lamborghini ก็ได้พบปัญหาใหญ่กับ Ferrari 250 GT และมีการส่ง ซ่อมหลายครั้งมาก ก็ไม่หาย ถึงขนาดเอาเรื่องนี้ไปบ่นกับ Enzo Ferrari แทนที่จะได้รับการตอบรับที่ ดี มีไมตรีจิต กลับได้รับแต่คําดูถูกเหยียดหยามต่างๆ นาๆ จนเป็นหนึ่งแรงผลักดันที่ทําให้ Ferruccio Lamborghini ต้องการที่จะผลิตรถยนต์ของตัวเองมาขายแข่งกับ Ferrari นั่นเอง

และนี่คือเรื่องราวอันทรงคุณค่า ปนด้วยความสนุกเล็กๆ ของแบรนด์ Super Car ชื่อก้องโลกที่เหมาะ สําหรับคนที่มีรสนิยมสูง (และรายได้สูงด้วย) ซึ่งโมเดลยอดนิยมในปัจจุบันที่หลายๆ คนคุ้นเคยกันดี ก็คือ Lamboghini Aventador นั่นเอง

หากใครที่อินไปกับเรื่องราวความเป็นมาของ Lamborghini แล้วล่ะก็ อย่าลืมแวะเข้ามาชมความงาม ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะได้เลยที่ Rodkaidee เพียงคลิกเดียว ไม่ต้องออกไปไหนไกลให้ลําบาก