adidas Superstar รองเท้าเหนือกาลเวลากับ 50 ปีแห่งการขับเคลื่อนโลกแฟชั่น

เป็นระยะเวลา 50 ปีแล้ว ที่รองเท้า adidas Superstar ยืนหยัดเคียงข้างผู้มีอิทธิพลทางด้านวัฒนธรรมแถวหน้าของโลกมากมาย เป็นสัญลักษณ์ของแฟชั่นนำสมัย สร้างมาตรฐานใหม่ให้รองเท้ากีฬาที่เคยโดดเด่นอยู่แค่ในสนามแข่งได้มาโลดแล่นในโลกแฟชั่นได้อย่างงดงาม และกลายเป็นไอเทมชิ้นโปรดของทั้งศิลปิน ดีไซเนอร์ นักดนตรี และนักกีฬา ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังสามารถรักษาความเป็นผู้นำและสะท้อนตัวตนของบุคคลผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นได้เสมอ

ย้อนกลับไปเมื่อครั้งแรกเริ่ม adidas Superstar นั้นถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อยกระดับกีฬาบาสเก็ตบอลโดยเฉพาะ โดยทีมออกแบบของอาดิดาสประเทศเยอรมนีและฝรั่งเศสได้พยายามหาทางในการนำยางมาประกอบที่หัวรองเท้าเพื่อปกป้องปลายเท้าของนักกีฬาที่สวมใส่ เชื่อมกับโครงรองเท้าอันเป็นเอกลักษณ์แบบที่เราได้เห็นกันในปัจจุบัน และเมื่ออาดิดาสประเทศฝรั่งเศสนำรองเท้าที่มีหัวเป็นยางหน้าตาคล้ายเปลือกหอยนี้ออกสู่สาธารณะ มันก็ได้รับความนิยมถล่มทลายจนเรียกได้ว่าเป็นการปฏิวัติวงการรองเท้าเลยก็ว่าได้

adidas Superstar กลายเป็นที่โด่งดังในวงการบาสเก็ตบอล NBA อย่างรวดเร็วผ่านสุดยอดผู้เล่นระดับตำนานอย่าง คารีม อับดุล-จาร์บาร์ และอีกมากมาย เพราะนอกจากจะมีดีไซน์ที่แปลกใหม่จนเป็นที่ฮือฮาแล้ว ยังเป็นรองเท้าที่ส่งเสริมศักยภาพของนักกีฬาได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งซับแรงกระแทกได้มากขึ้น เพิ่มความหนึบในการยึดเกาะ และป้องกันอาการบาดเจ็บได้ดีกว่ารองเท้ารุ่นอื่นในสมัยนั้น โดยคริส เซอร์เวิร์น ดีไซเนอร์ผู้ออกแบบ adidas Superstar ได้กล่าวเอาไว้ว่า “adidas Superstar ไม่ใช่แค่รองเท้าที่สวย แต่ยังช่วยให้พวกเขาเล่นได้ดีขึ้นด้วย”

ความยิ่งใหญ่ของ adidas Superstar ไม่ได้อยู่เพียงแค่ในโลกของบาสเก็ตบอลยุค 70s และ 80s เท่านั้น แต่ยังลุกลามมาถึงวงการสตรีทแฟชั่นผ่านวัฒนธรรมฮิปฮอปในมหานครนิวยอร์กด้วย และเมื่อศิลปินระดับแถวหน้าอย่าง Run DMC ใส่ adidas Superstar ขึ้นคอนเสิร์ตในสไตล์ที่แปลกประหลาดไม่เหมือนใคร ด้วยการเอาเชือกรองเท้าออกและเอาลิ้นรองเท้ามาไว้ด้านนอก adidas Superstar ก็ได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณเสรีและความมีชีวิตชีวาของวัยรุ่น รวมถึงยังเป็นเครื่องสะท้อนตัวตนของเหล่าคนเมืองและนักสเก็ตบอร์ดนับตั้งแต่นั้น และความนิยมแบบไร้พรมแดนวัฒนธรรมกั้นนั้นก็ทำให้ adidas Superstar เป็นรองเท้าที่ครองใจผู้คนทั่วโลก เป็นตัวแทนของความเปลี่ยนแปลง และเป็นมรดกตกทอดทางวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่มาจนถึงปัจจุบัน

ครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา เราได้เห็นตัวตนของศิลปินระดับแถวหน้ามากมายที่ถ่ายทอดอยู่บนรองเท้า adidas Superstar ไม่ว่าจะเป็นลายพรางแบบ BAPE หรือสีสันจัดจ้านแบบครบสเปคตรัมของ Pharrell รวมถึง Undefeated, Bad Boy Records และคนอื่นๆ จนสามารถบอกได้ว่ารองเท้าสุดคลาสสิคอายุ 50 ปีคู่นี้นี้คือผืนผ้าใบชั้นดีที่พร้อมจะรองรับทุกความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด

จากจุดเริ่มต้นในสนามบาสเก็ตบอลยุค 70s adidas Superstar ได้สร้างมรดกตกทอดเอาไว้มากมาย ระหว่างการเดินทางร่วมกับบุคคลผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมทั่วโลก และไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน adidas Superstar ก็จะถูกจดจำในฐานะสนีกเกอร์ระดับตำนานที่เป็นดั่งฟันเฟืองชิ้นสำคัญในการขับเคลื่อนวงการสตรีทแฟชั่นเสมอ

อัปเดตเทรนด์! แมทช์ไอเท็มลุคสุดฟาด ให้ไม่พลาดความสนุกทุกปาร์ตี้

เข้าช่วงปลายปีแบบนี้ สาวๆ หลายคนต้องกำลังตื่นเต้นกับปาร์ตี้ที่กำลังจะมาถึงกันอยู่ใช่มั้ย? แต่จะแมทช์แฟชั่นยังไงให้สวยสับพร้อมเฉิดฉายจนเป็นที่จับจ้องของคนในงาน วันนี้เรามีไอเท็ม ที่จะมาแนะนำให้สาวๆ ได้มามิกซ์แอนด์แมทช์ให้เข้ากับสไตล์ของตัวเองให้ได้ลุคเก๋ๆ เปรี้ยวๆ นำเทรนด์แฟชั่นพร้อมประชันความแซ่บยืนหนึ่ง เอาแบบให้ปัง ใส่แล้วเกิด เจิดแน่นอนไม่ต้องกลัวว่าจะเชย ไปดูกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง…

กิ๊บติดผมสุดเริด เสริมลุคให้เจิดกว่าใคร
อยากให้ดูเจิดในปาร์ตี้สิ้นปี ต้องดูดีตั้งแต่หัวกันเลยนะคะซิส กับไอเท็มเสริมลุคให้ดูปังกับกิ๊บติดผมเก๋ๆ เพิ่มความชิคเพราะปีนี้เทรนด์ติดกิ๊บกำลังมาแรงแบบฉุดไม่อยู่จนเหล่าไอดอล เซเลบสาวๆ ต่างไม่ยอมตกเทรนด์นี้กันเลยเรียกได้ว่ากิ๊บสวยๆ ฉ่ำๆ นั้นอยู่ในกระแสแบบไม่มีตก จะติดแบบกิ๊บรูปตัวอักษร (Alphabet) ให้ตรงตามชื่อเล่นของคุณสาวๆ บอกได้เลยว่าใครที่ติดกิ๊บสไตล์นี้ รับรองว่าสวยเตะตาคนรอบข้างแบบสุด ก็ถือว่าเป็นการเล่นใหญ่เรียกคะแนนนิยมไม่ใช่น้อยเลยนะคะ หรือคุณสาวๆ จะติดแบบคริสตัลแบบเรียงแถว (Crystal row) เบาๆ ง่ายๆ แต่ระยิบระยับดูแพงมีออร่าน่าจับตามองสุดๆ อีกทั้งการติดกิ๊บแบบที่รูปทรงเรียบง่ายทำให้สาวๆ สามารถแมทช์ชุดได้ไม่ยากแถมไม่ต้องลำบากคิดเรื่องทรงผมให้ปวดหัวอีกด้วยนะคะ

crop top bar เซ็กซี่เลอค่า เสน่ห์นำเทรนด์
ปาร์ตี้ทั้งทีก็ต้องแต่งให้เซ็กซี่นิดๆ มีจริตหน่อยๆ ไว้มัดใจชายหนุ่มที่หมายปอง เทรนด์ที่กำลังมาเลยตอนนี้คือ Crop top bar ที่กำลังฮิตในสาวเกาหลี หรือ เซเลบริตี้คนดังต่างๆ ทั้งไทยและเทศก็เริ่มหยิบมาใส่กันแล้ว แล้วคุณล่ะจะพลาดได้ไง! ลองเลือกบาร์ หรือ Crop top ดีไซน์เก๋ๆ สวมไว้ข้างนอกชุด อาจเป็น Crop top bar ที่ใช้วัสดุเป็น มุก หรือ เพชร ระยิบระยับก็สร้างความบริ๊งค์ๆ ที่น่าจับตามองให้คุณสาวๆ ได้โดดเด่นในงานปาร์ตี้อย่างแน่นอน แนะนำนะคะว่าควรเอามาแมทช์สร้างความแต่งต่าง เช่นการสวมทับเสื้อยืด เสื้อเชิ้ตแขนยาว และเสื้อยืดคอเต่า ก็เล่นกับเลเยอร์ได้อย่างสนุกไม่เหมือนใคร

Over blazer สุดเท่ เพิ่มเสน่ห์สาวลุคมั่น
ถ้าคุณนั้นเป็นสาว Working Women ที่ในแต่ละวันกิจกรรมเยอะรัดตัวไปหมด แต่ก็มีเวลา relax time ไปปาร์ตี้กับเพื่อนสาวให้สนุกสุดหวี่ยงผ่อนคลายเรื่องปวดหัวต่างๆ ที่ต้องเจอในแต่ละวัน แนะนำเลยค่ะสาวๆ นี่เลย! Over blazer ตอบโจทย์สุดๆ เพราะสวมใส่ได้ง่ายสะดวกสบายคล่องตัวสุดๆ เลือกใส่แบบสีพื้นเช่น ขาว ดำ เทา ก็ดูดีเท่มีสไตล์ หรือจะเลือกแบบมีลวดลายหรือสีสันก็ดูเปรี้ยวเข้าไปอีก ถ้าอยากเสริมให้ลุคดูแซ่บยิ่งขึ้นจะใส่กับกางเกง กระโปรงรัดรูปก็ดูเท่ หรือจะใส่เป็นเดรสสั้นโชว์เรียวขาสวยๆ ของเราก็ดูเก๋ไม่เบาเลย สร้างความน่าดึงดูดให้กับทุกสายตาได้เป็นอย่างดี ลองเลยค่ะสาวๆ ไม่ต้องรอช้าแล้ว เลือกมามิกซ์แอนด์แมทช์กันดู ปาร์ตี้ทั้งทีต้องสวยนำเทรนด์ให้สุดๆ ไปเลย

กระโปรงหนัง เติมพลังความชิค
ขอบอกเลยนะคะว่ากระโปรงหนัง หรือ Leather Skirt ถือเป็นหนึ่งแฟชั่นไอเท็มที่ฮิตตลอดกาลไม่เคยตกยุค สาวๆ ได้หยิบมาใส่เมื่อไรรับรองความแซ่บเผ็ดพริกยกสวนกันอย่างแน่นอน ยิ่งถ้าคุณเป็นคนชอบแต่งตัวสไตล์สายฝ. ไปสนุกกับปาร์ตี้อยู่แล้วล่ะก็แนะนำเลยค่ะ เพราะช่วยเพิ่มความจริตนางพญาเบาๆ ให้คุณยืนหนึ่งได้ไม่ยาก และก็มักเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่พบเห็นตามสตรีทแฟช่นบ่อยๆ แหมๆๆๆ ก็ทั้งสวย ทั้งดูเท่ แถมดูแพงอย่างมีสไตล์ขนาดนี้ ใครล่ะจะไม่อยากใส่ จริงมั้ยคะ? อีกทั้งกระโปรงหนังนั้นยังสะท้อนความแวววาวเมือเจอแสง ทำให้กระโปรงดูใหม่ ดูชิคและเท่แบบสาวลุคคูลก็ยิ่งเพิ่มความโดดเด่นแบบสุดๆ แล้วยังช่วยเสริมลุคให้ดูดีแม้จะแมทช์กับเสื้อยืดง่ายๆ ก็ทำให้คุณสวยขึ้นได้ไม่ยาก ปังๆ แบบนี้แนะนำเลยจ้า

Waist Bags กระเป๋าสุดเก๋ แมทช์ได้ทุกลุค
สำหรับสาวๆ กระเป๋านั้นถือเป็นไอเท็มฮิตตลอดกาลที่ขาดไม่ได้ต้องมีติดตัวไม่ว่าจะไปที่ไหน ทำอะไร แต่สำหรับปาร์ตี้แล้ว จะมาถือให้มือไม่ว่าง หรือมาตั้งไว้บนโต๊ะก็กังวลไปหมด แนะนำเลยค่ะ กับกระเป๋าแบบ Waist Bags ที่สามารถเอามาแมทช์กับชุดได้หลากหลายแนว จุของได้โอเค มีดีไซน์เยอะมากแล้วแต่สไตล์เลยว่าใครชอบแบบไหน จะใส่สะพายข้างก็เก๋สร้างลุคให้ดูเปรี้ยวแบบชิคๆ หรือจะคาดเอวเป็นเข็มขัดก็ดูเท่ คล่องแคลวจะเต้นให้สุดเหวี่ยงหรือเคลื่อนไหวยังไง ก็สะดวกไม่ขัดจังหวะความสนุกอย่างแน่นอน ขอกระซิบนะคะว่าตอนนี้ใครมีไว้บอกเลยว่านำเทรนด์สุดๆ เพราะไม่ว่าจะเป็นแบรนด์แฟชั่น Hi-end อย่าง Channel, Gucci, Louis Vuitton หรือแบรนด์สปอร์ตสุดฮิปอย่าง Supreme, Adidas, Nike ที่แข่งกันดีไซน์ไอเทมนี้ออกมาเอาใจเหล่าแฟชั่นนิสต้ากันแบบสุดฤทธิ์ นี่แหละไอเท็มที่ต้องมีนะคะสาวๆ

เป็นยังไงกันบ้างคะ กับไอเท็มสุดเริดที่เรายกตัวอย่างมาให้ ใครที่ตามหาแฟชั่นไอเท็มเด็ดๆ สำหรับแมทช์ลุคไปสนุกกับงานปาร์ตี้สิ้นปีนี้ ก็อย่าลืมมาหาซื้อที่ Kaidee นะจ๊ะ ที่เดียวจบ ครบทุกลุคแต่งตัวสนุกทุกปาร์ตี้

ไอเท็มสวยของสาวออฟฟิศสายเที่ยว ในสไตล์เลิกงานแล้วเที่ยวต่อได้เลย

ในที่สุดพวกเราก็เดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายของปี 2019 แล้ว! เย้ๆ ดีใจกันมั้ยล่ะสาวๆ เพราะช่วงสิ้นแบบนี้ event เยอะ! ไม่ว่าจะเป็นงานเลี้ยงสิ้นปีปิดงบเอย งานจับฉลากคริสมาสต์ใสๆ หรือว่าจะปาร์ตี้สุดเหวี่ยงก่อนคืนเคาน์ดาวน์ หรือไม่ก็เดทสุดวิเศษโรแมนติกรับลมหนาว โหย แค่ก็คิดก็รอไม่ไหวแล้วอ่ะ แต่ก็ไม่ได้หมายความจะได้เอ็นจอยทุกปาร์ตี้เต็มๆ เพราะยังไงออฟฟิศกับเจ้านายก็รอเราอยู่ดี แล้วจะทำยังไงดี ถ้าต้องทำงานถึงค่ำแต่มีอีเว้นต์ต่อเลย จะติดไซเรนกลับบ้านไปเปลี่ยนชุดแต่งหน้าใหม่ก็ไม่ไหว

วันนี้ Kaidee มีไอเดียเก๋ๆ สำหรับสาวออฟฟิตสายเที่ยว ไอเท็ม Must have แบบว่าไปทำงานก็ปัง ออก Event ก็ปั๊วะ เรียกได้ว่าแต่งลุคเดียวควบอย่างได้สองงานเลยทีเดียว ไม่ต้องเสียเวลากลับบ้านBไปเปลี่ยนชุดหรือคิดลุคใหม่หมดปัญหามีเสื้อผ้าเต็มตู้แต่ก็ไม่รู้จะใส่อะไรดี

Basic Black Dress.

5 แบรนด์ “แว่นตา” ที่แฟชั่นนิสต้าตัวแม่ต้องมีติดกระเป๋า

ยิ่งฤดูกาลแห่งการท่องเที่ยวใกล้เขามามากเท่าไหร่ งานพรอพดีๆ ก็ต้องรีบเตรียมกันให้พร้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “แว่นตา” ที่นับเป็นไอเทมสำคัญที่จะขาดเสียไม่ได้ โดยเฉพาะสาวๆ ที่รักการถ่ายเซลฟี่ตลอดจนภาพ Portrait สวยๆ กับวิวงามๆ ต่อให้คุณไม่ได้มีปัญหาด้านสายตาก็ตามเถอะ ยุคนี้แว่นตา กลายเป็นเครื่องประดับที่ช่วยเสริมให้คุณมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดดเด่นเกินใครไปแล้ว และการที่จะเลือกแว่นตาให้เข้ากับเทรนด์ปัจจุบันนั้น ก็ทำได้ไม่ยากเลย แค่เพียง....

เลือกใช้เลนส์สี จะสีทองหรือสีสดก็ได้ แต่ขอแบบใสๆ มีสไตล์
เติมความสนุกสนานบนใบหน้าด้วยแว่นตาไซส์ใหญ่ๆ (Oversize) หรือเน้นไปที่เครื่องประดับที่ตกแต่งบนแว่นด้วยก็ยิ่งดี
ลดทอนความเยอะแล้วเลือกสิ่งที่เรียบง่าย มินิมัล โดยการเลือกกรอบแว่นและเลนส์เล็กๆ ที่พอดีกับตา ก็เพิ่มความคูลให้กับตัวเราได้ไม่น้อย

รู้เทรนด์แฟชั่นแว่นตากันแล้ว มาดูกันต่อว่า แล้วแว่นตาแบรนด์ไหนกันล่ะ ที่คุณควรมีเก็บไว้ในกระเป๋าให้พร้อมทุกสถานการณ์การถ่ายภาพ
1. RAYBAN

ชื่อนี้มีใครบ้างจะไม่รู้จัก! Rayban แบรนด์แว่นยอดฮิตตลอดกาลตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ โดยในปี 1936 ทาง Rayban ได้ออกแบบแว่นกันแดดรุ่น Aviator ออกสู่สาธารณชนและถูกใช้งานในกองทัพสหรัฐเป็นครั้งแรก จากนั้น Aviator จึงกลายเป็น Iconic แห่งวงการแว่นตาตั้งแต่นั้นเรื่อยมา ไม่ว่าจะหยิบมาใส่ในยุคใดก็ยังคงความคลาสสิคอยู่เสมอ เช่นเดียวกันกับรุ่น Wayfarer ที่โด่งดังมาจากดาราคนดังในยุคนั้นอย่าง Audrey Hepburn และ James Dean ใครที่มองความสวยงามเ็นเรื่องที่ไร้กาลเวลา Rayban สามารถตอบโจทย์นั้นให้คุณได้ทันที

2. GENTLE MONSTER

เรียกได้ว่ากำลังเป็นที่นิยมทั้งในเอเชียไปถึงฝั่ง Hollywood เลยทีเดียวสำหรับแบรนด์แว่นแฟชั่นจากประเทศเกาหลี ที่เพิ่งจะมีอายุอานามเพียง 5 ปี แต่มีการเติบโตของยอดขายถึง 180 เท่าเมื่อเทียบจากปี 2012 ความโดดเด่นของแบรนด์นี้มาจากแนวคิดที่ผสมผสานระหว่างความเรียบง่าย และความเท่ที่ไม่ซ้ำแบบใคร ซึ่งถ้าใครเคยเข้าไปที่ร้านของ GENTLE MONSTER ในต่างประเทศแล้วล่ะก็ จะรู้สึกเหมือนเดินอยู่ใน Art Gallery ก็ไม่ปาน บอกได้เลยว่าไม่ว่าจะเป็นแว่นตารุ่นไหน คุณสามารถเอามาจับคู่แฟชั่นการแต่งตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบเลยล่ะ

3. SUPER

ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจริงๆ สำหรับ แบรนด์ SUPER แว่นกันแดดจากแดนมักกะโรนี อิตาลี ที่กำเนิดขึ้นได้จากไอเดียสุดบรรเจิดของ Daniel Beckerman เมื่อเขารู้สึกเบื่อหน่ายกับแว่นตาที่มันซ้ำๆ เดิม ไม่มีอะไรใหม่ที่วางขายกันอยู่ทั่วไป ทั้งที่แว่นตานั้นไม่ต่างอะไรกับงานศิลปะที่เราจะสร้างสรรค์ไอเดียอะไรก็ได้  เขาก็เลยลงมือทำมันเสียเองโดยผสานเอาความพิถีพิถันในแบบอิตาเลียน ตั้งแต่ งานออกแบบ เทคโนโลยีตลอดจนวิธีการผลิต จนเกิดเป็นแบรนด์แว่นตา  SUPER by RETROSUPERFUTURE  ในปี 2007 ซึ่งถ้าคุณชื่นชอบดีไซน์ที่หลากหลาย แหวกขนบเดิมๆ ล้ำสมัยแต่ดูเรียบหรู ก็คงต้องเจาะจงไปที่แบรนด์นี้เลยล่ะ

4. CHRISTIAN DIOR

Christian Dior แบรนด์แฟชั่น Hi-End จากฝรั่งเศส ก่อตั้งขึ้นในปี 1946 และได้สร้างความแปลกใหม่ให้กับวงการแฟชั่นโลกมาอย่างยาวนาน ด้วยสินค้าที่มีคุณภาพสูง ใช้งานง่ายและไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะแว่นตาแฟชั่น ที่ผสมผสานแรงบันดาลใจจากในอดีตเข้ากับยุคสมัยแห่งอนาคตได้อย่างเพอร์เฟค!  ซึ่งถ้าคุณอยากจะโดดเด่นเหนือใครในยุคนี้ Dior SO Real จะเป็นแว่นที่คุณต้องตามหามาครอบครอง

5. KAREN WALKER

แบรนด์แว่นตากันแดดที่แสนจะชิคจากประเทศนิวซีแลนด์ ได้ชื่อมาจากดีไซน์เนอร์คนเก่ง “Karen Walker” บุคคลที่ถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งใน BOF 500 (Business of Fashion) ผู้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแฟชั่นโลกมาตลอด 7 ปีที่ผ่านมา ซึ่งความโดดเด่นของแบรนด์นี้อยู่ที่การออกแบบที่ราบเรียบ แต่แฝงไว้ซึ่งความเป็น femenine ที่เป็นผู้นำ เหมาะกับบุคลิกของสาวยุคใหม่เป็นที่สุด นอกจากนี้ยังมีแบบให้เลือกอีกมากมายตั้งแต่สไตล์แบบเรียบหรูไปจนถึงแบบแฟชั่นจัดเต็ม

“ แว่นตาเป็นอีกไอเท็มที่ทรงคุณค่าและเป็นตัวกำหนดความเป็นตัวเองได้อย่างไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะความคลาสสิคที่หาไม่ได้จากไอเท็มอื่นๆ ถ้าใครมีแว่นตารูปทรงสวยๆ วินเทจคลาสสิค ก็เอามาลงขายได้ที่ Kaidee รับรองได้ราคาดี ถูกใจแน่นอน ”

7 สุดยอดแบรนด์กางเกงยีนส์ที่มี “เรื่องเล่า” ของตัวเอง

Giorgio Armani เคยฝากประโยคคลาสสิคเกี่ยวกับยีนส์ หรือ Denim เอาไว้ว่า “Jeans represent Democracy in Fashion” นั่นหมายถึง ยีนส์คือสัญลักษณ์ของเสรีภาพแห่งแฟชั่น คุณว่าจริงหรือไม่?

เชื่อว่าทุกบ้านต้องมีกางเกงยีนส์ติดไว้ในตู้เสื้อผ้าไม่มากก็น้อย เพื่อแสดงความเป็นตัวเองในวันสบายๆ แม้ออกจะดูเรียบง่าย แต่เพราะความธรรมดานี่ล่ะที่จะช่วยขับเอา “ตัวตน” ของคุณให้ชัดเจนและโดดเด่นเหนือใคร ว่าแต่คุณรู้หรือเปล่า... ต้นกำเนิดของกางเกงยีนส์นั้นสืบทอดกันมาตั้งแต่ช่วงกลางศตวรรษที่ 19 หรือที่เรียกกันว่า “ยุคตื่นทอง” โดยจุดประสงค์แรกในการสวมใส่ไม่ใช่เรื่องแฟชั่น แต่เป็นความจำเป็นในการใช้งานสำหรับคนงานเหมืองแร่ ที่ต้องการกางเกงที่มีความคงทนเป็นพิเศษต่างหาก นั่นล่ะที่มาของกางเกงยีนส์ที่คุณกำลังใส่อยู่ทุกวันนี้

เอาล่ะ ! มาตามดูกันต่อว่า แล้วแบรนด์กางเกงยีนส์ยี่ห้อดังๆ เขามีที่มาที่ไปกันอย่างไร น่าสนใจขนาดไหน

LEVI
แม้จะเป็นแบรนด์สัญชาติอเมริกัน แต่จุดเริ่มต้นของกางเกงที่มีความทดทานเป็นเลิศนี้เกิดจากชาวเยอรมันที่ชื่อ “ Levi Strauss” ซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปขุดทองที่เหมืองแห่งหนึ่งใน ซานฟรานซิสโก เขามองเห็นโอกาสทางการขายของจาก pain point ที่ว่า กางเกงของคนทำงานในเหมืองขาดง่าย จึงเริ่มเอาผ้าเต็นท์มาเย็บกางเกงขาย ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นผ้าใบเรือ รวมไปถึงผ้าหนาอีกหลายชนิด ย้อมเป็นสีน้ำเงิน จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของ “เสื้อผ้ากรรมกร” และมีการนำเอาวิธีการตอกหมุดมาใช้เพื่อเพืมความเเข็งแรงจนกลายเป็นแบรนด์ “Levi’s” ตั้งแต่นั้นมา โดยรุ่นยอดนิยมอย่าง Levi’s 501 ก็น่าจะมาจากรหัส May Day หรือวันแรงงานที่ตรงกับวันที่ 1 เดือน 5 ของทุกปีนั่นเอง

LEE
Henry David Lee ได้ค่อยๆ เริ่มสร้างแบรนด์ “Lee” ขึ้นมาตั้งแต่ปี 1889 โดยเน้นที่เรื่องของคุณภาพ ความทนทานและนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เราจึงเห็นงานออกแบบที่สดใหม่อยู่ตลอดเวลาตั้งแต่ กางเกงยีนส์รุ่น 101Z ที่เป็นกางเกงยีนส์ตัวแรกของโลกที่ใช้ซิปแทนกระดุม และออกแบบป้ายหนังที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ในแบบความบอยสมัยนั้น รวมถึงเอกลักษณ์ในการเดินเส้นด้ายบนกระเป๋าหลังทั้งสองข้างที่เรียกว่า “Lazy S” ซึ่งแฟนพันธ์แท้ยีนส์มองแว่บแรกก็รู้ทันที่ว่า นี่ล่ะแบรนด์ “Lee” อีกหนึ่งตำนานกางเกงยีนส์ที่มีอายุ 130 ปี

Wrangler
สมัยก่อนคนอเมริกันนิยมใส่ชุดเอี๊ยม (Overall) กันมากๆ เพราะส่วนใหญ่ทำฟาร์มกันเยอะ แบรนด์ Wrangler เองก็มีจุดกำเนิดเล็กๆ มาจากการเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท Bluebell ที่ผลิตเจ้าชุดเอี๊ยมมาก่อนนี่ล่ะ โดยบริษัทที่ว่านี้เข้าไปซื้อกิจการจาก Casey Jones ผู้เป็นเจ้าของ Wrangler แต่ไม่เคยจะทำอะไรกับมันเลย ซึ่งทาง Bluebell เห็นโอกาสของคำว่า “Wrangler” ที่สามารถเข้ากันกับกลุ่มลูกค้าที่เป็นพวก Rodeo ในสมัยนั้น และนั่นเองที่ทำให้ชื่อเสียงของ “Wrangler” เป็นที่ฮือฮาในช่วงปี 1946 เมื่อ Rodeo ที่ชื่อ Ben ได้ออกแบบกางเกงรุ่น 13MWZ ออกมาให้กับ Rodeo ที่ต้องลุยกับม้าพยศ กางเกงยีนส์รุ่นนี้เองหลีกเลี่ยงการใช้กระดุม เพื่อช่วยในเรื่องการทรงตัวบนหลังม้าได้ดีกว่า เป็นที่นิยมในหมู่ Celeb นักสู้ม้าพยศมากจนได้รับการสนับสนุนจาก Professional Rodeo Cowboys Associationไปเลยโดยปริยาย

NUDIE
ข้ามฝั่งมาที่ยุโรปกันบ้าง แม้จะไม่ได้มีอายุอานามเก่าแก่ แต่ “Nudie” แบรนด์กางเกงยีนส์จากประเทศสวีเดน ที่เน้นไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ด้วยดีไซน์ที่สวย เรียบหรู สวมใส่สบาย ภายใต้คอนเซปต์รักโลกในแบบ Eco Cycle เพราะคัดเลือกผ้าฝ้ายจากไร่ออร์แกนิค รวมถึงขั้นตอนต่างๆ ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม จึงถูกใจคนรุ่นใหม่ที่อยากจะสะท้อนตัวตนความเป็นคนรักธรรมชาติ ในส่วนของการดีไซน์ก็ไม่ยึดติดกับวัฒนธรรมยีนส์แบบเดิมๆ ใส่เที่ยวก็ได้ ใส่ทำงานก็ดี Nudieได้รับความนิยมอย่างมากโดยเฉพาะการใส่โดยไม่ต้องซักเพื่อจะได้ริ้วรอยการเฟดของผู้ใส่ในชีวิตประจำวัน ลวดลายธรรมชาติที่ปรากฏขึ้นจึงแตกต่างกันออกไป ลายใครลายมัน

DIESEL
แบรนด์กางเกงยีนส์อีกแบรนด์ที่คนไทยน่าจะคุ้นเคยเป็นอย่างมาก Diesel โลดแล่นอยู่บนวงการยีนส์มาเกือบ 40 ปี สิ่งที่สะท้อนเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากคนอื่นๆ คือลูกเล่นในด้านการฟอกสีและรูปทรงของกางเกงที่ช่วยดึงจุดเด่นทางรูปร่างของผู้สวมใส่ออกมา มีตัวเลือกมากมายทั้งแบบผ้าและสไตล์ต่างๆ ซึ่งหากคุณเป็นแฟชั่นนิสต้าสายสตรีทตัวจริง คงต้องมีกางเกงยีนส์ Diesel ติดตู้ไว้สักตัวสองตัว ที่สำคัญยังเป็นแบรนด์แฟชั่นที่ราคาไม่แพงด้วยนะ

PEPE JEANS LONDON
ใครที่เคยมีประสบการณ์เป็นนักเรียนต่างแดนบนแผ่นดินอังกฤษคงต้องรู้จักแบรนด์ Pepe Jeans London เป็นอย่างดี โดยกางเกนยีนส์สัญชาติเมืองผู้ดีแบรนด์นี้ได้รับความนิยมมามากกว่า 40 ปี ซึ่งจุดเด่นหลักๆ คือการใช้เนื้อผ้าชั้นดีจากอิตาลี รวมถึงเทคนิคการตัดเย็บในระดับงานฝีมือ เรียกได้ว่าขึ้นชั้นพรีเมียมตั้งแต่วัสุจนถึงวิธีการผลิตอย่างพิถีพิถัน ซึ่ง Pepe Jeans London ถือเป็นยีนส์ที่เป็นตัวแทนของหนุ่มสาวที่มีความเป็นตัวของตัวเอง มีความรักในงานศิลปะ เสียงเพลงแบบร็อคแอนด์โรล และสะท้อนภาพไลฟ์สไตล์ความเป็นคนเมือง พร้อมกลิ่นอายของความเป็นลอนดอน ที่ซึ่งเป็นแหล่งรวมของแฟชั่นและศิลปะ

CHEAP MONDAY
อีกหนึ่งแบรนด์กางเกงยีนส์จากประเทศสวีเดน ที่ผสมผสานความสนุก สดใสและสดใหม่เข้าด้วยกัน พร้อมด้วยลูกเล่นที่สร้างความตื่นตา จุดกำเนิดของ “Cheap Monday” คือ การขายเสื้อผ้ามือสองในตลาดนัดช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยผู้ก่อตั้งแบรนด์นั้นมีไอเดียอยากจะทำกางเกนยีนส์ดีๆ แต่ราคาไม่แพงสำหรับลูกค้า จึงลองทำกางเกงในทรงสกินนี่และวาดรูปหัวกะโหลกแทนโลโก้ลงไปด้วย ผลก็คือได้รับความนิยมอย่างสูงจนแทบไม่น่าเชื่อ ใครที่กำลังมองหาความสบายจากการสวมใส่ และอยากเติมความ Punk เล็กๆ ไม่ควรพลาดยีนส์ผสมผ้ายืดที่เข้ากับช่วงขาได้เป็นอย่างดีจากแบรนด์นี้จริงๆ

“ถ้าในตู้เสื้อผ้าของคุณมีกางเกงยีนส์ที่ใส่จนเบื่อแล้ว หรืออยากจะลองเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นคนใหม่ สะท้อนความเป็นตัวเองมากขึ้น หยิบเอามาลงขายที่ Kaidee แล้วไปหายีนส์ตัวใหม่ที่เป็นตัวคุณในวันนี้กันเลยดีกว่า”

เช็คให้ดีภาษีนักช้อป

เข้าสู่ 3 เดือนสุดท้ายของปีแล้ว ตอนนี้สินค้าแฟชั่นก็ออกมาเผยโฉมจนเกือบจะครบ Collection แล้ว สาวๆ ก็คงเกิดกิเลสภายในใจอยู่ไม่น้อยล่ะสิ ก่อนอื่นเลย ขอแสดงความยินดีที่สาวๆ ที่น่ารักสามารถผ่านช่วง Mid-Year Sale มาได้แบบยังไม่ล้มละลายมาก (ฮ่าๆๆ) แต่อย่าเพิ่งดีใจไปเพราะเราก็รู้ๆ กันอยู่ว่าช่วง Black Friday ของเมืองนอกนั้นยังมาไม่ถึง หลายๆ คนคงอยากจะรีบติดปีกซื้อตั๋วบินไปต่างประเทศเพื่อไปช้อปปิ้งในช่วงนั้นเลยใช่มั้ยล่ะ แต่แหม จะหมดปีแล้ว วันหยุดลาอาจจะไม่เหลือแล้วน่ะสิคุณ

แต่ก็นะ ถ้าได้ไปซื้อสินค้าแฟชั่นที่ต่างประเทศ หรือใครมีโอกาสช้อปจาก Duty Free จะสุดยอดวิมานสวรรค์แค่ไหนสาวๆ คงเข้าใจดี แต่สาวๆที่แวะเที่ยวต่างประเทศแล้ว คงไม่มีทางพลาดแน่นอนกับแบรนด์หลากหลาย เพราะไหนจะ Tax Free ไหน จะสามารถทำเรื่องภาษีคืนได้อีก ถ้ามีโอกาสเราเชื่อว่าสาวๆ ก็คงอยากจะไปช้อปด้วยตัวเองแหละ

เพราะแบบนี้แหละเลยมีสาวๆ หลายๆ คนหันมาพึ่งบริการพรีออเดอร์ต่างๆ ที่ดูสะดวกสบายแม้อาจจะต้องเสียเงินไปก่อนที่จะได้รับสินค้าหรืออาจจะแค่เสียค่ามัดจำบางส่วน แต่ก็ยังมีสาวๆ หลายๆ คนยอม แม้ว่ายังไม่ได้รับไมได้สัมผัสสินค้าเองก็ตาม ก็แหม… มันถูกกว่าแล้วก็สะดวกกว่า แต่สาวๆ หลายๆ คนอาจจะลืมไปว่าบริการ Pre-Order เดี๋ยวนี้นั้นไม่ได้สะดวกสบายอีกต่อไป เพราะทางสนามบินก็มีมาตรการเข้มขึ้นในการตรวจกระเป๋าเดินทาง ทำให้เหล่าแม่ค้า Pre-Order ต้องยกเลิกกิจการไปเป็นแถว ไม่ใช่แค่สสนามบินที่มีมาตรการเข้มขึ้นนะ ไปรษณีย์เองเดี๋ยวนี้ก็ตรวจสอบสินค้าที่สั่งจากต่างประเทศเข้ามามากขึ้น แถมยังตรวจสอบราคาและเรียกเก็บภาษีแรกเข้าก่อนที่จะได้รับสินค้าเสียอีก กลายเป็นว่าแทนที่จะได้จ่ายถูกกว่า กลายเป็นต้องมานั่งลุ้น ภาวนาขอให้อย่าโดนจับได้ แถมยังมีโอกาสต้องจ่ายภาษี รวมๆ ไปอาจจะกลายเป็นว่าต้องจ่ายมากกว่าด้วยนะคุ๊ณ!

สำหรับกรณีสั่งสินค้าจากอินเทอร์เน็ตนั้นถ้ามูลค่ารวมไม่ถึง 1,500 บาท กรมศุลกากรยกภาษีให้ แต่สาวๆ จะช้อปกันในราคา 1,500 บาทเท่านั้นหรอ หรือจะค่อยๆ ช้อปแบ่งบิลเป็นบิลละไม่เกิน 1,500 บาท เราว่าค่อนข้างลำบากไปหน่อยนะคะ ส่วนเรทภาษีการขนสินค้านำเข้าภายในสนามบินอยู่ที่อัตราภาษีศุลกากร หากเป็นการนำเข้านาฬิกาเข้ามา เสียอากรนำเข้า 5% และภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 7% แต่หากเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยเสีย 30% และภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งปกติหากไปซื้อเมืองนอกก็ได้รับการคืนภาษี 20% อยู่แล้ว ก็เข้ามาเสียในประเทศเพิ่มอีก10% แน่นอนค่ะ

สินค้าแฟชั่นจัดเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยแม้จะบอกว่าเราทำรีฟันภาษีได้จากต่างประเทศก็เถอะ จะต้องมานั่งลุ้นว่าต้องเสียเพิ่มอีก 10% หรือไม่ ยิ่งโดยเฉพาะปลายปีนี้กรมศุลกากรเพิ่งตรวจรับมอบและติดตั้งเครื่องเอกซเรย์คร่อมสายพาน 23 เครื่อง ที่สนามบินสุวรรณภูมิ คาดว่าจะพร้อมใช้งานภายในปลายปีนี้ ซึ่งจะสแกนกระเป๋าเดินทางทุกใบ ตรวจสอบการนำเข้าวัตถุต้องห้าม ยาเสพติด รวมทั้งสินค้าแบรนด์เนมได้ โดยไม่ต้องสุ่มตรวจเปิดกระเป๋าเหมือนในอดีต และใช้ AI ในการการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงและวิเคราะห์ภาพถ่ายเอ็กซ์เรย์สินค้า เพิ่มความสามารถตรวจจับสินค้าผิดกฎหมาย และสินค้าหนีภาษี กรมศุลกากรนางพร้อมขนาดนี้ ฟังแล้วสยองกันมากเลยทีเดียวสำหรับขาช้อป แต่ก็ไม่อยากให้เครียดจนเกินไปนัก ถ้าเราทำถูกต้องตามข้อตกลงก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

แต่ก็มีอีกทางเลือกนึงสำหรับสายแฟชั่น แค่ลองมาช้อปที่ Kaidee เรามีสินค้ามือหนึ่ง มือสองแบรนด์เนมมากมายให้คุณเลือก ทั้งกระเป๋า นาฬิกา และสินค้าแฟชั่นอื่นๆ เผลอๆ คุณอาจจะเจอรุ่น Limited Edition ที่หายากก็ได้ ที่สำคัญยังสามารถนัดเจอกับผู้ขาย เช็คสินค้าก่อนที่จะจ่ายเงินได้อีกด้วย ไม่ต้องเสี่ยงโดนภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่ต้องรอพรีออเดอร์ ถ้าสนใจลองใช้ดูเลย

แรงบันดาลใจไทยๆ…ในรันเวย์

เป็นปรากฏการณ์ตื่นเต้นฮือฮาในโลกโซเชียล สำหรับงาน Paris Fashion Week 2016 ที่หลายๆ คนยังติดตาไม่ลืมกับ ภาพแบรนด์ Balenciaga ที่เปิดตัวกระเป๋าคอลเลคชั่นใหม่แล้วทำเอาคนไทยฮือฮาสุด ๆ เพราะกระเป๋าใบใหญ่หลากสีสันนี้ช่างคล้ายคลึงกับถุงกระสอบที่พ่อค้าแม่ค้าชาวไทยใช้กันบ่อยเสียเหลือเกิน

นี่ก็ถือเป็นปรากฏการณ์หนึ่งที่ยืนยันได้เลยว่าแฟชั่นสไตล์ไทยๆ นั้นกำลังเป็นที่จับตามองในกระแสแฟชั่นโลก

นอกจากนั้น ผ้าบาติกที่สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) บูรณาการร่วมกับภาครัฐและเอกชน ทั้งในส่วนกลางจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ได้คัดนักออกแบบมือดี เฟ้นหานักคิดนักสร้างสรรค์ และเจ้าหน้าที่ ร่วมพัฒนาลายผ้าไทยร่วมสมัย โดยโครงการนี้เน้นในการเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ตลอดจนแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงใช้เป็นแกนหลักพัฒนาสร้างสรรค์เชื่อมโยงกับวัฒนธรรม วิถีชีวิต ผ้าบาติกซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของคนในท้องถิ่นจนเกิดผลสำเร็จ ได้ลายผ้าที่ทันสมัยและน่าสนใจจากชุมชน 24 แห่ง รวม 24 ลาย เป็นการสร้างสรรค์มูลค่าเพิ่มให้กับภูมิปัญญาท้องถิ่น ผลงานแฟชั่นจากโครงการนี้จะนำเสนอสู่สายตาชาวโลกในงานแอลแฟชั่นวีค 2018 ที่ลานหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ วันอาทิตย์ที่ 2 ก.ย.2561 ขณะที่ผลงานออกแบบผลิตภัณฑ์จัดแสดงในนิทรรศการ Comtemporary Southern Batik by OCAC ตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค.-2 ก.ย. สถานที่เดียวกัน

และเราได้รวบรวมแฟชั่นจากรันเวย์โลกที่ผสมผสานกลิ่นอายของความเป็นไทยเข้าไปด้วยมาให้ได้ชมกัน

และที่สำคัญ "Vivienne Westwood Fall/Winter 2019-20" ก็ได้หยิบยกผ้าถุงไทยมาเป็นส่วนหนึ่งของการแสดง แม้จะดูแปลกๆ แต่หากพิจาราณาดูใกล้ๆ ก็จะเห็นได้ถึงความงามของผ้าไทย ลวดลายอันอ่อนช้อยและสีสันที่สะสุดตา จนทำให้ลุคนี้กลายเป็นลุคที่โดดเด่นมากที่สุดบนรันเวย์เลยทีเดียว!

เห็นมั้ยล่ะว่า ตอนนี้ความเป็นไทย ความเป็นบ้านเราเมืองเรากำลังโกอินเตอร์ไปถึงเมืองนอกกันแล้วและกลายเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง งั้นอย่าได้แคร์ค่ะสาวๆ ใครมีผ้าลายสวยๆ ผ้าตีนจก ผ้าซิ่น ผ้าบาติก สวยๆ เก็บเอาไว้ ต้องรีบรื้อออกมาตัดเป็นชุดด่วนๆ หรือใครยังไม่มีก็มาเลือกซื้อผ้าไทยสวยๆ เก๋ๆ ได้ที่ Kaidee นะจ๊ะ

LV bag artist collection

คงไม่มีสาวๆ สายแฟคนไหนที่ไม่รู้จักแบรนด์เครื่องหนังสุดคลาสติกที่อยู่ได้อย่างสตรองทุกยุคอย่าง “หลุยส์ วิตตอง” เชื่อว่าในตู้เสื้อผ้าที่บ้านของทุกๆ คนจะต้องมีไอเท็มของหลุยส์ วิตตองอย่างน้อยอยู่คนละชิ้นแน่ๆ เพราะในด้านของงานดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่ง หลุยส์ วิตตอง โชว์เทคนิคการดีไซน์แบบให้เห็นว่า ตำนาน 160 ปีของการทำกระเป๋าระดับโลกนั้น สามารถดีไซน์ออกมาเป็นรูปทรงอะไรก็ได้ รวมทั้งใช้กับอะไรก็เข้ากัน และไม่ลืมใส่สัญลักษณ์ความเป็นแบรนด์ที่สตรองในด้านฟังก์ชันLVLการใช้งาน รวมถึงดีไซน์ที่ทำขึ้นเฉพาะเพื่อเป็นตำนานไว้ครบถ้วน

และพิเศษสุดๆ ในปี 2019 นี้ หลุยส์ วิตตองได้สร้างแคมเปญพิเศษขึ้นชื่อว่า “ArtyCapucines” กับศิลปินแนว Contemporary ชื่อดัง 6 คนจากทั่วโลก หลังจากประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่หลังจากการทำแคมเปญดีไซน์ร่วมกับ Stephen Sprouse ที่สร้างกระเป๋าฉีกกฏความเรียบหรูโดยการเพ้นท์ลาย graffiti ลงบนลายโมโนแกรมหลุย์ ในปี 2009 และอีกหนึ่งแคมเปญที่สร้างชื่อก็คือแคมเปญลาย Mono grams Multicolore ที่เปลี่ยนลายโมโนแกรมธรรมดาๆ ให้มีสีสันขึ้นทั้งหมด 33 สี ลาย Cherry Blossom (ดอกซากุระอารมณ์ดี) และดอกทานตะวันสีรุ้งที่เพิ่งกลับมาฮิตสุดๆ กันปีนี้ ซึ่งแคมเปญนี้ต้องยกให้เป็นความดีความชอบของ Takashi Murakami เค้าเลยที่เปลี่ยนภาพลักษณ์แบรนด์ที่หรูหราให้สามารถดูสดใสร่าเริ่งเข้าถึงกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นมากยิ่งขึ้น

ความสำเร็จในการทำแคมเปญร่วมกับแบรนด์ต่างๆ และดีไซน์เนอร์ของหลุยส์ วิตตองนั้นทำให้ปีนี้ CEO ของหลุยส์ได้คัดเลือกศิลปินแนว Contemporary Arts ชื่อดังมาร่วมดีไซน์กระเป๋า ทรง Capucines ซึ่งเป็นทรงประเป๋าที่ได้วางขายครั้งแรกในปี 2013 ทำจากกระเป๋าหนังกะทิงซึ่ง ผิวหนังจะนุ่มและมีลายตุ่มนู่นมากกว่าหนังทั่วไป ดูๆ ไปก็คล้ายๆ กับหนังของ Hermes รูปทรงดีไซน์เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมคางหมูให้ดูทันสมัยยิ่งขึ้น ไม่ใช้ลายโมโนแกรมปริ้นท์ลงไปบนหนังกระเป๋าแต่นำโลโก้มาออกแบบใหม่เป็นโลหะมาไว้ตรงกลางของกระเป๋าแทน ซึ่งเจ้า Louis Vuitton Capucinesใบนี้ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นกระเป๋าหนังสีเรียบไม่มีลวดลายใดๆ ทั้งนั้น CEO เค้าจึงได้ไอเดียใหม่ที่อนุญาติให้ศิลปินทั้ง 6 คนที่ได้รับการคัดเลือกมานั้นใช้กระเป๋าLouis Vuitton Capucines เป็นผืนผ้าใบเปล่าๆ ที่ไว้ละเลงความคิดสร้างสรรค์ จะเอาสร้างรูปทรงใหม่เพิ่มลงไป เอาไปทุบ ไปเผา หรือทำอะไรก็ได้ ไม่มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัว มีอิสระในการใส่ความคิดสร้างสรรค์และตัวตนได้อย่างเต็มที่ แต่ต้องดูน่าสนใจ ร่วมสมัยและดูมีความคิดสร้างสรรค์

ศิลปินท่านแรกที่ได้รับเชิญมาร่วมออกแบบนั้นคือ Alex Israel เป็นศิลปินชาวอเมริกันที่เป็นหนุ่มแคลิฟอเนียแท้ๆ เติบโตมาจากเสียงคลื่นและต้นปาล์ม กระเป๋า ArtyCapucines ของเขาจึงถูกดีไซน์ออกมาอย่างสดใส จัดจ้าน ฉูดฉาด ด้วยเทคนิคดิจิตอลปริ้นท์ลายคลื่นที่ได้กลิ่นอายถึงความเป็นแคลิฟอเนี่ยน แถมยังมีส่วนตกแต่งเก๋ๆ ที่เป็นรูปทรงหูฉลาม เอาไว้เสียบติดให้ดูรับอารมณ์กับความเป็นซัมเมอร์มากยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับการถือเดินชิคๆ ไปตามชายหาดเก๋ๆ เวลาไป Vacation ที่เมืองริมทะเลหรูๆได้แบบไม่ซ้ำใคร

ส่วนคนต่อไปนั้นก็คือ Jonas Wood เขาเป็นศิลปินที่ชอบทำงานกับธรรมชาติ งานของเขาเองก็เช่นกัน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นลายที่ได้แรงบันดาลใจมาจากใบไม้ ดอกไม้ ต้นหญ้า ซึ่ง ArtyCapucines ที่เขาดีไซน์นั้นยังคงรูปทรงเดิมไว้อยู่ เพียงแต่เพิ่มลายใบไม้กราฟฟิคที่วาดขึ้นมาเองกับมือ ลงเครื่องเดินด้ายทีละเส้นกับผิวของกระเป๋าให้เกิดเป็นลวดลายที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งเขาได้บอกว่าเขาไม่อยากเพิ่มเติมอะไรมากเกินไป อยากให้มันเป็นกระเป๋า Capucines ที่คนกล้าใช้ กล้าถือในชีวิตประจำวัน จึงยังคงสภาพความเรียบง่ายไว้ เพียงแต่ดีไซน์ความเก๋ไก๋ของ Pattern เพิ่มลงไป

Urs Fischer เป็นศิลปินชาวสวิสคนแรกและคนเดียวในโปรเจคนี้ ซึ่งเขาก็ได้สร้างปรากฏการณ์ที่แหวกแนวไปจากคนอื่นๆ ในโปรเจค โดยการไม่เพิ่มเติมลวดลายหรือส่วนประกอบใดๆ ลงไปในกระเป๋า ArtyCapucines ของเขาเลย แต่กลับดันเอาพวงกุญแจมาห้อยอยู่ด้านล่างกระเป๋า ArtyCapucines สีขาวเรียบ แต่ขอบอกว่าพวงกุญที่เขามาเอาห้อยนั้นเป็นรูปกล้วย จ้า ฟังไม่ผิดหรอก กล้วยที่เป็นผลไม้นั่นแหละ เอามาห้อยทั้งหวีเลย แต่ถ้าใครไม่ชอบกล้วย ก็มีแอปเปิ้ลทั้งผล สตอว์เบอรี่ แครอททั้งต้น กับเห็ดให้เลือกเปลี่ยน เลือกห้อยตามอารมณ์ เช่นกัน โดยพวงกุญแจรูปพืชผักเหล่านี้จะถูกห้อยลงมากับสายโซ่สีทองดูเลอค่าตามสไตล์ของหลุยส์ วิตตองและขอบอกว่าพวงกุญแจแต่ละอันนั้นเป็นงานทำมือล้วนๆ แต่ก็ยังไม่เข้าใจเหมือนกันว่าดีไซน์เนอร์คิดอะไรอยู่ สงสัยกลัวว่าธรรมดาโลกจะไม่จำละมั้ง

มาต่อกับศิลปินคนถัดไปซึ่งเป็นชาวแอฟริกัน ArtyCapucines ที่เขานำมาออกแบบใหม่นั้นยังคงความเป็น Classic Capucines อยู่เพียงแต่เพิ่มเทคนิคการถักหนังให้เป็นเชือกห้อยประดับยาวลงมากับพื้นผิวกระเป๋า ซึ่งหนังที่นำมาเย็บติดกันนั้นก็เป็นหนังเช่นกันเพียงแต่ใช้เทคนิคเย็บอย่างหยาบๆ เพื่อสร้างลวดลาย ความน่าสนใจในชิ้นงาน มีความมากแต่น้อย เรียบแต่โก้ สาวๆ คนไหนที่ชอบความเรียบง่ายที่มีลูกเล่นขอเชียร์ให้จัดใบนี้ด่วนๆ

และศิลปินหญิงคนเดียวที่ร่วมทำโปรเจคนี้ก็คือ Tschabalala Self เป็นดีไซน์เนอร์สาวผิวหมึก ซึ่งเธอก็เอาเอกลักษณ์ความเป็นผู้หญิงผิวสีมาใส่เอาไว้งานของเธอ กระเป๋า ArtyCapucines ของเธอนั้นถูกออกมาแบบภายใต้คอนเซปต์แห่งการทำลายและการสร้างขึ้นมาใหม่ ลวดลายกระเป๋านั้นถูกสร้างขึ้นมาโดยการเย็บติดชิ้นส่วนต่างๆ ที่มาจากวัสดุแตกต่างกัน ประกอบขึ้นให้มีความเป็นหลุยส์ วิตตองโดยการใช้ส่วนประกอบเหล่านั้น ตัดเป็นลวดลาย โมโนแกรม เลือกใช้สีของพื้นกระเป๋าและสีของวัสดุตกแต่งให้แตกต่าง ตัดกันออกไป แม้แต่สายกระเป๋าก็ยังเป็นคนละสีกับสืพื้นเลย เพราะเธอต้องการให้คงเอกลักษณ์ความชอบของสาวผิวหมึกเอาไว้ก็คือความมีสีสัน ฉูดฉาด ตัดกันเพื่อให้ตัดกับผิวสีเข้ม

ศิลปินคนสุดท้ายในโปรเจคนี้ก็คือ Sam Falls ซึ่งเป็นศิลปินที่ได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานจากปรากฏการณ์ธรรมชาติ ArtyCapucines ของเขานั้นก็ได้นำความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองนี้มาใส่เอาไว้ โดยการนำลายดอกไม้ตามสไตล์ของเขามาปริ้นท์ลงบนหนังกระเป๋าและเลือกใช้สีแนว Earth tones ที่ให้ความรู้สึกถึงฤดูใบไม้ร่วง ทำให้ ArtyCapucines ที่เขาดีไซน์ใหม่นั้นดูเป็นธรรมชาติมากๆ แต่ที่พิเศษสุดๆ ก็คือโลโก้ Louis Vuitton ที่เขาได้นำไข่มุกแท้มาประดับแทนที่จะปล่อยให้เป็นโลหะแบบเดิมๆ เพิ่มความหรูหราและสร้างมูลค่าให้กับตัวกระเป๋ามากยิ่งขึ้น

เรียกได้ว่าทั้ง 6 คนนี้มีสไตล์แตกต่างกันอย่างชัดเจน ใครชอบแบบไหนก็ไปเลือกช๊อปกันได้ทั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แต่ต้องรีบหน่อยนะ เพราะมีแบบละแค่ 300 ใบเท่านั้น ถ้าสู้ราคาไหว (แหม ก็ Limited และ Exclusive ขนาดนี้) ยังไงก็ขอเชียร์ให้มีเก็บไว้สักใบ รับรองว่าเก๋และโดดเด่นไม่ซ้ำใครแน่นอน แต่ถ้ายังไม่พร้อมก็เชิญช็อปกระเป๋าหลุยรุ่นอื่นๆ ได้ที่ Kaidee เลยจ้า

 
Credit
eu.

เปิดกรุกระเป๋า Designer Brand

คุณ Jossy Berry บิวตี้บล็อกเกอร์แสนสวยจะพาไปดูกระเป๋าดีไซเนอร์แบรนด์ในคอลเลกชัน ลองมาดูกันดีกว่าว่าจะมีใบไหนถูกใจคุณบ้าง ไปดูกันเล้ย

สุดยอดแบรนด์สนีกเกอร์ไฮโซ โอ้โห! จะไม่มีได้ยังไงล่ะวัยรุ่น!

อย่าเพิ่งเรียกตัวเองว่าเป็น Sneaker Collector ถ้าตู้รองเท้าของคุณยังไร้ซึ่งเงาของแบรนด์เหล่านี้ เรียงรายอยู่ในนั้น แน่นอนว่าแม้ราคาค่าตัวจะแตะหลักหมื่น แต่ใครเล่าจะฝืนใจไหว โดยเฉพาะนัก สะสมอย่างคุณ มาดูกันว่า สุดยอดสนีกเกอร์แบรนด์ไหนบ้างที่คุณควร (ต้อง) เสาะหามาไว้ประดับตู้ เพื่อควรค่ากับการเป็น The Collector ตัวจริงแบบไม่อิงนิยาย

1. ADIDAS NMD
ขอเรียกว่าเป็นรองเท้าที่พลิกโลกของสตรีทแวร์ไปเลยก็คงไม่ผิดนักสำหรับ adidas Nomad หรือ
NMD ที่ใครๆ ก็อยากเป็นเจ้าของเสียเหลือเกิน ด้วยคอนเซปท์การออกแบบที่รวมเอา Uniqueness ของแต่ละรุ่นยอดฮิตในยุค 80s มาไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น MicroPacer, Rising Star และ Boston Super ผสานกับนวัตกรรมพื้นรองเท้า BOOST และผ้าถัก Primknit จนกลายเป็นไลฟ์สไตล์สนีกเก อร์ที่คุณคู่ควรเป็นที่สุดจวบจนถึงปัจจุบัน

2. GUCCI
น้อยคนนักที่จะรู้ว่าแบรนด์ไฮโซจากแดนมักกะโรนีอย่าง GUCCI ก็มีคอลเลคชั่นรองเท้าผ้าใบกับ
เขาด้วยเหมือนกัน ถึงเทคโนโลยีจะไม่หวือหวา แต่งานออกแบบของ Alessandro Michele ก็ทำให้ ใครต่อใครหลงใหลด้วยมนต์เสน่ห์ของลายปักอันเป็นเอกลักษณ์ของ GUCCI สร้างสีสันและชีวิต ชีวาด้วยลายสิงสาราสัตว์ โดยเฉพาะลายผึ้งที่ต้องบอกว่า “เวรี่คูล” ซึ่งราคาตอนที่วางจำหน่ายครั้ง แรกก็สูงลิบ แต่ถ้าคิดจะเป็นสาวกสนีกเกอร์ตัวจริง ก็ต้องช่วงชิงเป็นเจ้าของให้ได้สักคู่

3. CONVERSE
ครองใจคนทุกเพศทุกวัยมาร่วมศตวรรษจริงๆ แบรนด์ Converse นี้มีที่มาจาก กีฬาบาสเกตบอลที่ได้
รับความนิยมในปี 1917 ทำให้รองเท้ารุ่นดั้งเดิมอย่าง Converse All Star กลายเป็นที่ฮือฮาด้วยดี ไซน์สุดคลาสสิกและสวมใส่สบาย กลายเป็นจนเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมของคนกลุ่มต่างๆ มากมาย รวมถึง Jack Purcell ก็เป็นอีกรุ่นที่ได้รับความนิยมชมชอบจากฮิปสเตอร์สายวินเทจด้วย รอยยิ้มอันมีเสน่ห์บนหัวรองเท้า เย้ายวนชวนให้สะสม

4. YEEZY
จากแรงบันดาลใจตั้งต้นของ Kanye West ศิลปินชื่อดังที่ผลักดันให้ Yeezy กลายเป็นรองเท้าผ้า ใบที่ออกแบบให้ใส่สบายที่สุดในยุคนั้น และได้หันไปร่วมมือกับ adidas เพื่อทำคลอด Yeezy BOOST 750 ออกมา ก่อนจะกลายเป็น Yeezy BOOST 350 ที่เรียกว่าได้รับกระแสตอบรับแรงสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นสไตล์ บวกกับนวัตกรรมความสบายและสามารถรักษารูปร่างของรองเท้าไว้ได้ด้วยการ ใช้วัสดุ TPU แทนโฟม

5. BALENCIAGA
Balenciaga เป็นแบรนด์แฟชั่นสัญชาติสแปนิช ซึ่งความโดดเด่นของ Balenciaga จะเป็นอย่า งอื่นไม่ได้นอกเสียจากงานออกแบบที่นำเอาแรงบันดาลใจจากงานศิลปะและเรื่องราวของผู้คนใน ประวัติศาสตร์ผสานเข้ากับศิลปะแบบ Surrealism จนเสื้อผ้าของ Balenciaga ถูกกล่าวขานว่าเป็น ผลงานศิลปะที่สวมใส่ได้อย่างสบาย และมีชื่อเสียงอย่างมากในวงการแฟชั่น Haute Couture และ นั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ Balenciaga Triple S กลายเป็นไอเทมที่เร่าร้อนสุดๆ ในวงการสนีกเกอร์ จากการออกแบบที่ผสานรูปทรงเทอะทะในยุค 90’s ให้เหมาะสมกับยุคสมัยผ่านสมองของ Demna Gvasalia ดีไซน์เนอร์ประจำแบรนด์ จนเป็นรองเท้าผ้าใบระดับพรีเมี่ยมที่มีราคาเกือบครึ่งแสน แต่ ก็ยังเป็นที่นิยมอย่างไม่น่าเชื่อจากคนทั่วโลก

“ รองเท้าดีๆ พรีเมียมแบบนี้ ใครบ้างจะไม่อยากได้ แล้วถ้าคุณมีสนีกเกอร์เหล่านี้นอนเหงาๆ อยู่ ในตู้รองเท้า เอาออกมาโพสต์ขายได้นะ จะได้ไปรันวงการกันต่อในคอลลเคชั่นอื่นๆ ”