5 มือถือสเปกแรง สุดยอดนิพพานของเกมเมอร์ระดับเทพ

5 มือถือสเปกแรง สุดยอดนิพพานของเกมเมอร์ระดับเทพ

ในแต่ละปีๆ ที่ผ่านมา คุณเคยตั้งเป้าหมายอะไรให้ชีวิตแล้วหรือยัง ถ้าหากยังหรือทำแล้วแต่ไม่สำเร็จ อย่างเพิ่งท้อถอย เพราะบางทีเป้าหมายนั้นอาจจะยิ่งใหญ่เกินไป ลองกลับมาเริ่มจากเป้าหมายเล็กๆ ก่อนดีไหม เพื่อจะเป็นบันไดขั้นแรกที่จะเป็นแบบฝึกหัดและนำพาไปสู่ความสำเร็จที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เอาล่ะ... เริ่มจากเรื่องง่ายๆ อย่างเช่น การเป็นสุดยอดเกมเมอร์ขั้นเมพ ระดับ MVP เลยละกัน ประกาศให้ชาวบ้านชาวช่องเขารู้กันทั่วเลยว่าคุณน่ะไม่ได้เป็นไก่กุ๊กๆ นะเฟ้ย

แต่การจะไปถึงเป้าหมายใดๆ ก็ตาม อาจจำเป็นต้องมีผู้ช่วยสักนิด และสำหรับมิชชั่นนี้ “มือถือ” คืออาวุธสำคัญที่จะช่วยปั้นให้คุณเป็นดาวประดับเกมส์ได้จริง ซึ่งสามสิ่งหลักๆ ที่คุณต้องคำนึงถึงในการเลือกซื้อมือถือไว้เล่นเกมก็คือ CPU ต้องแรง! RAM ต้องเยอะ! GPU ต้องดี!

ไม่ต้องคิดนาน วันนี้เรามีมือถือในฝันของเกมเมอร์มาให้เลือกกันถึง 5 รุ่น ในราคาระดับต่ำหมื่น มาดูกันเลย!

Huawei Y Max
จริงๆ ถ้าคุณเป็นเกมเมอร์กระเป๋าตังค์หนา จะชี้เป้าไปที่ Huawei P30Pro เลยก็ได้ แต่ถ้าไม่ได้เน้นถ่ายรูปแบบจริงจัง Huawei ซีรีย์ Y ก็พอแล้ว ด้วยขนาดหน้าจอเต็มตา 7.12 นิ้ว แถมปรับสีและความสว่างได้ตามสภาพแวดล้อม ช่วยถนอมสายตา เล่นได้นานขึ้น CPU สเปคแรง แถม RAM ก็ตั้ง 4 GB แต่สนนราคาเบาๆ เพียง 9,320 บาทเท่านั้น

VIVO X2 1
อาจจะตกรุ่นไปนิด แต่ด้วยสเปคที่แรงโดนใจเกมเมอร์กับราคาที่ลดลงมาตามกาลเวลาไม่เกิน 10,000 บาท ทำให้ VIVO X21 จะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจของคุณอย่างแน่นอน หน้าจอขนาด 6.28 นิ้ว RAM 6 GB มาพร้อมชิปเสียง AK4376A ที่ให้เสียงกระหึ่มเหมาะสำหรับการล่องลอย โลดแล่นสู่ดินแดนแห่งจินตนาการสุดๆ

ASUS ZENFONE MAX PRO (M2)
อีกหนึ่งตัวเลือกคุณภาพที่ช่วยให้คุณสนุกได้อย่างยาวนาน ด้วยแบตเตอรี่ที่เขาว่ากันว่าอึดไม่แพ้ใคร มาพร้อมหน้าจอขนาด 6.24 นิ้วแบบ Full HD มีให้เลือก 2 แบบคือ RAM 4GB หรือ 6 GM ดีไซน์สวยงาม แถมยังเป็น Pure Android ที่ช่วยให้เครื่องลื่นไหลสุดๆ อีกด้วย หมดห่วงเรื่องราคาไปได้เลยเพราะเริ่มต้นที่ 6,990 บาทเท่านั้นเอง

XIOMI MI 8 LITE
ยกให้เป็นมือถือระดับกลางของเกมเมอร์ที่ชอบถ่ายรูปด้วย เพราะราคาประหยัดสุดๆ เมื่อเทียบกับความสามารถที่มี ตั้งแต่หน้าจอขนาด 6.26 นิ้ว ความละเอียดระดับ FHD+ พร้อม CPU ที่รวดเร็ว กับ RAM 4 GB และกล้องหลังคู่ 12+5 ล้านพิกเซล รองรับ AI ดีไซน์ก็สวยงามด้วยกระจกไล่เฉดสี ทั้งหมดนี้ คุณเป็นเจ้าของได้ในราคาเพียง 7,990 บาท

OPPO A7
สมาร์ทโฟนสเปคแน่นที่เล่นเกมได้มันส์ไม่น้อยหน้ารุ่นอื่นๆ ด้วยดีไซน์หน้าจอรอยหยดน้ำ ขนาด 6.2 นิ้ว ที่ช่วยให้การแสดงผลใหญ่ขึ้น และ RAM ขนาด 4 GB ทั้งหมดนี้ในราคาเพียง 6,990 บาทเท่านั้น นอกจากนี้ยังสามารถตอบแชทต่างๆ ได้ด้วย Smart Bar ฟีเจอร์พิเศษที่แสดงกล่องข้อความขนาดเล็ก ไม่ทำให้เกมสะดุดเหมือนที่ใครๆ ก็เคยเจอปัญหาแบบนี้ ทำเอาเสียอารมณ์กันไปเลย

“รักจะเป็นเกมเมอร์ มันก็ต้องเลือกอุปกรณ์กันหน่อยใช่ไหมล่ะ แต่ถ้าของที่อยู่ในมือของคุณตอนนี้ยังไม่ตอบโจทย์ เอามาขายมือสองที่นี่ แล้วไปถอยเครื่องใหม่ที่ถูกใจกันดีกว่า ”

ครึ่งปีไม่สาย ถ้าได้กินคลีน

ครึ่งปีไม่สาย ถ้าได้กินคลีน

เวลาผ่านไปไวจังแป๊ปๆก็ผ่านมาจะครึ่งปีแล้ว ใครที่เคยตั้งเป้าหมายไว้ตอนต้นปีว่าปีนี้เราจะต้องผอมให้ได้บ้างยกมือขึ้น
สำหรับคนที่ไม่มีวี่แววว่าจะผอมแบบเราคงต้องขอเริ่มต้นลแงกินอาหารคลีนกันซักที เผื่อจะผอมและสุขภาพดีกับเค้าบ้าง

อาหารคลีน (Clean Food) ไม่ใช่หมายถึงเรากินอาหารจนเกลี้ยงจานสะอาดเกลี้ยวเกลาแต่หมายถึงอาหารที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งด้วยสารเคมีต่าง ๆ หรือผ่านการแปรรูปน้อยที่สุดนั่นเอง อาหารเหล่านี้จะต้องเป็นอาหารที่สดสะอาดไม่ผ่านกระบวนการหมักดองหรือปรุงรสใด ๆ มากจนเกินไป ไม่เค็มจัดหรือหวานจัด รสชาดจะกลางๆ
การปรุงอาหารแบบคลีนไม่ใช่การเน้นทานผักเยอะ ๆ อย่างที่คนลดความอ้วนทั่วๆไปคิดกัน แต่เป็นการทานอาหารครบทุกหมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสม คือต้องมีทั้งคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย มิฉะนั้นร่างหายอาจเกิดอาการขาดสารอาหารบางอย่างและเกิดปฏิกริยาต่อร่างกายได้

ตัวอย่างอาหารคลีน

ขนมจีนไร้น้ำยา

สเต๊กปลาดอลลี่ซอสมะนาว

ข้าวไรซ์มันไก่ย่าง

อกไก่ย่างจิ้มแจ่ว

จะเห็นได้ว่าอาหารคลีนจะไม่ยึดติดกับรสชาด แต่จะเน้นอาหารธรรมชาติมากกว่า ดังนั้นเราควรจะเริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารกันใหม่ โดยค่อยๆ ปรับตัวไปเรื่อยๆอย่าหักโหม ควรเริ่มการจากเลือกทานอาหารที่คงความเป็นธรรมชาติไว้ให้มากที่สุด ผ่านการปรุงแต่งน้อยที่สุด จากเดิมเคยทานข้าวขาวก็เปลี่ยนเป็นข้าวกล้อง จากที่เคยดื่มชา กาแฟก็เปลี่ยนมาดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้แทน จากทานอาหารรสจัดก็ทานอาหารที่ปรุงน้อยที่สุด หากเรามีเวลาที่จะทำอาหารเหล่านี้ทานเองได้ก็น่าจะดี เพราะเราจะได้เลือกสรรวัตถุดิบที่ดีตามที่เราต้องการได้ แต่ถ้าเราเป็นคนไม่มีเวลาหรือไม่มีฝีมือในการทำอาหาร ก็ลองเข้ามาดูมาสั่งอาหารคลีนใน Kaidee กันได้นะคะ มีให้เลือกเยอะเลย

ตะลุยสวนผลไม้ฤดูร้อน

ตะลุยสวนผลไม้ฤดูร้อน

สวัสดีฤดูร้อนค่ะทุกคน ... หน้าร้อนแบบนี้จะมีอะไรดีไปกว่าการได้ไปเที่ยวสวนผลไม้ในจังหวัดทางภาคตะวันออก เพราะฤดูกาลนี้ทั้งทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง สละ ต่างแข่งกันออกผลผลิตกันอย่างพร้อมเพรียง การได้แวะชิมผลไม้โน่นนี่กันไปเรื่อยๆแบบไร้ข้อจำกัดนี้เป็นความสุขขั้นสุดของคนรักผลไม้ฤดูร้อนแบบเราๆนะคะ

วันนี้เราขอเอาใจเหล่าสาวกทุเรียน และผลไม้อื่นๆโดยได้นำเอา 4 สวนผลไม้ดีเด่นของจังหวัดระยอง ที่จัดหนัก เปิดให้บริการบุฟเฟ่ต์ทุเรียนและผลไม้อื่นๆสดๆ จากสวน มาให้ทุกคนได้ตามไปทานกันแบบไม่มีอั้น แต่ละสวนก็จะมีข้อดีข้อเด่นแตกต่างกันไปค่ะ ชอบสวนไหนไปสวนนั้นหรือแวะมันทุกสวนเลยแบบเราก็ย่อมได้นะคะ.....

1.สวนผู้ใหญ่สมควร
เป็นสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตร มีเนื้อที่ประมาณ 100ไร่ แต่เปิดให้ชมประมาณ 8 ไร่เท่านั้น ที่นี่เป็นสวนเก่าแก่มีทีเด็ดอยู่ที่ต้นมังคุด 100 ปี ซึ่งยังคงออกลูกดกมากๆ ที่นี่มีผลไม้หลากหลายไม่ว่าจะเป็น เงาะ มังคุด ทุเรียน ลองกอง สละ ฯลฯ ซึ่งผู้ใหญ่สมควรดูแลด้วยใจและปลอดภัยจากสารเคมีมานานหลายสิบปีแล้วค่ะ

ภายในสวนมีกิจกรรมต่างๆ อาทิ
– บริการชมสวน / ชิมผลไม้ / ชมต้นมังคุด อายุ 100 ปี
– บุฟเฟ่ต์ผลไม้ (ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง กระท้อน สละ) ราคาหัวละ 450 บาท
– มีน้ำสมุนไพรเพื่อสุขภาพ อาหารพื้นบ้าน ให้บริการในบุฟเฟ่ต์
– เป็นสวนปลอดสารพิษที่ได้รับมาตรฐาน GAP
ที่ตั้ง : เลขที่ 57 หมู่ 3 ตำบลบ้านแลง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง
เบอร์โทร : 081-761-9497, 081-991-3233
เวลาเปิด-ปิด : 08:00-18:00 น. ทุกวัน

 

2.สวนคุณมะปราง
สวนผลไม้ที่เดินเล่นได้สบายๆสวยงามสะอาดสะอ้าน ต้อนรับเราด้วยผลไม้หลากหลายชนิดทั้ง ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง สละ โดยเฉพาะทุเรียนเนื้อดีกรอบนอกนุ่มใน หวานหอม มีทั้งหมอนทองและชะนี เรายังซื้อกลับมาเลย แนะนำให้ จองกันมาล่วงหน้าดีกว่าหากไม่อยากพลาด บุฟเฟ่ต์ผลไม้ที่นี่ราคา 450 บาทค่ะ

ที่ตั้ง : ต.ตะพง อ.เมืองระยอง จ.ระยอง
เวลาเปิด-ปิด : 08:00-18:00 น. ทุกวัน
โทร. : 086 818 6244

3.สวนลุงทองใบ
ลุงทองใบจะพานั่งรถแทรคเตอร์ชมสวนผลไม้ที่มีทั้ง ลองกอง มังคุด สละ เงาะ ทุเรียนทั้งหมอนทอง และชะนี ที่กำลังออกผลมากมาย นั่งรถเพลินๆไปลุงหยุดแวะให้ชิมไอศครีมทุเรียนเข้มข้นที่ทำจากเนื้อทุเรียนเอามาแช่แข็งสุดอร่อย ที่นี่มีบริการบุฟเฟ่ต์ผลไม้และอาหารด้วยค่ะ

ที่ตั้ง : 96/1 หมู่ 11,ต.ตะพง อ.เมืองระยอง จ.ระยอง
เวลาเปิด-ปิด : 09:00-17:00 น. ทุกวัน
โทร. : 083 769 6172, 089 810 6411

4.สวนยายดา- เจ๊บุญชื่น
นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมสวนนี้ได้ด้วยทางเดินสบายๆสะอาดสะอ้านเป็นสวนที่ได้รับการจัดการอย่างดี วันนี้เรามาเรียนรู้การผสมเกสรดอกสละเพื่อช่วยให้ต้นสละออกผล ซึ่งป้าบุญชื่นผสมเองทุกดอกทุกต้น นอกจากสละที่ขึ้นชื่อและหวานมากจริงๆแล้ว ที่สวนป้ายังมีทุเรียน หมอนทอง พวงมณี และชะนีทั้งสด และทุเรียนทอดจำหน่ายด้วยค่ะ

ที่ตั้ง : ต.ตะพง อ.เมืองระยอง จ.ระยอง
เวลาเปิด-ปิด : 08:00-17:00 น. ทุกวัน ระหว่างเมษายน-สิ้นสุดฤดูกาล
โทร. : 038 664 369

แต่สำหรับใครที่ไม่มีเวลา ก็มาดูผลไม้สดๆ ได้ที่ FarmKaidee นะคะ ไม่ต้องฝ่ารถติด แดดร้อน ฝนตก อยู่ที่บ้านก็เลือกผลไม้ตามที่ใจคุณชอบได้ ดูเลย

เลี้ยงสัตว์ในคอนโดให้มันโอ จะเลี้ยงอะไรดี?

เลี้ยงสัตว์ในคอนโดให้มันโอ จะเลี้ยงอะไรดี?

อยู่คอนโดบางทีมันก็เหงา และเดี๋ยวนี้ก็มีคอนโดหลายที่ที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ แต่ก็จะมีข้อแม้แตกต่างกันไปในแต่ละที่เช่นบางคอนโดจะจำกัดน้ำหนักสัตว์ที่เลี้ยงเมื่อเทียบกับตารางเมตร หรือบางที่ก็จำกัดแค่ 2 ตัวต่อ 1 ยูนิต ซึ่งสัตว์เลี้ยงสุดฮิตก็คงจะหนีไม่พ้นน้องหมาน้องแมว แต่ถ้าลองแหวกแนวเป็นสัตว์อื่นๆ ดูล่ะจะมีสัตว์เลี้ยงอะไรที่น่าสนใจมั่ง

ปลา
ตัวเลือกแรกสำหรับผู้ที่อยากเลี้ยงสัตว์ที่ไม่ส่งเสียงรบกวนห้องข้างๆ แถมยังสวยงามดูแลง่ายอีกด้วย ถ้าเลี้ยงปลาหางนกยูงแนะนำให้เลี้ยงในอ่างดิน อาจจะวางไว้ตรงระเบียงเก๋ๆ ก็ได้ หรือถ้าอยากเลี้ยงในตู้ก็แนะนำปลากัด ปลาสอด เพราะไม่ต้องดูแลมากเท่าปลาทอง ไม่ต้องใช้สายออกซิเจนก็อยู่ได้ แต่ปลากัดเป็นปลาที่กระโดดเก่ง ควรเลือกตู้ปลาที่มีฝาปิดเพื่อป้องกันไม่ให้มันกระโดดจากตู้ออกมาลาโลกในช่วงคุณไม่อยู่

กระต่าย
เจ้าตัวนี้ความน่าเอ็นดูเต็มสิบ แถมยังไม่ส่งเสียงร้องโวยวาย แต่ก็สร้างความวิบัติกับเฟอร์นิเจอร์ของคุณได้ไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะสายไฟ เพราะมันจะกัดทุกอย่างที่ขวางหน้า ดังนั้นต้องดูแลให้ดีอย่าปล่อยให้มันเป็นอิสระในช่วงที่คุณไม่อยู่ในคอนโด และที่สำคัญมันเป็นสัตว์ที่แสนเซ้นซิทีฟ บางทีเจอกับเสียงดังๆ อาจตกใจถึงขั้นตายเลยก็มี และฉี่ของมันยังมีกลิ่นฉุนมากอีกด้วย

เต่า
เป็นสัตว์อีกชนิดที่เงียบๆ นิ่งๆ เนิบๆ ดูเพลินๆ แต่ก็ต้องศึกษาให้ดีเพราะเต่าบางพันธุ์จากตอนแรกตัวเล็กๆ น่ารัก แต่พอโตเต็มวัยนี่หนักเกือบ 100 กิโลก็มี อย่างเช่นเต่าซูลคาต้า และสิ่งที่ต้องระวังที่สุดในการเลี้ยงเต่าคือการดูแลเรื่องความสะอาด เพราะกลิ่นขี้เต่านี่เหม็นสุดๆ ยิ่งถ้าเลี้ยงในพื้นที่ปิดอย่างคอนโดด้วยแล้วถ้าไม่หมั่นทำความสะอาดตู้บ่อยๆ คุณจะต้องเผชิญกับกลิ่นที่ทำให้คุณปวดแก่นกะโหลกได้เลย ไม่เชื่อลองถามคนที่เคยเลี้ยงเต่าญี่ปุ่นมาก่อนดูสิ

นก
เจอสัตว์สายเงียบไปแล้ว มาถึงสัตว์สายโวยวายกันบ้าง นกบางชนิดร้องเสียงดังมาก แต่บางชนิดก็ขี้อ้อน ยิ่งถ้าเชื่องมากๆ จะบินมาเกาะไหล่ มาอ้อนเวลาคุณกลับมาถึงห้อง แต่ก็นั่นแหละ คุณจะต้องเจอกับการขับถ่ายที่ไม่เป็นที่เป็นทาง เศษขนที่หลุดปลิวกระจายไปทั่วห้อง อาจจะเหนื่อยเก็บกวาดหน่อยแต่ก็เพื่อความสุขก็คงต้องยอมน่ะเนอะ

หนูแกสบี้
เจ้าตัวเล็กปุกปุยหน้าแบ๊วอย่างหนูแกสบี้ก็น่าเลี้ยงไม่หยอก แต่คุณก็ต้องถามตัวเองว่าสามารถดูแลได้มากขนาดไหนเพราะหนูแกสบี้เป็นสัตว์ที่ต้องกินพืชที่มีกากใยเป็นหลัก คุณอาศัยอยู่ในคอนโดจะสามารถหาหญ้าขนมาให้เค้ากินได้เพียงพอรึเปล่า และแกสบี้เป็นสัตว์ที่ระคายเคืองกับฉี่ตัวเอง โดยปกติแล้วควรทำความสะอาดถาดรองกรง 2 วันต่อครั้ง แต่แกสบี้จะจดจำเสียงฝีเท้าของคนเลี้ยงได้ แค่ได้ยินเราเดินมาเจ้าแกสบี้ก็ร้องเรียกตาแป๋วแล้วล่ะ

และสำหรับใครที่มองหาสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะอยู่คอนโดหรือที่ไหน อันดับแรกเลยต้องถามตัวเองก่อนว่าเราแค่อยากเลี้ยงอยากเล่นเฉยๆ พอเบื่อแล้วก็ทิ้งๆ ขว้างๆ รึเปล่า ถ้าแบบนั้นไปคาเฟ่สัตว์เลี้ยงน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า แต่ถ้ามั่นใจแล้วว่าพร้อมดูแล ให้ความรักเพราะเค้าก็เป็นอีก 1 ชีวิตที่เกิดมาร่วมโลกกับเรา ก็มาเลือกสัตว์เลี้ยงได้ที่นี่เลยจ้า

เทียบทีเด็ดหมัดต่อหมัดระหว่าง กล้อง Mirrorless กับ กล้องมือถือ

เทียบทีเด็ดหมัดต่อหมัดระหว่าง กล้อง Mirrorless กับ กล้องมือถือ

กล้องมือถือ หรือ Mirrorless ! ทีเด็ดของภาพสวยแห่งยุคดิจิทัล
ต้องยอมรับว่าโลกยุคใหม่มีตัวช่วยในการทำ “เรื่องยาก” ให้เป็นเรื่องง่าย สบายเหลือเชื่อเยอะแยะไปหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเรื่องของการ “สร้างภาพ” สวยๆ บนโซเชียลมีเดีย จนเกิดคำพูดที่ว่าใครๆ ก็เป็นช่างภาพได้เพียงแค่มีมือถือเครื่องเดียวเท่านั้น  ในขณะที่คนอีกกลุ่มหนึ่งก็ยังคงรักที่จะถ่ายทอดเรื่องราวผ่านเลนส์กล้องอย่างหัวปักหัวปำ ถึงแม้ว่าการจะได้ภาพแต่ละภาพออกมานั้น อาจจะไม่ง่าย แต่ก็เป็นความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่เขายินดีแลกกับความสะดวกสบายนั้น

แต่ไม่ว่าจะเป็นกล้องมือถือหรือกล้อง Mirrorless ปลายทางของคุณก็คือ“ภาพสวยๆ” เหมือนกัน สำหรับคนที่ยังค้นหาวิธีที่ใช่ของตัวเองอยู่ ลองมาดูกันว่า ระหว่างกล้องมือถือกับกล้อง Mirrorless แบบไหนที่เหมาะกับตัวคุณมากกว่ากัน

ความสะดวก รวดเร็ว

เพราะเรื่องราวที่น่าสนใจอาจเกิดขึ้นได้ภายในพริบตาเดียว ความรวดเร็วจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้เราได้ภาพสวยๆ หรือเป็นคอนเทนต์เรียลไทม์ให้ใครๆ เข้ามากดไลค์ ซึ่งในจุดนี้กล้องมือถือน่าจะเป็นอุปกรณ์ที่คุณกำลังมองหา หยิบจับถนัดและยกขึ้นถ่ายได้แบบไม่ต้องอาย ถ่ายปุ๊บ แต่งหน่อย แล้วก็โพสต์เลย ไม่ต้องพกอุปกรณ์เสริมให้หนักกระเป๋า การใช้งานก็ไม่ยากและไม่ต้องดูแลรักษาให้มากมาย หาง่ายตามท้องตลาด เช่น iPhone X ที่มาพร้อมกล้องหน้าละเอียด 12 MP หรือ Huawei P30 Pro ที่เพิ่งมาใหม่ๆ กับกล้อง Leica 4 ตัว ให้ความละเอียด 40 MP แถมยังซูมได้ถึง 50 เท่า แบบไม่ต้องง้อเลนส์เสริมอีกต่างหาก

คะแนนความสะดวก : สมาร์ทโฟนกินนิ่ม

 

คุณภาพของรูป

จริงอยู่ที่กล้องมือถือสมัยนี้มีความละเอียดสูงมาก แต่อย่าเพิ่งวางใจ หากคุณต้องการใช้งานที่ซับซ้อนกว่าการโพสต์เรียกไลค์ในโซเชียล มีเดีย กล้องถ่ายรูปแบบ Mirrorless น่าจะตอบโจทย์กับคุณมากกว่า โดยเฉพาะในเรื่องของการนำไปพิมพ์หรือการนำไปรีทัช ตกแต่งเพิ่มเติม เพราะขนาดพิกเซลยังไม่สำคัญเท่ากับขนาดของ Sensor  ยิ่งกล้องมีขนาด Sensor ใหญ่เท่าใด ความสามารถในการเก็บแสงยิ่งดี ช่วยลด noise ที่อยู่ในภาพ ทำให้รายละเอียดของภาพ แสงสี มิติความชัดตื้นชัดลึกดีกว่ากล้องมือถือที่มี Sensor ขนาดเล็กอย่างชัดเจน

คะแนนด้านคุณภาพของรูป : ใส่สกอร์ให้กล้อง Mirrorless ไปเลย

 

ความหลากหลายของฟังก์ชั่น

หน้าชัดหลังเบลอ หลังละลาย ซูเปอร์ซูม หรือปรับแต่งสีตามใจ เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็ทำได้ครบ จบในเครื่องเดียว ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบเล็กๆ ของกล้องมือถือหรือสมาร์ทโฟนที่มี application และ software ซึ่งช่วยให้ขั้นตอนเหล่านั้นง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ถ้าว่ากันตรงๆ เรื่องการจัดการในส่วนของระดับ ISO, F-Stop หรือ Shutter Speed กล้อง Mirrorless ยังคงได้เปรียบกว่าในเรื่องคุณภาพ เช่นเดียวกันกับการซูมที่ทำได้คมชัดกว่า และการทำหน้าชัดหลังเบลอที่เกิดขึ้นจากเลนส์ ก็ดูเป็นธรรมชาติมากกว่าการปรับด้วย Software อีกด้วย

คะแนนด้านความหลากหลาย : กล้อง Mirrorless เฉือนชนะหวุดหวิดในเรื่องของคุณภาพ

 

ตอบโจทย์ด้านการใช้งานของคุณหรือเปล่า?

คำถามข้อสำคัญที่จะตัดสินโจทย์ที่ว่า คุณควรใช้กล้องมือถือหรือกล้อง Mirrorless มากกว่ากัน ถามใจคุณเองดีกว่าว่าคุณต้องการใช้งานแบบไหน ? หากคุณมองการถ่ายรูปเป็นเรื่องของไลฟ์สไตล์ หรืองานอดิเรก บ่งบอกความเป็นตัวเองผ่านโซเชียล มีเดียในหน้าจอโทรศัพท์ สะดวกรวดเร็ว กล้องมือถือสมาร์ตโฟนน่าจะตอบโจทย์การใช้งานนี้ที่สุด แต่ถ้าต้องการใช้เป็นอาวุธในการเลี้ยงชีพ ต่อยอดไปจนถึงความสำเร็จในสายงาน พอๆ กับที่ใช้บ่งบอกไลฟ์สไตล์แบบคนทำงานคราฟต์ กล้อง Mirrorless เป็นของที่คุณต้องมี

ผลนัดชิงชนะเลิศ : กล้อง Mirrorless ก็ดี กล้องมือถือก็ดี  หรือจะมีไว้ทั้งสองแบบก็ยังได้ ถ้าคุณรู้ถึงสถานการณ์ในการหยิบใช้และมีกำลังทรัพย์มากพอ

“ ถ้าคุณมีกล้อง DSLR ตัวเก่าแล้วอยากหันไปลองไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ กับการถ่ายรูปด้วยสมาร์ทโฟนดีๆ สักเครื่อง เอากล้องของคุณมาลงขายที่นี่ได้เลย เผื่อคนที่มีสมาร์ทโฟนอยู่แล้ว เขาอยากเริ่มต้นกับกล้องดีๆ สักตัวในราคาที่ win-win กันทั้งคู่ ”

หนีร้อนไปพึ่ง (ของ) เย็น

หนีร้อนไปพึ่ง (ของ) เย็น

อากาศร้อนๆแบบนี้  อยู่บ้านก็ร้อน คงต้องหาของกินเย็นๆคลายร้อนกันดีกว่านะคะ  มาดูกันเลยว่าของกินคลายร้อนแบบราคาไม่ร้อนตามอากาศมีอะไรบ้าง   อ่านจบแล้วรับรองว่าหายร้อนกันแน่นอนค่ะ

 

เซ็งซิมอี๊ ลือลั่นสะท้านโลกันต์
คือร้านขายน้ำแข็งไสหวานเย็นหรือขนมหวานเจ้าเก่าแก่สไตล์ไทยๆ อร่อยไม่แพ้บิงซูหรือคากิโกริเลย  ร้านเซ็งซิมอี๊เรียกได้ว่าเป็น ต้นตำหรับเต้าทึงเลยก็ว่าได้  เป็นธุรกิจที่ดำเนินงานมานานกว่า 60 ปีจากรุ่นสู่รุ่น

ความสนุกของการกินน้ำแข็งไสที่ร้านเช็งซิมอี๊  คงอยู่ที่ความหลากหลายของเครื่องน้ำแข็งไสที่มีให้เลือกกว่า 50 ชนิดที่เราสามารถเลือกได้ตามใจชอบ  มาตรฐานคือ1 ถ้วยเลือกได้ 3 อย่างหรือจะเลือกเมนูที่เค้าจัดมาให้แล้วก็ได้อร่อยแน่นอนในราคา 30 บาทและเมนูที่แพงสุดก็ไม่เกิน 40 บาทค่ะ 

ปัจจุบันร้านเช็งซิมอี๊นั้นมีอยู่หลายสาขาทั่วกรุงเทพ  น่าจะผ่านๆตากันอยู่  เช่น สาขาอุดมสุข สาขาสวนหลวงสแควร์ สาขาบรรทัดทองและสาขาเสาชิงช้าซึ่งเป็นสาขาที่เราแวะไปชิมกันมาค่ะ

วันนั้นได้ชิมกันไปหลายเมนู  อร่อยชื่นใจหายร้อนและข้อสำคัญขนมที่นี่ไม่หวานจัดจนเกินไป  ทำให้กินได้อย่างไม่รู้สึกผิดมาก

เช็งซิมอี๊ (30 บาท) – เต้าทึงน้ำลำไยพร้อมเครื่องแบบจัดเต็มทั้งเนื้อลำไย ลูกเดือย พุทราจีน แผ่นแป้งกลม แปะก๊วย ถั่วแดงและถั่วปากอ้า

ทิม พร้าว แห้ว (40บาท) – น้ำแข็งไสทับทิมกรอบพร้อมด้วยแห้วกับมะพร้าวเผาในน้ำกะทิรสหวานละมุน ทับทิมกรอบ

 

ถิงถิง บิงซูน้ำขิง
เมื่อพูดถึงน้ำขิงวัยรุ่นแบบเราคงจะเบือนหน้าหนีกัน  เพราะจะนึกว่าน้ำขิงเป็นของสำหรับผู้สูงอายุเท่านั้น   แต่วันนี้น้ำขิงได้ถูกนำมาปรับโฉมเปลี่ยนวิธีการนำเสนอให้ร่วมสมัยมากขึ้น  โดยยังคงใช้สูตรลับเฉพาะของอาม่า ตกทอดมาถึงรุ่นหลาน  ที่นำมาดัดแปลงเป็นความอร่อยที่ผสมผสานความไทย-จีน และรุ่นเก่า-ใหม่เข้าด้วยกันอย่างลงตัว

ร้านบิงซูน้ำขิงจะใส่ใจในเรื่องสุขภาพโดยพิถีพิถันในการคัดเลือกวัตถุดิบที่ดีมีคุณภาพ และทุกอย่างจะทำมาแบบหวานน้อย  สำหรับคนชอบหวานก็สามารถเติมน้ำตาลทรายแดงที่วางไว้บนโต๊ะได้นะคะ

ปัจจุบันร้านถิงถิง บิงซูน้ำขิง มี 8 สาขา ได้แก่ สาธุประดิษฐ์26, โชคชัย4ปากซอย34, วัชรพล ตรงข้ามโลตัส เยื้องเสถียรธรรมสถาน, อารีย์ ตรงข้ามกระทรวงการคลัง, อุดมสุขระหว่างปากซอย48และ50, บางใหญ่ ตลาดบางใหญ่ซิตี้ ลานนกขมื้น, พระราม2 ระหว่างปากซอยพุทธบูชา 42และ44, เมืองทอง อยู่ทางเข้าเมืองทอง (เส้นเดียวกับมสธ) 100 เมตร จากถนนแจ้งวัฒนะ ก่อนถึงบึงน้ำ

บิงซูถิงถิง (60 บาท) – Signature ของร้าน หน้าตาก็เหมือนบิงซูที่เราคุ้นเคย มีน้ำแข็งเกล็ดละเอียดรสชาติน้ำขิง เสริฟ์มากับเต้าฮวยแผ่นใหญ่และเฉาก๊วยโรยด้วยน้ำตาลทรายแดง  ถ้วยเล็กข้างๆ ใส่บัวลอยมา 2 ลูก ซึ่งเลือกไส้ได้ (มีงาดำ งาขาว ถั่วแดง คัสตาร์ด)  เราชอบไส้งาดำที่สุดเลยเลือกมาทั้ง2 ลูกเลยค่ะ

บิงซูเต้าทึง (65 บาท) – น้ำแข็งเกร็ดละเอียดรสชาติน้ำลำไย เสริฟ์มากับรากบัว พุทราจีน แปะก๊วย และลำไย  นี่มันคือเต้าทึงมาในรูปแบบใหม่  แต่คงความชื่นใจเหมือนเดิม

บัวลอยงาดำน้ำขิง+เต้าฮวย (55 บาท) – ลองเมนูร้อนกันบ้าง  ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำขิงอยู่แล้ว ทั้งเผ็ดทั้งร้อน ถ้าอยากหวานเติมน้ำตาลทรายแดงได้นะคะ แต่เมื่อกินบัวลอยงาดำไปเราจะสัมผัสกับความหวานเบาๆของไส้อยู่แล้วค่ะ

 

ไอศครีมทิพย์รส
ร้านตั้งอยู่ในซอยกรุงเทพฯ-นนทบุรี 2 (สถานี MRT เตาปูน ทางออกที่ 3) เป็นร้านไอศกรีมโฮมเมดสัญชาติไทยแท้ที่เปิดให้บริการมาอย่างยาวนาน  ที่ร้านมีไอศกรีมให้เลือกหลากหลายรสชาติ ทั้งกะทิ เผือก ช็อกโกแลต มะม่วง ชา ทุเรียน และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่รสยอดนิยมคือไอศกรีมกะทิ และสามารถเพิ่มเครื่องต่าง ๆ ได้ไม่ว่าจะเป็นลูกชิด, มะยมเชื่อม, มะม่วงเชื่อม, ข้าวเหนียว และถั่วลิสง นะคะ ราคาเริ่มต้นที่ 30 บาท และมีให้ซื้อกลับบ้านด้วยค่ะ

เมนูในตำนานยอดนิยม ข้าวเหนียวทุเรียน (69 บาท) – ไอศครีมทุเรียน 4 ลูก รองด้านล่างด้วยข้าวเหนียวมูน โรยหน้าด้วยมะพร้าวขูด  ไอศครีมทุเรียนของทิพย์รสรสชาติดีเข้มข้น  ผู้นิยมบริโภคทุเรียนต้องชอบแน่นอน

สายรุ้ง (49 บาท) – เลือกไอศครีมได้ 4 รสชาติแล้วราดชอคโกแลตหรือสตรอเบอรี่ก็ได้ตามใจเรา  โรยหน้าด้วยลูกกวาดสีๆเด็กๆน่าจะชอบ

แต่ถ้าถ้ากินขนมเย็นๆ อร่อยๆ แล้วยังดับร้อนได้ไม่สุด แนะนำให้มาหยุดที่เครื่องปรับอากาศค่ะ จะมองหาแอร์ พัดลม เครื่องทำความเย็น ก็มาดูที่ Kaidee ในหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าได้เลยจ้า

หนีร้อนไปเที่ยวนครศรีฯ

หนีร้อนไปเที่ยวนครศรีฯ

เดือนเมษาเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดของเมืองไทยมาทุกปี และดูเหมือนว่าแต่ละปี ถ้าหากหน้าร้อนจะร้อนจริงจังกันแบบนี้เรามาหาที่หนีร้อนแบบไม่จำเจเถอะค่ะ

ทริปนี้เราจะ " หนีร้อนไปนครศรีฯ " กันนะคะสมัยก่อนถ้ามีคนมาชวนไปเที่ยวที่นครศรีธรรมราชเราอาจจะนึกไม่ออกว่าเราจะไปทำอะไรกันที่นั่นนอกจากไปไหว้พระบรมธาตุคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดเพราะในตอนนั้นนครศรีธรรมราชอาจจะไม่ใช่จุดหมายหลักในการท่องเที่ยวของใครหลายๆคน แต่มาวันนี้นครศรีฯได้กลายเป็นจุดหมายที่นักเดินทางหรือนักท่องเที่ยวหลายคนตั้งใจไว้ว่าจะต้องไปเที่ยวให้ได้ซักครั้งหรือไปแล้วไปอีกหลายๆครั้งเหมือนอย่างที่เราเป็น

มาดูกันว่าถ้าหนีร้อนมานครศรีฯแล้วจะไปไหนกันบ้าง

1.ไปนอนโฮมสเตย์ที่ชุมชนพรหมโลก
อยู่ที่ตำบลพรหมโลกอำเภอพรหมคีรี เชิงเขาหลวง มองจากหมู่บ้านจะเห็นเทือกเขาหลวงอันยิ่งใหญ่เด่นตระหง่านอยู่ข้างหน้า มีคลองนอกท่า ซึ่งเป็นสายน้ำเดียวของน้ำตกพรหมโลกเหมือนเส้นเลือดของหมู่บ้าน เป็นชุมชนอากาศดี อยู่กันง่ายๆ ชาวบ้านทำสวนผลไม้ ทุเรียน มังคุด และมีการท่องเที่ยวระดับชุมชนที่ยังเข้มแข็ง ที่นี่มีโฮมสเตย์ และมีกิจกรรมต่างๆให้ทำ ไม่ว่าจะเป็นเก็บมังคุดจากต้น ทำมังคุดคัด ทำผ้าบาติก ทำมังคุดทรงเครื่อง รวมเลี้ยงอาหารกลางวันที่เป็นอาหารพื้นบ้านฯ

2.ไปน้ำตกพรหมโลก
น้ำตกสวยใหญ่ไหลมาจากเขาหลวง เป็นหน่วยพิทักษ์ของอุทยานแห่งชาติเขาหลวงด้วย ซึ่งหากเรามาเองจะทำได้เพียงชมวิวในจุดที่กำหนดและเล่นน้ำด้านล่าง แต่หากอยากสัมผัสมากกว่านั้น มาเที่ยวกับชุมชนพรหมโลกค่ะ จะมีไกด์ท้องถิ่นพาเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เห็นอะไรสวยกว่าการเที่ยวเอง ที่นี่พิเศษตรงที่ว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 เคยเสด็จมากับพระราชินีด้วยนะคะ
ที่นี่เปิดทุกวัน 8.30 - 16.30 น. (จะปิดกรณีมีฝนตกบนเขาหลวง)
ค่าเข้าผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ค่าธรรมเนียมรถยนต์ 30 บาท มอเตอร์ไซค์ 20 บาท
เส้นทางศึกษาธรรมชาติไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเที่ยวเอง ต้องมีเจ้าหน้าที่อุทยานฯ หรือไกด์ท้องถิ่นนำทางเท่านั้นค่ะ

3.ไปร้านน้ำชาบังบ่าว
เสน่ห์ของเมืองคอนที่มีเอกลักษณ์คือร้านน้ำชามากมาย และร้านน้ำชาก็ต้องทานคู่กับโรตี โรตีบังบ่าวเป็น 1 ในร้านดังของเมืองค่ะ เรามาทานกันที่ร้านสาขาหน้าโรงเรียนวัดพระธาตุ อร่อยทุกเมนูโดยเฉพาะแกงกุ้ง จับจิ้มทุกสิ่งเลยค่ะ

4.ไปร้านโกปี๊ บะกุ๊ดเต๋
ร้านประจำจังหวัดที่ใครมานครศรีฯต้องแวะมาทุกคน ปัจจุบันมี4 สาขาค่ะ เปิดตั้งแต่เช้าถึงดึกๆ บะกุ๊ดเต๋ที่นี่เด็ดมาก ซี่โครงนุ่ม น้ำซุปรสชาติเครื่องเทศชัดเจน

5.ไปบ้านเล็กกลางหุบเขา
ณ บ้านเล็กกลางหุบเขา Little House in the Valley ตั้งอยู่ในอำเภอลานสกาค่ะ ด้านหลังร้านเป็นวิวหุบเขา 180 องศา ไม่ไกลจากคีรีวง ที่นี่มีลำธารจากคลองเขาแก้วซึ่งไหลมาจากเทือกเขาหลวงผ่านบริเวณนี้...

ชิลล์มากกกกก

6.ไปกินขนมจีนป้าเขียว ที่อำเภอลานสกา
ที่นี่ใช้ขนมจีนเส้นสดทำเองวันต่อวัน มีน้ำแกงเผ็ด (น้ำยา ) น้ำแกงกะทิ น้ำแกงหวาน(น้ำพริก) และแกงพุงปลา (แกงไตปลา) พร้อมด้วยผักพื้นบ้านสดๆ สะตอดอง หยวกกล้วยป่าลวกน้ำกะทิ ไก่ทอดร้อนๆ สามารถเลือกสั่งเป็นจานหรือจะสั่งเป็นชุด ชุดละ ½ - 1 กก. พร้อมน้ำแกงทั้ง 4 แบบ สามารถเติมน้ำแกงได้ไม่อั้น

7.ไปสวนตาสรรค์ ที่อำเภอขนอม
สปาปลาแบบธรรมชาติ บรรยากาศร่มรื่นปกคลุมไปด้วยต้นไม้ นั่งหย่อนเท้าลงริมธารน้ำให้ปลาตอดเท้า หรือจะกระโดดลงเล่นในเย็นๆก็ได้ค่าเข้าคนละ 20 บาท

8.ไปเนินนางฟ้า เนินเทวดา ที่อำเภอขนอม
เป็นจุดชมวิวที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน เป็นจุดชมวิวที่มีระเบียบเรียบร้อยสวยงาม ค่าเข้าชมพื้นที่คนละ 20 บาทค่ะ

9.ไปอุโมงค์ต้นยาง
อยู่ทางเข้าถ้ำเขาวังทองเป็นโลเคชั่นสวนยางที่โน้มเข้าหากันเป็นอุโมงค์ ไปโพสต์ท่าถ่ายรูปเก๋ๆแก้ร้อนกันค่ะ

จะเห็นได้ว่านครศรีฯ ก็มีอะไรดีๆ ให้เที่ยวเยอะแยะเลย และสำหรับใครที่อยากเพิ่มงบไปเที่ยวในหน้าร้อนก็เอาของไม่ใช้มาลงขายได้นะคะ ได้งบเที่ยวแถมบ้านยังโล่งลมโกรกสบายๆ ได้คลายร้อนขึ้นมาอีกนิดดดด

5 เทคนิคเนรมิต “บ้าน” ให้น่าอยู่

5 เทคนิคเนรมิต “บ้าน” ให้น่าอยู่

เทศกาลปีใหม่ไทย เพิ่งจะผ่านพ้นไป หลายๆ คนที่ไม่ได้เดินทางไปไหนก็คงมีโอกาสอยู่กับบ้าน สร้างความสุขร่วมกันกับครอบครัวด้วยการทำความสะอาด ตกแต่งบ้านให้น่าอยู่รับซัมเมอร์ แต่สำหรับคนที่ต้องเดินทางไกล การปล่อยที่อยู่อาศัยไว้ให้เหงาเป็นเวลานาน อาจทำให้บ้านของคุณซึมเศร้า ไร้ชีวิตชีวา (ก็เหมือนคุณกลับจากท่องเที่ยวแล้วพบว่าวันรุ่งขึ้นต้องไปทำงานแล้วนั่นล่ะ) วันนี้เรามีเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะช่วยคุณทำบ้านให้น่าอยู่ แล้วคุณจะพบว่าคุณกลายเป็นคนติดบ้านแบบไม่รู้ตัวก็คราวนี้ล่ะ!

1. ความสะอาดคือปัจจัยสำคัญ
ปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้บ้านน่าอยู่เหนือสิ่งอื่นใดทั้งสิ้นคือ “ความสะอาด” โดยปกติเรื่องของฝุ่นละออง เกิดขึ้นอยู่ทุกวันอยู่แล้ว แต่นี่เราไม่อยู่บ้านกันมาตั้งหลายวัน ( หรือเกือบครึ่งเดือนสำหรับบางคน) ความสกปรกย่อมเกิดขึ้นเป็นมหากาพย์อย่างแน่นอน เรื่องนี้จะเป็นเรื่องง่ายดายทันที หากคุณมีตัวช่วยดีๆ เช่น เครื่องดูดฝุ่น หรือ หุ่นยนต์ทำความสะอาด
หรือหากคุณยังเชื่อใจในความสะอาดด้วยมือเรา แต่ก็เหนื่อยล้าเกินกว่าจะลงมือทำเอง จะเรียกบริการแม่บ้านทำความสะอาดรายวัน มาทำแทนก็สะดวกสบายได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

2. ธรรมชาติคือชีวิต ต้องเนรมิตสวนให้สวยสบายตา
อย่างที่รู้ๆ กันอยู่ว่า การมีสวนที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าจะช่วยให้คุณเกิดความสุขทางใจ ใกล้ชิดธรรมชาติ แถมยังให้ร่มเงาและอากาศที่บริสุทธิ์ด้วย แต่ถ้ามีสวนแล้ว ก็ต้องดูแลอย่างสม่ำเสมอ คุณไม่อยู่บ้านหลายวัน สนามหญ้าที่เคยสวยงาม ก็อาจจะรกรุงรัง หรือไม่ก็เหี่ยวเฉา เห็นแล้วก็สะเทือนใจ แต่เดี๋ยวก่อน... ไม่ต้องทำเองหรอก เลือกใช้บริการจัดสวนหรือตัดหญ้าจากมืออาชีพมาดีกว่า แล้วเอาเวลาไปเลือกหาซื้อต้นไม้ พันธุ์ไม้แปลกๆ มาปลูกเพิ่มเติม เสริมชีวิตชีวาให้บ้านน่าจะเข้าท่ากว่าเยอะ

3. ศิลปะกับสีสัน ของคู่กันที่ช่วยเพิ่มความมีชีวิตชีวา
ทริปท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ของคุณ ไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือต่างประเทศก็ตาม อาจทำให้คุณเกิด Inspiration ที่จะเปลี่ยนแปลง Mood & Tone ของบ้านก็เป็นได้ ซึ่งนับว่าเป็นไอเดียที่ดี คุณอาจเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการเลือกซื้อภาพวาด สวยๆ ที่บ่งบอกความเป็นตัวคุณมาติดบนกำแพง หรือเลือกเปลี่ยนสีกำแพงให้เป็นสีสว่าง สดใส เพื่อสร้างความรู้สึกสบายตา แถมยังทำให้พื้นที่ห้องดูกว้างมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งสีทาภายใน สมัยนี้ก็มีให้เลือกเยอะแยะ คุณสามารถทาเองได้ง่ายๆ หรือถ้าไม่อยากเสี่ยง เรียกใช้บริการช่างทาสี เลย

4. อยู่ติดบ้านแน่ ถ้าแอร์เย็นเฉียบ
เอาจริงๆ นะ... ถ้าอากาศมันร้อนขนาดนี้ ต่อให้บ้านน่าอยู่ขนาดไหน คุณก็ยังคงจะโหยหาร้านกาแฟชิคๆ คูลๆ เพื่อออกไปทำงานตากแอร์อยู่เหมือนเดิมนั่นล่ะ ดังนั้นแล้วถ้าที่บ้านคุณยังไม่มีเครื่องปรับอากาศ เชื่อเรา! เลือกซื้อมาติดสักเครื่อง แล้วทุกอย่างจะดีขึ้นแน่นอน เอาค่ารถค่ากาแฟมาจ่ายเป็นค่าไฟที่บ้าน ประหยัดกว่าเยอะ ส่วนบ้านที่มีแอร์อยู่แล้ว กลับมาจากสงกรานต์คราวนี้ เช็คสภาพแอร์ของคุณให้ดี หากพบว่าอาการไม่ค่อยสู้ดี รีบเรียกช่างแอร์มาโดยด่วนเลย... คุณอาจจะได้เจอช่างแอร์ในตำนานก็ได้นะ (หมายถึงช่างแอร์ฝีมือดีน่ะ อย่าคิดไปไกลสิ)

5. “ดนตรี” นั้นสำคัญไฉน
บ้านสะอาด สวนสวย ตกแต่งภายในมีชีวิตชีวา อากาศเย็นสบาย ถ้าเปิดดนตรีเพราะๆ ไปด้วยนี่แจ่มเลย! ก็บ้านที่น่าอยู่ มันต้องมีบรรยากาศที่ผ่อนคลายนี่นา ลองหาเครื่องเล่นแผ่นเสียง มาติดบ้านไว้สักเครื่อง แล้วเลือกเปิดเเผ่นเสียงที่คุณชอบ นอกจากสร้างความเพลิดเพลินแล้ว ยังเป็นของแต่งบ้านที่เวรี่คูลอีกต่างหาก

“ถ้าคุณอยากมีบ้านสวยๆ เหมือนในนิตยสารล่ะก็ จดไอเดียเหล่านั้นของคุณลงบนกระดาษ แล้วค้นหาอุปกรณ์ที่จำเป็นหรือบริการจากช่างมืออาชีพที่นี่เพื่อประหยัดเวลาและความยุ่งยากของคุณที่นี่ได้เลย สะดวกสุดๆ” 


เปียกไม่กลัว กลัวไม่เปียก! 10 ไอเท็มกันน้ำที่คุณต้องมีไว้ก่อนตะลุยสงกรานต์

เปียกไม่กลัว กลัวไม่เปียก! 10 ไอเท็มกันน้ำที่คุณต้องมีไว้ก่อนตะลุยสงกรานต์

เข้าช่วงเทศกาลสงกรานต์ทีไร เหมือนต้องไปเจอสงครามที่เปลี่ยนจากการสาดกระสุน เป็น สาดน้ำใส่กันแทน จะออกจากบ้านแต่ละทีต้องคิดแล้วคิดอีก!! แต่ถ้าหากคุณไม่อยากเป็น “ผู้ประสบภัยเปียก” แล้วล่ะก็ นี่คือไอเท็มไม่กลัวน้ำที่จะช่วยให้คุณใช้ชีวิตช่วงวันหยุดปีใหม่ไทยได้อย่างไร้กังวล

1. โทรศัพท์ iPhoneX
เพราะการติดต่อสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญ ลองคิดดูว่าถ้าโทรศัพท์ของคุณเปียกน้ำแล้วพังไปต่อหน้าต่อตา มันน่าเศร้าขนาดไหน แต่ถ้ามี iPhone X แล้วล่ะก็ ต่อให้ทำตกน้ำลึกสักหนึ่งเมตร ก็ยังเอาอยู่ แถมยังใช้แทนกล้องไว้เก็บภาพสวยๆ ได้อีกต่างหาก

2. กระเป๋ากันน้ำ
ของเบสิคที่ใครๆ ก็ต้องหามาติดตัวไว้ เพราะเป็นไปไม่ได้หรอกที่คุณจะออกไปข้างนอกแบบตัวเปล่า มีกระเป๋ากันน้ำสักใบไว้เก็บของสำคัญอย่างเช่น เงิน โทรศัพท์ จะช่วยให้คุณอุ่นใจขึ้นเยอะ ขนาดก็มีให้เลือกตามใจชอบตั้งแต่เล็กจนไปถึงใหญ่

3. ลำโพงและหูฟังกันน้ำ
เสียงดนตรีกับความสนุกสนานเป็นของคู่กัน เรียกว่าขาดไม่ได้เลย ดีกว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ท้องถนนจะกลายเป็นฟลอร์สำหรับสายแดนซ์ไม่กลัวเปียก ดังนั้นการมีทั้งลำโพงหรือหูฟังแบบกันน้ำ จะช่วยเพิ่มระดับความมันส์ให้กับคุณได้อย่างไม่ต้องสงสัย...เอ้า เพลงมา!!

4. กล้อง GO PRO
ถ้าคุณเป็นช่างภาพสายสตรี เอ้ย! สายสตรีท สงกรานต์นี้ถ้ามัวแต่อยู่บ้านเฉยๆ คงจะชวดได้ภาพคูลๆ แน่นอน เก็บกล้องราคาแพงของคุณไว้ที่บ้านก็ได้ พกแค่ GO PRO ออกมาสนุกกันก็พอ ถ้าสามารถเก็บภาพในทะเลได้ขนาดนั้น เปียกน้ำแค่นี้ แถวบ้านเรียกว่าชิลๆ

5. สเปรย์กันน้ำและคราบสกปรกสำหรับรองเท้า
เป็นแฟชั่นนิสต้าสายสตรีทแวร์ทั้งที จะให้คีบแตะไปลุยน้ำก็กะไรอยู่ จงควง Sneaker คู่เก่งของคุณออกมาทักทายผู้คนและแสดงความเป็นตัวตนของคุณให้สุด อย่าหยุดที่คำว่าเปียก ด้วยการใช้สเปรย์กันน้ำฉีดไปที่รองเท้าสุดเลิฟ...อีกหนึ่งวิธีง่ายๆ ที่จะเฉิดฉายท่ามกลางสายน้ำวันสงกรานต์

6. แว่นตาว่ายน้ำ
ดวงตา เป็นอวัยวะที่บอบบาง หากโดนน้ำไม่สะอาดเข้าไป อาจจะทำให้อักเสบได้ แว่นตาธรรมดาๆ คงจะปกป้องคุณได้ไม่มากพอ แว่นตาว่ายน้ำสิ ช่วยได้แน่นอน เผลอๆ จะทำให้คุณมีสไตล์เป็นของตัวเองด้วยซ้ำ แถมยังมีประโยชน์ไปใช้ว่ายน้ำต่อได้อีกในวันหยุดที่เหลือ

7. ไฟสายยาง LED แบบกันน้ำ
ถ้าคุณเป็นนักการตลาดใจดีที่อยู่ๆ เดินไปเจอซุ้มเล่นสงกรานต์ที่เงียบเหงากว่าซุ้มอื่นๆ ข อย่าลืมหยิบยื่น ไฟ LED ให้พวกเขาเพื่อสร้าง Differentiate จากดิสเพลย์ที่โดดเด่น เรียกแขกเข้ามาเล่นน้ำได้อย่างต่อเนื่องจนถึงเช้าไปเลยไหมล่ะ...ดูจะไม่เกี่ยวกัน แต่ก็กันน้ำนี่นา

8. HUAWEI Watch Magic
สำหรับคนทำงาน วันหยุดสงกรานต์ถือเป็นโอกาสดีสุดๆ ที่จะได้ออกกำลังกาย ถ้าคุณเกิดคึกอยากวิ่งแบบพี่ตูน ขึ้นมา อย่าหยุดยั้ง! ะต่อให้โดนสาดน้ำจนเปียกทั้งตัว คุณก็จะไม่พลาดทุกสถิติแน่นอนเพราะ HUAWEI Watch Magic สามารถ Track กิจกรรมของคุณรวมทั้งอัตราการเต้นของหัวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ กันน้ำได้ในระดับ 5ATM หรือสามารถใช้กับการว่ายน้ำได้เลยทีเดียว

9. ยาแนวกันซึม
วันสงกรานต์ งานช่างก็มา!! ใครบางคนไม่ค่อยมีเวลา สงกรานต์ทั้งทีขอหยุดอยู่บ้าน ซ่อมแซมที่อยู่อาศัยก็ไม่ว่ากัน เพราะถ้าหมดหน้าร้อนแล้วก็จะเข้าหน้าฝน ขืนปล่อยให้ดาดฟ้าหลังคายังเป็นรูอยู่ล่ะก็เห็นทีจะแย่แน่ ลองเลือกหายาแนวกันซึมที่กันน้ำได้ดีมาใช้กันดู ถือว่าเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งในช่วงสงกรานต์ที่คูลกว่าใครเขาจริงๆ

10. ปืนฉีดน้ำ
ถ้าใครถามว่ามันเป็นไอเท็มกันน้ำตรงไหน ขอเถียงเลยว่านี่ล่ะ “Gun น้ำ” ของแท้เลย ไหนๆ ก็เครียดกับงานและอากาศร้อนมามากพอแล้ว ออกไปสนุกกับเทศกาลสงกรานต์กับคนหมู่มากดีกว่า นานๆ จะได้เปียกสักทีจะกลัวทำไม แต่ถ้าออกไปแล้ว อย่าลืมเล่นน้ำกันอย่างมีน้ำใจ ไม่ล่วงเกินผู้อื่นด้วยนะ

“เทศกาลสงกรานต์ใกล้เข้ามาแล้ว ใครที่พร้อมจะสนุกแล้วก็อย่าลืมซื้อหาอุปกรณ์ที่ช่วยกันน้ำไว้ติดตัวได้ตั้งแต่เนิ่นๆ หรือถ้ามีแพลนจะกลับต่างจังหวัด ก็อย่าลืมหาของขวัญชิ้นใหญ่กลับไปให้ครอบครัวได้ชื่นใจ รับปีใหม่ไทยในราคาสบายๆ กระเป๋าได้ที่นี่นะ”

หนีร้อนไปกินข้าวแช่ ตอน “ข้าวแช่แม่ศิริ บางลำภู”

หนีร้อนไปกินข้าวแช่ ตอน “ข้าวแช่แม่ศิริ บางลำภู”

ก้าวเข้าสู่เดือนเมษาแบบที่หน้าร้อนมาอย่างเต็มตัวแล้ว  ใครๆก็เสาะแสวงหาของเย็นๆ ของหวานๆไว้กินให้ชื่นใจคลายร้อนกัน  สมัยนี้มีทั้งไอศครีม บิงซู ชานมไข่มุก สาระพัดจะเลือกสรร แต่ในสมัยโบราณพอย่างเข้าหน้าร้อนก็จะกินข้าวแช่กัน  โดยมีการนำเอาอาหารคาวมาดัดแปลงให้กลายเป็นของที่กินแล้วชื่นใจคลายร้อนได้ ซึ่งต้องนับถือภูมิปัญญาของคนสมัยก่อนจริงๆนะคะ

ข้าวแช่นั้นมีทั้งตำรับข้าวแช่ชาววังและตำรับชาวบ้าน   ข้าวแช่ตำรับชาววังนั้นอาจจะหาทานได้เฉพาะช่วงหน้าร้อน  แต่ข้าวแช่ตำรับชาวบ้านเราจะสามารถหากินกันได้ทั้งปี ที่เคยเห็นก็จะเป็นข้าวแช่ที่จังหวัดเพชรบุรี และก็ “ข้าวแช่แม่ศิริ “ ที่บางลำภูนี่แหละค่ะ

วันนี้เราเลยจะพาไปชิม “ข้าวแช่แม่ศิริ “ กันก่อนเพราะอยู่ไม่ไกลเป็นข้าวแช่ตำรับมอญแท้ๆที่ถ่ายทอดกันมา  ขายมาตั้งแต่ปลายรัชกาลที่ 5 รวมถึงตอนนี้ก็ 5 รุ่นแล้วค่ะ ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ซอยไกรสีห์ บางลำภูซึ่งเป็นศูนย์รวมของอาหารอร่อยตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว

การทำข้าวแช่ต้องมีความพิถีพิถันมาก  ตั้งแต่กระบวนการเลือกข้าวเสาไห้มาขัดล้างให้ยางข้าวออกจนได้เมล็ดข้าวที่ขาวสวย นำมานึ่งให้สุก แล้วนำออกมาผึ่งไว้จนแห้งและเย็นตัวลง  น้ำที่ใช้กับข้าวแช่ก็ต้องใช้น้ำสะอาด นำไปอบควันเทียนพร้อมลอยดอกมะลิ  ที่ร้าน “ข้าวแช่แม่ศิริ “ได้ข่าวว่าปลูกเองแบบปลอดสารและปลอดภัยต่อผู้บริโภค   เวลาเสิร์ฟก็ตักข้าวใส่ถ้วย ใส่น้ำลอยดอกมะลิ และใส่น้ำแข็งลงไปเพิ่มความเย็น จะได้กลิ่นหอมอ่อนๆ เวลากินคู่กับเครื่องเคียงต่างๆจะชื่นใจมากค่ะ

เครื่องเคียงต่างๆจะประกอบด้วย หมูฝอย ไชโป๊วหวาน ปลาหวาน ลูกกะปิทอด  

เรามาเริ่มกันที่ หมูฝอย ที่นำเนื้อหมูมาฉีกฝอยแล้วผัดกับเครื่องปรุงรสจนแห้งได้ที่

ไชโป๊วหวาน ใช้ไชโป๊วฝอยที่เป็นเส้นมาล้างทำความสะอาด จากนั้นนำมาผัดกับน้ำตาลมะพร้าวจนเข้ากัน จะหอมๆหวานๆกำลังดี

ปลาหวาน อันนี้อร่อยมากเค้าจะใช้ปลาต้มจนสุกแล้วเอาแต่เนื้อมาบดละเอียด นำไปคั่วกับมะพร้าวป่นปรุงรสเล็กน้อย คั่วไปจนเนื้อปลาเหนียว รสชาติจะหวานๆมีเค็มตามนิดๆ  

และสุดท้าย ลูกกะปิทอด  เราเองเพิ่งจะรู้ว่ากะปิทอดไม่ได้ใช้กะปิล้วนๆ มาทอด  แต่เค้าเอากะปิไปผสมกับกุ้ง กระชาย มะพร้าว และถั่วลิสงคั่ว รวนจนเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นค่อยนำมาปั้นเป็นก้อนแล้วชุบแป้งทอดอีกที จะทำให้ผิวนอกกรอบนิดๆข้างในยังนุ่มนวลทุกอย่างต้องใช้เวลาในการทำหลายชั่วโมงมาก    

และเมนูพิเศษที่จะมีขายเฉพาะศุกร์-อาทิตย์ในช่วงหน้าร้อนนี้คือ พริกหยวกสอดไส้  ที่เป็นพริกหยวกเนื้อบางนำมาแกะเอาไส้ในออก นำหมูทรงเครื่องปรุงรสยัดไส้เข้าไปแล้วนำไปนึ่งจนสุก แล้วทำแพไข่แล้วมาห่อพริกหยวกอีกทีค่ะ

ร้านข้าวแช่แม่ศิริไม่ได้เป็นร้านใหญ่โตมีที่นั่งไม่มากนัก  ถ้าทานที่ร้านราคาชุดละ 25 บาท ประกอบไปด้วยข้าวแช่ 1 ถ้วย พร้อมกับอีก 4 อย่าง ส่วนพริกหยวดสอดไส้ราคาชิ้นละ 30 บาท

 

แต่ถ้าซื้อกลับบ้านราคาชุดละ 30 บาทค่ะ  

ราคาข้าวแช่ที่ร้านข้าวแช่แม่ศิริเป็นมิตรต่อกระเป๋าสตางค์มาก   ข้าวแช่เป็นอาหารที่เหมือนให้กินเป็นของว่างดังนั้นที่ร้านนี้จะเสริฟ์มากระจุ๋มกระจิ๋มหน่อย   แต่ถ้าจะกินเอาอิ่มอาจจะต้อง 2 ชุดขึ้นไปนะคะ  หน้าร้อนแบบนี้ลองตระเวณหาข้าวแช่ดับร้อนกันเถอะค่ะ

"และหน้าร้อนนี้ใครที่เบื่อกับอากาศสุดแสบผิวจนไม่อยากออกไปไหน ก็เปิดแอร์อยู่บ้านแล้วเลือกดูสินค้าดีๆ ไปจนถึงสินค้าหายากได้ที่ Kaidee ได้นะคะ"