วิธีจัดการบ้านหลังน้ำท่วม

ช่วงนี้เป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว อากาศก็เริ่มเย็นลงนะคะท่านผู้อ่าน แต่ว่าในช่วงของการเปลี่ยนฤดูแบบนี้ ฝนและพายุก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ใช่มั้ยหละคะ อย่างล่าสุดก็เจ้าพายุไต้ฝุ่น “ฮากิบิส” ที่พัดเข้าประเทศญี่ปุ่น และย้อนไปเมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่แล้ว ที่พายุโซนร้อน “โพดุล” และ “คาจิกิ” เข้ามาพาดผ่านประเทศไทยตอนบนและตอนตะวันออกเฉียงเหนือ เราก็ได้รับผลกระทบที่หนักเหมือนกันนะคะ

แต่อย่างไรก็ตาม ในวิกฤตก็ยังมีโอกาสและมีข้อดีของมันค่ะ เราได้เห็นความสามัคคี ความร่วมมือกันของภาคส่วนต่างๆ เพื่อที่จะช่วยผู้ประสบภัย ร่วมไปถึงเหล่าบรรดาสัตว์ต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบ
จากน้ำท่วม ทำให้รับรู้ได้ว่า ในโลกใบนี้ยังมีสิ่งที่เรียกว่า “ความเมตตา” และ “น้ำใจ” อยู่มากมาย
คุณไม่ได้โดดเดี่ยวอยู่คนเดียวในโลกใบนี้แน่นอนค่ะ ไม่ว่าคุณจะเจอปัญหาอะไรอยู่ในชีวิตนะคะ

เอ… เมื่อเราต้องประสบพบเจอกับเหตุการณ์น้ำท่วมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราจะรับมือกับมันยังไงดีนะ?! เราจะลดผลกระทบให้น้อยที่สุดยังไงได้บ้าง? วันนี้ผู้เขียนมีคำตอบมาให้ผู้อ่านได้อ่าน
จากบทความนี้กันค่ะ ผู้เขียนรวบรวมมาจากหลากหลายแหล่งข้อมูล เพื่อให้ผู้อ่านสามารถอ่านเข้าใจได้ง่ายที่สุด และ มีประโยชน์ที่สุดค่ะ

มาเริ่มกันที่ “เราจะรับมือกับมันยังไงดีนะ?” กันเลยค่ะ

ในเมื่อน้ำท่วมบ้านเราไปแล้ว สิ่งที่เราควรทำไม่ใช่การคร่ำครวญกับความเสียหายที่เกิดขึ้น
แต่เป็นการรับมือกับความเสียหายที่เกิดขึ้นต่างหาก ผู้เขียนจึงจะมาบอกวิธีที่คุณผู้อ่านจะซ่อมแซมบ้านของคุณยังไงให้ประหยัดเงินในกระเป๋าให้มากที่สุดค่ะ !!

วิธีในการฟื้นฟูบ้านหลังจากน้ำท่วมเนี่ย มีอยู่ 3 ขั้นตอน ดังนี้ค่ะ

ขั้นตอนของการ เช็คสภาพบ้าน
ขั้นตอนของการ ประเมินงบประมาณในการซ่อมแซม
ขั้นตอนของการ ลงมือซ่อมแซมบ้าน

1. ขั้นตอน เช็คสภาพบ้าน

ให้ท่านผู้อ่านทำ “Check List” ตามนี้นะคะ แล้วติ๊กรายการที่ชำรุดค่ะ เพื่อดูว่ามีอะไรบ้างที่ชำรุดและต้องการการซ่อมแซม เท่านี้เราก็จะได้ภาพรวมความเสียหายของบ้านเราว่ามากหรือน้อยแล้วหละค่ะ Check List ที่ว่ามา มีดังนี้ค่ะ

ระบบไฟฟ้า - ตรวจสอบดูว่ายังใช้งานได้ปกติมั้ย มีสายไฟชำรุดรึเปล่า ในการเช็คระบบไฟฟ้า จะต้องสวมใส่ชุดป้องกันกระแสไฟฟ้าเท่านั้น ซึ่งหากไม่ชำนาญ แนะนำให้ท่านปิดเบรกเกอร์ไฟฟ้าทั้งหมดก่อน และรอให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบ

เฟอร์นิเจอร์ในบ้าน ประตู หน้าต่าง ของใช้ต่างๆ - ตรวจสอบว่าสิ่งเหล่านี้ชำรุดหรือไม่ ถ้าสิ่งเหล่านี้ที่กล่าวมามีส่วนประกอบของไม้ แนะนำให้ตากไว้ในที่ร่ม ห้ามโดนแดดเด็ดขาด เพราะจะทำให้ไม้โค้งบิดงอได้

พื้นบ้าน - ตรวจสอบดูว่าพื้นของท่านได้รับความเสียหายมากน้อยเพียงใด โดยปกติพื้นกระเบื้องจะได้รับความเสียหายไม่มาก ถ้าเป็นพื้นไม้ พื้นหิน และ พื้นพรม ให้ดูว่าไม้บวมมั้ย? พื้นพรมอับชื้นมั้ย? พื้นหินมีคราบมั้ย?

ผนังบ้าน - ตรวจสอบว่า ผนังบ้านหลุดลอกมั้ย บวมมั้ย?
ฝ้าเพดาน ตรวจสอบว่า ฝ้าเพดานยังมีความปลอดภัยมั้ย สังเกตด้วยตาเปล่าดูเบื้องต้น ว่าฝ้ามีการแอ่นตัวหรือไม่ และมีคราบน้ำในปริมาณมากรึเปล่า ถ้าเป็นไปตามสองอย่างที่ว่ามา ให้รื้อถอนก่อนจะซ่อมส่วนอื่นๆ มิเช่นนั้นฝ้าอาจถล่มลงมาทับตัวท่านและคนใครอบครัวได้

จุดรกและจุดอับของบ้าน ตรวจสอบดูว่ามีสัตว์เลื้อยคลาน สัตว์มีพิษอยู่ตามจุดที่ว่ามาหรือไม่?
แก๊สรั่ว ตรวจสอบดูว่า มีแก๊สหุงต้ม หรือแก๊สที่ทำให้เกิดประกายไฟรั่วหรือไม่ ทางที่ดีไม่ควรสูบบุหรี่ หรือจุดไฟในบริเวณบ้านหลังเกิดน้ำท่วมนะคะ เพราะอาจทำให้เกิดไฟลุกไหม้ได้หากมีแก๊สรั่วไหลค่ะ

ระบบสุขาภิบาลในบ้าน ดูว่าส้วมและท่อระบายน้ำ กดน้ำลงหรือไม่ ถ้าไม่ลงให้ลองเอาที่ปั๊มส้วมลองปั๊มดู ถ้าไม่ไหลลงไปถือว่าระบบมีปัญหาค่ะ

ระบบประปา ตรวจสอบว่า แทงก์น้ำ หรือ อ่างเก็บน้ำของเรามีน้ำเสียปนเปื้อนมั้ย? มีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปอยู่รึเปล่า?

ปั๊มน้ำ ตรวจสอบว่า มีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปติดในปั๊มน้ำหรือไม่ ปั๊มน้ำยังใช้งานได้
เหมือนเดิมมั้ย? ให้ลองฟังเสียงในขณะที่เครื่องทำงานว่าเสียงยังปกติหรือไม่ และสังเกตแรงดัน น้ำว่ายังแรงเหมือนเดิมหรือไม่

2. ขั้นตอน ประเมินงบประมาณในการซ่อมแซม

เมื่อตรวจสอบความเสียหายแล้ว ก็ถึงเวลามาตั้งงบประมาณกันค่ะ โดยวิธีตั้งงบประมาณจะมาจากการลองหาราคาของวัสดุและอุปกรณ์ต่างๆ ในการซ่อมแซม เช่น ค่าสว่าน ค่าตะปู ค่าประตู ค่าสีทาบ้าน ค่าเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมแซม อาทิ ค่าช่างไฟฟ้า ค่าช่างประปา เราจะต้องเปรียบเทียบข้อมูลต่างๆ เพื่อให้ได้ วัสดุอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับบ้านของเรา และ ราคาก็ต้องเหมาะสมด้วยนะคะ

ยกตัวอย่างง่ายๆ หากต้องเปลี่ยนประตูใหม่ทั้งบาน เราอาจเปรียบเทียบราคาประตูจากเว็บไซต์ต่างๆ หากประตูบานใหม่แพงไป เราสามารถหาประตูมือสอง สภาพยังดี มาตกแต่งให้เหมือนใหม่และใช้แทนประตูบานที่เสียหายก็ได้ค่ะ

หากท่านไม่รู้จะเริ่มต้นหาข้อมูลราคาของ วัสดุและอุปกรณ์ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงบริการช่างต่างๆ จากที่ไหน ผู้เขียนขอแนะนำให้ท่านลองแวะเข้ามาดูสิ่งเหล่านี้ ใน Kaidee ได้นะคะ มีสินค้าให้เลือกชมมากมาย ราคาก็ย่อมเยาด้วยค่ะ หมวดที่เกี่ยวข้องกับบ้านโดยตรง จะเป็นหมวดบ้านและสวน เครื่องใช้ไฟฟ้า และ บริการ

เมื่อท่านลิสต์ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ต้องใช้ในการซ่อมแซมบ้านของท่านแล้ว ท่านก็จะได้งบประมาณคร่าวๆ ที่จะต้องใช้แล้วหละค่ะ
**TIPS แนะนำสำหรับการจัดงบประมาณ**
ให้ท่านผู้อ่าน ลองลิสต์ค่าใช้จ่ายหลายๆ แบบดูค่ะ แล้วเปรียบเทียบว่าลิสต์ไหนมีข้อดีข้อเสียยังไง เพื่อหาอันที่เหมาะสมกับบ้านและกระเป๋าเงินของเราที่สุดค่ะ

นอกจากนี้ หากท่านลองหาผู้ที่ให้บริการทำความสะอาดบ้าน และ ซ่อมแซมบ้าน จากนั้นลองเปรียบเทียบราคาระหว่างการที่ท่านทำทุกอย่างนั้นด้วยตัวของท่านเอง กับ การจ้างบริการทำความสะอาดและซ่อมแซมบ้าน

ท่านอาจพบว่า การใช้บริการที่ว่า มีราคาถูกกว่าการที่ท่านทำทุกๆ อย่างด้วยตัวของท่านเองทั้งหมดก็ได้ค่ะ นอกจากนี้ท่านอาจใช้วิธีผสมกันก็ได้ค่ะ ทำเองด้วย จ้างบริการบางส่วน ก็เป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายไปได้นะคะ

3. ขั้นตอนของการ ลงมือซ่อมแซมบ้าน

หากท่านเลือกที่จะทำความสะอาดบ้านด้วยตัวของท่านเอง สิ่งที่ท่านต้องทำเป็นอย่างแรกคือสวมสิ่งป้องกันร่างกายของท่าน อาทิเช่น เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ถุงมือ ร้องเท้าบูทหรือถุงพลาสติก แว่นตา ผ้าหรือหน้ากากปิดปากปิดจมูก

จากนั้นลงมือทำความสะอาด ฉีดน้ำล้าง ขัดตะไคร่ สิ่งสกปรกแล้วทิ้งให้แห้ง หากพบเชื้อราในบ้าน พื้นบ้าน เฟอร์นิเจอร์ ห้ามฉีดน้ำล้าง ควรใช้แอลกอฮอล์หรือน้ำยาซักผ้าผสมในน้ำอัตราส่วน 1 ถ้วย (300 มิลลิลิตร) ต่อน้ำประมาณ 3.8 ลิตร
ซ่อมแซมบ้าน เมื่อทำความสะอาดแล้วก็ถึงเวลาซ่อม!!!
เฟอร์นิเจอร์ในบ้าน ประตู หน้าต่าง ของใช้ต่างๆ แนะนำให้ตากไว้ในที่ร่ม ห้ามโดนแดดเด็ดขาด เพราะจะทำให้ไม้โค้งบิดงอได้ จากนั้นเมื่อไม้แห้งดีแล้วจึงสามารถซ่อมแซม ทำสี หรือทาแลกเกอร์

พื้นบ้าน พื้นบ้านหลังจากทำความสะอาดแล้วก็ให้ตากให้แห้ง สามารถนำกลับมาปูใหม่ได้

     พื้นไม้ - หลังจากปูแล้ว ให้ทากาวด้วยน้ำยาย้อมไม้หรือน้ำยาเคลือบไม้ตามแบบเดิมให้ขัดผิวไม้นั้นออกให้หมดก่อน เพื่อให้สีของไม้สม่ำเสมอหลังจากทำผิวไม้แล้ว

     พื้นกระเบื้อง - ทำการยาแนวร่องที่หลุดด้วยปูนยาแนว และกระเบื้องที่เสียหายด้วยการลอกกระเบื้องที่แตกออกและสกัดผิวหน้าให้เรียบเท่ากัน ใส่กาวซีเมนส์ที่ใช้ปูกระเบื้องแล้วติดกระเบื้องชิ้นใหม่ลงไปแทน

ผนังบ้าน หลังจากทำความสะอาด ทิ้งจนแห้ง ทำการทาสีรองพื้นและเลือกทาสีใหม่ได้ตามต้องการ

ระบบสุขาภิบาลในบ้าน สูบน้ำและสิ่งปฏิกูลที่อยู่ในบ่อส้วมออกให้หมดเพื่อระบบบำบัดน้ำเสียทำงานได้อย่างสมบูรณ์อีกครั้ง ถ้าเป็นระบบบ่อซึมควรดูดน้ำในบ่อซึมออกทั้งหมดเพื่อให้ระบบทำงานได้อีกครั้ง

ระบบประปา สูบหรือระบายน้ำในถังเก็บน้ำใช้ออกให้หมดอย่าเสียดายน้ำ ล้างบ่อน้ำใช้หรือถังน้ำใช้ให้สะอาด แล้วรองน้ำใหม่ลงในถังเพื่อให้พร้อมใช้งาน จากนั้นเปิดจุดน้ำประปาทุกจุดเพื่อให้ระบายน้ำออกจากท่อให้หมดเพื่อให้ท่อสะอาด

ปิดท้ายด้วย “เราจะลดผลกระทบให้น้อยที่สุดยังไงได้บ้าง?”
ไม่มีอะไรจะลดความเสียหายได้ดีเท่ากับการป้องกันค่ะ ท่านที่มีบ้านอยู่ในจุดเสี่ยงน้ำท่วม มีพื้นที่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล หรืออยู่ใกล้แหล่งน้ำ แนะนำให้ท่านทำตามนี้นะคะ

"ซื้อประกันภัยเกี่ยวกับบ้านไว้ค่ะ โดยเฉพาะประกันน้ำท่วม
ท่านจะได้รับเงินในการช่วงเหลือซ่อมแซมบ้านเมื่อเกิดน้ำท่วมค่ะ"

การเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์และของใช้ภายในบ้านใหม่ จึงควรเลือกวัสดุที่ทนต่อน้ำ หรือป้องกันน้ำ และ อาจเลือกของใช้ที่มีฟังก์ชัน สามารถยกย้าย เปลี่ยนระดับได้ง่าย อย่างชั้นวางของชนิด DIY ผลิตจากวัสดุโลหะ กันน้ำและปรับระดับความสูงได้ การยกพื้นบ้านให้สูงขึ้น เมื่อพื้นบ้านสูงขึ้น เมื่อน้ำท่วมอีกครั้ง บ้านเราก็จะไม่ได้รับความเสียหายค่ะ

สูดหายใจได้เต็มปอดกับ 5 ทำเลบ้านชานเมืองอากาศดี๊ดี

ได้ยินกันมาก็เยอะเวลาที่ใครๆ ชอบชวนเราไป “สูดโอโซน” รับอากาศบริสุทธิ์กันในช่วงวันหยุด ซึ่ง แท้ที่จริงแล้วเจ้า “โอโซน” มันไม่ใช่สิ่งที่เราควรสูดเข้าไปนะ เแต่ว่าก๊าซโอโซนช่วยให้เรามีอา กาศดีๆ ระบบนิเวศน์ดีๆไว้ให้ปอดได้ชุ่มฉ่ำต่างหากล่ะ
นับวันโลกของเราถูกปกคลุมไปด้วยมลพิษ จนชั้นบรรยากาศของโลกก็ถูกทำลายลงเรื่อยๆ โดยเฉ พาะก๊าซโอโซนที่ช่วยกรองรังสีต่างๆ ซึ่งเป็นภัยอันตรายต่อมนุษย์ ส่งผลให้โลกร้อนขึ้น อากาศบริ สุทธิ์ก็น้อยลง เราจึงต้องช่วยกันใส่ใจสิ่งแวดล้อมจนมีการกำหนดให้วันที่ 16 กันยายนของทุกปี เป็น วันโอโซนโลก (Word Ozone Day) เพื่อให้เราพึงระลึกไว้เสมอว่ามันถึงเวลาที่เราต้องช่วยโลกบ้าง แล้ว ไม่เช่นนั้นต่อไปคงจะต้องมีการซื้อหาอากาศบริสุทธิ์เพื่อเยียวยาตัวเองกันก็เป็นได้นะ แต่ถ้าตอน นี้ใครกำลังมองหาที่อยู่อาศัยท่ามกลางอากาศดีๆ ห่างไกลมลพิษและมีพื้นที่สีเขียวให้พอหายใจหาย คอได้คล่องอยู่บ้างล่ะก็ ลองมาส่องทำเลชานเมืองกันดูบ้างสิ

1. ย่านไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าไทรน้อย เป็นอำเภอที่มีพื้นที่มากที่สุดของจังหวัดนนทบุรี แถมยังมีจำนวน ประชากรน้อยที่สุดอีกด้วย ดังนั้นสภาพพื้นที่ทั่วไปยังคงความเป็นชนบทไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่า จะเป็นภาพท้องนา ท้องไร่ บ้านเรือนแบบเรียบง่าย และระบบสาธารณูปโภคก็มีครบ นอกจากนี้ยัง เป็นทำเลที่เชื่อมต่อไปถึง นครปฐม ปทุมธานี อยุธยา สุพรรณบุรี หรือแม้แต่จะเข้ากรุงเทพด้วยก็ยังได้ เพียงแค่ขับรถไปนิดหน่อยแล้วใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีม่วง

2. ย่านคลองสามวา กรุงเทพมหานคร
เรียกได้ว่าเป็นปอดของคนกรุงเทพก็ว่าได้สำหรับทำเลในเขตคลองสามวา หนึ่งในห้าสิบเขตของก รุงเทพมหานครที่หลายๆ คนอาจหลงลืมกัน สภาพทั่วไปเป็นท้องทุ่ง มีคลองสามวาผ่านกลางพื้นที่และ
ประชาชนส่วนใหญ่บริเวณนี้ยังทำกสิกรรมกันอยู่ แม้ว่าปัจจุบันจะเริ่มมีผู้อยู่อาศัยมากขึ้นจนมีประ ชากรมากขึ้นเป็นรองก็เพียงเขตสายไหม แต่ก็ยังนับว่าห่างไกลจากมลพิษและมีพื้นที่สีเขียวให้ชื่น ใจอยู่ไม่น้อย ประกอบกับการเดินทางก็ค่อนข้างสะดวกกว่าเดิมด้วยถนนกาญจนาภิเษกและรถไฟฟ้า สายสีชมพูในอนาคต

3. ย่านคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี
อีกหนึ่งทำเลน่าสนใจเพราะนอกจากสภาพแวดล้อมและบรรยากาศที่ยังคงความสดชื่นอยู่ได้ อำเภอ คลองหลวงยังเป็นที่ตั้งขององค์กรและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง อาทิ องค์การพิพิธภัณฑ์ วิทยาศาสตร์แห่งชาติ นอกจากนี้ยังสามารถหาคาเฟ่ชิคๆ คูลๆ ไว้นั่งจิบกาแฟสบายใจอีกหลายแห่ง เลยล่ะ

4. ย่านศาลายา จังหวัดนครปฐม
หนึ่งทำเลที่สงบสุข ใกล้ศูนย์กลางของพุทธศาสนาอย่างพุทธมณฑล และมีสถานศึกษาอีกมากมาย อาทิ มหาวิทยาลัยมหิดล พื้นที่บริเวณศาลายานี้ยังคงมีความเขียวขจี ให้เราได้สัมผัสอยู่ไม่น้อย และยังมีประชาชนส่วนหนึ่งที่ยังคงทำเกษตรกรรมกันอยู่ด้วย จึงเป็นทำเลที่เรียกว่าอยู่อย่างมีความสุข ได้เลยทีเดียว การเดินทางเข้าเมืองก็ไม่ยุ่งยากด้วยทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี เชื่อมต่อด้วยทา งด่วนสายศรีรัช

5. ย่านหนองจอก กรุงเทพมหานคร
“ ธารน้ำใสสะอาด พฤกษชาติเขียวขจี พื้นที่กว้างใหญ่ มหาวิทยาลัยระดับชาติ ผดุงบทบาทบรมบวร พัฒนาประชากรหนองจอก” นี่คือคำขวัญของชาวหนองจอกที่แสดงให้เห็นว่า ทำเลทองแห่งนี้ มีบรร
ยากาศที่น่ารื่นรมย์ขนาดไหน ด้วยสภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นท้องทุ่ง มีลำคลองไหลผ่านหลายสาย จึง ยังพบเห็นการทำเกษตรกรรมอยู่ไม่น้อย นอกจากนี้ทำเลย่านหนองจอก ยังมีสถานที่ไว้ให้หย่อนใจ อีกหลายแห่ง อาทิ สวนวารีภิรมณ์ และคาเฟ่น้อยใหญ่อีกมากมายจนไม่น่าเชื่อเลยล่ะ

ถ้าเงื่อนไขบ้านใหม่ไม่เร้าใจ มามองบ้านมือสองกันดีกว่าไหม

ถ้าคุณกำลังมองหาบ้านจัดสรรโครงการใหม่สักหลัง แล้วรู้สึกว่าเงื่อนไข หรือข้อเสนอต่างๆ ของโครงการเหล่านั้นยังไม่ถูกใจ อยากให้ลองเปิดใจสักนิด แล้วมาพิจารณาบ้านมือสองสภาพเหมือนใหม่ ซึ่งมีข้อดีต่างๆดังต่อไปนี้ ที่คุณอาจคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

ตั้งงบประมาณได้ตามต้องการ : เราสามารถตั้งงบประมาณในการซื้อบ้านได้ตามสภาพคล่องทางการเงินของครอบครัว หลักการง่ายๆเพียงคำนวณค่าผ่อนในแต่ละงวด จะต้องไม่เป็นภาระที่ทำให้คุณรู้สึกอึดอัด หรือครอบครัวต้องรัดเข็มขัดมากเกินไป เพราะเป็นหนี้สินที่ต้องผ่อนชำระในระยะยาว เราควรจะมีความสุขกับการซื้อบ้านหลังใหม่ หากซื้อเงินสดก็คลายกังวลในเรื่องนี้ไปได้ บางครั้งเราอาจได้บ้านมือสอง ในราคาถูกกว่าที่คาดไว้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการเจรจาต่อรองตามความพึงพอใจ ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายได้โดยตรง หากเป็นบ้านโครงการใหม่ ซึ่งมีราคาตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด พนักงานขายก็ไม่สามารถช่วยลดหย่อนราคาให้ตามที่เราต้องการได้เสมอไป

ต่อเติมแต่งครบจบพร้อมอยู่ : บ้านโครงการใหม่โดยมากขายเฉพาะตัวบ้านเปล่าเท่านั้น ไม่ได้แถมเฟอร์นิเจอร์บิ้วท์อิน ส่วนต่อเติมต่างๆ เช่น ครัวหรือหลังคาโรงจอดรถมาให้ เจ้าของบ้านต้องจัดหาผู้รับเหมาเข้ามาตกแต่งเพิ่มเติมเอง มักเกิดเป็นงบบานปลายคุมค่าใช้จ่ายได้ยาก และเหนื่อยกับการคุมงานช่างกันพอสมควร สำหรับบ้านมือสอง เราสามารถเลือกหลังที่มีฟังก์ชันเหล่านี้ มาพร้อมกับตัวบ้านเลยก็ย่อมได้ เนื่องจากผ่านการใช้งาน เจ้าของเดิมส่วนใหญ่ก็จะต่อเติม และสร้างไว้อำนวยความสะดวกตอนตนเองอยู่อาศัยไว้เรียบร้อยแล้ว

สภาพแวดล้อมความเป็นอยู่จริง : บ้านใหม่ช่วงแรกๆของใหม่อะไรๆย่อมดีเสมอ เมื่อผ่านไปสักระยะสภาพความเป็นอยู่จริงก็ปรากฏ ทั้งปัญหาเรื่องเพื่อนบ้าน เสียงรบกวน การจอดรถ ที่ทำให้คนซื้อบ้านใหม่กลุ้มใจจนอยากย้ายหนีก็มีให้เห็นกันไม่น้อย แต่หากเป็นบ้านมือสอง เราสามารถดูสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่จริงของหมู่บ้านนั้นๆ มารยาทการอยู่อาศัยร่วมกันของเพื่อนบ้านบริเวณใกล้เคียงได้ทันที รวมถึงการทำงานของนิติบุคคลหมู่บ้าน การใส่ใจดูแลความปลอดภัย และความเรียบร้อยของพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อให้ลูกบ้านที่คิดจะซื้อบ้านโครงการนี้ สบายใจกับการอยู่อาศัยในระยะยาว หรือหากใครไม่อยากเสียค่าใช้จ่ายส่วนกลางเพิ่มเติม บ้านมือสองที่เป็นบ้านเดี่ยว ไม่มีระบบนิติบุคคลหมู่บ้าน ก็มีให้เลือกมากมายอีกเช่นกัน

ทำเลดีๆซึ่งโครงการใหม่ก็หาซื้อไม่ได้ : หมู่บ้านโครงการใหม่ต้องเน้นสร้างบนที่ดินผืนใหญ่ ครั้งละหลายๆหลัง อย่างใจกลางเมืองเราจึงพบบ้านจัดสรรเกิดขึ้นใหม่ได้น้อยมาก เพราะที่ดินทำเลดีๆยิ่งใกล้ระบบคมนาคมที่สะดวก ก็ถูกจับจองกันเกือบหมดแล้ว ส่วนใหญ่จึงเป็นโครงการคอนโด สร้างที่อยู่อาศัยพื้นที่แนวดิ่ง ซึ่งอาจไม่ตรงตามไลฟ์สไตล์ของครอบครัว จะมองหาที่ดินเปล่าเพื่อสร้างบ้านสักหลังก็นับว่ายากเลยทีเดียว บ้านมือสองในทำเลดี ที่สะดวกต่อการเดินทางไปทำงาน หรือใกล้สถานศึกษาของลูกๆ ก็นับว่าตอบโจทย์ได้ดีทีเดียว

อย่างไรก็ตามบ้านมือสองย่อมเป็นบ้านที่ผ่านการใช้งานแล้ว ผู้ซื้อจึงควรสำรองเงินบางส่วนไว้ เพื่อรีโนเวทสักเล็กน้อย หรือซ่อมแซมต่อเติมให้เป็นไปตามรูปแบบที่ต้องการ เช่น ทาสีบ้านให้เหมือนใหม่ ปรับแต่งสวนให้ร่มรื่นน่าใช้ ก็อาจจะลืมไปเลยว่าเคยเป็นบ้านมือสองกันมาก่อน ลองมาเลือกชมกันในเว็บไซต์ Kaidee กันดูนะคะ รับรองว่าคุณจะได้พบบ้านมือสองหลังใหม่ ที่โดนใจน่าอยู่ไม่ต่างจากบ้านมือหนึ่งกันเลยค่ะ

เงินแต่งบ้านหมุนไม่พอ มาเพิ่มทุนการแต่งบ้านกับเรา อะไรไม่ใช้ มาลงขายเลย...ที่ Kaidee

อยู่ในบ้านใช่ว่าจะปลอดภัย มีภัยอะไรที่อยู่ในบ้านคุณเองบ้าง

ผ่านมาแล้วครึ่งปี ไอ้ที่เคยตั้งใจไว้ว่าจะเก็บกวาดเคลียร์ของในบ้านตั้งแต่ปีใหม่ก็ยังไม่ได้ทำ แถมช่วงนี้ยังเข้าหน้าฝน อากาศเย็นๆ ฉ่ำๆ ยิ่งพาลให้อีกเกียจเพิ่มไปอีก แต่เดี๋ยวก่อน รีบๆ ทำซะจะดีกว่า เพราะหน้าฝนแบบนี้ใช่ว่าจะปลอดภัย อาจมีภัยอะไรแฝงอยู่ในบ้านคุณก็เป็นได้

งู
งูเป็นสัตว์เลือดเย็น ดังนั้นมันจึงต้องการพื้นที่ที่อบอุ่น ก็จะที่ไหนซะอีกล่ะถ้าไม่ใช่ในบ้านเรา งูส่วนใหญ่ที่เราพบเห็นตามบ้านนั้นจะเป็นงูเล็กอย่างเช่นงูเขียว เมื่อเจอมนุษย์มักจะเลื้อยหนีด้วยความรวดเร็ว แล้วลองคิดดูสิถ้าในบ้านเรามีของสุมเอาไว้รกๆ พอมันเลื้อยหนีเข้าไปอยู่ในกองของ หรือในซอกต่างๆ จนตามหาไม่เจอ แต่รู้ว่ามันแอบอยู่ซักที่ในบ้าน แค่นึกก็หลอนแล้ว ไม่ต้องหลับต้องนอนกันเลย

ตะขาบ
ตะขาบจะเคลื่อนที่ช้ากว่างู แต่ความสยองก็ไม่แพ้กัน ด้วยลักษณะที่มีตัวยาวและขายุ่บยั่บเต็มไปหมด เจอตัวใหญ่ๆ นี่บางทียาวเป็นฟุต และพิษก็ปวดแสบปวดร้อนไปหลายวัน บางคนแพ้พิษ อาการหนัก ปวดหัว ใจสั่น อาเจียนก็มี

แมงป่อง
แมงป่องจะตรงกันข้ามกับงู เพราะงูจะเลื้อยหนีแต่แมงป่องจะสู้เมื่อมันรู้สึกว่ามีอะไรไปรบกวน และพิษของแมงป่องมีผลกับระบบเลือดและระบบประสาท เวลาโดนต่อยจะปวดทันทีและมีอาการหิวน้ำมาก บางรายอาจชัก ล้ำลายฟูมปาก ไปจนถึงหัวใจล้มเหลว โดยแมงป่องชอบอาศัยอยู่ในที่อับชื้นอย่างเช่นใต้กองไม้ หรือแม้แต่ในห้องน้ำ

แมงมุม
แมงมุมก็สร้างความหลอนได้ไม่แพ้สัตว์มีพิษอื่นๆ โดยเฉพาะแมงมุมมีพิษสีน้ำตาล โดยแมงมุมชนิดนี้ชอบอาศัยอยู่ในที่มืดอย่างเช่นตู้เสื้อผ้า ตู้รองเท้าที่รกๆ และเมื่อโดนมันกัดจะส่งผลต่อผิวหนังและระบบเลือด ทำให้ผิวหนังตายและเป็นอันตรายต่ออวัยวะภายใน ถึงแม้จะเป็นแมงมุมไม่มีพิษก็เถอะ ก็น่ากลัวไม่แพ้กัน หลายๆ คนคงเคยเห็นตอนแม่แมงมุมท้องแตกแล้วมีลูกแมงมุมเป็นสิบๆตัววิ่งออกมายั้วเยี้ยเข้าไปตามหลืบบ้าน แค่คิดก็นอนไม่หลับแล้ว

สำหรับการป้องกันสัตว์ร้ายดังที่กล่าวมาก็ทำได้ไม่ยาก เริ่มตั้งแต่ตัดหญ้าในสนามไม่ให้รก ช่องระบายน้ำต่างๆ ก็หาตะแกรงมาปิดเอาไว้ ในส่วนของผนังหรือฝ้าที่แตกร้าวเป็นรูก็หายามาชันอุดรอยร้าวรอยรั่วเอาไว้ และวิธีที่ง่ายที่สุดคือจัดบ้าน ข้าวของชิ้นไหนที่ไม่ใช้ อย่าเอาไปกองๆ สุมๆ กันไว้เพราะจะเป็นแหล่งกบดานของสัตว์ต่างๆ แถมยังเสียราคาไปเปล่าๆ ถ้าจะให้ดีเอาไปทิ้ง หรือชิ้นไหนที่ยังสภาพดีๆ ก็มาลงขายเป็นเงินได้ที่นี่ ได้ทั้งบ้านโล่งๆ ปลอดภัยแถมยังได้เงินใช้อีกด้วยนะจ๊ะ

ลูกเข้ามหาวิทยาลัย จะซื้อหรือเช่าคอนโดดี?

เมื่อถึงวัยที่ลูกๆของเรา ต้องก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย อีกหนึ่งข้อกังวลใจไม่น้อยของผู้ปกครองหลายคน คงหนีไม่พ้นเรื่องที่อยู่อาศัย ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วนิสิตนักศึกษาต้องใช้เวลาเล่าเรียนกันเป็นเวลา 4 - 6 ปีเลยทีเดียว คุณพ่อคุณแม่บางคน จึงควรเริ่มวางแผนอนาคตแล้วว่า ควรซื้อหรือเช่าคอนโดที่อยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยของลูกกันดี ลองมาวิเคราะห์จากปัจจัยต่างๆเหล่านี้ อาจเป็นตัวช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

ทำเลที่ตั้ง : คอนโดใกล้กับสถานศึกษาราคาเช่าต่อเดือน อาจพอๆกับราคาผ่อนคอนโดในแต่ละเดือนก็ว่าได้ หากมหาวิทยาลัยอยู่กลางเมืองย่านธุรกิจ ซึ่งมีโอกาสพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจสูง เมื่อผ่านไปสักระยะ 4 – 6 ปี โอกาสที่คอนโดนี้จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็นไปได้มาก จะซื้อให้ลูกอยู่จนเรียนจบก่อน แล้วขายต่อก็น่าจะทำกำไรให้ไม่น้อย เพราะเป็นอสังหาริมทรัพย์ในทำเลที่มีความต้องการซื้อสูง มีกลุ่มลูกค้าค่อนข้างหลากหลาย ทั้งคนวัยทำงาน หรือปล่อยเช่าต่อให้กลุ่มนักศึกษารุ่นต่อไป ก็เป็นช่องทางทำรายได้ที่น่าสนใจเลยทีเดียว

การเดินทาง : การเดินทางถือเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ ต้องไม่เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายที่มากเกินไป อีกทั้งต้องสามารถเดินทางได้สะดวก ถึงที่หมายอย่างรวดเร็ว เพราะประเด็นสำคัญที่เราเลือกที่พักอยู่ใกล้มหาลัยเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย และลดเวลาการเดินทางไม่ว่าคุณจะเช่า หรือซื้อคอนโดให้ลูกก็ตาม

ดีไซน์ และฟังก์ชัน : หากคอนโดที่อยู่ใกล้มหาวิทยาลัย มีดีไซน์สวยโดนใจ ฟังก์ชันตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ คอนโดลักษณะนี้จะเป็นที่นิยมอันดับต้นๆ ถ้าบังเอิญว่าคอนโดที่ยังว่างพอให้จับจองเป็นเจ้าของได้นั้นยังมีรูปแบบไม่ถูกใจ ควรเก็บเงินสำหรับซื้อคอนโดไว้ และเช่าอยู่กันก่อนดีกว่า เพราะคอนโดใหม่ๆเกินขึ้นอยู่ตลอด เลือกที่สวยครบถูกใจ อยู่เองก็ชอบ หรือปล่อยเช่าต่อ ก็หาผู้เช่าได้ง่ายกว่า

อนาคตการทำงาน : ข้อนี้คงต้องคุยกับลูกๆของคุณกันดูก่อนว่า เมื่อเรียนจบ สถานที่ทำงานของลูกๆคุณนั้นจะยังเป็นทำเลย่านเดิมหรือไม่ หากมีโอกาสเป็นไปได้ว่าต่อไปจะทำงานอยู่ในย่านเดิม ควรตัดสินใจซื้อซึ่งคุ้มค่ากว่าการเช่าอยู่ในระยะยาว แต่หากเรียนจบแล้วต้องเปลี่ยนที่อยู่ใหม่การเช่าอยู่ก็ดูจะมีข้อดีมากกว่า ไม่ต้องห่วงหรือกังวลว่าคอนโดที่ซื้อมาจะขายต่อได้หรือไม่ อนาคตยังไงคงต้องซื้อคอนโดที่ใกล้กับสถานที่ทำงานกันอยู่ดี

ปัจจัยทางการเงิน : ข้อต่างๆข้างต้น คงขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักของผู้ปกครอง คือเรื่องสภาพคล่องทางการเงิน เพราะการผ่อนคอนโดเป็นภาระผูกพันในระยะยาว และราคาของคอนโดที่มาพร้อมกับทำเลที่ดี ย่อมมีราคาค่อนข้างสูง ลองประเมินจากความสามารถในการกู้ซื้อ เงินดาวน์ หรือผ่อนชำระในแต่เดือน ว่าเรามีกำลังทรัพย์หรือสภาพคล่องที่ดีพอหรือไม่

การเช่าอยู่ ซึ่งมีความเสี่ยงที่น้อยกว่า ปลอดภาระหนี้สินในระยะยาว ผลตอบแทนที่ได้รับคงเป็นเรื่องความสะดวกสบายเพียงเท่านั้น

สำหรับการซื้อ เพื่อให้ลูกๆอยู่ พอเรียนจบ จะปล่อยเช่าต่อ ย่อมมีความเสี่ยงในช่วงที่คอนโดไม่ก่อเกิดเป็นรายได้ อย่างตอนซ่อมบำรุง ขาดช่วงคนเช่า หรือขายต่อเพื่อหวังเก็งกำไร ก็เป็นการลงทุนอีกช่องทางหนึ่ง ซึ่งมีความเสี่ยงอยู่เสมอ ลองพิจารณาจากข้อต่างๆเหล่านี้ และศึกษาเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ

และถ้าคุณต้องการหาคอนโดซักที่ BaanKaidee ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ดี เพราะเรามีคอนโดให้เลือกในทุกทำเลและทุกช่วงราคา ลองดูเลยค่ะ

เลี้ยงสัตว์ในคอนโดให้มันโอ จะเลี้ยงอะไรดี?

อยู่คอนโดบางทีมันก็เหงา และเดี๋ยวนี้ก็มีคอนโดหลายที่ที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ แต่ก็จะมีข้อแม้แตกต่างกันไปในแต่ละที่เช่นบางคอนโดจะจำกัดน้ำหนักสัตว์ที่เลี้ยงเมื่อเทียบกับตารางเมตร หรือบางที่ก็จำกัดแค่ 2 ตัวต่อ 1 ยูนิต ซึ่งสัตว์เลี้ยงสุดฮิตก็คงจะหนีไม่พ้นน้องหมาน้องแมว แต่ถ้าลองแหวกแนวเป็นสัตว์อื่นๆ ดูล่ะจะมีสัตว์เลี้ยงอะไรที่น่าสนใจมั่ง

ปลา
ตัวเลือกแรกสำหรับผู้ที่อยากเลี้ยงสัตว์ที่ไม่ส่งเสียงรบกวนห้องข้างๆ แถมยังสวยงามดูแลง่ายอีกด้วย ถ้าเลี้ยงปลาหางนกยูงแนะนำให้เลี้ยงในอ่างดิน อาจจะวางไว้ตรงระเบียงเก๋ๆ ก็ได้ หรือถ้าอยากเลี้ยงในตู้ก็แนะนำปลากัด ปลาสอด เพราะไม่ต้องดูแลมากเท่าปลาทอง ไม่ต้องใช้สายออกซิเจนก็อยู่ได้ แต่ปลากัดเป็นปลาที่กระโดดเก่ง ควรเลือกตู้ปลาที่มีฝาปิดเพื่อป้องกันไม่ให้มันกระโดดจากตู้ออกมาลาโลกในช่วงคุณไม่อยู่

กระต่าย
เจ้าตัวนี้ความน่าเอ็นดูเต็มสิบ แถมยังไม่ส่งเสียงร้องโวยวาย แต่ก็สร้างความวิบัติกับเฟอร์นิเจอร์ของคุณได้ไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะสายไฟ เพราะมันจะกัดทุกอย่างที่ขวางหน้า ดังนั้นต้องดูแลให้ดีอย่าปล่อยให้มันเป็นอิสระในช่วงที่คุณไม่อยู่ในคอนโด และที่สำคัญมันเป็นสัตว์ที่แสนเซ้นซิทีฟ บางทีเจอกับเสียงดังๆ อาจตกใจถึงขั้นตายเลยก็มี และฉี่ของมันยังมีกลิ่นฉุนมากอีกด้วย

เต่า
เป็นสัตว์อีกชนิดที่เงียบๆ นิ่งๆ เนิบๆ ดูเพลินๆ แต่ก็ต้องศึกษาให้ดีเพราะเต่าบางพันธุ์จากตอนแรกตัวเล็กๆ น่ารัก แต่พอโตเต็มวัยนี่หนักเกือบ 100 กิโลก็มี อย่างเช่นเต่าซูลคาต้า และสิ่งที่ต้องระวังที่สุดในการเลี้ยงเต่าคือการดูแลเรื่องความสะอาด เพราะกลิ่นขี้เต่านี่เหม็นสุดๆ ยิ่งถ้าเลี้ยงในพื้นที่ปิดอย่างคอนโดด้วยแล้วถ้าไม่หมั่นทำความสะอาดตู้บ่อยๆ คุณจะต้องเผชิญกับกลิ่นที่ทำให้คุณปวดแก่นกะโหลกได้เลย ไม่เชื่อลองถามคนที่เคยเลี้ยงเต่าญี่ปุ่นมาก่อนดูสิ

นก
เจอสัตว์สายเงียบไปแล้ว มาถึงสัตว์สายโวยวายกันบ้าง นกบางชนิดร้องเสียงดังมาก แต่บางชนิดก็ขี้อ้อน ยิ่งถ้าเชื่องมากๆ จะบินมาเกาะไหล่ มาอ้อนเวลาคุณกลับมาถึงห้อง แต่ก็นั่นแหละ คุณจะต้องเจอกับการขับถ่ายที่ไม่เป็นที่เป็นทาง เศษขนที่หลุดปลิวกระจายไปทั่วห้อง อาจจะเหนื่อยเก็บกวาดหน่อยแต่ก็เพื่อความสุขก็คงต้องยอมน่ะเนอะ

หนูแกสบี้
เจ้าตัวเล็กปุกปุยหน้าแบ๊วอย่างหนูแกสบี้ก็น่าเลี้ยงไม่หยอก แต่คุณก็ต้องถามตัวเองว่าสามารถดูแลได้มากขนาดไหนเพราะหนูแกสบี้เป็นสัตว์ที่ต้องกินพืชที่มีกากใยเป็นหลัก คุณอาศัยอยู่ในคอนโดจะสามารถหาหญ้าขนมาให้เค้ากินได้เพียงพอรึเปล่า และแกสบี้เป็นสัตว์ที่ระคายเคืองกับฉี่ตัวเอง โดยปกติแล้วควรทำความสะอาดถาดรองกรง 2 วันต่อครั้ง แต่แกสบี้จะจดจำเสียงฝีเท้าของคนเลี้ยงได้ แค่ได้ยินเราเดินมาเจ้าแกสบี้ก็ร้องเรียกตาแป๋วแล้วล่ะ

และสำหรับใครที่มองหาสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะอยู่คอนโดหรือที่ไหน อันดับแรกเลยต้องถามตัวเองก่อนว่าเราแค่อยากเลี้ยงอยากเล่นเฉยๆ พอเบื่อแล้วก็ทิ้งๆ ขว้างๆ รึเปล่า ถ้าแบบนั้นไปคาเฟ่สัตว์เลี้ยงน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า แต่ถ้ามั่นใจแล้วว่าพร้อมดูแล ให้ความรักเพราะเค้าก็เป็นอีก 1 ชีวิตที่เกิดมาร่วมโลกกับเรา ก็มาเลือกสัตว์เลี้ยงได้ที่นี่เลยจ้า

ส่องความคืบหน้ารถไฟฟ้าชานเมืองพร้อมคอนโดน่าสนใจ

ความหวังของการเดินทางสู่กลางใจเมืองด้วย “รถไฟฟ้า” ของคนชานเมืองใกล้ความเป็นจริงเข้ามาทุกทีๆ เมื่อ ณ ขณะนี้ ภาพของการเดินทางด้วยระบบรางเชื่อมต่อแบบใยแมงมุมนั้น ไม่ได้อยู่ในกระดาษหรือจินตนาการอีกต่อไป ซึ่งใครที่กำลังมองหาทำเลที่อยู่อาศัยใกล้สถานีรถไฟฟ้า เพื่อตอบโจทย์ความสะดวกในการเดินทางโดยเฉพาะคอนโดมิเนียมก็เตรียมเฮได้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะมีหลายโครงการที่พร้อมเปิดให้จับจองเป็นเจ้าของกันแล้วตั้งแต่เนิ่นๆ

วันนี้ BaanKaidee จะพาไปสำรวจตรวจตรากันว่า รถไฟฟ้าสายไหนพร้อมให้บริการเมื่อไหร่และมีคอนโดตรงไหนบ้างที่น่าสนใจ

1. โซนบางปู
สถานการณ์ปัจจุบัน : สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง - สมุทรปราการ ล่าสุดเปิดให้บริการถึงสถานีการเคหะสมุทรปราการแล้ว ซึ่งคาดการณ์เอาไว้ว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ภายในปี พ.ศ. 2563

คอนโดมิเนียมน่าสนใจ :

ไมอามี่ คอนโด บางปู
เรียกได้ว่าเป็น อาณาจักรความสุขของคนบางปู เลยก็ว่าได้ เพราะเป็นคอนโดพร้อมอยู่ เฟอร์นิเจอร์ครบ นอกจากจะใกล้รถไฟฟ้าแล้ว ยังติดทะเลอีกต่างหาก กับราคาเริ่มต้นที่ 899,000 บาท

โครงการเคหะชุมชนและบริการชุมชนสมุทรปราการ 4 (บางปู)
ดีไซน์ดี ฟังก์ชั่นครบ กับราคาเริ่มต้นเพียงแค่ 550,000 บาท ใกล้รถไฟฟ้าสถานีศรีจันทร์ประดิษฐ์ ขนาดพื้นที่ 32 ตารางเมตร แยกส่วนมาให้อย่างดี และมีระเบียงให้ด้วยนะ

2. โซนบางใหญ่
สถานการณ์ปัจจุบัน : โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่ - บางซื่อ เปิดให้บริการเรียบร้อยแล้ว

คอนโดมิเนียมน่าสนใจ :

คาซ่า คอนโด @ MRT สามแยกบางใหญ่
มีใครให้มากกว่านี้ไหม คอนโดสูง วิวสวย ติดรถไฟฟ้า พร้อมสิ่งอำนวยควมสะดวกครบครัน ทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนสและห้องสมุด แถมยังใกล้เซ็นทรัล เวสต์เกตอีกต่างหาก สนนราคาเริ่มต้นที่ 1.5 ล้านบาท ถือว่าคุ้มค่ามากเลยทีเดียว

เพลิน เพลิน คอนโดมิเนียม บางบัวทอง - เวสต์เกต
เพลินสมชื่อจริงๆ สำหรับคอนโดขนาดเริ่มต้น 32 ตารางเมตร ในราคา 790,000 บาท แต่เนรมิตชีวิตที่ดีกว่าด้วยการเดินทางเข้าเมืองที่แสนสะดวก ติดสถานีรถไฟฟ้าบางพลู

3. โซนบางแค
สถานการณ์ปัจจุบัน : รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง-บางแค และบางซื่อ-ท่าพระ คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการเต็มรูปแบบได้ภายในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2562

คอนโดมิเนียมน่าสนใจ :

เดอะ พาร์คแลนด์ เพชรเกษม - ท่าพระ
ตอบรับชีวิตคนเมืองได้ครบครัน บนทำเลที่เป็นศูนย์กลางการเดินทางแห่งใหม่ รายล้อมด้วย Lifestyle Center ในราคาเริ่มต้นที่ 3.9 ล้านบาท ใกล้สถานีรถไฟฟ้าท่าพระ

นิช ไอดี เพชรเกษม - บางแค
คอนโดมิเนียมใหม่ที่ตอบรับทุกการใช้ชีวิต เชื่อมต่อทุกการเดินทางได้อย่างสะดวกสบายไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ เรือ และใกล้สถานีรถไฟฟ้าบางแค และด้วยความที่มียูนิตไม่มาก จึงทำให้เป็นคอนโดที่มีความส่วนตัวสูง ราคาเริ่มต้นที่ 1.7 ล้านบาท

4. โซนรังสิต
สถานการณ์ปัจจุบัน : รถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ - รังสิต ถูกเรียกให้เป็น รถไฟชานเมือง เนื่องจากมีการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เป็นเจ้าภาพ โดยปัจจุบันงานก่อสร้างทางรถไฟฟ้าเสร็จเกือบสมบูรณ์แล้ว เหลือเพียงงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกลที่ดำเนินการไปแล้วกว่า 40% โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในปี พ.ศ. 2563

คอนโดมิเนียมน่าสนใจ :

พลัมคอนโด พหลโยธิน 89
จุดเริ่มต้นของความสุข ใกล้สถานีรถไฟฟ้าหลักหก รายล้อมไปด้วย Lifestyle Center ที่หลากหลาย อาทิ มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล ตลาด ห้างสรรพสินค้าและโรงภาพยนตร์ เปิดให้จับจองเป็นเจ้าของกันแล้วในราคาเริ่มต้นเพียง 790,000 บาท

ริล คอนโด
ชีวิตสะดวกสบายมีได้ง่ายๆ ที่นี่ คอนโดติดถนนโลคัล โร้ด และห่างจากสถานีรถไฟฟ้าหลักหก เพียง 1 นาที เท่านั้น พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ไว-ไฟ ทั้งหมดนี้เริ่มต้นที่ 1.6 ล้านบาท

5. โซนลำลูกกา
สถานการณ์ปัจจุบัน : รถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิต - สะพานใหม่ - คูคต ปัจจุบันงานก่อสร้างโยธาเดินหน้าไปแล้วกว่า 80% สามารถเปิดให้บริการเฉพาะสถานีลาดพร้าวเเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2562 และจะเปิดให้บริการครบทั้งเส้นทางภายในปี พ.ศ. 2563

คอนโดมิเนียมน่าสนใจ :

เดอะคิทท์ พลัส พหลโยธิน - คูคต
คอนโดใหม่ ขนาด 28 ตารางเมตรพร้อมเฟอร์นิเจอร์แต่งครบและสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมาย คุ้มที่สุดในเส้นรถไฟฟ้าสายสีเขียว ใกล้สถานีคูคต ราคาเริ่มต้นที่ 1.3 ล้านบาท

เดอะ คิวบ์ พลัส พหลโยธิน 56
โปร่งโล่งสบาย ด้วยเพดานที่สูงกว่า 2.7 เมตรและเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพ พร้อมด้วยดีไซน์ที่คำนึงถึง Lifestyle ที่ทันสมัย ด้วยเฟอร์นิเจอร์และเทคโนโลยีความปลอดภัยสูงสุด ใกล้รถไฟฟ้าสถานี กม.25 หรือจะเลือกเดินทางเข้าเมืองบนถนนพหลโยธิน ถนนวิภาวดีรังสิต ดอนเมืองโทลล์เวย์ ก็สะดวกไม่แพ้กันกับราคาเริ่มต้นเพียง 1.2 ล้านบาท

“ คอนโดใหม่ๆ ใกล้รถไฟฟ้าแบบนี้ มีให้คุณเลือกจับจองกันมากมาย หาไม่ยากอย่างที่คิดใช่ไหมล่ะ แต่ถ้ากำลังมองหาบ้านหรือคอนโดมือสองไว้เป็นตัวเลือกในราคาที่ประหยัดกว่า ลองเข้ามาดูกันที่ BaanKaidee ได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลยนะ ”

10 สูตรลับประหยัดพื้นที่ คืนห้องสวยให้กับคอนโด

ชีวิตในคอนโดมิเนียม แม้จะมีความสะดวกสบายในเรื่องการเดินทาง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยพื้นที่ที่จำกัด นั่นเป็นสาเหตุให้การตกแต่งคอนโดเป็นเรื่องไม่ค่อยสนุกสำหรับใครบางคน วันนี้เรามี “สูตรโกง” ที่จะช่วยเสกให้ห้องของคุณสวยโดดเด่น คืนพื้นที่ใช้สอยและเพิ่มประโยชน์มากขึ้น โดยการเปลี่ยนจากของเก่าที่ถูกลืม ให้ฟื้นคืนเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีสไตล์ไม่เหมือนใคร

1. จักรยานโบราณ
แก้ปัญหาห้องน้ำแคบเล็ก ด้วยการใช้จักรยานเก่าแทนตู้เก็บของใต้อ่างล้างมือ ช่วยให้พื้นที่ด้านล่างโปร่งโล่ง ดูสวยงามมินิมัลขึ้นมาในทันใด แล้วดัดแปลงส่วนที่เป็นตะกร้าจักรยานให้เป็นที่เก็บของใช้ต่างๆ ที่จำเป็น

2. กระเป๋าเดินทาง
ในวันที่กระเป๋าหยุดเดินทาง มันก็คงหมดคุณค่าสำหรับบางคน ลองเลือกหากระเป๋าเดินทางทรงคลาสสิคๆ มาทำหน้าที่ใหม่กันดีกว่า อาทิ ทำเป็นเก้าอี้สำหรับกระเป๋าที่มีขนาดใหญ่ หรือถ้าเลือกขนาดเล็กลงมา ก็สามารถนำมาทำเป็นโต๊ะข้างที่ไม่เหมือนใคร แถมยังสามารถเก็บสิ่งของได้อีกด้วย ช่วยประหยัดพื้นที่ไปได้อีกเยอะเลย

3. ลิ้นชักไม้
การมีตู้ลิ้นชักไว้ในคอนโดเป็นสิ่งจำเป็น แต่ก็ต้องแลกด้วยความเทอะทะของมัน แทนที่จะซื้อทั้งตู้ ลองหาแค่ลิ้นชักเก่าๆ มาทำสีใหม่ แล้วติดล้อเพื่อใส่ของและสามารถเข็นเก็บซ่อนไว้ที่ใต้เตียง ก็จะช่วยให้ห้องดูโล่ง มีระเบียบไปอีกแบบ หรือจะนำลิ้นชักไปติดกำแพงและวางของตกแต่งให้ห้องดูน่ารักสดใส ก็ทำได้เช่นกัน

4. บานหน้าต่าง
อยู่ห้องคอนโดเล็กๆ แต่ก็อยากมีโต๊ะไว้รับแขกกับเขาบ้าง ลองหากรอบหน้าต่างเก่า มาทำเป็นโต๊ะ กรุกระจกและทำเป็นบานพับเปิดปิดสำหรับตกแต่งให้สวยงามหรือจะใช้เก็บของจุกจิกก็ไม่ว่ากัน

5. ตู้เอกสารเหล็ก
พอเข้าสู่ยุค 4.0 ตู้เอกสารเหล็กก็มักจะถูกลืมมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าเราจับเขามาแต่งตัวใหม่ และพลิกด้านที่เป็นลิ้นชักหงายขึ้นเพื่อทำเป็นที่เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดต่างๆ เช่น ไม้กวาดหรือไม้ถูพื้น จะทำให้พื้นที่ที่ไม่น่ามองสะดุดตาขึ้นมาทันที

6. เก้าอี้พับ
สุดยอดไอเท็ม “สูตรโกง” สำหรับเพิ่มพื้นที่เก็บของที่เราภูมิใจนำเสนอคือ เก้าอี้พับ จับมาแขวนเรียงกันบนกำเเพงสักสามตัว คุณจะได้ชั้นวางของที่มีราวสำหรับแขวนเสื้อผ้าเเบบเวรี่คูลขึ้นมาทันที เวลาไม่ใช้งานก็แค่พับเข้าไปให้ดูเรียบร้อย ไม่เกะกะ แถมยังเป็นเหมือนกับงานศิลปะที่ตกแต่งให้ห้องคุณมีสไตล์มากกว่าใครทั้งนั้นอีกด้วย

7. โทรทัศน์เก่า
เปลี่ยนทีวีเก่าๆ ให้กลายเป็น อควาเรียมย่อมๆ ไอเท็มนี้อาจไม่ได้ช่วยเพิ่มประโยชน์การใช้สอย แต่จะช่วยให้ห้องของคุณดูมีชีวิตชีวาขึ้น ผ่อนคลาย สบายอารมณ์ วันไหนเหงาๆ ก็นั่งคุยกับปลาไปพลางๆ น่าสนุกดีออกใช่ไหมล่ะ

8. นิตยสารเก่า
ปฏิเสธไม่ได้ว่าเก้าอี้ เป็นเฟอร์นิเจอร์อีกชิ้นที่ต้องการพื้นที่ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะการมีเก้าอี้มากกว่าหนึ่งตัว ถ้าเรามีเก้าอี้ไว้สักหนึ่งตัวในห้อง แล้วทำที่นั่งแบบ DIY โดยการนำนิตยสารมาวางซ้อนกัน มัดด้วยเข็มขัดหนังแล้วหาเบอะรองนั่งมาวางไว้ข้างบน ก็จะช่วยให้มีที่นั่งแบบประหยัดพื้นที่มากขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ

9. บันไดไม้
ไลฟ์สไตล์การอ่านหนังสือ เป็นของคู่กันกับการอยู่คอนโดโดยลำพัง แต่ถ้าจะต้องมีชั้นหนังสือไว้ในห้องเล็กๆ คงจะอึดอัดไม่น้อย ปัญหานี้แก้ได้ด้วยการเลือกใช้บันไดไม้ที่ดูสวยๆ หน่อย แขวนติดเป็นแนวยาวบนกำแพง แล้วใช้เก็บหนังสือแทนหิ้ง ถือเป็นไอเดียดีๆ ที่หาไม่ได้จากร้านเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป

10. ชั้นวางหนังสือ
พอเราได้หิ้งวางหนังสือเก๋ จากบันไดกันแล้ว ถ้าคุณยังอยากได้ชั้นวางหนังสือไว้ในห้องอีก เราก็ไม่ว่ากัน แต่ขอให้เอามาทำเป็นม้านั่งไว้ทอดหุ่ยชิลๆ ริมหน้าต่าง จะดีกว่านะ นอกจากจะช่วยให้ห้องของคุณมีจุดที่โดดเด่นขึ้นมาแล้ว ยังมีที่เก็บของแยกเป็นช่องๆ อย่างเป็นสัดส่วนได้อีกด้วย

“ หวังว่า LIFE HACKING หรือ สูตรลับสำหรับชาวคอนโดนี้ จะทำให้คุณเกิดแรงบันดาลใจในการปรับแต่งพื้นที่ห้องของคุณให้สวยงาม ดูกว้างขวางขึ้นด้วยการเพิ่มประโยชน์ใช้สอย จากอุปกรณ์ง่ายๆ ที่หาได้ไม่ยากในราคาน่ารักๆ ที่นี่เลย ที่ Kaidee "

5 เทคนิคเนรมิต “บ้าน” ให้น่าอยู่

เทศกาลปีใหม่ไทย เพิ่งจะผ่านพ้นไป หลายๆ คนที่ไม่ได้เดินทางไปไหนก็คงมีโอกาสอยู่กับบ้าน สร้างความสุขร่วมกันกับครอบครัวด้วยการทำความสะอาด ตกแต่งบ้านให้น่าอยู่รับซัมเมอร์ แต่สำหรับคนที่ต้องเดินทางไกล การปล่อยที่อยู่อาศัยไว้ให้เหงาเป็นเวลานาน อาจทำให้บ้านของคุณซึมเศร้า ไร้ชีวิตชีวา (ก็เหมือนคุณกลับจากท่องเที่ยวแล้วพบว่าวันรุ่งขึ้นต้องไปทำงานแล้วนั่นล่ะ) วันนี้เรามีเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะช่วยคุณทำบ้านให้น่าอยู่ แล้วคุณจะพบว่าคุณกลายเป็นคนติดบ้านแบบไม่รู้ตัวก็คราวนี้ล่ะ!

1. ความสะอาดคือปัจจัยสำคัญ
ปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้บ้านน่าอยู่เหนือสิ่งอื่นใดทั้งสิ้นคือ “ความสะอาด” โดยปกติเรื่องของฝุ่นละออง เกิดขึ้นอยู่ทุกวันอยู่แล้ว แต่นี่เราไม่อยู่บ้านกันมาตั้งหลายวัน ( หรือเกือบครึ่งเดือนสำหรับบางคน) ความสกปรกย่อมเกิดขึ้นเป็นมหากาพย์อย่างแน่นอน เรื่องนี้จะเป็นเรื่องง่ายดายทันที หากคุณมีตัวช่วยดีๆ เช่น เครื่องดูดฝุ่น หรือ หุ่นยนต์ทำความสะอาด
หรือหากคุณยังเชื่อใจในความสะอาดด้วยมือเรา แต่ก็เหนื่อยล้าเกินกว่าจะลงมือทำเอง จะเรียกบริการแม่บ้านทำความสะอาดรายวัน มาทำแทนก็สะดวกสบายได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

2. ธรรมชาติคือชีวิต ต้องเนรมิตสวนให้สวยสบายตา
อย่างที่รู้ๆ กันอยู่ว่า การมีสวนที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าจะช่วยให้คุณเกิดความสุขทางใจ ใกล้ชิดธรรมชาติ แถมยังให้ร่มเงาและอากาศที่บริสุทธิ์ด้วย แต่ถ้ามีสวนแล้ว ก็ต้องดูแลอย่างสม่ำเสมอ คุณไม่อยู่บ้านหลายวัน สนามหญ้าที่เคยสวยงาม ก็อาจจะรกรุงรัง หรือไม่ก็เหี่ยวเฉา เห็นแล้วก็สะเทือนใจ แต่เดี๋ยวก่อน... ไม่ต้องทำเองหรอก เลือกใช้บริการจัดสวนหรือตัดหญ้าจากมืออาชีพมาดีกว่า แล้วเอาเวลาไปเลือกหาซื้อต้นไม้ พันธุ์ไม้แปลกๆ มาปลูกเพิ่มเติม เสริมชีวิตชีวาให้บ้านน่าจะเข้าท่ากว่าเยอะ

3. ศิลปะกับสีสัน ของคู่กันที่ช่วยเพิ่มความมีชีวิตชีวา
ทริปท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ของคุณ ไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือต่างประเทศก็ตาม อาจทำให้คุณเกิด Inspiration ที่จะเปลี่ยนแปลง Mood & Tone ของบ้านก็เป็นได้ ซึ่งนับว่าเป็นไอเดียที่ดี คุณอาจเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการเลือกซื้อภาพวาด สวยๆ ที่บ่งบอกความเป็นตัวคุณมาติดบนกำแพง หรือเลือกเปลี่ยนสีกำแพงให้เป็นสีสว่าง สดใส เพื่อสร้างความรู้สึกสบายตา แถมยังทำให้พื้นที่ห้องดูกว้างมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งสีทาภายใน สมัยนี้ก็มีให้เลือกเยอะแยะ คุณสามารถทาเองได้ง่ายๆ หรือถ้าไม่อยากเสี่ยง เรียกใช้บริการช่างทาสี เลย

4. อยู่ติดบ้านแน่ ถ้าแอร์เย็นเฉียบ
เอาจริงๆ นะ... ถ้าอากาศมันร้อนขนาดนี้ ต่อให้บ้านน่าอยู่ขนาดไหน คุณก็ยังคงจะโหยหาร้านกาแฟชิคๆ คูลๆ เพื่อออกไปทำงานตากแอร์อยู่เหมือนเดิมนั่นล่ะ ดังนั้นแล้วถ้าที่บ้านคุณยังไม่มีเครื่องปรับอากาศ เชื่อเรา! เลือกซื้อมาติดสักเครื่อง แล้วทุกอย่างจะดีขึ้นแน่นอน เอาค่ารถค่ากาแฟมาจ่ายเป็นค่าไฟที่บ้าน ประหยัดกว่าเยอะ ส่วนบ้านที่มีแอร์อยู่แล้ว กลับมาจากสงกรานต์คราวนี้ เช็คสภาพแอร์ของคุณให้ดี หากพบว่าอาการไม่ค่อยสู้ดี รีบเรียกช่างแอร์มาโดยด่วนเลย... คุณอาจจะได้เจอช่างแอร์ในตำนานก็ได้นะ (หมายถึงช่างแอร์ฝีมือดีน่ะ อย่าคิดไปไกลสิ)

5. “ดนตรี” นั้นสำคัญไฉน
บ้านสะอาด สวนสวย ตกแต่งภายในมีชีวิตชีวา อากาศเย็นสบาย ถ้าเปิดดนตรีเพราะๆ ไปด้วยนี่แจ่มเลย! ก็บ้านที่น่าอยู่ มันต้องมีบรรยากาศที่ผ่อนคลายนี่นา ลองหาเครื่องเล่นแผ่นเสียง มาติดบ้านไว้สักเครื่อง แล้วเลือกเปิดเเผ่นเสียงที่คุณชอบ นอกจากสร้างความเพลิดเพลินแล้ว ยังเป็นของแต่งบ้านที่เวรี่คูลอีกต่างหาก

“ถ้าคุณอยากมีบ้านสวยๆ เหมือนในนิตยสารล่ะก็ จดไอเดียเหล่านั้นของคุณลงบนกระดาษ แล้วค้นหาอุปกรณ์ที่จำเป็นหรือบริการจากช่างมืออาชีพที่นี่เพื่อประหยัดเวลาและความยุ่งยากของคุณที่นี่ได้เลย สะดวกสุดๆ” 


มาแอบส่องแผน 5 ขาใหญ่อสังหาฯ ใจกลางกรุงประจำปีนี้กัน

ใครๆ ก็อยากมีบ้านเป็นของตัวเองกันทั้งนั้น เหล่านกน้อยอย่างเราๆ จึงพยายามสร้างรังกันสุดกำลังตัว แถมไม่ว่าบ้านราคาไหนก็ต้องเริ่มที่หนี้หลักสิบปี บางคนถึงกับต้องรอฉลองโฉนดกันวัยใกล้เกษียน จะลงทุนซื้อหาบ้านสักหลังก็อยากจะมั่นใจว่าโดนของดีที่อยู่ได้ยาวๆ กันทั้งนั้น งั้นเราจะพาคุณๆ ไปส่องแผนการเปิดตัวโครงการอสังหาฯ ใจกลางกรุงจากเหล่าขาใหญ่ในวงการกัน เผื่อเขาจะไปผุดโผล่ในพื้นที่ที่คุณมองหาไว้สร้างรังพอดีอะไรอย่างนี้ และยังช่วยเสริมความมั่นใจ ในกรณีที่คุณคิดจะจับบ้านมือสองจากโครงการเหล่านี้มาผ่อนต่อแล้วจะไม่ต้องห่วงว่าจะถูกทิ้งไว้กลางทางให้ชีช้ำกระหล่ำปลีด้วยนะเออ

ศุภาลัย
แบรนด์เก๋าที่เกาถูกที่คันคนอยากมีบ้านได้ทุกยุคทุกสมัย ก็เกากันมาร่วมสามสิบปีแล้วนี่เนอะ โดยในปีนี้ตั้งเป้าเป็นดีเวลลอปเปอร์ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ขยายตัวไปหลายจังหวัดมากที่สุด กับเป้าเปิดตัว 34 โครงการทั่วประเทศมูลค่ารวม 40,000 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นโครงการบ้านแนวราบถึง 28 โครงการ ในขณะที่พื้นที่ไข่แดงอย่างกรุงเทพฯ-ปริมณฑลก็มีคอนโดมิเนียมอีก 6 โครงการ เช่น พระราม 9, สาทร, ธนบุรี พร้อมกำหนดงบซื้อที่ดินทั่วประเทศอีกถึง 8,000 ล้านบาท จากเดิมที่บริษัทปักหมุดไปแล้วใน 16 จังหวัด ไม่นับรวมกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ก็จะมีการเปิดตัวโครงการในจังหวัดใหม่ๆ เพิ่มอีกที่พระนครศรีอยุธยาและพิษณุโลก เรียกได้ว่าปูพรมปักหมุดให้แฟนๆ เลือกช้อปกันทั่วประเทศ ไม่ใช่แค่กรุงเทพเท่านั้นนะ

แสนสิริ
อีกหนึ่งแบรนด์คุ้นหูของคนเมือง ปีนี้แสนสิริเองก็พร้อมผุดโครงการใหม่ๆ มาเสิร์ฟตลาดกันถึง 28 โครงการ รวมมูลค่า 46,600 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดมิเนียม 12 โครงการ บ้านเดี่ยว 9 โครงการ และทาวน์เฮาส์ 7 โครงการ โดยไตรมาสแรกนี้มีแผนเปิดตัว 3 โครงการแนวราบ ซึ่งมีบ้านเดี่ยว "ฮาบิเทีย ยาร์ด รามอินทรา" บ้านเดี่ยว "เศรษฐสิริ ทวีวัฒนา" ทาวน์เฮาส์ ภายใต้แบรนด์ "สิริ เพลส" และโครงการคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ 7 ชั้น บนพื้นที่ 7 ไร่ของถนนกรุงเทพฯ-กรีฑา เหมาะทั้งคนที่มองหาที่อยู่อาศัยคุณภาพ หรือซื้อหาเพื่อเก็งกำไร

พฤกษา
อีกแบรนด์บ้านอันดับต้นๆ ในใจคนกรุงเทพที่อยู่มายาวนานถึง 25 ปี และมีโครงการที่หลากหลายทั้งคอนโด ทาวเฮ้าส์ บ้านเดี่ยว ตอบโจทย์ทุกกลุ่มผู้อยู่อาศัยในราคาที่เหมาะสม กับยอดส่งมอบบ้านเฉลี่ยปีละกว่า 20,000 ยูนิต และยังไม่หยุดที่จะผุดโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ โดยมีโครงการเด่นๆ เช่น Plum Condo, The Plant, The Connect และโครงการอื่นๆ อีกมากมายบนทำเลศักยภาพให้เลือกสรรครอบคลุมทั่วกรุงเทพ และในปีนี้จะมีการเปิดตัว The Connect สมาร์ททาวน์โฮม 2 ทำเลทอง สุวรรณภูมิ และ รามอินทรา – มีนบุรี ซึ่งนอกจากบ้านมือหนึ่งสุดฮอต ก็ยังมีมือสองให้เลือกช้อปอีกเพียบ

AP
ขาใหญ่สายคอนโดเจ้าของแบรนด์คุ้นหูชาวเมืองเช่น Aspire, Rythm ในปีนี้ก็มีแผนจะเปิดอีก 39 โครงการ มูลค่ารวม 56,800 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดฯ 5 โครงการ มูลค่า 22,400 ล้านบาท และแนวราบอีก 34 โครงการ มูลค่า 34,400 ล้านบาท ซึ่งจะเห็นได้ชัดว่าปีนี้ AP มุ่งไปที่การขยายตลาดสู่แนวราบมากขึ้นกับโครงการบ้านเดี่ยวถึง 15 โครงการ และทาวเฮ้าส์อีก 19 โครงการ ซึ่งครอบคลุมทุกทำเลทั้งย่านดอนเมือง วัชรพล พหลโยธิน สวนหลวง ราชพฤกษ์ บางใหญ่ สวนผัก อ่อนนุช พระราม 2 สายไหม เป็นต้น โดยจะมีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในโครงการต่างๆ มากขึ้นทั้ง Solar Cell และ Water Recycle System รวมถึงการนำร่องใช้เทคโนโลยีการก่อสร้างใหม่ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพของโครงการ เพื่อสร้างความมั่นใจในระยะยาวให้กับลูกบ้านทุกคน

LPN
ลุมพินีคอนโดนี่นี้มีอยู่ทุกมุมเมือง นี่คือสุดยอดโครงการขวัญใจคนอยากมีบ้านและคอนโดหลังแรก ด้วยราคาผ่อนที่เรียกได้ว่าถูกกว่าเช่า กับเจ้าของภาพจำการต่อคิวจองยาวเป็นหางว่าวทุกโครงการ!!! ปีนี้ก็เตรียมเปิดโครงการใหม่อีก 18-20 โครงการทั่วประเทศ มูลค่ารวมเบาๆ 20,000 ล้านบาท ถ้าต่อคิวจองไม่ไหวก็รอช้อนซื้อใบจองกันได้ หรือมือสองก็มีให้เลือกเยอะแยะ