ซื้อ Forza 300 มือสองหรือ Forza 350 ดี

เปิดตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้วในงาน Bangkok Motor Show 2020 สำหรับ Forza 350 รถ Bigscooter จากทางฝั่ง AP Honda ที่มาพร้อมกับราคาที่แสนโดนใจ และประสิทธิภาพที่ดีขึ้นถึง 50 cc อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ก็นำมาพร้อมกับประเด็นใหม่ที่ใครหลาย ๆ คนกังวลคือ ซื้อ Forza 300 มือสองหรือ Forza 350 มือหนึ่งดี หากคุณกำลังกังวลกับปัญหานี้ วันนี้เรามีแนวทางมานำเสนอ
Forza 350 ได้อะไรเพิ่มมาบ้าง

สิ่งที่ทาง Forza 350 ได้เพิ่มมากว่ารุ่นก่อนคือ ในรุ่นนี้ได้มีการเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ eSP+ แบบ 4 วาล์ว ระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด PGM-FI 4 จังหวะ แบบซิงเกิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ ระบายความร้อนด้วยน้ำที่ได้เปลี่ยนดีไซน์มาอยู่ด้านหน้าทำให้สามารถจัดการกับความร้อนได้ดีขึ้น พร้อมระบบ Honda Selectable Tourque Control และมีแรงม้าที่สูงมากขึ้นที่ 329.60 cc

จากสเปกเราจะเห็นได้ว่าตัวรถได้ทำการปรับปรุง ให้ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าทั้งการปรับดีไซน์หม้อน้ำใหม่ ลดความร้อนใต้เบาะลด รวมถึงการเพิ่ม cc มาอีก 50 และกะบังลมหน้ารถที่ปรับขึ้นได้อีก 40 mm ทำให้การขับขี่รถในความเร็วสูง ในส่วนของดีไซน์นั้นยังคงรูปแบบเดิมเอาไว้ จะเรียกได้ว่า Forza 350 เป็น Forza 300 ฉบับอัปเกรดก็คงไม่แปลกนัก สำหรับราคาแนะนำของรถมอเตอร์ไซค์คันนี้คือ 173,500 บาท
Forza 300 ยังคุ้มค่าอยู่ไหมในปี 2020

แม้ว่า Forza 350 จะเปิดตัวไปแล้วพร้อมกับสเปกที่ดีกว่า แต่เจ้า Bigscooter รุ่นเก่าอย่าง Forza 300 ปี 2018-2019 ก็ยังคงเป็นหนึ่งในรุ่นรถที่น่าสนใจ ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัยประกอบกับการเป็นรถที่เหมาะกับการขี่ทั้งในเมืองหรือออกทริปไปต่างจังหวัด อีกทั้งสเปกของตัวรถเองก็ยังเหมาะสมกับราคาอีกด้วย โดยในตอนนี้ทาง Honda AP ยุติการผลิตมอเตอร์ไซค์รุ่นนี้ไปแล้ว ทำให้ Forza 300 ที่เหลืออยู่จะเป็นรถค้าง Stock ไม่ก็รถมือสองเสียมากกว่า ซึ่งมีราคาอยู่ประมาณ 100,000-130,000 บาท ตามจำนวนระยะทางและสภาพของรถ ทำให้ตัวเลือกนี้น่าสนใจเช่นกันสำหรับใครที่อยากจะลองสัมผัสรถคันนี้
ซื้อ Forza 300 มือสองหรือ Forza 350 ดี

ต้องยอมรับอย่างตรง ๆ ว่าการซื้อ Forza 300 มือหนึ่งในช่วงหลังปี 2020 มานับว่าเป็นการซื้อไม่คุ้มค่า เพราะเราสามารถเพิ่มเงินประมาณ 10,000 บาทก็สามารถที่จะซื้อรถรุ่นใหม่(Forza 350) ได้เลย ได้เครื่องที่แรงกว่าและการระบายความร้อนที่ดีกว่าเดิม ทำให้การเลือกซื้อรถ Forza 300 มือสองอาจจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากส่วนต่างระหว่างรถมือหนึ่งและมือสองนั้นสามารถทำให้เราประหยัดเงินได้ถึง 40,000 บาทเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ การที่เรามีเงินสดเก็บไว้ย่อมดีกว่า

อย่างไรก็ตามเราก็ต้องพิจาณาด้วยว่ารถเก่ามือสองและรถรุ่นใหม่นั้นคุณจะนำไปใช้งานด้านไหน เพราะเราจะต้องไม่ลืมว่า รถมอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่และราคาแพงนั้นมีค่าบำรุงรักษาไม่ต่างจากรถยนต์ ยังไม่นับกับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่พ่วงมาด้วยกันอีกเพียบ จะเสียมากหรือเสียน้อยก็อยู่ที่พฤติกรรมในการขับขี่รถของเรา

หากจะกล่าวโดยสรุปคือหากคุณอยากได้รถรุ่นใหม่ที่แรงกว่า ระบายความร้อนที่ดีกว่าก็กำเงินไปซื้อรถมือหนึ่งโลด แต่หากคุณอยากจะลองสัมผัสประสบการณ์ในการขี่รถ Forza ก่อนเพื่อที่จะรอรถรุ่นใหม่ที่เป็น Major Change ในอนาคตก็เล่นรถรุ่นนี้มือสองนับว่าโอเค

Forza 350 และ Forza 300 ยังคงเป็นหนึ่งในรถมอเตอร์ไซค์ประเภท Bigscooter ที่น่าขับขี่ในปี 2020 ทั้งดีไซน์ที่สวยงาม ประโยชน์ในการใช้งานที่หลากหลาย ประสิทธิภาพเครื่องที่ดี สำหรับใครที่กำลังตามหารถรุ่นนี้อยู่ ลองมาดูที MocyKaidee ที่นี่เรามีรถมอเตอร์ไซค์มือหนึ่งและมือสองมากมายให้เลือกซื้อ อีกทั้งหากคุณอยากจะปล่อยรถพื้นที่นี้ก็พร้อมต้อนรับคุณเสมอ ลองเข้าไปเยี่ยมชมกันได้เลยครับ

7 มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่น่าซื้อประจำงาน Motor Show 2020

มอเตอร์ไซค์ถือว่าเป็นหนึ่งในพาหนะที่อยู่คู่กับคนไทยมานาน เนื่องจากความคล่องตัวในการเดินทางและประโยชน์ในการใช้งานที่หลากหลาย โดยในปี 2020 นี้แม้ว่าจะเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโรค COVID-19 ทำให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างมาก แต่จากสถิติของกรมขนส่งพบว่าปีนี้มียอดจดทะเบียนของรถจักรยานยนต์มากถึง 8 แสนคันเลยทีเดียว(สถิติเดือนมิถุนายน 2020)

ทำให้หลาย ๆ ค่ายต่างพยายามนำเสนอรถมอเตอร์ไซค์ใหม่ ๆ เพื่อที่จะแย่งชิงตลาดรวมถึงตอบสนอง Life Style ต่าง ๆ อย่างครบครัน สำหรับเพื่อน ๆ ที่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกรถคันไหน พวกเรา MocyKaidee จึงขอนำเสนอรถมอเตอร์ไซค์ใหม่ประจำงาน Motor Show 2020 ที่เห็นแล้วต้องอยากได้อย่างแน่นอน
WR155 - Yamaha

หนึ่งใน Highlight ประจำบูท Yamaha ที่ทำให้หลาย ๆ คนต้องร้องว้าวกับ WR 155 รถมอเตอร์ไซค์วิบากที่มาพร้อมดีไซน์ใหม่และสมรรถนะอันสุดยอด ด้วยเครื่องยนต์ 4 จังหวะ สูบเดี่ยว SOHC 4 วาล์ว เทคโนโลยี VVA ขนาด 155 cc พร้อมกับโช้คอัพหน้าขนาดใหญ่ 41 mm.

5 เหตุผล Honda Scoopy i พิชิตใจวัยรุ่นทั่วประเทศมาตลอด 1 ทศวรรษ

ร่วม 10 ปีที่ Honda Scoopy i กลายเป็นมอเตอร์ไซค์ลำดับต้นๆ ที่คนไทยนึกถึง โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่ชื่นชอบความโฉบเฉี่ยวพร้อมสีสันสุดจี๊ดจ๊าด จนกระทั่งยอดขายสะสมในประเทศไทยมีมากกว่า 2.2 ล้านคันเลยทีเดียว

Honda Scoopy i นั้นเป็นรถจักรยานยนต์ที่ได้รับการพัฒนามาจาก CREA Scoopy จากญี่ปุ่น ก่อนจะนำเข้ามาสู่สายตาชาวไทย 1 ทศวรรษที่ทุกคนหลงรักเจ้าจักรยานยนต์รุ่นนี้มาโดยตลอด เหตุผลจะมีอะไรบ้าง ไปดูกัน

1. ดีไซน์อินเทรนด์ ล้ำสมัยไม่ตกยุค
Honda Scoopy i ได้รับการออกแบบให้เป็นแฟชั่น เอ.ที. ที่มีรูปทรงและเส้นสายโค้งมนมาผสานกับความเรียบง่ายแต่ทันสมัยอย่างลงตัว พร้อมกับติดตั้งไฟหน้าแบบ FULL LED ที่มี RING LIGHT และ LED POSITION LAMP รวมกันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะดูมีเสน่ห์ เท่ ไม่เหมือนใคร เช่นเดียวกับชุดไฟเลี้ยวแบบบิลท์อิน และไฟท้ายที่ดูคลาสสิก ทั้งหมดนี้ทำให้ Honda Scoopy i กลายเป็นผู้นำเทรนด์รถแฟชั่น เอ.ที. มาถึงปัจจุบัน

2. ขับขี่ง่าย คล่องตัว
ด้วยขนาดตัวรถที่มีความกะทัดรัด เหมาะกับสรีระวัยรุ่นไทยทั้งชายและหญิง ตัวถังรถไม่กว้างเกินไป และมีความสูงจากพื้นถึงเบาะเพียง 74.4 เซนติเมตร ทำให้ Honda Scoopy i เป็นรถที่ขับขี่ง่าย ใช้งานในเมืองได้อย่างคล่องตัว จอดง่าย ทั้งยังไม่ต้องกังวลเรื่องการเปลี่ยนเกียร์เพราะเป็นรถแบบ เอ.ที. (Automatic Transmission) หรือเกียร์อัตโนมัติ บนระบบสายพานแบบ V-MATIC

3. Honda Smart Technology
Honda Scoopy i ติดตั้ง ฮอนด้า สมาร์ท เทคโนโลยี (Honda Smart Technology) ที่ประกอบไปด้วย 3 เทคโนโลยีหลักได้แก่ เทคโนโลยีเครื่องยนต์ eSP (Enhanced Smart Power) ขนาด 110 ซีซี 4 จังหวะ ระบบหัวฉีด PGM-FI ที่จ่ายน้ำมันแม่นยำ สตาร์ทเงียบ แรงเสียดทานต่ำ สมรรถนะดี ทั้งยังประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 62.5 กม./ลิตร ตามมาตรฐานการทดสอบ สมอ. Mode ECE R40 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับถึงความใกล้เคียงกับการใช้งานจริง

เทคโนโลยีที่สองคือระบบหยุดเครื่องยนต์อัตโนมัติ Idling Stop System ที่ทำงานเมื่อรถหยุดนิ่งเกิน 3 วินาที และออกตัวได้ทันทีเพียงบิดคันเร่งเบาๆ ส่วนเทคโนโลยีที่สามคือระบบ Combi Brake System เพียงแค่บีบก้านเบรคด้านซ้าย ระบบจะช่วยกระจายแรงเบรกหน้า-หลังให้เองอย่างสมดุล จึงให้ความมั่นใจทุกครั้งที่ขับขี่

4. AC SOCKET และ Side Stand Switch
สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในยุคนี้คือ Smart Phone ซึ่ง Honda Scoopy i ก็ได้ติดตั้ง AC SOCKET หรือช่องเสียบไฟสำรองสำหรับชาร์จอุปกรณ์ Smart Device ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของวัยรุ่นยุคนี้ที่ต้องไม่พลาดทุกการสื่อสาร

5. ความหลากหลาย
Honda Scoopy i แบ่งเป็นล้อ 14 นิ้วที่มีสองรุ่นย่อยได้แก่ รุ่น Prestige ที่เน้นความเรียบหรู น้อยแต่มากด้วยเส้นสายโรสโกลด์ มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ ขาว แดง และดำ และรุ่น Urban Team ที่มีสีสันสดใสโดนใจวัยรุ่นเป็นพิเศษ ด้วยคู่สีทูโทนชมพู-เทา และ ฟ้า-เทา

ส่วนอีกรุ่นหนึ่งคือ CLUB12 ล้อแม็ก 12 นิ้ว สไตล์โมเดิร์น คลาสสิก เรโทร ที่มีดีไซน์เฉพาะตัว มีให้เลือก 4 คู่สี ได้แก่สีดำ-ชมพู สีขาว-แดง สีเทา-แดง และสีน้ำเงิน-ฟ้า

สนนราคารุ่นต่างๆ ของ Honda Scoopy i มีดังต่อไปนี้
Honda Scoopy i CLUB 12 หรือคลับทเวลฟ์ล้อแม็ก 12 นิ้ว ราคาแนะนำ 52,020 บาท
Honda Scoopy i Prestige ราคาแนะนำ 48,900 บาท
Honda Scoopy i Urban Team ราคาแนะนำ 48,400 บาท

คลาสสิกฟีลสปอร์ต! Vespa Racing Sixties สองล้อรุ่นพิเศษคันงามกลิ่นอายยุค 60s

จากสถานการณ์โควิด-19 ในช่วงนี้ ทุกแวดวงต้องปรับตัวไม่เว้นแม้แต่วงการยานยนต์ โดยก่อนหน้านี้ทาง Vespa (เวสป้า) ก็มีการไลฟ์จากโชว์รูม Vespa พร้อมกันทั่วประเทศมาแล้วกับกิจกรรม Vespa Mini Motor Show On Tour ซึ่งภายในงานก็มีการแนะนำรถรุ่นพิเศษอย่าง Vespa Racing Sixties คันสวยคันนี้นี่แหละ

Vespa Racing Sixties เป็นเวสป้ารุ่นพิเศษที่การดีไซน์นั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากการแข่งขันรถในยุค 60s ควบรวมกลิ่นอายสปอร์ตเข้ากับความคลาสสิก ชุดแต่งสีดำด้านรอบคัน ล้อแม็กสีทองเมทัลลิก ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของเวสป้าด้วยที่มีการแต่งล้อแม็กให้เป็นสี นอกจากนั้นตัวถังยังมีให้เลือกด้วยกัน 2 สี ได้แก่ สีเขียวเมทัลลิก ตัดด้วยเส้นกราฟิกสีเหลือง-ทอง หรือที่เรียกว่า Green Racing Sixties และสีขาว ตัดด้วยเส้นกราฟิกสีแดง-ทอง หรือสี White Racing Sixties นั่นเอง

อีกทั้ง Vespa Racing Sixties มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย คือ Vespa Sprint 150 i-Get ABS Racing Sixties สนนราคาอยู่ที่ 142,900 บาท และ Vespa GTS Super 300 HPE Racing Sixties ราคา 225,900 บาท ซึ่งราคาดังกล่าวเป็นราคา On the Road Price (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม, ค่าจดทะเบียน, ค่า พ.ร.บ. และค่าประกัน รถหาย 1 ปี) และพิเศษสำหรับรุ่น GTS เป็นราคาที่รวม Servizio Package (แพ็คเกจเช็คระยะ) ฟรี 3 ปี หรือ 30,000 กม.

คลาสสิกเจอร่วมสมัย! Honda Super Cub C125 เผยคอนเซ็ปต์ใหม่ Classy Crazy

ความคลาสสิกของจักรยานยนต์ C125 นั้นเป็นที่ทราบกันดีในสายที่โปรดปรานสองล้อประเภทนี้ ซึ่งเมื่อปี 2018 ชาวไทยก็มีโอกาสได้ยลโฉมเจ้า Honda Super Cub C125 เป็นครั้งแรกด้วยคอนเซ็ปต์ The Originality โดย CUB House จนมาถึงตอนนี้ก็มีการเปิดตัวคอนเซ็ปต์ใหม่อย่าง Classy Crazy สำหรับคนรุ่นใหม่เรียบร้อยแล้ว

คอนเซ็ปต์ใหม่ Classy Crazy สำหรับจักรยานยนต์ Honda Super Cub C125 จะผสมผสานความคลาสสิกกับความร่วมสมัยเข้าไว้ด้วยกัน เป้าหมายคือส่งต่อไปยังคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบศิลปะ หลงใหลในความงามของอดีต กับการมาสัมผัสเสน่ห์รถตระกูล C ที่มีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่ยุค 50s อีกครั้ง

แน่นอนว่า Honda Super Cub C125 ในคอนเซ็ปต์ Classy Crazy จะเปรียบเสมือนศิลปะที่สัมผัสได้ มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี คือ น้ำเงิน, เทา, แดง และ ดำ นั่นเอง

ส่องความเท่ The Monkey Custom 2 รุ่นล่าสุด มาทั้งระดับตำนานและความเร้าใจ

The Monkey Custom - 1988 CHERRY EDITION ที่จะพาเหล่าสาวกย้อนกลับไปสู่สีสันสุดจัดจ้านในยุค 80s จะเห็นได้จากทั้งแฟชั่น ดนตรี วัฒนธรรม รวมไปถึงมอเตอร์ไซค์ด้วย ซึ่งหากใครพอจะจดจำเจ้าตัวน้อยอย่าง Honda Monkey Z50JJ ในปี 1988 กันได้ ก็ถึงคราวต่อยอดสู่ Honda Monkey Cherry Edition กับการนำสีแดงสดราวกับผลเชอร์รี่มาเป็นเอกลักษณ์นั่นเอง

1988 CHERRY EDITION
ส่วนอีกคันมีชื่อว่า The Monkey Custom - THE CARBON BRED EDITION โดยคำว่า BRED นั้นมาจากคำว่า Black และ Red ผสมกัน โดยตัวถังรถเป็นสีแดง ส่วนถังน้ำมันเป็นสีดำลายเคฟล่า นอกจากนั้นในเรื่องดีไซน์ยังมีความหรูหราและดุดันจากลวดลายคาร์บอน พร้อมทั้งการตกแต่งตัวรถด้วยเคฟล่าหรือคาร์บอนไฟเบอร์อีกด้วย

THE CARBON BRED EDITION
1988 CHERRY EDITION มาพร้อมสนนราคาแนะนำ 104,900 บาท ส่วน THE CARBON BRED EDITION ตัวเลขราคาแนะนำอยู่ที่ 110,900 บาท ใครสนใจแวะไปโชว์รูม CUB House ทั้ง 13 สาขาทั่วประเทศกันได้

สุดยอดบิ๊กไบค์ขนาด 1000 cc จากแบรนด์ตะวันตก

เป็นปกติธรรมดาของนักบิดที่เคยได้สัมผัสความเร็วของเครื่องยนต์ขนาด 250 หรือ 500 ซีซี มาแล้ว ก็ ต้องมีบ้างล่ะที่จะฝันถึงคลาส 1,000 ซีซี ไว้เติมเต็มความภูมิใจบนท้องถนน ซึ่งถ้าเป็นสมัยก่อนคงต้องเก็บเงิน กันนานไม่รู้แค่ไหนถึงจะพอ แต่ทุกวันนี้ โอกาสที่คุณจะได้บิ๊กไบค์ใหญ่ๆ แรงๆ มาครอบครองในราคาที่สบาย ทั้งใจ สบายกระเป๋า และก็สบายหู (ไม่ต้องโดนคนที่บ้านบ่น) นั้นไม่ยากอย่างที่คิด

วันนี้มาดูกันว่า บิ๊กไบค์ในคลาส 1,000 ซีซีจากแบรนด์ชั้นนํา มีรุ่นไหนที่น่าสนใจและสามารถหามา ครอบครองได้ในราคาที่ถูกจากเดิมบ้าง

1. BMW จากประเทศเยอรมัน 

BMW S 1000 R รถสปอร์ต รุ่นใหญ่ ใช้เฟรมแบบ Aluminum composite bridge frame ที่มีความ แข็งแรง แต่น้ําหนักที่เบาอย่างไม่น่าเชื่อ มาพร้อมโหมดการขับขี่ 2 โหมด คือ Rain และ Road และระบบช่วย ในการขับขี่มาให้อีกมากมาย อาทิ ระบบเบรก ABS Pro และ DTC ระบบยึดเกาะถนนแบบไดนามิก หรือฟัง ค์ชั่น Cruise ที่ช่วยควบคุมความเร็ว

BMW S 1000 RR นี่คือบิ๊กไบค์ซูเปอร์สปอร์ตในฝันของหลายๆคน เครื่องยนต์ขนาด 1,000 ซีซี ที่ ดึงดูดใจนักบิดทั่วโลกด้วยรูปทรงดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ แถมยังพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีต่างๆ แบบ ครบครัน จนคุณไว้ใจได้เรื่องสมรรถนะในการขับขี่ ที่เหลือก็แค่คิดภาพเวลาที่คุณอยู่บนถนนก็พอว่ามันจะเท่ และดุดันแค่ไหน

2. DUCATI จากประเทศอิตาลี 

Panigale V4 R คือที่สุดของจักรยานยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีในสนามแข่ง MotoGP ด้วยเครื่องยนต์ใหม่ ที่มีแรงม้าสูงขึ้นถึง 221 แรงม้า โดดเด่นด้วยการใช้คลัทช์แห้งที่สามารถถ่ายทอดกําลังแรงม้าสู่ท้องถนนได้ เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของ Ducati พร้อมชุดแอโรไดนามิคที่มีต้นแบบมาจากรถแข่ง Ducati ในสนาม MotoGP

Panigale V4 S ใช้ เครื่องยนต์ V4 4 จังหวะ DOHC 16 วาล์ว ในการขับเคลื่อน สร้างกําลังได้ที่ 214 แรงม้า ระบายความร้อนด้วยน้ํา ส่วนความจุของถังน้ํามันที่ให้มาขนาดความจุอยู่ที่ 16 ลิตร และจุดเด่นที่เห็น กันชัดๆ อยู่ที่ท่อไอเสียดีไซน์สวย หรูหรา สมราคา

3. TRIUMPH จากประเทศอังกฤษ 

Triumph Bonneville T100 เป็นรถสําหรับสายคลาสสิค ใช้เฟรมแบบ Tubular Steel Cradle ซึ่ง เป็นโครงรถและระบบกันสะเทือนที่ได้รับการออกแบบพิเศษ รถโดยรวมเป็นบิ๊กไบค์ที่ดูดุดัน ทรงพลังและยังมี ระบบช่วยการขับขี่ อาทิ ระบบควบคุมการยึดเกาะถนน Traction Control ระบบเบรค ABS ระบบทรานสปอน เดอร์ลงในกุญแจ ที่สําคัญคือให้ความสบายในการนั่งเป็นอย่างดี

Triumph Bonneville T120 มีดีไซน์ที่คลาสสิค แต่ก็ทันสมัยด้วยไฟหน้ากลมเดี่ยวๆ ขนาดใหญ่ ส่วน ไฟท้ายเป็นแบบ LED มีความแข็งแรงเพราะโครงรถเป็นแบบเหล็กกล้า และท่อไอเสียเป็นแบบสลิปออนสไตล์ Peashooter ชุบโครเมียม ทําให้ดูสวยงาม น่าเกรงขาม

4. HARLEY DAVIDSON จากประเทศสหรัฐอเมริกา 

Sportster Forty Eight มาพร้อมรูปทรงที่โฉบเฉียว กับล้ออลูมิเนียมขึ้นรูปที่โดดเด่น ขอบล้อสีดําเพิ่ม ความดุดัน มีระบบกันสะเทือนด้านหน้า / หลังที่มีคุณภาพ และระบบเบรกแบบใหม่ ช่วยเพิ่มความมั่นใจใน การขับขี่มากขึ้นกว่าเดิม

Sportster Iron 1200 จักรยานยนต์ที่สไตล์ แสดงออกถึงพลังด้วยล้อขนาดใหญ่และตัวถังน้ํามันเชื้อ เพลิงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ ฮาร์ลีย์ เดวิดสัน มาพร้อมเครื่องยนต์ 1200 ซีซี ที่ต้องบอกว่ารูปลักษณ์สะดุด ตาโดยเฉพาะลวดลายกราฟิกที่นับเป็นไฮไลท์สําคัญของบิ๊กไบค์สไตล์ย้อนยุคคันนี้ 

“ใครที่อยากรู้ว่าความเร็วจากระดับคลาส 1000 ซีซี นั้นมันเป็นอย่างไร ก็อย่ามัวช้า รีบเอาคันเก่าที่มีอยู่มาลง ขาย แล้วอัพไซส์เจ้าบิ๊กไบค์ของคุณเลยดีกว่า ส่วนถ้าใครที่มีอยู่แล้ว แต่อยากได้รุ่นใหม่ๆ หรืออย่างจะลอง แบรนด์อื่นดูบ้าง ก็เอามาลงขายที่ MocyKaidee ได้เหมือนกัน” 

New Honda Rebel Series มอเตอร์ไซค์คัสตอมบ็อบเบอร์ยุคใหม่ ทั้งเท่ ทั้งเร้าใจ

ความตื่นเต้นเร้าใจมาเยือนสาวกคัสตอมสองล้อเมืองไทยอีกครั้งกับ New Honda Rebel Series รถจักรยานยนต์รุ่นล่าสุดแนวคัสตอมบ็อบเบอร์ กับความเท่ในแบบฉบับเฉพาะตัว

ขุมพลังของ New Honda Rebel Series นั้นใช้เครื่องยนต์ 4 จังหวะ 500 ซีซี 2 สูบ สำหรับการขับขี่ท่องเที่ยวทางไกล และ 300 ซีซี สูบเดียว สำหรับขับขี่ในเมือง กับระบบหัวฉีด PGM-FI ระบายความร้อนด้วยน้ำ รวมไปถึงระบบป้องกันล้อล็อก ABS ที่จะทำงานร่วมกับดิสก์เบรกหน้าและหลัง

ความโดดเด่นในการออกแบบแนวคัสตอบบ็อบเบอร์ของ New Honda Rebel Series นั้นก็คือการได้รับแรงบันดาลใจสำคัญจากรูปทรงอากาศยานสุดล้ำ ด้วยโครงสร้างแบบมินิมอลโชว์เฟรมรถสีดำที่แสดงความดุดัน นอกจากนั้นยังมียางขนาดใหญ่, ถังน้ำมันดีไซน์ปราดเปรียว, ไฟหน้าทรงกลม LED ชุดไฟรอบคันก็เป็น LED เช่นกัน ส่วนเรือนไมล์ดิจิตัลเป็นรูปทรงคลาสสิก มีฟังก์ชั่นไฟบอกตำแหน่งเกียร์ ทีเด็ดคือระบบแอซซิสท์/สลิปเปอร์คลัตช์ (Assist/Slipper Clutch) ที่เสริมเพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่

New Honda Rebel Series ทั้ง 2 รุ่นมีให้เลือกทั้งหมด 3 สีคือ สีน้ำเงินแมตยีนส์บลูเมทัลลิก, สีเทาแมตอาร์เมอร์ซิลเวอร์เมทัลลิก และสีดำกราไฟท์แบล็ก โดย Rebel 500 ราคาแนะนำที่ 222,780 บาท ส่วน Rebel 300 ราคาแนะนำที่ 146,830 บาท

ทำไม PCX ถึงเป็นขวัญใจสายสกู๊ตเตอร์?

คงไม่เกินเลยไปนักหากจะกล่าวว่า PCX นี่คือราชาแห่งวงการสกู๊ตเตอร์ในประเทศไทย ทั้งๆ ที่มันไม่ได้ขายดีที่สุด หรือมีจำนวนเยอะที่สุดบนท้องถนนอย่าง Wave เพื่อนร่วมค่าย ส่วนนึงก็เป็นผลจากค่าตัวที่เหลื่อมล้ำกันพอสมควร หรือหากพูดถึงสไตล์ที่ล้ำกาลเวลาอย่าง Vespa เจ้า PCX นี้ก็อาจยังไม่คูลเท่า จะว่าแรงก็ยังแพ้ Suzuki Yamaha หรือจะมองไปที่ความคุ้มค่าราคาประหยัดมันก็ยังแพ้รถจากจีนที่สามารถซื้อมาควบได้สองคันแบบตังค์ยังเหลือ แล้วอะไรล่ะที่ทำให้มันถูกยกให้เป็นสกู๊ตเตอร์อันดับหนึ่งในบ้านเรา มาเลยๆ MocyKaidee จะเหลาให้ฟัง
ต้นกำเนิด
PCX นับเป็นเรือธงของค่ายปีกนกที่ต้องการสยายปีกกินรวบยอดขายมอไซค์คลาสไม่เกิน 150 ซีซี โดยเริ่มผลิตเมื่อเดือนกันยายน 2553 ในเมืองไทยเพื่อส่งขายไปทั่วโลกทั้งยุโรป อเมริกา รวมไปถึงที่ญี่ปุ่นต้นกำเนิดของแบรนด์ ภายใต้คอนเซ็ปต์หลักในการดีไซน์ 3 คำ ได้แก่ Luxurious (หรูหรา), Outstanding (โดดเด่น) และ Stable (มั่นคง) ที่ยัดถูกยัดทุกนวัตกรรมที่ฮอนด้ามีในขณะนั้นจนทำให้มันได้รับความนิยมจากทั่วโลกอย่างรวดเร็ว และมีการพัฒนาและอัพเดทเทคโนโลยีใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมาโดยตลอดจนถึงวันนี้ก็มีอายุเกือบสิบปีเข้าไปแล้ว
เครื่องยนต์ไว้ใจได้
ผลบุญจากชื่อเสียงที่สั่งสมมาหลายสิบปีจากเครื่องอัตโนมัติสี่จังหวะจากหลากรุ่นค่าย ทั้งเรื่องความนิ่ง ดูแลง่าย ปัญหาน้อย ไม่มีปัญหาจุกจิกกวนใจ กับระบบ eSP (Enhanced Smart Power) ที่รวมเอาเทคโนโลยีที่ดีที่สุดจาก ฮอนด้า ไว้ด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว ไม่ว่าจะเป็น Intelligence Low Friction เทคโนโลยีลดแรงเสียดทาน และการสูญเสียพลังงาน ทำให้เครื่องยนต์ทำงานอย่างราบรื่นทั้งระบบ, Built-In Liquid Cool ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำแบบบิลท์-อิน, ห้องเครื่องออกแบบใหม่ เผาไหม้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น และยังไม่หยุดพัฒนากับเครื่องไฮบริดล่าสุดที่สามารถอัพค่าตัวไปอีกสองหมื่น สร้างแรงบัลดาลใจให้ใครหลายคนที่ได้แต่ฝันเพราะตังค์มันเอื้อมไม่ถึง

ดีไซน์ลงตัว
คำว่า “สวย” นี่มันแล้วแต่ตาคน แต่ถ้าเอาความนิยมมาขยาย ก็หมายความว่านอกจากจะสวยที่ตาเราแล้วมันยังต้องสวยเตะตาชาวบ้านจำนวนมากได้ด้วย พิสูจน์ได้จากรูปทรงที่คงมาตั้งแต่แรกเกิด ไม่ต้องแก้ไขโครงสร้างอะไรมากมาย และคาดว่ามันจะไม่เปลี่ยนแปลงอะไรใหญ่ๆ ในเวลาอันใกล้แน่นอน ซึ่งทางฮอนด้าเองก็วางเจ้า PCX นี้เป็นรถสกู๊ตเตอร์ที่มีภาพลักษณ์หรูหราที่สุดในคลาส 150 ซีซี แถมอุปกรณ์เสริมหล่อก็มีให้เลือกล้นตลาด ดังนั้นวางใจได้เลยว่ามันจะดำรงอยู่ห่างไกลจากคำว่า “เชย” ไปอีกนานแสนนาน

ออฟชั่นไม่เยอะ แต่เพียงพอ
จะด้วยความเป็นแบรนด์เจ้าตลาด หรือทีมพัฒนาทำวิจัยผิดประเทศก็ไม่ทราบ ทำให้ของที่ยัดมาให้เจ้า PCX ตลอดเวลาที่ผ่านมามักจะ “น้อย” กว่าคู่แข่งเสมอ แน่ล่ะ ก็เกิดก่อนเลยต้องถูกแก้ลำจากคู่แข่งสิ แต่นั่นกลับไม่ทำให้ยอดขายตกต่ำแต่อย่างใด เท่าที่สังเกตค่ายปีกนกเขาเน้นอัพของช้ากว่า แต่มาแน่ ซึ่งในแง่ดีก็คือทำให้เหล่าสาวกได้ตามช้อปมาใช้กันทุกปี ดังนั้นก่อนจะถอยมาควบไม่ว่าจะเป็นมือหนึ่ง มือสอง ก็เช็คให้ชัวร์ว่าออฟชั่นต่างๆ ของรุ่นนั้นตอบโจทย์การใช้งาน “เพียงพอ” หรือไม่

ใครๆ ก็หมายปอง
นี่คือคำค้นหาที่ถูกค้นหามากที่สุดใน MocyKaidee ต่อเนื่องสามปีติดต่อกัน และอันที่จริงคำค้นหานี้มันก็ติดอันดับต้นๆ มาโดยตลอดทุกปี หมายความว่ามีคนตามหาเจ้า PCX มือสองมาครอบครองเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งมันส่งผลดีโดยตรงต่อภาพลักษณ์ของรุ่นนี้ที่ใครอยากใช้มือหนึ่งก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการขายต่อเพราะมีคนรอซื้ออยู่มากมายทั่วประเทศ รวมไปถึงเหล่ามิจฉาชีพตัวร้ายที่กำใบสั่งลำดับหนึ่งพร้อมฉกทุกเมื่อหากคุณไม่ล็อคไว้ให้แน่นหนา

ราคาขายต่อยอดเยี่ยม
แน่นอนว่าเนื้อหอมแบบนี้ต่อให้เป็นมือสองก็ถือว่าราคาไม่ตกมาก และยังไงก็ยังประหยัดกว่ามือหนึ่งเป็นหมื่นอยู่ดีสำหรับใครที่อยากขี่ PCX ในราคาประหยัด เรียกว่าวินวินทั้งคนซื้อคนขาย กับราคาที่แฮปปี้ทั้งสองฝ่าย ไม่เชื่อก็ลองเข้ามาดูที่ MocyKaidee ได้เลย

หมวกกันน็อค 101 : วิธีเลือกหมวกกันน็อคเบื้องต้น

วิธีเลือกหมวกกันน็อคเบื้องต้นสำหรับชาวสองล้อ ที่ใครคิดว่าไม่สำคัญก็ขอให้สะกิดฟังกันก่อนสักนิดจริงๆ เพราะสถิติการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของชาวไทยไม่ใช่การแก่ตายตามวัย หรือโรคร้ายจากไหน แต่คืออุบัติเหตบนท้องถนน และแน่นอน ในกลุ่มที่มีจำนวนผู้เสียชีวิต...แบบว่าทิ้งกลุ่มอื่นไปสวรรค์สูงสุดก็คือกลุ่มผู้ใช้มอเตอร์ไซค์นี่เอง และแน่นอนว่าเกือบทั้งหมดนั้นเกิดจากการละเลยกฏจราจรง่ายๆ เพียงข้อเดียว คือการปฏิเสธที่จะสวมใส่หมวกกันน็อค รวมถึงการสวมใส่หมวกที่ผิดวิธี และการใช้หมวกที่ไม่ได้มาตรฐานด้วย ที่นี่ MocyKaidee จะขอพาคุณๆ ไปทำความเข้าใจง่ายๆ ในการเลือกหมวกที่ถูกต้องกัน

1.  เลือกหมวกที่ได้มาตฐาน
หมวกที่ดีไม่จำเป็นต้องแพง และหมวกที่แพงก็อาจจะไม่ใช่หมวกที่ปลดภัยหากไร้การรับประกันจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ ดังต่อไปนี้

มอก. ถ้าว่าด้วยมาตฐานหมวกในบ้านเราก็มีตราสัญลักษณ์ มอก.(Thai Industrial Satandard) ที่เป็นคำย่อมาจาก "มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม" เป็นข้อกำหนดที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นแนวทางแก่ผู้ผลิตในการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพในระดับที่เหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด ซึ่งข้อดีคือถ้าเป็นของที่ผลิตในประเทศคุณก็จะสามารถซื้อของที่ได้มาตรฐานในที่ราคาย่อมเยาสุดๆ ส่วนของที่นำเข้ามาขายในบ้านเราอย่างถูกต้องก็จะได้รับตรา มอก. พ่วงท้าย เพื่อทำให้เราสามารถมั่นใจในการตรวจสอบคุณภาพ รวมถึงการรับประกัน และบริการหลังการขายจากตัวแทนจำหน่ายภายในประเทศ คราวนี้มาดูกันว่าทั่วโลกเขามีการรับรองจากหน่วยงานไหนกันอีกบ้าง
ECE ย่อมาจาก Economic Commission for Europe (คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจยุโรป) เป็นองค์กรตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานของสินค้าหลากหลายชนิดเหมือนมอก. บ้านเรา โดยส่วนของหมวกกันน็อครถจักรยานยนต์จะใช้รหัสว่า ECER22-05 ซึ่งเป็นรหัสของผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานกับรถจักรยานยนต์ โดยมาตรฐานการตรวจสอบจะเทียบเท่ากับ DOT แต่จะมีความละเอียดมากกว่า และได้การยอมรับถึง 50 ประเทศทั่วโลก
DOT ที่ย่อมาจาก Department of Transportation เป็นมาตรฐานหมวกกันน็อคสำหรับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ที่กำหนดขึ้นโดยสำนักงานการขนส่งของประเทศสหรัฐอเมริกา
SHARP เป็นมาตรฐานการรับรองของกรมการขนส่งของประเทศอังกฤษ ที่ทำการทดสอบจากการสุ่มเอาหมวกกันน็อคที่จำหน่ายในร้านค้ามาทำการทดสอบจริงอย่างหนักหน่วง โดยไม่ใช้หมวกที่ถูกส่งมาจากผู้ผลิตซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงสเปคก่อนจำหน่ายภายหลัง และสามารถเข้าไปดูรายละเอียดการทดสอบของหมวกแต่ละรุ่นในเว็บไซต์ได้ด้วยว่าสามารถกระจายแรงกระทำต่อหัวได้ดีมากน้อยเพียงใด โดยจะมีคะแนนสูงสุดที่ 5 ดาว
SNELL มาตรฐานการทดสอบหมวกที่ถูกอกถูกใจขาซิ่งกันสุดๆ ในปัจจุบัน จาก SNELL Memorial Foundation องค์กรที่ไม่แสวงหากำไร ไม่ใช่ใครมายัดเงินแล้วก็จะผ่านมาตรฐานนี้กันไปได้ง่ายๆ โดยเขาจะมีการทดสอบหมวกรุ่นเดิมทุกๆ 5 ปี และเป็นการทดสอบที่ละเอียดกว่ามาตรฐาน DOT ยิ่งไปกว่านั้นในทุกรอบห้าปีที่ว่านี้ เขาก็จะปรับกฏการทดสอบให้โหดขึ้นทุกครั้ง ทำให้เหล่าผู้ผลิตต้องคอยสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ กันอยู่ตลอดเวลา

2. วัดรอบศีรษะให้พอดี
หมวกได้มาตรฐานแค่ไหนถ้าไม่พอดีกับหัวคุณ มันก็แทบจะไร้ค่าไปทันที นี่ไม่ได้พูดเล่นนะ ปกติแล้วหมวกราคาสูงๆ จะมีขนาดหมวกที่ละเอียดมาก หมวกเด็ก หมวกผู้ใหญ่นี่ใช้ร่วมกันไม่ได้เด็ดขาด ขณะที่หมวกในกลุ่มราคาประหยัดเขาจะทำให้มีการปรับระดับรับรองขนาดศีรษะที่ยืดหยุ่นกว่าหลายเซนติเมตร ซึ่งเหล่านี้จะส่งผลโดยตรงต่อน้ำหนักของตัวหมวก และถ้าคุณมีปัญหาด้านสายตา ควรต้องลองสวมใส่หมวกพร้อมแว่นตัวเก่งของคุณดูก่อนซื้อด้วยว่ามีปัญหาการกดทับ หรือใส่แล้วไม่สบายหัวหรือเปล่า

3. ตอบโจทย์การใช้งาน
ว่าด้วยรูปแบบของตัวหมวกนั้นมีหลากหลายมาก ซึ่งต่างก็ตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน คุณคงต้องถามตัวเองแล้วล่ะว่าในสภาพการใช้งานจริงนั้นคุณควรใช้หมวกแบบไหน ตากแดดทั้งวัน ต้องลุยฝนด้วยไหม เพราะมันมีทั้งหมวกครึ่งใบ เต็มใบ หมวกเต็มใบแบบเปิดคางได้ บางรุ่นมีแว่นกรองแสงในตัวอีกชั้นนึงซึ่งช่วยให้คุณรอดการโดนจ่าจับได้เพราะกฏเขาห้ามกระจกกันหน้าเป็นสีทึบแสงจ้าาาา หรือบางรุ่นก็รองรับการติดตั้งอุปกรณ์เสริมด้านการสื่อสารสำหรับคนที่ต้องเดินทางไกล หรือถ้าเลือกลำบากและเงินเหลือๆ ซื้อไว้หลายๆ ใบก็ได้ หมวกนะ ไม่ใช่แฟน ถึงจะต้องมีได้แค่ใบเดียว

4. สวยถูกใจในราคาตามงบ
หากคุณผ่านกฏเหล็กสามข้อข้างต้นมาแล้ว คราวนี้ก็ทำตามเสียงเรียกร้องของหัวใจได้แล้ว อยากได้ลวดลายเรียบ หรู ฉูดฉาดสไตล์ไหนจัดไปได้เลยลูกเพ่ แต่อย่าลืมกระซิบถามเงินในกระเป๋าดูเสียด้วย แล้วถ้าไอ้ที่ชอบ ที่อยากได้มันแพงไปอะทำไง เราขอแนะนำว่า ลองเข้ามาหาดูหมวกกันน็อคมือสองสภาพดีใน MocyKaidee ดูก่อนก็ได้ เพราะมีคนใจร้อนรีบช้อป รีบซื้อมาใช้ แต่มันดันไม่ใช่ใส่แล้วไม่เข้าหัวอยู่เยอะแยะ หรือแบบใช้แล้วไม่ฟินอยากจะอัพรุ่นสูงขึ้น ก็ปล่อยหมวกเก่ากันได้สบายๆ ยังไงก็มีแต่กำไรใช้ ไม่มีคำว่าเจ็บตัว