ตะลุยสวนผลไม้ฤดูร้อน

สวัสดีฤดูร้อนค่ะทุกคน ... หน้าร้อนแบบนี้จะมีอะไรดีไปกว่าการได้ไปเที่ยวสวนผลไม้ในจังหวัดทางภาคตะวันออก เพราะฤดูกาลนี้ทั้งทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง สละ ต่างแข่งกันออกผลผลิตกันอย่างพร้อมเพรียง การได้แวะชิมผลไม้โน่นนี่กันไปเรื่อยๆแบบไร้ข้อจำกัดนี้เป็นความสุขขั้นสุดของคนรักผลไม้ฤดูร้อนแบบเราๆนะคะ

วันนี้เราขอเอาใจเหล่าสาวกทุเรียน และผลไม้อื่นๆโดยได้นำเอา 4 สวนผลไม้ดีเด่นของจังหวัดระยอง ที่จัดหนัก เปิดให้บริการบุฟเฟ่ต์ทุเรียนและผลไม้อื่นๆสดๆ จากสวน มาให้ทุกคนได้ตามไปทานกันแบบไม่มีอั้น แต่ละสวนก็จะมีข้อดีข้อเด่นแตกต่างกันไปค่ะ ชอบสวนไหนไปสวนนั้นหรือแวะมันทุกสวนเลยแบบเราก็ย่อมได้นะคะ.....

1.สวนผู้ใหญ่สมควร
เป็นสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตร มีเนื้อที่ประมาณ 100ไร่ แต่เปิดให้ชมประมาณ 8 ไร่เท่านั้น ที่นี่เป็นสวนเก่าแก่มีทีเด็ดอยู่ที่ต้นมังคุด 100 ปี ซึ่งยังคงออกลูกดกมากๆ ที่นี่มีผลไม้หลากหลายไม่ว่าจะเป็น เงาะ มังคุด ทุเรียน ลองกอง สละ ฯลฯ ซึ่งผู้ใหญ่สมควรดูแลด้วยใจและปลอดภัยจากสารเคมีมานานหลายสิบปีแล้วค่ะ

ภายในสวนมีกิจกรรมต่างๆ อาทิ
– บริการชมสวน / ชิมผลไม้ / ชมต้นมังคุด อายุ 100 ปี
– บุฟเฟ่ต์ผลไม้ (ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง กระท้อน สละ) ราคาหัวละ 450 บาท
– มีน้ำสมุนไพรเพื่อสุขภาพ อาหารพื้นบ้าน ให้บริการในบุฟเฟ่ต์
– เป็นสวนปลอดสารพิษที่ได้รับมาตรฐาน GAP
ที่ตั้ง : เลขที่ 57 หมู่ 3 ตำบลบ้านแลง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง
เบอร์โทร : 081-761-9497, 081-991-3233
เวลาเปิด-ปิด : 08:00-18:00 น. ทุกวัน

 

2.สวนคุณมะปราง
สวนผลไม้ที่เดินเล่นได้สบายๆสวยงามสะอาดสะอ้าน ต้อนรับเราด้วยผลไม้หลากหลายชนิดทั้ง ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง สละ โดยเฉพาะทุเรียนเนื้อดีกรอบนอกนุ่มใน หวานหอม มีทั้งหมอนทองและชะนี เรายังซื้อกลับมาเลย แนะนำให้ จองกันมาล่วงหน้าดีกว่าหากไม่อยากพลาด บุฟเฟ่ต์ผลไม้ที่นี่ราคา 450 บาทค่ะ

ที่ตั้ง : ต.ตะพง อ.เมืองระยอง จ.ระยอง
เวลาเปิด-ปิด : 08:00-18:00 น. ทุกวัน
โทร. : 086 818 6244

3.สวนลุงทองใบ
ลุงทองใบจะพานั่งรถแทรคเตอร์ชมสวนผลไม้ที่มีทั้ง ลองกอง มังคุด สละ เงาะ ทุเรียนทั้งหมอนทอง และชะนี ที่กำลังออกผลมากมาย นั่งรถเพลินๆไปลุงหยุดแวะให้ชิมไอศครีมทุเรียนเข้มข้นที่ทำจากเนื้อทุเรียนเอามาแช่แข็งสุดอร่อย ที่นี่มีบริการบุฟเฟ่ต์ผลไม้และอาหารด้วยค่ะ

ที่ตั้ง : 96/1 หมู่ 11,ต.ตะพง อ.เมืองระยอง จ.ระยอง
เวลาเปิด-ปิด : 09:00-17:00 น. ทุกวัน
โทร. : 083 769 6172, 089 810 6411

4.สวนยายดา- เจ๊บุญชื่น
นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมสวนนี้ได้ด้วยทางเดินสบายๆสะอาดสะอ้านเป็นสวนที่ได้รับการจัดการอย่างดี วันนี้เรามาเรียนรู้การผสมเกสรดอกสละเพื่อช่วยให้ต้นสละออกผล ซึ่งป้าบุญชื่นผสมเองทุกดอกทุกต้น นอกจากสละที่ขึ้นชื่อและหวานมากจริงๆแล้ว ที่สวนป้ายังมีทุเรียน หมอนทอง พวงมณี และชะนีทั้งสด และทุเรียนทอดจำหน่ายด้วยค่ะ

ที่ตั้ง : ต.ตะพง อ.เมืองระยอง จ.ระยอง
เวลาเปิด-ปิด : 08:00-17:00 น. ทุกวัน ระหว่างเมษายน-สิ้นสุดฤดูกาล
โทร. : 038 664 369

แต่สำหรับใครที่ไม่มีเวลา ก็มาดูผลไม้สดๆ ได้ที่ FarmKaidee นะคะ ไม่ต้องฝ่ารถติด แดดร้อน ฝนตก อยู่ที่บ้านก็เลือกผลไม้ตามที่ใจคุณชอบได้ ดูเลย

วิธีเลือกซื้อแอร์ หลักสูตร101

บ้านเรามันเมืองร้อนที่ใครๆ ก็รู้ว่าสามฤดูที่มีคือร้อน ร้อนมาก และร้อนมากกกก@#$%^&ที่สุด วิธีคลายร้อนก็มีอยู่หลากหลายวิธี แต่จะให้ดีเย็นใจเย็นกายภายในบ้านเราเองนี่ล่ะสุดยอด เพราะงี้การติดตั้งแอร์เพิ่มเข้ามาสักตัวสองตัวในบ้านจึงกลายเป็นตัวเลือกยอดฮิตของคนไทย แต่จะเลือกยังไงให้ถูกใจ และคุ้มค่า วันนี้ Kaidee จะมาแนะนำวิธีเลือกซื้อแอร์กันตั้งแต่เริ่มต้นเลยจ้า

ข้อแรก ติดเพื่ออะไร?
เอ้า! นี่ไม่ได้หาเรื่องนะครับ แต่ถามจริงๆ เพราะนอกจากที่รู้ๆ กันอยู่แล้วว่าก็เพราะว่ามันร้อนไงถึงได้ติดแอร์เพื่อให้มันเย็น ปั๊ดโถ่ว! เราก็ต้องรู้ถึงลักษณะการใช้งานที่ลึกลงไปอีกนิดว่าที่ให้มันเย็นเนี่ย ต้องการให้มันเย็นที่บริเวณไหนในบ้าน ช่วงเวลาที่จะใช้งานเครื่องปรับอากาศตัวนี้คือช่วงเวลาไหน ขนาดห้องที่ว่าเล็กใหญ่สักเท่าไหร่ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้คุณสามารถคำนวณหาขนาด BTU (British Thermal Unit) ให้เหมาะสมและคุ้มค่าสูงสุด เพราะหากเลือกแอร์ที่มี BTU สูงหรือต่ำจนเกินไป จะทำให้เปลืองไฟ หรือทำให้แอร์ทำงานเกินกำลังจนเสียได้ โดยการมองหาเจ้า BTU นี้สามารถคำนวณง่ายๆ จากตารางข้างล่างดังนี้

ตารางการเลือกขนาด

ขนาดBTU
ห้องปกติ
ห้องโดนแดด

9,000BTU
12-15 ตารางเมตร
10-14 ตารางเมตร

12,000BTU
16-20 ตารางเมตร
14-18 ตารางเมตร

18,000BTU
24-30 ตารางเมตร
21-27 ตารางเมตร

21,000BTU
28-35 ตารางเมตร
25-32 ตารางเมตร

24,000BTU
32-40 ตารางเมตร
28-36 ตารางเมตร

25,000BTU
35-44 ตารางเมตร
30-39 ตารางเมตร

30,000BTU
40-50 ตารางเมตร
35-45 ตารางเมตร

โดยสามารถบวกลบค่า BTU ได้อีกประมาณ 5-10% ขึ้นอยู่กับตัวแปรต่างๆ เช่น ทิศทางการรับแสงแดดของห้อง ช่วงเวลาการใช้งาน เช่น ถ้าห้องนอนที่มักจะใช้ในช่วงกลางคืนถึงจะโดนแดดแต่ก็สามารถใช้ BTU ให้น้อยกว่าค่าที่คำนวณได้นิดหน่อย เป็นต้น

ข้อสอง ประเภทของแอร์
เครื่องปรับอากาศไหนก็ให้ความเย็น และจะเลือกแบบไหนก็ต้องเอาที่มันสวยโดนใจ ไปกันได้กับดีไซน์ในบ้าน แต่บางครั้งขนาดห้อง/พื้นที่ที่จะติดตั้งอาจเป็นข้อกำหนดที่สำคัญกว่า เช่น คุณอยากได้แอร์ฝังเพดานซ่อนระบบท่อให้เรียบเนียนในห้องนอน 3x3 เมตรนี่ก็ทำได้นะ แต่อย่าถามถึงความคุ้มค่าใดๆ กันเลยเธอ

ข้อสาม ฟังชั่นยุบยับเยอะแยะ จำเป็นไหม?
ความแตกต่างในเรื่องนี้นี่มันปัจเจกสุดๆ และขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานของแต่ละบ้านเลย ไม่ว่าจะเป็นระบบฟอกอากาศ ตัว Inverter ควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ หรือบางรุ่นเป็น Heater ได้ด้วย หลักการบ้านๆ ก็คือมีก็ดีกว่าไม่มี และแพงกว่าก็น่าจะดีกว่าอยู่แล้ว แต่ถ้าเราไม่ได้ใช้งานไอ้ความสามารถที่ติดเครื่องมานั้น คุณก็อาจจะเลือกรุ่นที่ประหยัดลงได้อีกหลายบาทเลย เช่น ถ้าคุณมีเครื่องฟอกอากาศอยู่แล้ว มีพัดลมอยู่แล้ว หรือเป็นห้องที่คุณจะได้เปิดใช้งานแอร์นี่ในช่วงเวลาสั้นๆ คุณก็ไม่ต้องสนใจความสามารถอื่นใดของเครื่องนอกจากที่มันให้ความเย็นกับคุณเพียงพอจาก BTU ที่เหมาะสม แต่ถ้าคุณอยู่ในพื้นที่ที่มีบุญได้รับลมหนาว การซื้อปรับอากาศที่สามารถให้ความอบอุ่นกับคุณได้มันก็ยอดเยี่ยมไปเลยใช่ไหมล่ะ

ข้อสุดท้าย บริการหลังการขาย
เคยสังเกตไหมว่าแอร์ส่วนใหญ่ใช้กันกี่ปี? ถ้าไม่ดวงกุดจริงๆ รับรองว่ามีสิบปีขึ้นกันแน่นอน ดังนั้นการติดตั้งที่ได้มาตรฐาน การรับประกันสินค้า และการบริการหลังการขายที่ดีเป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้เด็ดขาด แม้ว่ามันจะเพิ่มต้นทุนให้คุณบ้างในวันแรกที่ซื้อมา แต่เพื่อแลกกับการไม่ต้องเสียเวลา เสียอารมณ์ยามเกิดปัญหา รับรองว่าคุ้มค่าสุดๆ แน่นอน

รู้เคล็ดไม่ลับในการเลือกซื้อแอร์กันแล้วก็ลองจด ลองทดไว้ไปเลือกหาแอร์ใหม่กันดู หรือถ้าอยากเปลี่ยนแอร์ใหม่ ก็โพสต์ขายแอร์เก่าได้ง่ายๆ ที่ Kaidee หรืออยากหาช่างแอร์ฝีมือดีใกล้บ้านคุณ Kaidee ก็มีเพียบ ไม่เชื่อก็ลองแวะมาค้นหาดูกันได้เล้ย

.table-aircon thead > tr.

เทียบทีเด็ดหมัดต่อหมัดระหว่าง กล้อง Mirrorless กับ กล้องมือถือ

กล้องมือถือ หรือ Mirrorless ! ทีเด็ดของภาพสวยแห่งยุคดิจิทัล
ต้องยอมรับว่าโลกยุคใหม่มีตัวช่วยในการทำ “เรื่องยาก” ให้เป็นเรื่องง่าย สบายเหลือเชื่อเยอะแยะไปหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเรื่องของการ “สร้างภาพ” สวยๆ บนโซเชียลมีเดีย จนเกิดคำพูดที่ว่าใครๆ ก็เป็นช่างภาพได้เพียงแค่มีมือถือเครื่องเดียวเท่านั้น  ในขณะที่คนอีกกลุ่มหนึ่งก็ยังคงรักที่จะถ่ายทอดเรื่องราวผ่านเลนส์กล้องอย่างหัวปักหัวปำ ถึงแม้ว่าการจะได้ภาพแต่ละภาพออกมานั้น อาจจะไม่ง่าย แต่ก็เป็นความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่เขายินดีแลกกับความสะดวกสบายนั้น

แต่ไม่ว่าจะเป็นกล้องมือถือหรือกล้อง Mirrorless ปลายทางของคุณก็คือ“ภาพสวยๆ” เหมือนกัน สำหรับคนที่ยังค้นหาวิธีที่ใช่ของตัวเองอยู่ ลองมาดูกันว่า ระหว่างกล้องมือถือกับกล้อง Mirrorless แบบไหนที่เหมาะกับตัวคุณมากกว่ากัน

ความสะดวก รวดเร็ว

เพราะเรื่องราวที่น่าสนใจอาจเกิดขึ้นได้ภายในพริบตาเดียว ความรวดเร็วจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้เราได้ภาพสวยๆ หรือเป็นคอนเทนต์เรียลไทม์ให้ใครๆ เข้ามากดไลค์ ซึ่งในจุดนี้กล้องมือถือน่าจะเป็นอุปกรณ์ที่คุณกำลังมองหา หยิบจับถนัดและยกขึ้นถ่ายได้แบบไม่ต้องอาย ถ่ายปุ๊บ แต่งหน่อย แล้วก็โพสต์เลย ไม่ต้องพกอุปกรณ์เสริมให้หนักกระเป๋า การใช้งานก็ไม่ยากและไม่ต้องดูแลรักษาให้มากมาย หาง่ายตามท้องตลาด เช่น iPhone X ที่มาพร้อมกล้องหน้าละเอียด 12 MP หรือ Huawei P30 Pro ที่เพิ่งมาใหม่ๆ กับกล้อง Leica 4 ตัว ให้ความละเอียด 40 MP แถมยังซูมได้ถึง 50 เท่า แบบไม่ต้องง้อเลนส์เสริมอีกต่างหาก

คะแนนความสะดวก : สมาร์ทโฟนกินนิ่ม

 

คุณภาพของรูป

จริงอยู่ที่กล้องมือถือสมัยนี้มีความละเอียดสูงมาก แต่อย่าเพิ่งวางใจ หากคุณต้องการใช้งานที่ซับซ้อนกว่าการโพสต์เรียกไลค์ในโซเชียล มีเดีย กล้องถ่ายรูปแบบ Mirrorless น่าจะตอบโจทย์กับคุณมากกว่า โดยเฉพาะในเรื่องของการนำไปพิมพ์หรือการนำไปรีทัช ตกแต่งเพิ่มเติม เพราะขนาดพิกเซลยังไม่สำคัญเท่ากับขนาดของ Sensor  ยิ่งกล้องมีขนาด Sensor ใหญ่เท่าใด ความสามารถในการเก็บแสงยิ่งดี ช่วยลด noise ที่อยู่ในภาพ ทำให้รายละเอียดของภาพ แสงสี มิติความชัดตื้นชัดลึกดีกว่ากล้องมือถือที่มี Sensor ขนาดเล็กอย่างชัดเจน

คะแนนด้านคุณภาพของรูป : ใส่สกอร์ให้กล้อง Mirrorless ไปเลย

 

ความหลากหลายของฟังก์ชั่น

หน้าชัดหลังเบลอ หลังละลาย ซูเปอร์ซูม หรือปรับแต่งสีตามใจ เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็ทำได้ครบ จบในเครื่องเดียว ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบเล็กๆ ของกล้องมือถือหรือสมาร์ทโฟนที่มี application และ software ซึ่งช่วยให้ขั้นตอนเหล่านั้นง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ถ้าว่ากันตรงๆ เรื่องการจัดการในส่วนของระดับ ISO, F-Stop หรือ Shutter Speed กล้อง Mirrorless ยังคงได้เปรียบกว่าในเรื่องคุณภาพ เช่นเดียวกันกับการซูมที่ทำได้คมชัดกว่า และการทำหน้าชัดหลังเบลอที่เกิดขึ้นจากเลนส์ ก็ดูเป็นธรรมชาติมากกว่าการปรับด้วย Software อีกด้วย

คะแนนด้านความหลากหลาย : กล้อง Mirrorless เฉือนชนะหวุดหวิดในเรื่องของคุณภาพ

 

ตอบโจทย์ด้านการใช้งานของคุณหรือเปล่า?

คำถามข้อสำคัญที่จะตัดสินโจทย์ที่ว่า คุณควรใช้กล้องมือถือหรือกล้อง Mirrorless มากกว่ากัน ถามใจคุณเองดีกว่าว่าคุณต้องการใช้งานแบบไหน ? หากคุณมองการถ่ายรูปเป็นเรื่องของไลฟ์สไตล์ หรืองานอดิเรก บ่งบอกความเป็นตัวเองผ่านโซเชียล มีเดียในหน้าจอโทรศัพท์ สะดวกรวดเร็ว กล้องมือถือสมาร์ตโฟนน่าจะตอบโจทย์การใช้งานนี้ที่สุด แต่ถ้าต้องการใช้เป็นอาวุธในการเลี้ยงชีพ ต่อยอดไปจนถึงความสำเร็จในสายงาน พอๆ กับที่ใช้บ่งบอกไลฟ์สไตล์แบบคนทำงานคราฟต์ กล้อง Mirrorless เป็นของที่คุณต้องมี

ผลนัดชิงชนะเลิศ : กล้อง Mirrorless ก็ดี กล้องมือถือก็ดี  หรือจะมีไว้ทั้งสองแบบก็ยังได้ ถ้าคุณรู้ถึงสถานการณ์ในการหยิบใช้และมีกำลังทรัพย์มากพอ

“ ถ้าคุณมีกล้อง DSLR ตัวเก่าแล้วอยากหันไปลองไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ กับการถ่ายรูปด้วยสมาร์ทโฟนดีๆ สักเครื่อง เอากล้องของคุณมาลงขายที่นี่ได้เลย เผื่อคนที่มีสมาร์ทโฟนอยู่แล้ว เขาอยากเริ่มต้นกับกล้องดีๆ สักตัวในราคาที่ win-win กันทั้งคู่ ”

หนีร้อนไปพึ่ง (ของ) เย็น

อากาศร้อนๆแบบนี้  อยู่บ้านก็ร้อน คงต้องหาของกินเย็นๆคลายร้อนกันดีกว่านะคะ  มาดูกันเลยว่าของกินคลายร้อนแบบราคาไม่ร้อนตามอากาศมีอะไรบ้าง   อ่านจบแล้วรับรองว่าหายร้อนกันแน่นอนค่ะ

 

เซ็งซิมอี๊ ลือลั่นสะท้านโลกันต์
คือร้านขายน้ำแข็งไสหวานเย็นหรือขนมหวานเจ้าเก่าแก่สไตล์ไทยๆ อร่อยไม่แพ้บิงซูหรือคากิโกริเลย  ร้านเซ็งซิมอี๊เรียกได้ว่าเป็น ต้นตำหรับเต้าทึงเลยก็ว่าได้  เป็นธุรกิจที่ดำเนินงานมานานกว่า 60 ปีจากรุ่นสู่รุ่น

ความสนุกของการกินน้ำแข็งไสที่ร้านเช็งซิมอี๊  คงอยู่ที่ความหลากหลายของเครื่องน้ำแข็งไสที่มีให้เลือกกว่า 50 ชนิดที่เราสามารถเลือกได้ตามใจชอบ  มาตรฐานคือ1 ถ้วยเลือกได้ 3 อย่างหรือจะเลือกเมนูที่เค้าจัดมาให้แล้วก็ได้อร่อยแน่นอนในราคา 30 บาทและเมนูที่แพงสุดก็ไม่เกิน 40 บาทค่ะ 

ปัจจุบันร้านเช็งซิมอี๊นั้นมีอยู่หลายสาขาทั่วกรุงเทพ  น่าจะผ่านๆตากันอยู่  เช่น สาขาอุดมสุข สาขาสวนหลวงสแควร์ สาขาบรรทัดทองและสาขาเสาชิงช้าซึ่งเป็นสาขาที่เราแวะไปชิมกันมาค่ะ

วันนั้นได้ชิมกันไปหลายเมนู  อร่อยชื่นใจหายร้อนและข้อสำคัญขนมที่นี่ไม่หวานจัดจนเกินไป  ทำให้กินได้อย่างไม่รู้สึกผิดมาก

เช็งซิมอี๊ (30 บาท) – เต้าทึงน้ำลำไยพร้อมเครื่องแบบจัดเต็มทั้งเนื้อลำไย ลูกเดือย พุทราจีน แผ่นแป้งกลม แปะก๊วย ถั่วแดงและถั่วปากอ้า

ทิม พร้าว แห้ว (40บาท) – น้ำแข็งไสทับทิมกรอบพร้อมด้วยแห้วกับมะพร้าวเผาในน้ำกะทิรสหวานละมุน ทับทิมกรอบ

 

ถิงถิง บิงซูน้ำขิง
เมื่อพูดถึงน้ำขิงวัยรุ่นแบบเราคงจะเบือนหน้าหนีกัน  เพราะจะนึกว่าน้ำขิงเป็นของสำหรับผู้สูงอายุเท่านั้น   แต่วันนี้น้ำขิงได้ถูกนำมาปรับโฉมเปลี่ยนวิธีการนำเสนอให้ร่วมสมัยมากขึ้น  โดยยังคงใช้สูตรลับเฉพาะของอาม่า ตกทอดมาถึงรุ่นหลาน  ที่นำมาดัดแปลงเป็นความอร่อยที่ผสมผสานความไทย-จีน และรุ่นเก่า-ใหม่เข้าด้วยกันอย่างลงตัว

ร้านบิงซูน้ำขิงจะใส่ใจในเรื่องสุขภาพโดยพิถีพิถันในการคัดเลือกวัตถุดิบที่ดีมีคุณภาพ และทุกอย่างจะทำมาแบบหวานน้อย  สำหรับคนชอบหวานก็สามารถเติมน้ำตาลทรายแดงที่วางไว้บนโต๊ะได้นะคะ

ปัจจุบันร้านถิงถิง บิงซูน้ำขิง มี 8 สาขา ได้แก่ สาธุประดิษฐ์26, โชคชัย4ปากซอย34, วัชรพล ตรงข้ามโลตัส เยื้องเสถียรธรรมสถาน, อารีย์ ตรงข้ามกระทรวงการคลัง, อุดมสุขระหว่างปากซอย48และ50, บางใหญ่ ตลาดบางใหญ่ซิตี้ ลานนกขมื้น, พระราม2 ระหว่างปากซอยพุทธบูชา 42และ44, เมืองทอง อยู่ทางเข้าเมืองทอง (เส้นเดียวกับมสธ) 100 เมตร จากถนนแจ้งวัฒนะ ก่อนถึงบึงน้ำ

บิงซูถิงถิง (60 บาท) – Signature ของร้าน หน้าตาก็เหมือนบิงซูที่เราคุ้นเคย มีน้ำแข็งเกล็ดละเอียดรสชาติน้ำขิง เสริฟ์มากับเต้าฮวยแผ่นใหญ่และเฉาก๊วยโรยด้วยน้ำตาลทรายแดง  ถ้วยเล็กข้างๆ ใส่บัวลอยมา 2 ลูก ซึ่งเลือกไส้ได้ (มีงาดำ งาขาว ถั่วแดง คัสตาร์ด)  เราชอบไส้งาดำที่สุดเลยเลือกมาทั้ง2 ลูกเลยค่ะ

บิงซูเต้าทึง (65 บาท) – น้ำแข็งเกร็ดละเอียดรสชาติน้ำลำไย เสริฟ์มากับรากบัว พุทราจีน แปะก๊วย และลำไย  นี่มันคือเต้าทึงมาในรูปแบบใหม่  แต่คงความชื่นใจเหมือนเดิม

บัวลอยงาดำน้ำขิง+เต้าฮวย (55 บาท) – ลองเมนูร้อนกันบ้าง  ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำขิงอยู่แล้ว ทั้งเผ็ดทั้งร้อน ถ้าอยากหวานเติมน้ำตาลทรายแดงได้นะคะ แต่เมื่อกินบัวลอยงาดำไปเราจะสัมผัสกับความหวานเบาๆของไส้อยู่แล้วค่ะ

 

ไอศครีมทิพย์รส
ร้านตั้งอยู่ในซอยกรุงเทพฯ-นนทบุรี 2 (สถานี MRT เตาปูน ทางออกที่ 3) เป็นร้านไอศกรีมโฮมเมดสัญชาติไทยแท้ที่เปิดให้บริการมาอย่างยาวนาน  ที่ร้านมีไอศกรีมให้เลือกหลากหลายรสชาติ ทั้งกะทิ เผือก ช็อกโกแลต มะม่วง ชา ทุเรียน และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่รสยอดนิยมคือไอศกรีมกะทิ และสามารถเพิ่มเครื่องต่าง ๆ ได้ไม่ว่าจะเป็นลูกชิด, มะยมเชื่อม, มะม่วงเชื่อม, ข้าวเหนียว และถั่วลิสง นะคะ ราคาเริ่มต้นที่ 30 บาท และมีให้ซื้อกลับบ้านด้วยค่ะ

เมนูในตำนานยอดนิยม ข้าวเหนียวทุเรียน (69 บาท) – ไอศครีมทุเรียน 4 ลูก รองด้านล่างด้วยข้าวเหนียวมูน โรยหน้าด้วยมะพร้าวขูด  ไอศครีมทุเรียนของทิพย์รสรสชาติดีเข้มข้น  ผู้นิยมบริโภคทุเรียนต้องชอบแน่นอน

สายรุ้ง (49 บาท) – เลือกไอศครีมได้ 4 รสชาติแล้วราดชอคโกแลตหรือสตรอเบอรี่ก็ได้ตามใจเรา  โรยหน้าด้วยลูกกวาดสีๆเด็กๆน่าจะชอบ

แต่ถ้าถ้ากินขนมเย็นๆ อร่อยๆ แล้วยังดับร้อนได้ไม่สุด แนะนำให้มาหยุดที่เครื่องปรับอากาศค่ะ จะมองหาแอร์ พัดลม เครื่องทำความเย็น ก็มาดูที่ Kaidee ในหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าได้เลยจ้า

หนีร้อนไปเที่ยวนครศรีฯ

เดือนเมษาเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดของเมืองไทยมาทุกปี และดูเหมือนว่าแต่ละปี ถ้าหากหน้าร้อนจะร้อนจริงจังกันแบบนี้เรามาหาที่หนีร้อนแบบไม่จำเจเถอะค่ะ

ทริปนี้เราจะ " หนีร้อนไปนครศรีฯ " กันนะคะสมัยก่อนถ้ามีคนมาชวนไปเที่ยวที่นครศรีธรรมราชเราอาจจะนึกไม่ออกว่าเราจะไปทำอะไรกันที่นั่นนอกจากไปไหว้พระบรมธาตุคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดเพราะในตอนนั้นนครศรีธรรมราชอาจจะไม่ใช่จุดหมายหลักในการท่องเที่ยวของใครหลายๆคน แต่มาวันนี้นครศรีฯได้กลายเป็นจุดหมายที่นักเดินทางหรือนักท่องเที่ยวหลายคนตั้งใจไว้ว่าจะต้องไปเที่ยวให้ได้ซักครั้งหรือไปแล้วไปอีกหลายๆครั้งเหมือนอย่างที่เราเป็น

มาดูกันว่าถ้าหนีร้อนมานครศรีฯแล้วจะไปไหนกันบ้าง

1.ไปนอนโฮมสเตย์ที่ชุมชนพรหมโลก
อยู่ที่ตำบลพรหมโลกอำเภอพรหมคีรี เชิงเขาหลวง มองจากหมู่บ้านจะเห็นเทือกเขาหลวงอันยิ่งใหญ่เด่นตระหง่านอยู่ข้างหน้า มีคลองนอกท่า ซึ่งเป็นสายน้ำเดียวของน้ำตกพรหมโลกเหมือนเส้นเลือดของหมู่บ้าน เป็นชุมชนอากาศดี อยู่กันง่ายๆ ชาวบ้านทำสวนผลไม้ ทุเรียน มังคุด และมีการท่องเที่ยวระดับชุมชนที่ยังเข้มแข็ง ที่นี่มีโฮมสเตย์ และมีกิจกรรมต่างๆให้ทำ ไม่ว่าจะเป็นเก็บมังคุดจากต้น ทำมังคุดคัด ทำผ้าบาติก ทำมังคุดทรงเครื่อง รวมเลี้ยงอาหารกลางวันที่เป็นอาหารพื้นบ้านฯ

2.ไปน้ำตกพรหมโลก
น้ำตกสวยใหญ่ไหลมาจากเขาหลวง เป็นหน่วยพิทักษ์ของอุทยานแห่งชาติเขาหลวงด้วย ซึ่งหากเรามาเองจะทำได้เพียงชมวิวในจุดที่กำหนดและเล่นน้ำด้านล่าง แต่หากอยากสัมผัสมากกว่านั้น มาเที่ยวกับชุมชนพรหมโลกค่ะ จะมีไกด์ท้องถิ่นพาเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เห็นอะไรสวยกว่าการเที่ยวเอง ที่นี่พิเศษตรงที่ว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 เคยเสด็จมากับพระราชินีด้วยนะคะ
ที่นี่เปิดทุกวัน 8.30 - 16.30 น. (จะปิดกรณีมีฝนตกบนเขาหลวง)
ค่าเข้าผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ค่าธรรมเนียมรถยนต์ 30 บาท มอเตอร์ไซค์ 20 บาท
เส้นทางศึกษาธรรมชาติไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเที่ยวเอง ต้องมีเจ้าหน้าที่อุทยานฯ หรือไกด์ท้องถิ่นนำทางเท่านั้นค่ะ

3.ไปร้านน้ำชาบังบ่าว
เสน่ห์ของเมืองคอนที่มีเอกลักษณ์คือร้านน้ำชามากมาย และร้านน้ำชาก็ต้องทานคู่กับโรตี โรตีบังบ่าวเป็น 1 ในร้านดังของเมืองค่ะ เรามาทานกันที่ร้านสาขาหน้าโรงเรียนวัดพระธาตุ อร่อยทุกเมนูโดยเฉพาะแกงกุ้ง จับจิ้มทุกสิ่งเลยค่ะ

4.ไปร้านโกปี๊ บะกุ๊ดเต๋
ร้านประจำจังหวัดที่ใครมานครศรีฯต้องแวะมาทุกคน ปัจจุบันมี4 สาขาค่ะ เปิดตั้งแต่เช้าถึงดึกๆ บะกุ๊ดเต๋ที่นี่เด็ดมาก ซี่โครงนุ่ม น้ำซุปรสชาติเครื่องเทศชัดเจน

5.ไปบ้านเล็กกลางหุบเขา
ณ บ้านเล็กกลางหุบเขา Little House in the Valley ตั้งอยู่ในอำเภอลานสกาค่ะ ด้านหลังร้านเป็นวิวหุบเขา 180 องศา ไม่ไกลจากคีรีวง ที่นี่มีลำธารจากคลองเขาแก้วซึ่งไหลมาจากเทือกเขาหลวงผ่านบริเวณนี้...

ชิลล์มากกกกก

6.ไปกินขนมจีนป้าเขียว ที่อำเภอลานสกา
ที่นี่ใช้ขนมจีนเส้นสดทำเองวันต่อวัน มีน้ำแกงเผ็ด (น้ำยา ) น้ำแกงกะทิ น้ำแกงหวาน(น้ำพริก) และแกงพุงปลา (แกงไตปลา) พร้อมด้วยผักพื้นบ้านสดๆ สะตอดอง หยวกกล้วยป่าลวกน้ำกะทิ ไก่ทอดร้อนๆ สามารถเลือกสั่งเป็นจานหรือจะสั่งเป็นชุด ชุดละ ½ - 1 กก. พร้อมน้ำแกงทั้ง 4 แบบ สามารถเติมน้ำแกงได้ไม่อั้น

7.ไปสวนตาสรรค์ ที่อำเภอขนอม
สปาปลาแบบธรรมชาติ บรรยากาศร่มรื่นปกคลุมไปด้วยต้นไม้ นั่งหย่อนเท้าลงริมธารน้ำให้ปลาตอดเท้า หรือจะกระโดดลงเล่นในเย็นๆก็ได้ค่าเข้าคนละ 20 บาท

8.ไปเนินนางฟ้า เนินเทวดา ที่อำเภอขนอม
เป็นจุดชมวิวที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน เป็นจุดชมวิวที่มีระเบียบเรียบร้อยสวยงาม ค่าเข้าชมพื้นที่คนละ 20 บาทค่ะ

9.ไปอุโมงค์ต้นยาง
อยู่ทางเข้าถ้ำเขาวังทองเป็นโลเคชั่นสวนยางที่โน้มเข้าหากันเป็นอุโมงค์ ไปโพสต์ท่าถ่ายรูปเก๋ๆแก้ร้อนกันค่ะ

จะเห็นได้ว่านครศรีฯ ก็มีอะไรดีๆ ให้เที่ยวเยอะแยะเลย และสำหรับใครที่อยากเพิ่มงบไปเที่ยวในหน้าร้อนก็เอาของไม่ใช้มาลงขายได้นะคะ ได้งบเที่ยวแถมบ้านยังโล่งลมโกรกสบายๆ ได้คลายร้อนขึ้นมาอีกนิดดดด

เปียกไม่กลัว กลัวไม่เปียก! 10 ไอเท็มกันน้ำที่คุณต้องมีไว้ก่อนตะลุยสงกรานต์

เข้าช่วงเทศกาลสงกรานต์ทีไร เหมือนต้องไปเจอสงครามที่เปลี่ยนจากการสาดกระสุน เป็น สาดน้ำใส่กันแทน จะออกจากบ้านแต่ละทีต้องคิดแล้วคิดอีก!! แต่ถ้าหากคุณไม่อยากเป็น “ผู้ประสบภัยเปียก” แล้วล่ะก็ นี่คือไอเท็มไม่กลัวน้ำที่จะช่วยให้คุณใช้ชีวิตช่วงวันหยุดปีใหม่ไทยได้อย่างไร้กังวล

1. โทรศัพท์ iPhoneX
เพราะการติดต่อสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญ ลองคิดดูว่าถ้าโทรศัพท์ของคุณเปียกน้ำแล้วพังไปต่อหน้าต่อตา มันน่าเศร้าขนาดไหน แต่ถ้ามี iPhone X แล้วล่ะก็ ต่อให้ทำตกน้ำลึกสักหนึ่งเมตร ก็ยังเอาอยู่ แถมยังใช้แทนกล้องไว้เก็บภาพสวยๆ ได้อีกต่างหาก

2. กระเป๋ากันน้ำ
ของเบสิคที่ใครๆ ก็ต้องหามาติดตัวไว้ เพราะเป็นไปไม่ได้หรอกที่คุณจะออกไปข้างนอกแบบตัวเปล่า มีกระเป๋ากันน้ำสักใบไว้เก็บของสำคัญอย่างเช่น เงิน โทรศัพท์ จะช่วยให้คุณอุ่นใจขึ้นเยอะ ขนาดก็มีให้เลือกตามใจชอบตั้งแต่เล็กจนไปถึงใหญ่

3. ลำโพงและหูฟังกันน้ำ
เสียงดนตรีกับความสนุกสนานเป็นของคู่กัน เรียกว่าขาดไม่ได้เลย ดีกว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ท้องถนนจะกลายเป็นฟลอร์สำหรับสายแดนซ์ไม่กลัวเปียก ดังนั้นการมีทั้งลำโพงหรือหูฟังแบบกันน้ำ จะช่วยเพิ่มระดับความมันส์ให้กับคุณได้อย่างไม่ต้องสงสัย...เอ้า เพลงมา!!

4. กล้อง GO PRO
ถ้าคุณเป็นช่างภาพสายสตรี เอ้ย! สายสตรีท สงกรานต์นี้ถ้ามัวแต่อยู่บ้านเฉยๆ คงจะชวดได้ภาพคูลๆ แน่นอน เก็บกล้องราคาแพงของคุณไว้ที่บ้านก็ได้ พกแค่ GO PRO ออกมาสนุกกันก็พอ ถ้าสามารถเก็บภาพในทะเลได้ขนาดนั้น เปียกน้ำแค่นี้ แถวบ้านเรียกว่าชิลๆ

5. สเปรย์กันน้ำและคราบสกปรกสำหรับรองเท้า
เป็นแฟชั่นนิสต้าสายสตรีทแวร์ทั้งที จะให้คีบแตะไปลุยน้ำก็กะไรอยู่ จงควง Sneaker คู่เก่งของคุณออกมาทักทายผู้คนและแสดงความเป็นตัวตนของคุณให้สุด อย่าหยุดที่คำว่าเปียก ด้วยการใช้สเปรย์กันน้ำฉีดไปที่รองเท้าสุดเลิฟ...อีกหนึ่งวิธีง่ายๆ ที่จะเฉิดฉายท่ามกลางสายน้ำวันสงกรานต์

6. แว่นตาว่ายน้ำ
ดวงตา เป็นอวัยวะที่บอบบาง หากโดนน้ำไม่สะอาดเข้าไป อาจจะทำให้อักเสบได้ แว่นตาธรรมดาๆ คงจะปกป้องคุณได้ไม่มากพอ แว่นตาว่ายน้ำสิ ช่วยได้แน่นอน เผลอๆ จะทำให้คุณมีสไตล์เป็นของตัวเองด้วยซ้ำ แถมยังมีประโยชน์ไปใช้ว่ายน้ำต่อได้อีกในวันหยุดที่เหลือ

7. ไฟสายยาง LED แบบกันน้ำ
ถ้าคุณเป็นนักการตลาดใจดีที่อยู่ๆ เดินไปเจอซุ้มเล่นสงกรานต์ที่เงียบเหงากว่าซุ้มอื่นๆ ข อย่าลืมหยิบยื่น ไฟ LED ให้พวกเขาเพื่อสร้าง Differentiate จากดิสเพลย์ที่โดดเด่น เรียกแขกเข้ามาเล่นน้ำได้อย่างต่อเนื่องจนถึงเช้าไปเลยไหมล่ะ...ดูจะไม่เกี่ยวกัน แต่ก็กันน้ำนี่นา

8. HUAWEI Watch Magic
สำหรับคนทำงาน วันหยุดสงกรานต์ถือเป็นโอกาสดีสุดๆ ที่จะได้ออกกำลังกาย ถ้าคุณเกิดคึกอยากวิ่งแบบพี่ตูน ขึ้นมา อย่าหยุดยั้ง! ะต่อให้โดนสาดน้ำจนเปียกทั้งตัว คุณก็จะไม่พลาดทุกสถิติแน่นอนเพราะ HUAWEI Watch Magic สามารถ Track กิจกรรมของคุณรวมทั้งอัตราการเต้นของหัวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ กันน้ำได้ในระดับ 5ATM หรือสามารถใช้กับการว่ายน้ำได้เลยทีเดียว

9. ยาแนวกันซึม
วันสงกรานต์ งานช่างก็มา!! ใครบางคนไม่ค่อยมีเวลา สงกรานต์ทั้งทีขอหยุดอยู่บ้าน ซ่อมแซมที่อยู่อาศัยก็ไม่ว่ากัน เพราะถ้าหมดหน้าร้อนแล้วก็จะเข้าหน้าฝน ขืนปล่อยให้ดาดฟ้าหลังคายังเป็นรูอยู่ล่ะก็เห็นทีจะแย่แน่ ลองเลือกหายาแนวกันซึมที่กันน้ำได้ดีมาใช้กันดู ถือว่าเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งในช่วงสงกรานต์ที่คูลกว่าใครเขาจริงๆ

10. ปืนฉีดน้ำ
ถ้าใครถามว่ามันเป็นไอเท็มกันน้ำตรงไหน ขอเถียงเลยว่านี่ล่ะ “Gun น้ำ” ของแท้เลย ไหนๆ ก็เครียดกับงานและอากาศร้อนมามากพอแล้ว ออกไปสนุกกับเทศกาลสงกรานต์กับคนหมู่มากดีกว่า นานๆ จะได้เปียกสักทีจะกลัวทำไม แต่ถ้าออกไปแล้ว อย่าลืมเล่นน้ำกันอย่างมีน้ำใจ ไม่ล่วงเกินผู้อื่นด้วยนะ

“เทศกาลสงกรานต์ใกล้เข้ามาแล้ว ใครที่พร้อมจะสนุกแล้วก็อย่าลืมซื้อหาอุปกรณ์ที่ช่วยกันน้ำไว้ติดตัวได้ตั้งแต่เนิ่นๆ หรือถ้ามีแพลนจะกลับต่างจังหวัด ก็อย่าลืมหาของขวัญชิ้นใหญ่กลับไปให้ครอบครัวได้ชื่นใจ รับปีใหม่ไทยในราคาสบายๆ กระเป๋าได้ที่นี่นะ”

หนีร้อนไปกินข้าวแช่ ตอน “ข้าวแช่แม่ศิริ บางลำภู”

ก้าวเข้าสู่เดือนเมษาแบบที่หน้าร้อนมาอย่างเต็มตัวแล้ว  ใครๆก็เสาะแสวงหาของเย็นๆ ของหวานๆไว้กินให้ชื่นใจคลายร้อนกัน  สมัยนี้มีทั้งไอศครีม บิงซู ชานมไข่มุก สาระพัดจะเลือกสรร แต่ในสมัยโบราณพอย่างเข้าหน้าร้อนก็จะกินข้าวแช่กัน  โดยมีการนำเอาอาหารคาวมาดัดแปลงให้กลายเป็นของที่กินแล้วชื่นใจคลายร้อนได้ ซึ่งต้องนับถือภูมิปัญญาของคนสมัยก่อนจริงๆนะคะ

ข้าวแช่นั้นมีทั้งตำรับข้าวแช่ชาววังและตำรับชาวบ้าน   ข้าวแช่ตำรับชาววังนั้นอาจจะหาทานได้เฉพาะช่วงหน้าร้อน  แต่ข้าวแช่ตำรับชาวบ้านเราจะสามารถหากินกันได้ทั้งปี ที่เคยเห็นก็จะเป็นข้าวแช่ที่จังหวัดเพชรบุรี และก็ “ข้าวแช่แม่ศิริ “ ที่บางลำภูนี่แหละค่ะ

วันนี้เราเลยจะพาไปชิม “ข้าวแช่แม่ศิริ “ กันก่อนเพราะอยู่ไม่ไกลเป็นข้าวแช่ตำรับมอญแท้ๆที่ถ่ายทอดกันมา  ขายมาตั้งแต่ปลายรัชกาลที่ 5 รวมถึงตอนนี้ก็ 5 รุ่นแล้วค่ะ ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ซอยไกรสีห์ บางลำภูซึ่งเป็นศูนย์รวมของอาหารอร่อยตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว

การทำข้าวแช่ต้องมีความพิถีพิถันมาก  ตั้งแต่กระบวนการเลือกข้าวเสาไห้มาขัดล้างให้ยางข้าวออกจนได้เมล็ดข้าวที่ขาวสวย นำมานึ่งให้สุก แล้วนำออกมาผึ่งไว้จนแห้งและเย็นตัวลง  น้ำที่ใช้กับข้าวแช่ก็ต้องใช้น้ำสะอาด นำไปอบควันเทียนพร้อมลอยดอกมะลิ  ที่ร้าน “ข้าวแช่แม่ศิริ “ได้ข่าวว่าปลูกเองแบบปลอดสารและปลอดภัยต่อผู้บริโภค   เวลาเสิร์ฟก็ตักข้าวใส่ถ้วย ใส่น้ำลอยดอกมะลิ และใส่น้ำแข็งลงไปเพิ่มความเย็น จะได้กลิ่นหอมอ่อนๆ เวลากินคู่กับเครื่องเคียงต่างๆจะชื่นใจมากค่ะ

เครื่องเคียงต่างๆจะประกอบด้วย หมูฝอย ไชโป๊วหวาน ปลาหวาน ลูกกะปิทอด  

เรามาเริ่มกันที่ หมูฝอย ที่นำเนื้อหมูมาฉีกฝอยแล้วผัดกับเครื่องปรุงรสจนแห้งได้ที่

ไชโป๊วหวาน ใช้ไชโป๊วฝอยที่เป็นเส้นมาล้างทำความสะอาด จากนั้นนำมาผัดกับน้ำตาลมะพร้าวจนเข้ากัน จะหอมๆหวานๆกำลังดี

ปลาหวาน อันนี้อร่อยมากเค้าจะใช้ปลาต้มจนสุกแล้วเอาแต่เนื้อมาบดละเอียด นำไปคั่วกับมะพร้าวป่นปรุงรสเล็กน้อย คั่วไปจนเนื้อปลาเหนียว รสชาติจะหวานๆมีเค็มตามนิดๆ  

และสุดท้าย ลูกกะปิทอด  เราเองเพิ่งจะรู้ว่ากะปิทอดไม่ได้ใช้กะปิล้วนๆ มาทอด  แต่เค้าเอากะปิไปผสมกับกุ้ง กระชาย มะพร้าว และถั่วลิสงคั่ว รวนจนเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นค่อยนำมาปั้นเป็นก้อนแล้วชุบแป้งทอดอีกที จะทำให้ผิวนอกกรอบนิดๆข้างในยังนุ่มนวลทุกอย่างต้องใช้เวลาในการทำหลายชั่วโมงมาก    

และเมนูพิเศษที่จะมีขายเฉพาะศุกร์-อาทิตย์ในช่วงหน้าร้อนนี้คือ พริกหยวกสอดไส้  ที่เป็นพริกหยวกเนื้อบางนำมาแกะเอาไส้ในออก นำหมูทรงเครื่องปรุงรสยัดไส้เข้าไปแล้วนำไปนึ่งจนสุก แล้วทำแพไข่แล้วมาห่อพริกหยวกอีกทีค่ะ

ร้านข้าวแช่แม่ศิริไม่ได้เป็นร้านใหญ่โตมีที่นั่งไม่มากนัก  ถ้าทานที่ร้านราคาชุดละ 25 บาท ประกอบไปด้วยข้าวแช่ 1 ถ้วย พร้อมกับอีก 4 อย่าง ส่วนพริกหยวดสอดไส้ราคาชิ้นละ 30 บาท

 

แต่ถ้าซื้อกลับบ้านราคาชุดละ 30 บาทค่ะ  

ราคาข้าวแช่ที่ร้านข้าวแช่แม่ศิริเป็นมิตรต่อกระเป๋าสตางค์มาก   ข้าวแช่เป็นอาหารที่เหมือนให้กินเป็นของว่างดังนั้นที่ร้านนี้จะเสริฟ์มากระจุ๋มกระจิ๋มหน่อย   แต่ถ้าจะกินเอาอิ่มอาจจะต้อง 2 ชุดขึ้นไปนะคะ  หน้าร้อนแบบนี้ลองตระเวณหาข้าวแช่ดับร้อนกันเถอะค่ะ

"และหน้าร้อนนี้ใครที่เบื่อกับอากาศสุดแสบผิวจนไม่อยากออกไปไหน ก็เปิดแอร์อยู่บ้านแล้วเลือกดูสินค้าดีๆ ไปจนถึงสินค้าหายากได้ที่ Kaidee ได้นะคะ"

เครื่องเกมในตำนานที่คุณอาจยังไม่เคยเห็น แถมยังเจ๊งไม่เป็นท่า

สำหรับใครที่วัย 30 อัป คงจะจำกันได้ว่าสมัยเด็กๆ ที่ยังไม่มีมือถือ เราโตมากับเกมคอนโซล หรือในสมัยนั้นที่เรียกติดปากว่า เครื่องเกม และหนึ่งในเครื่องเกมสุดฮิตก็คือเจ้าเครื่อง Family สีขาวแดงที่มีเกมระดับตำนานอย่างมาริโอ้ แต่ยังมีบรรดาเครื่องเกมอีกหลายชนิดที่เปิดตัวแล้วยอดขายไม่ดี จนบางทีเราอาจไม่เคยเห็นมันด้วยซ้ำ วันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่ามีเครื่องเกมอะไรบ้างที่ออกมาแล้วกระแสหาย จนเราอาจไม่เคยรู้ว่ามันมีอยู่บนโลกด้วยซ้ำ

Hyper Scan
เครื่องเกมไอเดียบรรเจิดที่พอฟังวิธีการเล่นแล้วชวนเล่นมากๆ โดยเกมนี้จะใช้ทั้งแผ่นเกมและการ์ดไพ่ เครื่องเกมจะสามารถสแกนแผ่นการ์ดที่เป็นไพ่ได้ อย่างเช่นเกมต่อสู้ เมื่อผู้เล่นไปซื้อการ์ดตัวละครมาแล้วนำมาสแกน จะสามารถใช้ตัวละครนั้นๆ หรือความสามารถพิเศษจากการ์ดได้ แต่ทำไมมันถึงเจ๊งล่ะ? ก็เพราะว่ากว่าจะโหลดการ์ดเอาตัวละครเข้าเครื่องแต่ละตัวมันใช้เวลานานซะเหลือเกิน แถมเกมที่ลงให้กับเครื่องนี้ก็มีอยู่แค่ 5 เกม ทำให้ต้องลดราคาลงจากเดิม แต่สุดท้ายก็ไปไม่รอด ต้องเจ๊งไปในที่สุด

RDI Halcyon
เครื่องเล่นเกมที่โคตรแพงงงงงงงงงงงงง เพราะเปิดตัวด้วยราคา 80,000 บาท ในปี 1985 และผลิตออกมาในจำนวนจำกัด แต่ความล้ำก็สมกับราคา เพราะเครื่องเกมนี้สามารถอ่านแผ่นเลเซอร์ดิสก์ได้ และที่สำคัญมันสามารถฟังเรารู้เรื่องและตอบสนองคำพูดของเราได้ เช่นเพิ่มเสียง ลดเสียง แต่ในเมื่อมันเป็นเครื่องเล่นเกมที่ดันมีเกมออกมาแค่ 2 เกมเท่านั้น ใครล่ะจะกล้าลงทุนขนาดซื้อเครื่องเกมราคาเหยียบแสนมาเพื่อเล่นเกมสองเกม ทำให้ RDI Halcyon ขายได้แค่ 13 เครื่องเท่านั้น

Gizmondo
เครื่องเล่นเกมพกพาที่หลากความสามารถในปี 2005 ทั้งเล่นเกม ส่งข้อความ และ รองรับ GPS พร้อมมีกล้องหลังสำหรับถ่ายรูปอีกด้วย คุ้นๆ เหมือน Blackberry มั้ย? แต่เหตุผลหลักๆ ที่ทำให้มันเจ๊งก็คือ พิมพ์ข้อความที่ลำบากสุดๆ เพราะมันมีแต่ปุ่มเกม ไม่มีแป้นพิมพ์ (ลองนึกสภาพ Blackberry ที่ไม่มีแป้นพิมพ์ดูสิว่าจะใช้ยังไง) และแบตเตอรี่ที่หมดเร็วสุดๆ และที่สำคัญ เกมที่ลงในเครื่องนี้ไม่มีเกมที่สนุกเลย ทำให้นิตยสาร Gamr Pro จัดให้เค้าเครื่องนี้เป็นเกมพกพาที่มียอดขายแย่ที่สุดในประวัติศาสต์เลยทีเดียว

Apple Pippin
Apple ก็เคยทำเครื่องเกม? ใช่แล้ว บริษัทเดียวกับที่ผลิต iPhone เนี่ยแหละ ในปี 1995 Apple ได้เปิดตัว เครื่องเกม Apple Pippin โดยใส่ความล้ำเข้าไปด้วยตามสไตล์ของ Apple คือ นอกจากเล่นเกมแล้วเจ้าเครื่อง Pippin นี้ยังใช้งานได้อย่างหลากหลายเช่นเข้าเว็บไซต์ หรือใช้โปรแกรมมัลติมีเดียต่างๆ แต่พอยิ่งพัฒนาหลายทางก็ทำให้เอาดีไม่ได้ซักทาง ทั้งเครื่องที่ช้าและราคาที่แพงถึง 599 เหรียญ ทำให้เจ้าเครื่องนี้ไม่ประสบความสำเร็จและหายไปจากวงการ

สำหรับใครที่มองหาเครื่องเกม PS4 XBOX หรือเครื่องรุ่นเก่าๆ คลาสสิก มาดูได้ที่นี่ เพราะเครื่องเกมระดับตำนานหลายๆ รุ่น ไม่จำเป็นต้องซื้อไปเล่น แค่มีเครื่องไว้สะสมก็คูลแล้ว กดดูเลย

ร้านอาหารราคาไม่แรง ไม่ต้องแพงก็อร่อยได้ในช่วงเวลากลางเดือน

บรรยากาศกลางๆเดือนแบบนี้สะตุ้งสตางค์ในกระเป๋าก็เริ่มร่อยหรอ  วันนี้เรามีร้านเด็ดๆที่การันตีความอร่อยและราคาสบายกระเป๋ามาฝาก  ให้สมกับแฮชแทคที่ว่า #ของอร่อยไม่จำเป็นต้องแพง

มาเริ่มกันที่ร้านแรก ร้านอู๊ดข้าวมันไก่ตอน
ถ้าหากถามถึงกับข้าวราคา สัก 35 บาท ในกรุงเทพก็รู้สึกจะหายากนัก    แตที่ร้านอู๊ดข้าวมันไก่ตอน เค้ายังขายอยู่ค่ะ ร้านที่จะพาไปวันนี้เป็นสาขาอยู่หลัง ม.ธุรกิจบัณฑิตย์

ข้าวมันไก่ตอนที่นี่ราคาเริ่มต้นที่ 35 บาทพิเศษ 40 บาท มาพร้อมกับน้ำซุปไว้ซดให้คล่องคอ น้ำซุปอร่อยด้วยไม่ได้มาแบบจืดๆเซ็งๆ   แต่ถ้าเป็นไก่สับราคา80-100 บาทนะคะปริมาณทานได้3-4 คนสบายๆ ไก่ที่นี่นุ่ม เนื้อแน่น ชิ้นพอดีคำไม่ตบแบนๆ เสริฟ์พร้อมข้าวมันที่หอม ไม่มัน ไม่เลี่ยน  กินพร้อมน้ำจิ้มรสเด็ดของทางร้าน ที่มาให้แบบเป็นโหล เติมไม่อั้น ออกหวานๆเผ็ดนิดหน่อยๆ   ร้านนี้สำหรับเรา 35 บาทก็อิ่มพอดีๆแล้วนะคะ

ร้านที่สองเป็นร้านลุงต๋อยก๋วยเตี๋ยวเรือบางกร่าง
ร้านนี้ตั้งอยู่ในซอยติวานนท์ 38 (ซอยทานสัมฤทธิ์ ) นนทบุรี  เป็นร้านดังของละแวกนี้เลยค่ะ มีเมนูเด็ดก๋วยเตี๋ยวเรือหมู-เนื้อ  ลูกชิ้นปิ้ง ขนมถ้วย ราคาเริ่มต้นชามละ 22 บาทเท่านั้นนะคะ แนะนำว่าให้มาก่อนเที่ยงจะดีมาก  ตอนเที่ยงร้านคนจะค่อนข้างแน่น เพราะที่นี่ลูกค้าประจำที่ทำงานละแวกนี้เยอะมาก ลุงต๋อยจะเป็นผู้ปรุงเองทุกชาม  จะชอบเผ็ดมากน้อยบอกได้นะคะ ส่วนตัวจะชอบก๋วยเตี๋ยวเนื้อหมกเป็นพิเศษ  น้ำซุปที่นี่จะต่างจากก๋วยเตี๋ยวเรือทั่วๆไปคือไม่มันไม่เลี่ยนจากกะทิ ทานได้เรื่อยๆ

นอกจากก๋วยเตี๋ยวเรือแล้วยังมีลูกชิ้นปิ้งที่น้ำจิ้มเด็ดที่สุด   กากหมูเพิ่มความอ้วน และขนมถ้วยไว้ล้างปากอีกด้วยนะคะ ร้านนี้หยุดทุกวันพุธค่ะ  มาได้ทุกวันเลย อิ่มง่ายๆสบายกระเป๋าแน่นอน

ร้านถัดมาที่อยากแนะนำ  ร้านคุณแดงก๋วยจั๊บญวน
ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ถนนพระอาทิตย์  เป็นร้านดังเก่าแก่ของย่านนี้เลย และไม่ได้ดังเฉพาะคนไทยนะคะแต่ความดังไปไกลถึงต่างชาติที่มาเที่ยวถ้าย่านนี้ต้องมาแวะชิมกันทุกคน ร้านนี้ทีเด็ดอยู่ที่น้ำซุปที่ร้อนรสชาติกลมกล่อมเผ็ดพริกไทนิดๆ เมนูก๋วยจั๊บญวนหรือข้าวเปียกเส้นของที่นี่จะทำชามต่อชามโดยใช้เส้นสดที่ส่งตรงมาจากจังหวัดอุบลราชธานีนำมาต้มในน้ำแกงที่จะต้องร้อนตลอดเวลาเพื่อให้เส้นเหนียวนุ่มที่สุด  สำหรับก๋วยจั๊บญวนจะชอบแบบเส้นมากเส้นน้อยสั่งได้นะคะ ราคาเริ่มต้นที่ชามละ 50 บาทค่ะอิ่มสบายท้องกันเลย

ส่วนเมนูข้างเคียงไม่ว่าจะเป็นปอเปี๊ยะทอด หรือหมูยอลวกก็ช่วยเพิ่มอรรถรสในการทานมากขึ้นค่ะ

แล้วอย่าลืมปิดท้ายด้วยเฉาก๊วยโรยน้ำตาลทรายแดงเนื้อหนึบหนับอีกซักถ้วยจะทำให้มื้อนี้สมบูรณ์แบบค่ะ

ร้านสุดท้ายที่อยากแนะนำในช่วงกลางเดือนที่ยังอยากมีความอยากทานอาหารญี่ปุ่นบ้างอะไรบ้างแบบนี้  เรามีร้านอาหารญี่ปุ่นที่ราคาประหยัดแต่คุณภาพยังจัดเต็มมาฝากค่ะ ร้านซูชิมั๊ย สาขาหลังการบินไทย   

ร้านซูชิมั๊ย  สาขาหลังการบินไทย เป็นร้านซูชิลับๆ ที่อร่อยเด็ดจนเราต้องตามไปชิม   ร้านซูชิร้านเล็กๆที่เน้นบรรยากาศคล้ายญี่ปุ่น ใช้วัตถุดิบพรีเมี่ยมสดใหม่ที่เจ้าของใส่ใจเลือกสรรทุกอย่างด้วยตัวเอง   ข้าวปั้นชิ้นใหญ่หน้าล้น เริ่มต้นที่คำละ 15 บาท ด้วยคุณภาพและเมนูที่หลากหลาย ทำให้คนมารอต้องต่อคิวกันทีเดียวในช่วงเวลาพีคๆ  ร้านนี้เปิดจันทร์-ศุกร์นะคะเปิด-ปิดตามคนทำงานแถวนี้เลย

อย่างที่บอกว่าราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 15 บาทถ้าอยากทานของแพงกว่านี้นั้นก็จะมีราคาที่แพงขึ้นไปอีกนิดหน่อย  แต่ที่ว่าแพงแล้วก็ยังถูกกว่าร้านอื่นๆอีกหลายร้านและยังได้ทานของที่วัตถุดิบดีดีแบบนี้…คุ้มค่าค่ะ
แต่สำหรับใครที่ช่วงกลางเดือนเจอปัญหาการเงินจริงๆ แก้ไม่ยาก มีของไม่ใช้ ลองลงขายที่ Kaidee ได้ค่ะ เปลี่ยนของไม่ใช้ให้เป็นเงิน กดที่นี่เลย

ไอเดียเซอร์ไพร้ส์ขอแต่งงานสุดบรรเจิดที่เกิดขึ้นจริง

การขอแต่งงานสำหรับบางคนถือว่าเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้พิธีแต่งงาน ทำให้หลายๆ คนหาวิธีมาเซอร์ไพร้ส์คู่รักเพื่อขอแต่งงาน เรียกได้ว่าตั้งใจจะสร้างความประทับใจจากคู่รักแล้วยังเรียกความประทับใจจากผู้คนรอบข้างด้วย มาดูเลยว่าไอเดียแบบไหนจะรุ่งหรือร่วง

แอบขอแต่งงานตลอดระยะเวลา 1 ปี
ดีน สมิธ วางแผนเซอร์ไพรส์แฟนล่วงหน้าถึง 1 ปี โดยตลอดระยะเวลา 1 ปี ดีน จะเขียนคำขอแต่งงานบนกระดาษ A4 แล้วอัดวีดีโอเอาไว้ทุกวัน โดยที่ เจนนิเฟอร์ ซึ่งเป็นแฟนของ ดีน ไม่เคยรู้เลย จนถึงวันเกิดของเจน มีเพื่อนมาเคาะประตูห้องและโชว์ไวท์บอร์ดที่เขียนข้อความว่าให้เธอเดินไปที่ทะเล เมื่อเจนเดินไปถึงทะเลก็ได้ดูคลิปวีดีโอที่ดีนแอบขอแต่งงานมาตลอด 365 วัน จนจบคลิป วีดีโอบอกให้เจนหันหลัง เมื่อหันไปก็เจอ ดีน ตัวเป็นๆ ยืนถือไวท์บอร์ดโดยมีข้อความเขียนว่า แต่งงานกันนะเจน เรียกได้ว่าน้ำตาแตกกันเลยทีเดียวสำหรับคู่นี้

ขอแต่งงานตกตึก
ขณะที่ทุกคนกำลังปาร์ตี้กันอยู่ ชายหนุ่มคนหนึ่งก็เซอร์ไพรส์แฟนด้วยการกระโดดขึ้นไปยืนบนขอบระเบียงเพื่อประกาศขอแฟนแต่งงาน เมื่อแฟนตอบตกลงเค้าก็ให้เพื่อนช่วยโยนแหวนมาให้ แต่เพื่อนโยนแหวนสูงไปทำให้เค้าต้องเอื้อมมือขึ้นไปรับแหวนแต่เสียการทรงตัวจนตกจากระเบียงตึกลงไปที่พื้นข้างล่างทันที แฟนสาวตกใจมากรีบวิ่งไปดูที่ระเบียง กลับเห็นพ่อหนุ่มคนนี้นอนอยู่บนเบาะลมที่เตรียมมารับเอาไว้อยู่แล้ว พร้อมข้อความว่าแต่งงานกับผมมั้ย? ถือเป็นการเซอร์ไพรส์ซ้อนเซอร์ไพร้ส์ที่หาเรื่องให้แฟนสาวหัวร้อนกันเลยทีเดียว

ขอแต่งงานสไตล์มิวสิคเคิล
ใครชอบละครเวทีหรือโชว์เกี่ยวกับการแด๊นซ์คงจะถูกใจการโดนเซอร์ไพรส์ในสไตล์นี้ เมื่อหนุ่มชาวญี่ปุ่นแอบเซอร์ไพรส์แฟนสาวด้วยการพาไปนั่งร้านกาแฟ แต่อยู่ๆ คนรอบข้างก็หยุดนิ่งอยู่กับที่ และเมื่อมีเพลงดังขึ้นคนเหล่านั้นก็เต้นกันทีละคนทีละคน คนที่อยู่รอบนอกก็เข้ามาเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน หรือแม้แต่พนักงานเสิร์ฟและลูกค้าที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ ก็ออกมาเต้นพร้อมกันเป็นจังหวะเดียว กว่าแฟนสาวจะรู้ตัวว่าถูกเซอร์ไพรส์ก็จังหวะที่แฟนหนุ่มก็เดินออกมาเต้นไปพร้อมๆ กับทีมงาน และจบด้วยการปูพรมแดงโปรยดอกไม้เพื่อขอแต่งงาน นับว่าเป็นไอเดียที่น่ารักมากๆ เลย

ขอแต่งงานท้าความสูง
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่จีนและเป็นฝ่ายหญิงที่ขอฝ่ายชายแต่งงาน โดยเสี่ยวจิง ซึ่งเป็นฝ่ายหญิงรู้ว่าฝ่ายชายเป็นโรคกลัวความสูง จึงเซอร์ไพร้ส์เสี่ยวหยู แฟนหนุ่มโดยการท้าให้เสี่ยวหยูเดินข้าม Sky Wall ซึ่งเป็นสะพานกระจกที่ยื่นออกไปนอกหน้าผาที่มณฑลเหอหนาน โดยถ้าเสี่ยวหยูกล้าเดินข้าม เสี่ยวจิงจะยอมแต่งงานด้วยและจะมอบรถยนต์พร้อมเงินสด 1 ล้านหยวนให้ หรือคิดเป็นเงินไทยราวๆ 5 ล้านบาท แต่แล้วความบรรลัยก็บังเกิด เมื่อเสียวหยูเอาชนะความกลัวของตัวเองไม่ได้ สุดท้ายไมสามารถเดินข้ามสะพานกระจกและเดินจากไป ทิ้งให้เสี่ยวจิงร้องไห้อยู่บนสะพานและให้สัมภาษณ์ว่าจะเลิกกับเสี่ยวหยู จนเป็นกระแสบนโลกโซเชี่ยลว่าก็เธอไม่น่าไปเล่นกับความกลัวของคนอื่นตั้งแต่แรก

จริงๆ การขอแต่งงานไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่อลังการเสมอไป แค่เป็นสถานที่ดีๆ กับความรู้สึกดีๆ ของทั้งสองคนก็น่าจะเพียงพอแล้ว เพราะจริงๆ แล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือความรักที่ทั้งสองคนมีให้กัน

ส่วนใครที่หาสถานที่โรแมนติกในช่วงเดือนแห่งความรักก็หาได้ที่นี่ ที่เที่ยว ที่กินทั้งในประเทศนอกประเทศเรามีให้คุณเลือกเพียบ