#KaideeGIVEwarmth ชวนคุณร่วมต้านภัยหนาวให้พี่น้องที่ขาดแคลน

#KaideeGIVEwarmth ชวนคุณร่วมต้านภัยหนาวให้พี่น้องที่ขาดแคลน

KaideeGIVEwarmth ครั้งที่ 2 ขอขอบคุณผู้ร่วมบริจาคทุกท่าน

#KaideeGIVEwarmth เดินทางไปมอบเสื้อผ้าเครื่องกันหนาวให้กับผู้ขาดแคลนที่บ้านเด็กกำพร้าภูภูมิสลอง อ.แม่สาย จ.เชียงราย บรรยากาศจะเป็นยังไงและอบอุ่นแค่ไหน ไปดูวีดีโอและภาพบรรยากาศกันเล้ย ขอขอบคุณผู้ร่วมบริจาคทุกท่านที่แบ่งปันไออุ่นครั้งนี้นะคะ

ในขณะที่เราเฝ้ารอลมหนาว แต่ก็ยังมีอีกหลายครอบครัวที่ยังไม่พร้อม Kaidee ขอชวนคุณร่วมบริจาคเครื่องกันหนาว ซึ่งในปีนี้เราจะนำเสื้อผ้าเครื่องกันหนาวไปบริจาคให้กับพี่น้องผู้ขาดแคลน ที่บ้านเด็กกำพร้า ภูภูมิสลอง ดอยแม่สลอง ในจังหวัดเชียงราย โดยสามารถบริจาคได้ทั้งมือหนึ่งและมือสอง

สามารถร่วมบริจาคได้ 4 วิธี

โดยจ่าหน้าพัสดุ
ร่วมบริจาคเครื่องกันหนาว
บริษัท ดีเอฟ มาร์เก็ตเพลส จำกัด (Kaidee)
89 อาคารเอไอเอ แคปปิตอล เซ็นเตอร์ ชั้น 14 ห้อง 1401, 1404-1408
ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 ประเทศไทย

และคุณสามารถใช้โค้ดส่วนลดในการส่งพัสดุได้จากผู้ร่วมสนับสนุนโครงการดังต่อไปนี้

โดยจ่าหน้าพัสดุ
ร่วมบริจาคเครื่องกันหนาว
บริษัท ดีเอฟ มาร์เก็ตเพลส จำกัด
89 อาคารเอไอเอ แคปปิตอล เซ็นเตอร์ ชั้น 14 ห้อง 1401, 1404-1408
ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 ประเทศไทย

สามารถนำเสื้อผ้าเครื่องกันหนาวมาบริจาคได้ในวันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 17.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)

สามารถบริจาคเสื้อผ้าเครื่องกันหนาวได้ด้วยตัวคุณเองเพื่อส่งต่อให้คนที่ต้องการ ตามขั้นตอนนี้

1. ถ่ายรูปเสื้อผ้าที่ต้องการบริจาค
2. เลือกหมวดบริจาค ใส่รายละเอียดพร้อมใส่แฮชแท็ค #KaideeGIVEwarmth แล้วกด “ลงขาย”

อย่าลืมแนบหมายเลขโทรศัพท์ เพื่อรับโค้ดส่วนลดสูงสุดถึง 300 บาท ผ่านทาง sms

– สามารถใช้ส่วนลดได้ 1 สิทธิ์ 1 ผู้ใช้งานเท่านั้น
– ส่วนลดไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้
– รหัสส่วนลดสามารถใช้ได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2561
– บริษัทขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

และสำหรับสิ่งของทุกๆ ชิ้นที่คุณร่วมบริจาค จะไปถึงมือพี่น้องที่ขาดแคลนโดยบริษัท GIZTIX ซึ่งร่วมสนับสนุนรถสำหรับบรรทุกสิ่งของในโครงการ #KaideeGiveWarmth

ร่วมบริจาคได้ถึงวันที่ 19 ธ.ค. 61

“มาร่วมแบ่งปันไออุ่นด้วยกันนะคะ”

ควรสอนเรื่องอะไรกับเด็กวัยไหนเพื่อเสริมพัฒนาการ

ควรสอนเรื่องอะไรกับเด็กวัยไหนเพื่อเสริมพัฒนาการ

เด็กๆ แต่ละวัยมีพัฒนาการไม่เหมือนกัน พ่อแม่มือใหม่อาจไม่แน่ใจว่าลูกตัวเองอายุเท่านี้ควรเน้นสอนเรื่องอะไร ลองมาดูกันดีกว่าว่าในแต่ละวัยเราควรสอนอะไรกับเจ้าตัวเล็กบ้าง เพื่อพัฒนาการที่ดี

อายุ 0-1 ขวบ
-ให้เล่นของเล่นที่มีสีฉูดฉาด เช่นรถของเล่น โมบาย หรือของที่มีสีตัดกัน
-ให้เล่นสิ่งของที่มีเสียงแตกต่างกัน เช่นหนังสือนิทานที่มีเสียงสัตว์ เสียงนาฬิกา เสียงกระดิ่ง
-ให้ลูกเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระโดยมีคนดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะการให้อยู่แต่ในคอกจะเป็นการปิดกั้นพัฒนาการของเค้า

อายุ 1-2 ขวบ
-ปล่อยให้คลานเล่น เล่นจ๊ะเอ๋ เล่นโยนบอล
-สอนให้เรียกชื่อสัตว์ สิ่งของ อวัยวะต่างๆ
-หัดให้เอาของทิ้งลงถังขยะ สอนให้หยิบสิ่งของต่างๆ ส่งมาให้เรา
-กระตุ้นให้เพลงเต้นตามจังหวะ

อายุ 2-3 ขวบ
-สอนให้นับเลข (ไม่เป็นไรถ้าลูกจะนับไม่ค่อยถูก)
-สอนให้เรียกชื่อสัตว์ สิ่งของต่างๆ ให้ถูกต้อง ไม่พูดเป็นภาษาเด็ก
-พาไปร่วมทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันเช่นช่วยรดน้ำต้นไม้ ช่วยหยิบเสื้อผ้าเอาใส่เครื่องซักผ้า
-หัดให้วาดรูปหรือปั้นดินน้ำมัน
-ฝึกการสั่งงาน เช่น ปิดประตู
สำหรับพ่อแม่มือใหม่ อะไรๆ ก็กังวลไปซะหมด โดยเฉพาะสิ่งของที่ลูกต้องใช้ แต่ไม่ต้องห่วง ที่นี่เรามีของจำเป็นสำหรับเด็กๆ ทุกเพศทุกวัย รวมไปถึงคุณแม่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นชุดเสื้อผ้าเด็ก ของเล่น เตียง และอีกมากมาย ลองเข้ามาดูเลย

บรรยากาศงานเปิดตัว FarmKaidee

บรรยากาศงานเปิดตัว FarmKaidee

ผ่านไปเรียบร้อยกับงานเปิดตัว FarmKaidee พื้นที่ดีๆ ที่จะทำให้การซื้อ-ขายออนไลน์เป็นเรื่องง่ายสำหรับเกษตรกรไทย

งานนี้จัดขึ้นที่ Central world ชั้น G โดยมีแขกผู้มีเกียรติมากมายมาร่วมงาน ทั้งคุณกร ทัพพะรังสี อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี, ดร.พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมไปถึงบรรดาเซเลปและนักธุรกิจอีกมากมาย เช่น ม.ล.ขวัญทิพย์ เทวกุล, คุณชาคริต แย้มนาม, คุณตุ๊ก ชนกวนันท์

บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ไปชมบรรยากาศการสัมภาษณ์บางส่วนจากในงานกันเลยว่า FarmKaidee จะส่งอะไรดีๆ ไปให้คุณและเกษตรกรไทยบ้าง

สำหรับใครที่หาซื้อสินค้าเกษตร ไม่ว่าจะเป็นอาหารสด อาหารแห้ง เมล็ดพันธุ์ เครื่องมือการเกษตร รถสำหรับทำการเกษตร รวมไปถึงลูกพันธุ์สัตว์ ก็สามารถหาได้ที่ FarmKaidee และสำหรับเกษตรกรที่อยากลงขายสินค้าผ่านออนไลน์ด้วยวิธีที่ง่ายที่สุด ก็ลงขายได้ที่ FarmKaidee เช่นกัน ที่สำคัญ ลงขายฟรี!! ลองเลย

RodKaidee ชวนชมตลาดรถพีพีวีมือสอง มีรุ่นอะไรน่าใช้กันบ้าง

RodKaidee ชวนชมตลาดรถพีพีวีมือสอง มีรุ่นอะไรน่าใช้กันบ้าง

การเปิดตัว Nissan Terra และ Ford Everest โฉมใหม่ในเวลาไล่เลี่ยกัน ทำให้ตลาดรถอเนกประสงค์บนพื้นฐานรถกระบะหรือที่บ้านเราเรียกว่า พีพีวี (PPV – Pickup Passenger Vehicle) มีความคึกคักขึ้นอย่างทันตาเห็น RodKaidee จึงไม่พลาดหยิบรถพีพีวีมือสองที่น่าสนใจหลากหลายรุ่นมาให้ท่านผู้อ่านที่อาจกำลังหารถประเภทนี้ได้ชมกัน

Toyota Fortuner
เริ่มจากผลผลิตของแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง Toyota Fortuner ที่ถือว่าเป็นผู้นำทั้งในตลาดมือหนึ่งและมือสองเลยก็ว่าได้ ด้วยความที่เป็นแบรนด์ซื้อง่าย-ขายสะดวกและมีรุ่นย่อยเยอะกว่าใครเพื่อน แถมยังมีเครื่องยนต์หลายขนาด อาทิ 2.5 ลิตร 2.7 ลิตร และ 3.0 ลิตรจึงตอบโจทย์ความต้องการทุกรูปแบบ โดยรุ่นบุกเบิกปี 2004 – 2008 มีราคาจำหน่ายประมาณ 4-5 แสนบาท ส่วนรุ่นที่ใหม่ขึ้นมานั้นก็มีค่าตัวขยับขึ้นมาตามลำดับ ถือเป็นรถอเนกประสงค์แนวลุยไปได้ทุกที่ที่น่าใช้งานที่สุดรุ่นหนึ่งในท้องตลาด

Isuzu MU-7
ถัดมาเป็นคู่แข่งสำคัญ Isuzu MU-7 ซึ่งเริ่มทำตลาดในปี 2004-2005 โดยมีการปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์อย่างต่อเนื่องจนมาถึงการเปิดตัว MU-X เมื่อปี 2013 อุปกรณ์อำนวยความสะดวกและรูปลักษณ์ก็เปลี่ยนแปลงไปตามปีที่ผลิต ขุมพลังขนาด 3.0 ลิตรขึ้นชื่อในเรื่องความประหยัดน้ำมัน ถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่สร้างความคึกคักให้ตลาดรถมือสองอย่างมาก ราคาจำหน่ายรุ่นแรกๆ จะอยู่ที่ราว 3 แสนบาท เหมาะสำหรับการใช้งานในเมืองและต่างจังหวัดได้แบบสบายๆ

Mitsubishi Pajero Sport
ทางเลือกที่สามของผู้ที่มองหาความแตกต่าง Mitsubishi Pajero Sport ออกทำตลาดในปี 2008 มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตรและ 3.2 ลิตรที่แรงเร้าใจไม่แพ้คู่แข่งร่วมเซกเมนท์ โดดเด่นด้วยช่วงล่างที่มั่นคงและอัตราเร่งที่ตอบสนองได้ดี พื้นที่ในห้องโดยสารกว้างขวาง และมีการออกแบบคล้ายคลึงกับรถยนต์นั่งซีดาน ราคาจำหน่ายมือสองเริ่มต้นที่ 4 แสนกลางๆ

Ford Everest
ปิดท้ายด้วยพีพีวีอเมริกัน Ford Everest ที่เพิ่งมาสร้างชื่อเสียงเขย่าตลาดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาด้วยดีไซน์ที่บึกบึน ทันสมัย และครบครันอุปกรณ์อำนวยความสะดวก แต่สำหรับรุ่นก่อนหน้าที่ทำตลาดระหว่างปี 2004 – 2013 มาพร้อมรูปลักษณ์ที่เรียบง่ายแต่มีสมรรถนะสมบุกสมบันพอใช้ด้วยเครื่องยนต์ 2.5 ลิตรและ 3.0 ลิตร ราคาจำหน่ายเริ่มที่หลัก 2 แสนกว่าบาทเท่านั้น แต่ถ้าเป็นรุ่นใหม่ปี 2015 เป็นต้นไป ราคาจะอยู่ระดับ 8-9 แสนบาท

เลือกกระเป๋าเดินทางยังไงให้เหมาะกับทริป

เลือกกระเป๋าเดินทางยังไงให้เหมาะกับทริป

เดินทางกี่วัน?

ไม่เกิน 3 วัน ใช้กระเป๋าขนาด 18-20 นิ้ว
เดินทาง 4 - 6 วัน ใช้กระเป๋าขนาด 24 นิ้ว
เดินทาง 7 - 10 วัน ใช้กระเป๋าขนาด 28 นิ้ว

เลือกวัสดุกระเป๋าแบบไหนดี?
Hard case แบบแข็ง ดีตรงที่มีความคงทน ปกป้องสัมภาระได้ดี เหมาะกับการใส่สัมภาระที่แตกหักง่ายหรือต้องการให้อยู่ในรูปทรงเดิม
Soft case แบบอ่อน ดีตรงที่มีน้ำหนักเบา

เลือกล้อแบบไหนดี?
4 ล้อย่อมดีกว่า 2 ล้อ เพราะเคลื่อนที่ได้ดีกว่าแถมยังไม่ต้องใช้แรงมาก และควรเลือกกระเป๋าที่มีล้อยื่นออกมาไม่ยาวมากเพราะเมื่อกระเป๋าเดินทางของคุณถูกอัดให้ซ้อนๆ กันในเครื่องบินแล้วล้อจะเสียหายได้ง่าย

แฟชั่นหรือใช้งาน?
กระเป๋าเดินทางแบบแฟชั่นอาจจะสวยก็จริง แต่ฟังก์ชั่นคงสู้กระเป๋าที่เน้นใช้งานไม่ได้ ไม่ว่าจะช่องใส่ของ ความทนทาน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับทริปของคุณเองว่าเป็นทริปชิคๆ หรือลุยๆ
ใกล้หยุดยาวแบบนี้ แค่มีกระเป๋าเดินทางคู่ใจซักใบจะมีทริปไปไหนก็ไม่หวั่น ลองมาเลือกกระเป๋าเดินทางได้ที่นี่ มีให้คุณเลือกเพียบเล้ย

อยากเริ่มกินเจปีนี้ เตรียมตัวยังไงดี

อยากเริ่มกินเจปีนี้ เตรียมตัวยังไงดี

ในปีนี้เทศกาลกินเจอยู่ระหว่างวันที่ 9 - 17 ต.ค. 61 สำหรับมือใหม่หัดกินเจ ลองมาดูข้อมูลบื้องต้นกันดีกว่า เพื่อความพร้อมในการเตรียมตัวกินเจครั้งแรก

เจกับมังสวิรัติต่างกันยังไง?
มังสวิรัติคือการไม่กินเฉพาะเนื้อสัตว์และกินผักได้ทุกชนิด แต่เจจะมีผักฉุนบางชนิดที่ห้ามกิน คือ กระเทียม หอม(ทุกชนิด) หลักเกียว(กระเทียมจีน) กุยช่าย ใบยาสูบ

ล้างท้องก่อนกินเจคืออะไร?
ล้างท้องก่อนกินเจคือการเริ่มกินเจก่อนถึงวันเทศกาลจริงเป็นเวลา 1-2 วัน ด้วยความเชื่อที่ว่าจะทำให้ร่างกายสะอาดในช่วงเทศกาลกินเจพอดี เพราะมีการชะล้างเนื้อสัตว์ออกจากร่างกายเรียบร้อยแล้ว

อะไรอีกที่ห้ามกินในเทศกาลกินเจ?
หากตั้งใจปฏิบัติอย่างเคร่งครัดควรงดอาหารรสจัด เผ็ดจัด หวานจัด เปรี้ยวจัด เค็มจัด งดอาหารที่มาจากการผลิตของสัตว์เช่น นม ไข่ น้ำผึ้ง

อะไรบ้างที่ห้ามเด็ดขาด?
ห้ามดื่มแอลกอฮอลล์และสูบใบยาสูบทุกชนิด
บอกเลยว่าไม่ยากสำหรับมือใหม่ แต่ถ้าใครอยากหาอาหารเจตุนไว้กินช่วงเทศกาล ลองมาดูที่ FarmKaidee เลย เรามีให้คุณเลือกเพียบ

FarmKaidee จะทำให้การซื้อ-ขายออนไลน์ เป็นเรื่องง่ายสำหรับเกษตรกรทุกคน

FarmKaidee จะทำให้การซื้อ-ขายออนไลน์ เป็นเรื่องง่ายสำหรับเกษตรกรทุกคน

พบกับ ม.ล.ขวัญทิพย์, คุณชาคริต แย้มนาม, คุณตุ๊ก ชนกวนันท์ และเซเลปอีกมากมาย “ในงานเปิดตัว FarmKaidee” ช่องทางดีๆ ที่จะช่วยให้เกษตรกรและผู้ซื้อเจอกันบนออนไลน์

พบกับกิจกรรมดีๆ มากมายอาทิเช่น

ชมการสาธิตทำอาหารจากเชฟป้อม ม.ล.ขวัญทิพย์ เทวกุล

ร่วมพูดคุยถึงวิถีชีวิตเกษตรกรนาข้าวของคุณตุ๊ก ชนกวนันท์

รวมไปถึงการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของคุณพ่อยุคใหม่อย่างคุณชาคริต แย้มนาม

วันพุธที่ 3 ตุลาคม นี้ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น G
ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป มาพบกับพวกเรา FarmKaidee นะคะ

Honda Click 125i และ Yamaha Grand Filano125 ออโต้สองสไตล์ขวัญใจเดลิเวอรี่

Honda Click 125i และ Yamaha Grand Filano125 ออโต้สองสไตล์ขวัญใจเดลิเวอรี่

ทุกวันนี้มีบริการเดลิเวอรี่เกิดขึ้นมากมายหลายคนน่าจะเห็นว่าบรรดาพี่ๆ ผู้ขับขี่นำส่งสินค้าหรืออาหารมาให้เราๆ นั้น จะมาพร้อมรถจักรยานยนต์คู่ใจหลากหลายรุ่นที่แตกต่างกันไปแต่นี่คือ 2 รุ่นที่เรียกว่ายอดนิยมไม่ว่าจะเป็นขับเดลิเวอรี่หรือว่าขี่วินตามปากซอยก็ตามนั่นคือ Honda Click 125i และ Yamaha Grand Filano125 นั่นเอง

Yamaha Grand Filano ออกแบบมาตอบโจทย์ผู้รักความคลาสสิคแต่แฝงด้วยความทันสมัยและดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์รวมถึงฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ผู้ใช้รถใช้ถนนไม่ว่าจะเป็นช่องเก็บสัมภาระที่ด้านหลังบังลมหน้าและพื้นที่ใต้เบาะนั่งขนาดใหญ่จุของสบายๆ

ส่วนหนึ่งมาจากช่องเติมน้ำมันถูกย้ายมาไว้ที่ด้านหลังของบังลมหน้าทำให้ใต้เบาะนั้นเป็นพื้นที่เก็บสัมภาระที่ใส่ได้ทั้งหมวกกันน็อคกระเป๋าเอกสารและสิ่งของเล่นอื่นๆ อีกมากมายเครื่องยนต์ 125 ซีซีเองก็มีการตอบสนองได้อย่างดีเยี่ยมคล่องตัวจึงไม่แปลกใจที่เราจะเห็น Yamaha Grand Filano ประจำการอยู่ตามวินและเป็นรถที่ขาส่งเดลิเวอรี่รวมถึงพ่อแม่พี่น้องตามบ้านเรือนเลือกใช้งานกัน

Honda Click 125i ต่างไปจาก Yamaha Grand Filano ที่เป็นสไตล์คลาสสิคร่วมสมัยด้วยความเป็นฃสปอร์ตโฉบเฉี่ยวแบบเต็มขั้น โดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบ LED ที่สว่างเตะตา และเป็นอีกหนึ่งรถออโตเมติกที่เราเห็นได้มากที่สุดบนท้องถนนของประเทศไทยในปัจจุบัน

ฮิตติดลมบนขนาดนี้ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเครื่องยนต์ ที่มีขนาดพละกำลังกำลังเหมาะ ขนาดที่กระทัดรัดทำให้มีความคล่องตัวในการการซอกแซกในเมืองรวมถึงบนการจราจรที่ติดขัดของกรุงเทพฯ ได้อย่างรวดเร็วถึงใจ แม้ที่เก็บสัมภาระใต้เบาะนั้นจะถูกกินด้วยถังน้ำมันไปเกือบครึ่งนึง แต่เมื่อติดตั้งกล่องสำหรับใส่สัมภาระแล้วก็ทำให้พี่ๆ เดลิเวอรี่พร้อมลุยได้ทุกที่

สาเหตุหนึ่งรถสองรุ่นนี้เป็นที่นิยมอย่างมาก อาจเพราะเป็นรถจักรยานยนต์ออโตเมติก 2 รุ่นจากแบรนด์ใหญ่ 2 แบรนด์ในประเทศไทย ฉะนั้นหลายๆ คนจึงวางใจในเรื่องของบริการหลังการขาย รวมถึงค่าอะไหล่และการซ่อมบำรุงที่ไม่แพง แน่นอนว่านอกจากการเข้าศูนย์บริการแล้วร้านตามข้างทางก็ยังดูแลรถ 2 รุ่นนี้ได้เหมือนกัน

รถสองรุ่นนี้เพิ่งจะเปลี่ยนโฉมใหม่ไปเมื่อไม่นานที่ผ่านมาเพิ่มความโฉบเฉี่ยวเพิ่มรูปลักษณ์และฟังก์ชั่นให้น่าใช้งานมากยิ่งขึ้นแต่ถ้าคุณกำลังมองหารถจักรยานยนต์ออโตเมติก 125 ซีซี มือสองทั้ง Honda Click และ Yamaha Grand Filano Hybrid แล้ว MocyKaidee ก็มีให้เลือกมากมาย

สำหรับราคาจำหน่ายคร่าว ของรถทั้งสองรุ่นมีดังต่อไปนี้

Honda Click 125i ราคาเริ่มที่ 1.95 – 4.5 หมื่นบาท
Yamaha Grand Filano 125 ราคาเริ่มที่ 3-4 หมื่นบาท

สำหรับ Honda Click 125i จะเห็นว่ามีราคาเริ่มต้นในกลุ่มรถมือสองที่ถูกมากเนื่องจากเป็นรถที่ทำตลาดในประเทศไทยมาอย่างยาวนานและเป็นรถที่รุ่นปีอาจจะเก่าไปหลายปี ซึ่งจะต่างจาก Yamaha Grand Filano 125 ที่ลุยตลาดในไทยได้ไม่กี่ปีทำให้รถมือสองในตลาดนั้นยังคงมีสภาพที่ดีเยี่ยมอยู่มากๆ

ถ้าคุณหามอเตอร์ไซค์ หรืออยากได้มอเตอร์ไซค์เดลิเวอรี่คู่ใจไว้ทำงานซักคัน ดูที่ MocyKaidee เลย

The Pool นรก 6 เมตร

The Pool นรก 6 เมตร

ไม่มีทางออก
ไม่มีทางหนี
ไม่มีทางเลือก

“The Pool นรก 6 เมตร”
27 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

เผยเทคนิคการขายอสังหาฯ แบบมืออาชีพที่คุณก็ทำได้

เผยเทคนิคการขายอสังหาฯ แบบมืออาชีพที่คุณก็ทำได้

เผยเทคนิคขายอสังหาฯ แบบมืออาชีพ

คุณโอ โอษิษฐ์ จะมาเผยวิธีขายอสังหาฯ ยังไงให้เวิร์ค คลิปสั้นๆ แต่ได้ใจความ ไปดูกันเลย

คุณเองก็ลงขายอสังหาฯ ได้ ต่อให้ไม่ได้เป็นมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน คอนโด ที่ดิน โรงงาน ถ้ามี ลองเลย