รวมวิธีดูทำเลตั้งร้านยังไงให้ขายได้ดีเป็นเทน้ำเทท่า!!

ใครอยากเป็นเศรษฐี?? “ฉันน่ะสิๆ!!” ปัจจุบันการจะทำมาหากินหรือค้าขายอะไรก็ตาม บอกเลยว่าสถานที่ในการวางขายเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก หากเรานั้นอยากได้เงินจากขายเยอะๆ นั้น การมองหาทำเลที่ตั้งของร้านจะต้องแม่น แน่น ดุ และตรงเป้าหมายให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เราจึงรวมมาให้แล้วถึง 5 วิธี การมองหามุมขาย เพื่อทำให้คุณ เลือกทำเลได้ดีที่สุด!!
1. เลือกทำเลจากกลุ่มเป้าหมาย

อาจจะดูเป็นเหมือนเรื่องง่ายๆ แต่จริงๆแล้วเป็นเรื่องพื้นฐานที่สุดที่ต้องดูก่อน ลำดับแรกเลยดูในเรื่องของ ประชากรศาสตร์ (Demographics) ว่าสินค้าของเราเหมาะกับคนกลุ่มไหน และเริ่มสำรวจว่าสถานที่ตรงไหนบ้างที่มีกลุ่มเป้าหมายของเราอยู่เยอะ เช่น หากสินค้าของเรานั้นมีกลุ่มเป้าหมาย คือ หนุ่ม-สาวออฟฟิศ วัยทำงาน ทำเลที่ตั้งที่จะดี เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ อาจจะเป็นห้างสรรพสินค้าในตัวเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้แหล่งออฟฟิศ เป็นต้น
2. เลือกทำเลจากการสำรวจการสัญจรของลูกค้า

หลังจากการที่เราได้รู้กลุ่มเป้าหมายแล้วการมองหาสถานที่ขายสักหนึ่งที่นั้น เราควรมองว่าพื้นที่ตรงนั้นคนผ่านไปผ่านมาเยอะหรือเปล่า? และร้านบริเวณที่ใกล้เคียงบริเวณนั้นมีลูกค้าเข้า-ออก มาก-น้อยแค่ไหน ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งที่เราจะต้องมาคำนวณถึงว่า ต่อเดือนจริงๆ แล้วเรานั้นต้องการลูกค้าจำนวนเท่าไร ที่จะไม่ทำให้แต่ละเดือนนั้นติดลบหรือไม่มีกำไรนั่นเอง
3. เลือกทำเลจากข้อดี - ข้อเสียของแต่ละที่

เมื่อเรารู้กลุ่มเป้าหมายที่ต้องการจะขาย และรู้อัตราการสัญจรผ่านไปมาของลูกค้าแล้ว ก็ต้องมามองต่อกับสถานที่ที่เลือกจะวางขาย ควรมองหาสถาที่ที่หลากหลายเพื่อนำแต่ละที่มาเปรียบเทียบถึงข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไร และนำข้อดี - ข้อเสียเหล่านั้นมาชั่งน้ำหนักกันดูถึงรายได้ต่อเดือนที่คาดว่าจะได้รับ โดยเริ่มดูได้จากสิ่งที่ง่ายก่อนเลย คือ

ค่าเช่าที่ - เป็นสิ่งที่ต้องดูมากที่สุด เพราะแต่ละที่นั้นมีค่าเช่าที่แตกต่างกันออกไป ถ้าหากเราเลือกพื้นที่ที่มีราคาค่าเช่าต่อเดือนที่สูงแล้วนั้น รายได้ต่อเดือนก็จะได้รับน้อยลง อีกทั้งยังทำให้มี Fixed Cost (ต้นทุนคงที่) ต่อเดือนของเรานั้นเพิ่มขึ้นอย่างไม่จำเป็นอีกต่างหาก ถ้าหากว่าศึกษาข้อมูลของแต่ละที่ ดูแล้วว่าอัตราการสัญจรของลูกค้ามีพอๆ กัน เราควรเลือกที่จะประหยัดต้นทุนของเราให้ได้มากที่สุด

ความปลอดภัย - แน่นอนว่าการเปิดร้านๆหนึ่งย่อมมีค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่นอกเหนือจากค่าเช่าที่อย่างแน่นอน รวมไปถึงความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับร้านของเรา ดังนั้นเราจึงต้องคำนึงถึงความปลอดภัยทั้งของสินค้าภายในร้าน หรือบริเวณรอบๆ ร้านเช่นเดียวกัน หากบริเวณนั้นมีความเสี่ยงสูงในการตั้งร้าน เราก็ไม่ควรที่เลือกทำเลนั้นเป็นหน้าร้านของเรา
4. เลือกทำเลจากคู่แข่ง

แน่นอนว่าการค้าขาย เราย่อมอยากได้กำไรสูงสุด แต่ถ้าหากว่าที่ที่เราตั้งหน้าร้าน มีคู่แข่งที่ขายสินค้าหรือให้บริการแบบเดียวกันจำนวนมากๆ หากสินค้าของเรานั้นไม่มีความโดดเด่นแตกต่างจากคู่แข่งเจ้าอื่นๆ มากนัก การหาพื้นที่ที่มีคู่แข่งน้อยนั้น ย่อมทำให้เราได้เปรียบในการขายเป็นอย่างมาก เพราะคุณจะเป็นเจ้าเดียวที่ขายสิ่งๆนั้น ทำให้เมื่อมีลูกค้าที่ต้องการสินค้าเหล่านั้น เขาจะต้องนึกถึงคุณอย่างแน่นอน
5. เลือกทำเลจากความง่ายในการเข้าถึงของลูกค้า

เป็นสิ่งหนึ่งเลยที่ห้ามมองข้ามไป เพราะต่อให้ทำเลของเราจะดีเลิศประเสริฐศรียังไง ถ้าหากหน้าร้านของเราเข้าถึงได้ยาก หรือว่าเข้าไปลึกเกินจนลูกค้ากลัว ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้เกิดความอคติในสถานที่ตั้งได้ นั่นก็อาจจะทำให้เราเสียลูกค้าที่จริงๆ แล้วสนใจสินค้าของเราอยู่ก็เป็นได้

ดังนั้นการเลือกหน้าร้านที่จะค้าขายนั้นจะต้องดูและศึกษาให้มากๆ แต่ถ้าใครที่เลือกทำเลไม่ได้สักที หามานานเกิ๊น ก็มาหาทำเลต่อได้เลยที่ BaanKaidee และคุณจะได้เจอที่ดีๆ ที่คุณต้องการ

เงินเดือนน้อย อยากลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ได้ไหมนะ?

“อยากมีหอพักให้ปล่อยเช่า ชีวิตคงสบาย นั่งอยู่เฉยๆ ก็ได้เงินทุกเดือน” หลายๆ คนคงเคยคิด วาดฝันว่าชีวิตนี้อยากเป็นเจ้าของบ้าน คอนโด หอพัก เพื่อปล่อยเช่า เพราะการลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์นั้น เป็นเหมือนธุรกิจเสือนอนกินระยะยาว ที่ลงทุนครั้งเดียว ก็ได้กำไรอย่างต่อเนื่อง แต่การลงทุนครั้งเดียวนั้นเรียกได้ว่าเป็นการลงทุนที่ต้องใช้เงินก้อนมหาศาล หลายๆ คนจึงได้แค่วาดฝันไปเท่านั้น เพราะเราไม่มีเงินทุนมากพอที่จะลงทุนขนาดนั้นได้ แต่วันนี้ Neptune มีทางออกมาให้สำหรับคนที่มีรายได้น้อย ไม่มีเงินทุนก้อนโต แต่ใฝ่ฝันอยากจะลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์ นั่นก็คือ “การลงทุนกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์” นั่นเอง ว่าแต่มันคืออะไร มีข้อดีอะไรบ้าง ไปหาคำตอบกันเลย

กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ คืออะไร

กองทุนอสังหาริมทรัพย์ ก็เหมือนกับกองทุนอื่นๆ ที่จะระดมทุน รวบรวมเงินจากผู้ลงทุนที่มีความสนใจในด้านเดียวกันจากการขายหน่วยลงทุน เพื่อนำเงินส่วนนั้นไปต่อยอดลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นคอนโด ห้างสรรพสินค้า และอื่นๆ โดยผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนมาในรูปแบบ ค่าเช่า ค่าใช้บริการ เป็นเงินปันผลที่ได้รับอย่างสม่ำเสมอ เหมือนเราเป็นเจ้าของทางอ้อมที่ได้รับผลตอบแทนร่วมกันนั่นเอง

รายได้น้อยก็ซื้อกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ได้จริงไหมนะ?

คำตอบคือ ได้ ทุกวันนี้คุณสามารถซื้อกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ได้โดยเริ่มจากการลงทุนด้วยเงินหลักพัน กองทุนหลายๆ กองมีราคาแค่ 10 บาท หากซื้อ 200 หน่วย ก็ใช้เงินลงทุนแค่ 2,000 บาทเท่านั้น โดยถือเป็นเงินจำนวนที่เหล่ามนุษย์เงินเดือนเข้าถึงได้อย่างแน่นอน เพราะอย่างที่บอก หากเราไม่มีเงินก้อนโตไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ การลงทุนกับกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีในการเปิดโอกาสให้เราลงทุนเพื่อรับผลตอบแทน  จากอสังหาริมทรัพย์ด้วยเงินลงทุนที่ไม่มาก

ข้อดี

ใช้เงินในการลงทุนไม่เยอะ
อย่างที่บอกไป การลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์นั้น มีเงินแค่หลักพันก็สามารถที่จะลงทุนได้แล้ว ซึ่งถือว่าเป็นการลงทุนที่ใช้เงินไม่เยอะเลย โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โดยตรงที่ต้องใช้เงินส่วนใหญ่ก็หลักล้าน

กระจายความเสี่ยง
มีการกระจายความเสี่ยงมากกว่าการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โดยตรง เนื่องจากหากทรัพย์สินนี้แย่ อาจมีทรัพย์สินอื่นๆ ที่ดีอยู่ ทำให้ไม่ขาดทุนมากนัก หรืออาจจะไม่ขาดทุนเลย แต่หากลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โดยตรง หากทรัพย์สินนั้นอยู่ในช่วงขาลง เราจะไม่มีตัวช่วยในการกระจายความเสี่ยงนั่นเอง

ได้ผลตอบแทนมั่นคงกว่าการลงทุนในหุ้นแบบอื่นๆ
เนื่องจากการลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์จะได้ผลตอบแทนสม่ำเสมอในรูปแบบค่าเช่า เงินปันผล ทำให้มีกระแสเงินสดที่แน่นอน มั่นคง หรือกล่าวให้เข้าใจโดยง่ายก็คือมีรายรับที่แน่นอนนั่นเอง

เป็นยังไงกันบ้างคะ กับเกร็ดความรู้ดีๆ เกี่ยวกับการลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่ Neptune เอามาฝากกันในวันนี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ หลายๆ คนที่อยากลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แต่มีเงินก้อนไม่พอ และหากลงทุนแล้วได้กำไร อยากลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์โดยตรง มีบ้าน คอนโด มือสองราคาดีๆ มากมาย มาดูได้ที่ BaanKaidee นะ

ชาวบ้านไกล! แบบไหนคุ้มกว่า มาจากบ้าน หรือ เช่าคอนโด?

แม้การทำงานหรือการเรียนในยุคโควิดจะเปลี่ยนผันเป็นการ Work from home และการเรียนก็กลายเป็นเรียนออนไลน์แทน ทว่าในระยะหลังมานี่หลายบริษัทและสถานศึกษาเริ่มกลับมาเปิดทำการ จึงนำมาสู่การไหลรวมของประชากรเข้าสู่ตัวเมืองหลวง อย่างกรุงเทพมหานคร จึงทำให้หลายคนต้องกลับมานั่งทบทวนหนักอีกครั้ง

‘เราควรจะนั่งรถไฟฟ้าจากบ้านไปทำงาน หรือ เช่าคอนโดกลางเมืองไปดีนะ?’

แน่นอนว่าจะให้ตัดสินใจโดยไม่ดูองค์ประกอบความคุ้มค่าโดยรวมก็คงไม่ได้
เราลองมาดูปัจจัยสำคัญที่ช่วยคุณในเลือกช้อยส์ที่เหมาะสมกับคุณที่สุดกันดีกว่า!

1.ความสะดวกสบาย
เดินทางจากบ้าน : ในกรณีที่เราใช้รถไฟฟ้าในการเดินทางมาทำงานจากบ้าน แน่นอนว่าความสะดวกสบายในเรื่องของการเดินทางย่อม ‘น้อยกว่า’ การอยู่คอนโดใกล้ที่ทำงานหรือติดรถไฟฟ้า เพราะบางคนอาจต้องต่อรถออกจากบ้านเพื่อต่อรถไฟฟ้าอีกที

ไหนจะประเด็นความเบียดเสียดบนรถไฟฟ้ายามเช้าอีก แค่คิดก็ปวดหัวแทบจะทันที ทว่า การอยู่บ้านก็มีข้อดีในแง่ของการมีพื้นที่ใช้สอยและสามารถทำกิจกรรมหลายๆอย่างได้แบบอิสระกว่าอยู่บนคอนโด

เช่าคอนโด : การอยู่คอนโดติดรถไฟฟ้านอกจากจะเดินทางสะดวกมากแล้วบางคนอาจอยู่คอนโดที่สามารถเดินเท้าไปถึงที่ทำงานได้ในไม่กี่นาทีด้วย และถึงแม้จะมีประเด็นการเบียดเสียดบนรถไฟฟ้าก็อาจเกิดเพียงไม่กี่นาทีเพราะอยู่สถานีใกล้ที่ทำงาน แถมยังรอรถคันว่างๆได้อีกด้วย

แม้พื้นที่ใช้สอยจะน้อยกว่าบ้าน ทำอาหารได้เล็กน้อย ทว่าคอนโดก็มีพื้นที่ส่วนกลางต่างๆให้เราได้ใช้งาน เช่น ฟิตเนส ห้องอ่านหนังสือ สระว่ายน้ำ ฯลฯ

2.ค่าใช้จ่าย
เดินทางจากบ้าน : เราต้องนำค่าเดินทางทั้งหมดมาบวกรวมกัน การเดินทางเราอาจใช้รถยนต์ส่วนตัวมาจอดรถที่ลานจอดก่อนจะต่อรถไฟฟ้า บางคนหากมาเดินทางจากบ้านเป็นครอบครัวควรจะคำนวณความคุ้มกับจำนวนผู้เดินทางในแต่ละครั้ง ซึ่งหากเดินทางมาพร้อมกันหลายคนย่อมคุ้มกว่าการเช่าคอนโดอยู่แน่นอน

ทว่าอาจมีข้อเสียในเรื่องของค่าใช้จ่ายในเรื่องของที่จอดรถบวกเพิ่มเข้ามารวมถึงค่าน้ำมันและค่าบำรุงรถจิปาถะต่างๆนานาเพิ่มขึ้นเข้ามาอีก

และในกรณีที่บางคนบ้านอาจอยู่ติดรถไฟฟ้าอยู่แล้ว เรื่องค่าใช้จ่ายนี้น้อยกว่าการเช่าคอนโดอยู่หลายเท่า เนื่องจากคอนโดในเมืองล้วนแต่ราคาหลักหมื่นอัพกันเป็นส่วนมาก ถึงแม้ค่ารถไฟฟ้าจะยิ่งไกลราคายิ่งสูงมากแต่ก็ยังคงถูกกว่าการเช่าห้องเดือนละหมื่นอยู่หลายพัน

เช่าคอนโด : คอนโดกลางกรุงราคาส่วนใหญ่มักจะอยู่ที่หลักหมื่นบวกๆ ยิ่งทำเลดีแค่ไหนราคายิ่งเพิ่มเท่านั้น แน่นอนว่าถ้าคนมีงบ การเช่าคอนโดอาจเป็นปัจจัยดีที่สุด แต่คนไม่มีงบนั้น การเช่าคอนโดอาจต้องเลือกที่ห่างออกมาจากตัวเมืองหน่อย ซึ่งจะตามมาด้วยค่าเดินทางเพิ่มเติมขึ้นมา เมื่อนำมารวมกับค่าเช่าแล้วอาจทำให้ต้องซดมาม่าทั้งเดือนก็เป็นได้

3.เวลา
เดินทางจากบ้าน : ปัจจัยด้านเวลาขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่า ระยะทางจากบ้านนั้นไกลจากสถานที่ทำงานหรือที่เรียนมากน้อยเพียงใด ทว่าแม้บ้านของคุณจะอยู่ใกล้กับที่ทำงานห่างกันไม่ถึง สิบกิโล แต่ก็อาจใช้เวลาเป็นชั่วโมงกว่าจะถึง อย่างที่รู้กันว่า ปัญหาของการจราจรของกรุงเทพมหานครนั้นติดอันดับ 11 ของโลกในการจัดอันดับของ TomTom Traffic Index ปี 2019

ถึงแม้จะสามารถใช้รถไฟฟ้าในการเดินทางได้ แต่เวลาในการเดินทางอาจไม่ได้น้อยไปกว่าการขับรถไปทำงานเลย เพราะยังไม่รวมเวลาที่ต้องรอรถไฟฟ้า หรือ เวลาที่รถไฟฟ้ามักจะเสียเป็นประจำให้คุณได้หงุดหงิดบ่อยๆ

เช่าคอนโด : หากคอนโดใกล้สถานที่ทำงานคุณ หรือ อยู่สถานีรถไฟฟ้าใกล้ที่ทำงาน นั่นถือว่าคุณโชคดีเป็นอย่างมาก เพราะแทบจะย่นระยะยเวลาในการเดินทางไปกลับบ้านได้เยอะ ทั้งยังมีเวลาเหลือเฟือในการทำอย่างอื่น เช่น นอนดึกตื่นสายขึ้น เข้าฟิตเนส ไปวิ่งตามสวนสาธารณะยามเช้า รวมถึงมีเวลาทำงานอดิเรกอื่นๆของคุณอีกมากมาย แน่นอนว่าหากใครสายปาร์ตี้ยามค่ำคืน การเช่าคอนโดน่าจะเป็นช้อยส์ที่เหมาะสมกับคุณมากที่สุด!

4.ความสบายใจ
เดินทางจากบ้าน : ปัจจัยความสบายใจ อาจเป็นปัจจัยหลักของคนหลายคนในการตัดสินใจ เนื่องจากบางคนรักในการอยู่แบบเป็นแฟมิลี่ การอยู่กับที่บ้านหรืออยู่กับน้องหมาน้องแมวหรือสัตว์เลี้ยงที่รักของคุณ ย่อมช่วยลดความเครียดสะสมจากการทำงานหรือการเรียนได้เป็นอย่างดี เพราะเมื่อคุณกลับบ้านมา คุณจะได้เจอคนหรือสิ่งที่คุณรักรอคอยคุณทุกวันในการกลับบ้าน มีอะไรสามารถพูดคุยแชร์กันได้

แต่ถึงอย่างนั้นสำหรับคนโลกส่วนตัวสูง ความเป็นส่วนตัวของคุณอาจถูกรบกวนได้ง่าย หรือ อาจต้องทำกิจกรรมครอบครัวร่วมกันภายในครอบครัวที่คุณไม่อยากทำ เป็นต้น

เช่าคอนโด : การเช่าคอนโดอาจต้องอยู่คนเดียวแถมยังเลี้ยงสัตว์ไม่ได้ แต่สำหรับคนที่มีความสบายใจในการอยู่คนเดียวถือเป็นทางเลือกที่ดีอย่างมาก เพราะคุณจะได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น แถมมีเวลานั่งเงียบๆ ผ่อนคลายตัวเองได้ดีอีกด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจมีเสียงรบกวนจากเพื่อนบ้านห้องข้างๆ แต่โดยรวมแล้วคุณจะได้ใช้เวลาอยู่คนเดียวอย่างเต็มที่แน่นอน

สำหรับปัจจัยในการเลือกสำหรับคนบ้านไกลอย่างเรานั้นนอกจากปัจจัยทั้ง 4 ข้อข้างต้นแล้ว ควรพิจารณาว่าแบบใดที่จะดีต่อ ‘สุขภาพกายและสุขภาพจิต’ ของเราได้มากที่สุด เพราะการทำงานมีความเครียดสะสมเยอะ การกลับมาบ้านหรือห้องเพื่อพักผ่อนควรเป็นที่ๆ เราได้พักผ่อนอย่างแท้จริง

หากใครที่มีงบไม่เยอะ อยากซื้อคอนโดมือหนึ่งแต่ไม่ไหวก็สามารถลองดูเป็นคอนโดมือสองหรือเช่าคอนโดรายเดือนได้ เนื่องจากบางครั้งการเช่าคอนโดอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าหากคุณไม่ได้จะทำงานอยู่สถานที่นั้นในระยะยาว แต่การซื้อคอนโดมือสองก็ถือเป็นเรื่องดีเพราะคุณจะมีกรรมสิทธิ์ครอบครองเลยไม่ต้องเสียเงินในชื่อคนอื่น

ถ้าคุณไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นดูหรือหาที่ผู้ปล่อยเช่าคอนโดจากไหน ลองเข้ามาดูได้ที่ BaanKaidee ที่ผู้ขายมีความน่าไว้วางใจและได้รับการตรวจสอบมาอย่างดีแล้ว ทั้งยังมีคอนโดหลายสถานที่ หลายแห่งมากมายให้คุณได้เลือกสรรตามใจคุณ

 

รีโนเวทบ้านยังไงไม่ให้งบบาน

ปัจจุบันเทรนด์ในการรีโนเวทบ้านกำลังได้รับความนิยมอย่างสูง เนื่องจากบ้านหรือคอนโดบางหลังนั้นอาจจะมีดีไซน์ที่ไม่ทันสมัยแล้ว รวมถึง Life Style ไม่ตอบสนองกับวิถีชีวิตในยุคนี้ ทำให้หลาย ๆ คนมองหาการรีโนเวทมากกว่าการซื้อที่อยู่ใหม่ เนื่องจากใช้งบที่ประหยัดกว่าและมีขั้นตอนต่าง ๆ น้อยกว่า แต่หากคุณกำลังที่จะรีโนเวทบ้านเรามีคำแนะนำมาฝาก
หาข้อมูลเยอะ ๆ

ขั้นตอนแรกสำหรับการรีโนโวทบ้านนั้น สิ่งแรกที่เราควรจะทำคือการหาข้อมูลเกี่ยวกับการรีโนเวทให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นสไตล์ วัสดุ ขนาดพื้นที่ ตำแหน่งการวางหลอดไฟ ฯลฯ ยิ่งเรามีข้อมูลเยอะเท่าไหร่ เรายิ่งเห็นภาพรวมของการรีโนเวทมากขึ้น
ลองออกแบบด้วยตัวเอง

ปัจจุบันเรามีเครื่องมือในการออกแบบบ้านที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในมือถือหรือคอมพิวเตอร์ ทำให้เราสามารถที่จะออกแบบบ้านด้วยตัวเราเอง ทำให้เราสามารถที่จะประหยัดเงินในการจ้างช่างมาออกแบบได้หลายบาท อีกทั้งเราจะเห็นภาพในบ้านของเราชัดเจนยิ่งขึ้นอีกด้วย ที่สำคัญการทำแบบนี้ยังสนุกอีกต่างหาก
กำหนดงบไว้อย่างชัดเจน คุยกับผู้รับเหมาให้เคลียร์

หนึ่งในปัญหาที่หลาย ๆ คนมักจะเจอคือการที่งบประมาณที่ตั้งไว้มักจะใช้คำว่าประมาณ ดังนั้นหากเป็นไปได้ให้เรากำหนดงบประมาณที่แน่ชัด ค่าวัสดุ ค่าจ้างคนงาน ค่าเฟอร์นิเจอร์ ค่ารื้อถอน ฯลฯ โดยเราควรคุยกับบรรดาเหล่าผู้รับเหมาให้จบในครั้งเดียวและได้ตัวเลขออกมาแน่นอน ซึ่งวิธีการที่ผู้เขียนอยากจะแนะนำคือการบอกงบที่เรามีให้ผู้รับเหมารับทราบไปเลย เอาให้ชัดเจนจะได้ไม่ต้องมาเพิ่มเงินกันในภายหลัง
เลือกวัสดุให้เหมาะสมกับราคา

สำหรับการรีโนเวทแม้ว่าเราจะมีธีมในใจ แต่เป็นไปได้ยากที่เราจะได้วัสดุตามที่เราต้องการและราคาที่ถูกใจ เนื่องจากหลาย ๆ ปัจจัย ทั้งที่ตั้งของร้านค้า ตำแหน่งของบ้าน และราคาที่แตกต่างกันตามแต่ละพื้นที่ ดังนั้นหากเป็นไปได้ เราควรที่จะหาวัสดุให้เหมาะสมกับราคา ไม่ควรจะแพงเกินไป อันไหนประหยัดได้ประหยัด ที่สำคัญอย่าลืมในเรื่องของการรับประกัน อันจะส่งผลต่อการใช้งานในระยะยาว
อะไรที่ทำได้เองทำไปเลย

ในงานรีโนเวทบางจุดนั้น เราอาจที่จะไม่จำเป็นต้องใช้บริการของผู้รับเหมาเสมอไป เช่นการทาสีภายใน การประกอบเฟอร์นิเจอร์บางชิ้น เป็นต้น ซึ่งวิธีการเหล่านี้อาจจะเสียเวลาสักหน่อย แต่ก็ทำให้เราประหยัดงบประมาณได้หลายบาท ที่สำคัญงานบางอย่างยิ่งทำยิ่งชำนาญ กลายเป็นทักษะติดตัวไปอีกต่างหาก

สุดท้ายนี้ขอให้ท่านผู้อ่านทุกท่านมีความสุขในรีโนเวทบ้านและงบไม่บานปลาย แต่หากว่าคุณอยากจะได้บ้านที่เหมาะกับคุณ หรือหาบ้านที่อยู่ในทำเลที่เหมาะสมเพื่อนำมารีโนเวท ก็ลองมาหาดูใน BaanKaidee ที่นี่เรามีบ้านมากมายให้ได้เลือกหา ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศไทย สนใจก็ลองเข้ามาหาดูกันได้เลย

รวมแหล่งค้นหาที่ดิน [รวมในบทความเดียว]

ที่ดิน เป็นหนึ่งในอสังหาริมทรัพย์ที่คนส่วนใหญ่อยากจะจับจองเป็นเจ้าของ ยิ่งเป็นทำเลที่ตอบโจทย์ในทุกๆด้าน เหล่านักลงทุนทั้งหลายยิ่งสนใจซื้อมาเป็นสินทรัพย์ในการลงทุน

แต่การที่เราจะลงไปดูที่ดินในทุกที่นั้น อาจจะทำให้เราเสียโอกาสในเรื่องอื่นๆไปได้ วันนี้เราจึงรวบแหล่งค้นหาที่ดินที่ง่าย สะดวก สบาย ไว้เป็นทางเลือกในการศึกษาที่ดินที่เราสนใจ มีอะไรบ้าง ตามไปดูกันเลยค่ะ

“ที่ดินมักเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่คนส่วนใหญ่สนใจและอยากจะจับจองเป็นเจ้าของเพื่อทำการต่อยอดในอนาคต”
6 แหล่งค้นหาที่ดินฮอตฮิต

1. ค้นหาที่ดินผ่าน Google Earth
หนึ่งวิธีการค้นหาที่คงเป็นที่รู้จักของใครหลายๆคน ซึ่งมีวิธีการค้นหาที่ง่ายและสะดวกสบาย โดยค้นหาจากการเสิร์ชชื่อสถานที่ที่เราทราบ หรือสถานที่ใกล้เคียงที่ดินที่เราต้องการค้นหาบน Google Earth ระบบจะทำการค้นหาพื้นที่ที่เราต้องการ

ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งบนหน้าเว็บไซต์ในคอมพิวเตอร์และบนสมาร์ทโฟน ในขณะที่เรากำลังดูที่ดิน เราสามารถเลือกลักษณะการแสดงผลของพื้นที่แบบ 2D ที่เป็นภาพถ่ายทางดาวเทียม

หรือการเปิดระบบ Google Streetview เพื่อเปลี่ยนการแสดงผลเป็นแบบภาพถ่ายทางอากาศ ที่เราสามารถลงไปดูพื้นที่จริงเสมือนเราไปพื้นที่นั้นเอง

แต่ว่า Google Earth ยังไม่มีการระบุรายละเอียดที่เป็นพิกัดที่ดินที่ละเอียดชัดเจน เช่น ขนาดเนื้อที่ หมายเลขระวางที่ดิน หรือราคาประเมินต่างๆ หากใครที่อยากได้ข้อมูลที่ละเอียดและชัดเจน อาจจะต้องใช้วิธีการอื่นๆแทนนะคะ

พิกัดเว็บไซต์: https://earth.

รวมบ้านสไตล์แปลก ที่คุณอาจไม่รู้จัก

การมีบ้านสวยๆ อาศัยอยู่คงเป็นเรื่องที่ใครหลายคนใฝ่ฝัน และยิ่งเป็นบ้านที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครก็ยิ่งน่าอยู่มากขึ้นไปอีก ปัจจุบันจึงเกิดบ้านสไตล์ใหม่เพิ่มขึ้นอีกหลายรูปแบบ ให้เลือกออกแบบตามความชอบของแต่ละคน วันนี้เราจะพามาดูบ้านสไตล์แปลก ที่คุณอาจไม่รู้จักมาก่อน จะมีอะไรบ้างมาดูกันค่ะ
Art Deco
บ้านสไตล์อียิปต์โบราณที่ประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ด้วยการใช้สีสันสดใส ลักษณะบ้านสไตล์นี้จะเป็นรูปทรงเรขาคณิตง่ายๆ เช่น สี่เหลี่ยมหรือวงกลม โดยการออกแบบสไตล์นี้มักจะเหมาะสำหรับสำนักงานมากกว่าบ้านเป็นหลัง

Craftsman
บ้านแสนเรียบง่ายที่เกิดจากการผสมผสานการเป็นงานช่างฝีมือไม่ว่าจะเป็น เหล็ก ปูน อิฐ และไม้ ที่เป็นธรรมชาติเข้าด้วยกันอย่างลงตัวตามสไตล์ โดยมีหลังคาที่ต่ำและมุขหน้าบ้านที่กว้างขวางเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว บ้านแบบนี้มักจะใช้สีสันที่มาจากธรรมชาติ เช่น สีครีมหรือน้ำตาล ทำให้กลมกลืนกับธรรมชาติมากขึ้นไปอีก

Prairie
อีกหนึ่งบ้านที่กลมกลืนกับธรรมชาติเพราะทำจากวัสดุธรรมชาติอย่างไม้ ทำให้รู้สึกแข็งแกร่งทรงพลังดั่งป้อมปราการ ภายในบ้านถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานได้อย่างครบครันและสะดวกสบาย โดยเน้นความเรียบง่ายแต่ตอบสนองทุกความต้องการได้อย่างแท้จริง เอกลักษณ์ของบ้านสไตล์นี้คือหน้าต่างที่ยาวแบนและหลังคาที่ต่ำ

Pueblo Revival
บ้านดินที่ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศอินเดียโบราณนำมาปั้นให้กลายเป็นรูปร่างบ้าน มีความเรียบง่ายสวยงาม มักจะใช้วัสดุจากดิน ปูนปั้น และคานไม้ขนาดใหญ่ในการก่อสร้าง โดยวัสดุที่ทำมาจากดิน จะทำให้ภายในบ้านมีความเย็นสบายในเวลากลางวันและอบอุ่นในเวลากลางคืน

Izba
บ้านไม้ชนบทที่มีแรงบันดาลใจจากประเทศรัสเซียดั้งเดิม ตัวบ้านทำตัวด้วยไม้และดินเหนียวทั้งหลัง โดยก่อสร้างมักด้วยเครื่องมือที่หาได้ทั่วไป มีขั้นตอนง่ายๆ คือการตัดมัดโดยใช้เชือก มีด และพลั่ว เนื่องจากหาวัสดุอื่นๆ ได้ยากและแพงกว่านั้นเอง

Hogan
บ้านแบบดั้งเดิมที่เป็นที่อยู่อาศัยของชนเผ่านาวาโฮ ซึ่งเป็นชนเผ่าอินเดียนแดงในแถบอเมริกาเหนือ ตัวบ้านโครงสร้างแบบดั้งเดิมคล้ายบ้านใต้ดิน ภายในมักจะทำด้วยไม้พิงกันเป็นกระโจมแหลมและพอด้วยดินด้านนอกจนทั่ว เพราะสามารถหาวัสดุและสร้างได้ง่ายนั่นเอง

นี่เป็นเพียงส่วนน้อยของสไตล์บ้านแบบแปลกๆ ที่เราเอามาฝากกัน และถ้าใครอยากได้บ้านมือสองที่ราคาไม่แพงแถมมีดีไซน์สวยๆ ก็สามารถค้นหาได้ที่ BaanKaidee ได้เลยแล้วคุณจะเจอบ้านที่ใช่ ในราคาที่คุณต้องการ

แชร์เทคนิคตรวจรับบ้าน ต้องดูอะไรบ้าง?

หลาย ๆ ท่านซื้อบ้านมา ก็อยากอยู่บ้านที่ไม่มีปัญหาจุกจิกที่ต้องมาค่อยซ่อมตลอด อยากเสียเงินแค่ครั้งเดียว ก็อยู่ยาว ๆ เลย ขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญก่อนโอนบ้าน นั่นคือ การตรวจบ้านให้ละเอียดถี่ถ้วน
เพื่อเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ วันนี้จะแชร์เทคนิคการไปตรวจรับบ้านด้วยตัวเอง ต้องดูอะไรบ้าง จะได้ไม่ต้องมาเสียเวลากันทีหลังนะครับ
ก่อนตรวจ เตรียมอะไรบ้าง?

สิ่งสำคัญที่ไม่ควรลืม

ตรวจสัญญาต่าง ๆ และเงื่อนไขต่าง ๆ ให้ดี
ดูข้อมูลหรือรายละเอียดในบ้าน เช่น เฟอร์นิเจอร์มีอะไรบ้าง มีติดตั้งอะไรตรงไหน
ควรนัดเจ้าหน้าที่โครงการในเวลาที่มีแสงเพียงพอ เพราะว่า เราจะได้เห็นทุกซอก ทุกมุมของตัวบ้าน

อุปกรณ์ต้องพร้อม

สมุดจดบันทึก เพราะว่า เอาไว้จดเวลาเจอจุดที่เราต้องให้โครงการแก้ไข
เทปกาวแบบลอกออกง่าย หรือจะเป็นกระดาษจุดสีเล็ก ๆ แบบลอกออกง่าย ไม่ติดแน่น เพราะว่า เอาไว้มาร์กจุดที่จะให้ช่างไปแก้ไขได้นั่นเอง
เครื่องมือต่าง ๆ ในการใช้ตรวจพื้นที่บ้าน ตรวจความแข็งแรงทนทานของบ้าน เช่น ตลับเมตร ไขควง ค้อน แต่อาจจะขอยืมจากโครงการได้นะครับ

จุดที่ต้องเช็ค มีอะไรบ้าง?
ภายนอก

บริเวณรอบ ๆ บ้าน ให้เช็คบริเวณที่จอดรถหรือบริเวณที่มีการปูพื้นว่ามีกระเบื้องแตกและยุบหรือเปล่า
รั้วและประตูรั้ว มีตรงไหนชำรุดหรือเลื่อนปกติดีไหม วัสดุทนทานหรือไม่
ประตู หน้าต่างภายนอก เวลาปิดสนิท แล้วให้ใช้น้ำจากสายยางฉีดขึ้นจากด้านบนให้น้ำไหลลงมาเปรียบเสมือนฝน ให้ดูว่ามีจุดที่รั่วซึมเข้าไปข้างในบ้านได้หรือเปล่า
โครงสร้างนอกบ้านมีรอยรั่วซึมและร้าวหรือเปล่า? ให้เดินตรวจให้ละเอียด เพราะถ้ามีรอยรั่วซึมหรือรอยร้าวให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่โครงการแก้ไขด่วน เพราะในอนาคตจะเกิดปัญญาน้ำซึมหรือโครงสร้างบ้าน อาจจะทำให้โครงสร้างของบ้านไม่แข็งแรงก็ได้นะ

ภายใน

ผนังภายในเช่นกัน ตรวจสอบว่ามีรอยร้าวและมีการรั่วซึมหรือไม่
ประตู หน้าต่าง ที่โดนฉีดน้ำแล้ว มีน้ำรั่วซึมหรือไม่
ฝ้าเพดาน มีการรั่วซึมของน้ำที่ทดลองฉีดและมีรอยร้าวหรือไม่ ฝ้ามีรูปทรงผิดรูปหรือไม่
กระเบื้อง ทดสอบโดยการเคาะกระเบื้องทุกแผ่น ถ้ามีกระเบื้องที่ปูนกาวไม่เต็มแผ่น เสียงจะแตกต่างจากกระเบื้องอื่น ๆ
บันได แข็งแรงหรือไม่ ให้เหยียบดูหลาย ๆ รอบ มีการยุบตัวหรือไม่ แต่ละขั้นมีขนาดเท่ากันหรือไม่

ระบบน้ำ

ดูการรั่วซึมของการใช้น้ำ ไม่ว่าจะเป็นในห้องน้ำ ซิงค์ล้างจาน ให้ลองใช้อะไรก็ได้อุดการไหลทิ้งของน้ำแล้วปล่อยให้น้ำขัง แล้วดูว่าน้ำรั่วซึมไปจุดไหนหรือไม่
การกดน้ำเสียที่ชักโครก ให้ดูการการระบายน้ำปกติหรือไม่ มีน้ำรั่วซึมหลังจากการกดชักโครกหรือไม่

ระบบไฟฟ้า

ดูการทำงานของไฟฟ้าทุกจุด ไม่ว่าจะเป็น สวิตซ์ไฟ เครื่องสับเบรกเกอร์ การเดินสายไฟ เพื่อความปลอดภัยในการอยู่อาศัย

เป็นไงบ้างเพื่อน ๆ ไม่ยากเลยใช่ไหมกับการตรวจรับบ้านด้วยตัวเอง ขอแนะนำอีกอย่างหนึ่ง ถ้าจะตรวจรับบ้าน เพื่อที่จะให้ได้บ้านที่สมบูรณ์และมีคุณภาพที่สุด อยากให้ชวนเพื่อนหรือแฟนไปด้วยนะ จะได้ช่วยกันดูได้ หรือใครไม่มั่นใจในการตรวจเองก็สามารถจ้างคนที่สามารถตรวจงานรับบ้านแทนเราก็ได้ แต่ก็ควรไปดูด้วยตาเราด้วยนะครับ

 

แต่ก่อนตรวจรับบ้านก็ต้องมีบ้านให้ตรวจก่อน ลองมาหาบ้านก่อนได้ที่ BaanKaidee มีบ้านหลากหลายแบบให้เพื่อน ๆ ได้เลือกสรรเลย

ฮวงจุ้ยกับการเลือกซื้อบ้าน

เชื่อว่า เจ้าของบ้านมือใหม่หลายๆคน กำลังประสบปัญหาแบบเรา บ้านก็อยากได้ แต่ไม่รู้จะเลือกอย่างไร ถามคนส่วนใหญ่ก็มักจะได้คำตอบว่า ให้ลองดูที่ ราคา ทำเล หรือรูปแบบบ้านที่สวยถูกใจสิ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เจ้าของบ้านตัดสินใจเลือกซื้อบ้าน แต่คุณรู้หรือไม่ การเลือกบ้านหนึ่งหลัง นอกจากปัจจัยที่กล่าวไปแล้ว การดูจาก ”หลักฮวงจุ้ย” ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ใครหลายๆคนใช้มาเป็นเหตุผลอันดับต้นๆในการเลือกซื้อบ้าน

“อยากได้บ้านเป็นของตัวเองสักหลัง แต่ว่าโครงการบ้านมีเยอะไปหมด จะเลือกยังไงดีนะ!”

วันนี้เราลองมาดูกันดีกว่าว่า ฮวงจุ้ยบ้านที่ว่านี้จะมีความสำคัญต่อการเลือกซื้อบ้านอย่างไร มีปัจจัยอะไรบ้างที่เราควรคำนึงถึง และจะช่วยส่งเสริมเรื่องอะไรให้เราบ้าง
1.ทำเล
ตำแหน่งที่ตั้งบ้าน เป็นปัจจัยแรกๆที่คนซื้อบ้าน จะเลือกเป็นตัวเลือกแรกในการตัดสินใจ เนื่องจากการซื้อบ้าน เป็นการตัดสินใจที่จะอยู่ไปถาวร  ดังนั้น ทำเลบ้านที่เลือกซื้อส่วนใหญ่จะต้องสัมพันธ์กับปัจจัยของการเดินทาง ใกล้ที่ทำงาน หรือสถานที่สำคัญต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิต แต่จุดสำคัญที่ควรคำนึงถึงในเรื่องของทำเลตามหลักฮวงจุ้ย คือ จะต้องเป็นบ้านที่ไม่มีแสงไฟจากรถยนต์ส่องเข้าบ้านตลอดเวลา หรือพูดง่ายๆว่าไม่ควรอยู่ในตำแหน่งของทางสามแพร่ง เพราะตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่า แสงไฟที่ส่องตลอดเวลา เป็นเหมือนการถูกข่มตลอดเวลานั่นเอง

2.ทิศของบ้าน
ทิศทางของบ้าน ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญ เนื่องจากทิศทางบ้านจะเกี่ยวกับหลักทิศทางของลม แสงสว่างที่ส่องเข้าบ้านแล้ว ทิศทางการวางบ้านที่เหมาะสม จะยังช่วยในเรื่องของการรับพลังงานดี นำโชคลาภและสิ่งดีๆเข้าสู่บ้าน รวมถึงผู้อยู่อาศัยภายในบ้าน ซึ่งทิศที่เหมาะสมตามหลักฮวงจุ้ยคือ ทิศตะวันออกและทิศใต้  ที่สำคัญ ไม่ควรหันหน้าไปทางทิศตะวันตก เด็ดขาด เนื่องจากทิศตะวันตก มักมีความเชื่อว่าเป็นทิศที่ไม่ดี จะนำลางร้ายเข้ามาสู่คนในบ้าน คนในบ้านจะสุขภาพไม่ดี หรือถ้าดูจากหลักการการขึ้นลงของพระอาทิตย์ จะเห็นได้ว่า แสงแดดมักจะส่องเข้าบ้านในเวลาช่วงบ่ายถึงเย็น ทำให้บ้านมีความร้อนเพิ่มขึ้นได้

3.วัสดุที่ใช้

การดูแลบ้านให้มีความปลอดภัย แข็งแรงอยู่เสมอ นอกจากช่วยในเรื่องของความแข็งแรงและความปลอดภัยแล้ว การเลือกใช้วัสดุในการสร้างบ้านมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะส่งผลถึงเรื่องของความแข็งแรงแล้ว ตามหลักฮวงจุ้ย บ้านที่ไม่เกิดการชำรุด เสียหาย จะเก็บทรัพย์ได้มากกว่าบ้านที่เกิดการชำรุด เพราะตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่า บ้านที่มีช่องโหว่ การผุพัง ช่องโหว่ของวัสดุ เป็นการทำให้ทรัพย์สินที่อยู่ในบ้านรั่วไหลออกจากบ้านได้ สิ่งไม่ดีเข้าสู่ตัวบ้าน ส่งผลให้คนในบ้านเจ็บป่วยได้

4.ความสว่าง
แสงสว่าง ทำให้สิ่งต่างๆบนโลกมีชีวิตชีวามากกว่าอยู่ในความมืด บ้านก็เช่นกัน หากว่าบ้านของเรามีแสงสว่างส่องถึงจะทำให้บ้านของเรามีชีวิตชีวามากขึ้น มากกว่าการอยู่ในมุมอับ ความสว่างยังมีผลกับหลักฮวงจุ้ยด้วย คือ จะช่วยเกื้อกูล ส่งเสริมและสร้างพลังงานบวกให้กับคนในบ้าน สร้างความเป็นสิริมงคลให้กับคนในบ้าน ทำให้มีความสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนบ้านด้วย หากในบ้านมีมุมอับหรือว่ามีแสงสว่างไม่เพียงพอ สามารถติดไฟหรือโคมไฟ เพื่อเพิ่มแสงสว่างในบ้านของเราได้นะคะ

5.หน้าบ้านปลอดโปร่ง
เวลาที่เรามองไปที่บ้านสักหนึ่งหลัง แล้วเห็นว่าหน้าบ้านมีอะไรกองอยู่ก็ไม่รู้เต็มไปหมด กับบ้านอีกหลังที่มองเข้าไปแล้วโล่งโปร่งสบาย จัดระเบียบ ตกแต่งอย่างสวยงาม ก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าเราคงอยากจะมองบ้านที่สบายตามากกว่า สิ่งดีๆที่เป็นสิริมงคลกับชีวิตก็คิดเหมือนกับเราค่ะ บ้านที่หน้าบ้านสวย โล่ง โปร่งสบาย เป็นเหมือนการที่เราเตรียมรับสิ่งดีๆที่กำลังจะเดินทางเข้ามาในบ้านของเรา เงินทองจะไหลมาเทมาในบ้านของเราอย่างสะดวกสบาย เพราะไม่มีอะไรบังขวางทาง หรือถ้าหน้าบ้านเรามีพื้นที่เหลือมากพอ เราแนะนำให้คุณสร้างน้ำพุขึ้นมา เพื่อเป็นการเรียกทรัพย์เข้าบ้านเพิ่มค่ะ

6.ประตูบ้าน
ประตูบ้านเป็นด่านแรกที่จะต้อนรับสิ่งต่างๆเข้าสู่บ้าน ดังนั้นประตูบ้านเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับบ้านแต่ละหลัง เนื่องจากประตูบ้าน ส่งผลต่อหลักฮวงจุ้ยเช่นกัน การที่บ้านของเรามีประตูบ้านที่มิดชิดจะเป็นสิ่งที่ช่วยกักเก็บ และป้องกันการรั่วไหลของเงิน ไม่ให้เงินไหลออกจากบ้านของเรา ตำแหน่งของประตูหน้าบ้าน ก็ไม่ควรตรงกับประตูหลังบ้าน เพราะตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่า การที่ประตูหน้าบ้าน หลังบ้านตรงกัน จะทำให้เงินทองที่เข้ามา จะไหลออกไปง่ายๆเช่นกัน

เจ้าของบ้านมือใหม่ส่วนใหญ่มักจะเลือกความสวยงามของบ้านเป็นปัจจัยแรกที่ใช้เป็นในการเลือกบ้านที่เราต้องการซื้อ แต่ว่าคุณรู้หรือไม่ หากเราเลือกบ้านจากหลักฮวงจุ้ย บ้านที่เราได้มาครอบครอง นอกจากจะเป็นบ้านที่เราชอบแล้ว จะทำให้เราได้บ้านที่ส่งเสริมพลังงาน ความเป็นสิริมงคล ให้กับเจ้าของบ้านและครอบครัวของเราอีกด้วยนะคะ และสำหรับใครที่อยากเป็นเจ้าของบ้านหลังใหม่ ลองเข้ามาดูที่ BaanKaidee ได้นะคะ บ้านสวยถูกหลักฮวงจุ้ยมีเยอะมาก จนคุณตัดสินใจไม่ถูกเลยค่ะ

5 เทคนิคแต่งบ้านสไตล์ ‘Loft’

การแต่งบ้านก็เปรียบเสมือนงานศิลปะที่แต่ละคนก็มีความชอบและความต้องการแตกต่างกันไป และ Loft ก็เป็นแนวทางการแต่งบ้านแนวทางหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะดูเท่และคูลแล้ว ยังเป็นการตกแต่งที่ทำได้อย่างง่ายดายอีกด้วย และวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับการตกแต่งบ้านสไตล์ Loft กัน
ปูน อิฐ เหล็ก
ด้วยเอกลักษณ์ของบ้านสไตล์ Loft ที่มีความดิบอยู่สูงมาก ทำให้การตกแต่งส่วนมากจึงเน้นผนังปูนเปลือยและท่อเหล็กที่แสดงถึงความดิบหยาบ ซึ่งเป็นเสน่ห์ของการแต่งบ้านสไตล์นี้ โชว์ให้เห็นโครงสร้างของตึก เช่น ผนังปูนเปลือย อิฐสีต่าง ๆ มีท่อเหล็กตามการต่อไฟ และอีกประโยชน์หนึ่งของการตกแต่งแบบนี้คือ ทำให้ซ่อมแซมสายไฟหรือท่อประปาได้ง่ายมากขึ้น

ห้องโปร่งโล่งสบาย
อีกสิ่งหนึ่งที่เพิ่มความเป็น Loft ได้เป็นอย่างดีคือ การเปิดพื้นที่ให้โล่งกว้างมากยิ่งขึ้นให้ความรู้สึกเหมือนโกดังหรือโรงงานที่มีเพดานสูง ซึ่งการที่ไม่มีฝ้าก็สามารถช่วยได้มากทีเดียว และยังมีข้อดีคือทำให้แสดงถึงงานระบบภายในบ้านและช่วยระบายอากาศได้อีกด้วย นอกจากนี้การใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ไม่มีประตูปิดกั้นยังทำให้ห้องไม่มีสิ่งบดบังสายตาและดูโปร่งขึ้น รวมถึงตัวบันไดที่มีโครงสร้างเป็นเหล็กทำให้ดูไม่อึดอัดและสามารถใช้สอยพื้นที่ด้านล่างได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย

สีเข้ม ธรรมชาติ
สำหรับโทนสีของการแต่งบ้านสไตล์ Loft ควรจะเน้นการตกแต่งไปในทางโทนสีเข้มที่เกิดจากธรรมชาติที่เกิดจากการก่อสร้าง เช่น สีปูน ไม้ เหล็ก และอิฐ รวมถึงการใช้สีที่เรียบง่ายอย่างสีเทา ขาว ดำ หรือน้ำตาลเข้มก็ทำให้บ้านดูเป็น Loft ได้มากขึ้นเช่นกัน

เฟอร์นิเจอร์ยกได้ เปลี่ยนสบาย
การที่จะให้บ้านดูโปร่งโล่งนั้นสามารถทำได้ด้วยการใช้เฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัว ไม่ต้องบิวท์อินและง่ายต่อการปรับเปลี่ยนพื้นที่ เช่น โต๊ะทำงานหอเก้าอี้ที่สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย หรือเฟอร์นิเจอร์แบบมีล้อ และเป็นเฟอร์นิเจอร์เรียบง่ายแต่ใช้สอยได้เยอะ โดยเฟอร์นิเจอร์ส่วนมากที่นิยมใช้ก็ควรที่จะใช้วัสดุที่เป็น ไม้ เหล็ก และหนังเพื่อให้ดูเท่และดิบเข้ากับตัวผนังและการตกแต่งโดยรวมของห้องนั่นเอง

แสงอุ่นช่วยให้มีเสน่ห์
ด้วยความที่การแต่งบ้านสไตล์ Loft นั้นเป็นการแต่งบ้านที่ใช้วัสดุและโทนีที่เป็นธรรมชาติ ดังนั้นแสงที่จะช่วยเพิ่มประกายของความเป็น Loft นั้นก็ควรจะเป็นแสงที่เกิดจากธรรมชาติหรือมีโทนสีที่มีความเป็นธรรมชาติอย่างโทนสีเหลือง เพื่อเพิ่มความอบอุ่นของห้องนั้น ๆ หรือใช้โคมไฟวางเป็นจุด ๆ ก็สร้างบรรยากาศให้ดูสลัว ๆ เท่ ๆ ได้เหมือนกัน

เป็นอย่างไรบ้างคะกับการตกแต่งบ้านสไตล์ Loft ที่ทำได้เองแบบง่าย ๆ หรือถ้าใครอยากตกแต่งห้องสไตล์ไหนก็สามารถหาซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ที่ Kaidee เลย เพียงแค่นี้ก็ทำให้ห้องดูมีสไตล์ได้แล้ว

ทำไมบ้านสไตล์โมเดิร์น ถึงตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ?

ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่า ‘บ้านสไตล์โมเดิร์น’ เป็นที่นิยมอย่างมากในคนรุ่นใหม่
ดูง่ายๆ จากการลงรูปรีโนเวทบ้านบนสื่อโซเชียลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Youtube, Twitter หรือแม้แต่รายการที่ชมบ้านของดาราหลายๆ คน ก็จะเห็นได้ว่าพวกเขานิยมซื้อบ้านหรือคอนโดสไตล์โมเดิร์นกันซะส่วนใหญ่ ซึ่งคำถามก็คือ ทำไมบ้านสไตล์นี้ถึงได้รับความนิยมขนาดนี้กันนะ ?

ดูแลรักษาง่าย
วัสดุในการก่อสร้างบ้านสไตล์นี้จะเป็นวัสดุที่หาง่าย มีความทันสมัย รูปแบบบ้านจึงมีลักษณะเป็นรูปทรงเรขาคณิต ทำให้ส่วนประกอบหลักๆ เป็นกระจกและเหล็ก ทำให้สามารถหาวัสดุมาต่อเติมหรือซ่อมแซมได้ง่าย ไม่ต้องเสียเวลาในการดูแลมากนัก เพียงแต่อาจจะต้องมีทริคในการเลือกอุปกรณ์ต่างๆ สักหน่อย
สัดส่วนชัดเจน
บ้านมีการแบ่งสัดส่วนอย่างชัดเจน มีพื้นที่สำหรับการใช้งานในส่วนนั้นๆ โดยตรง
ทำให้แต่ละพื้นที่ใช้สอยถูกนำไปใช้อย่างเกิดประโยชน์ได้สูงสุด ไม่ปะปนกันจนบ้านกลายเป็น
บ้านที่ดูรกจนไม่น่าอยู่

จะมุมไหนก็ถ่ายรูปได้
รู้หรือไม่ว่า บ้านแค่ 1 หลัง ก็สามารถเป็นสตูดิโอถ่ายรูประดับมืออาชีพได้ง่ายๆ และยิ่งกับบ้านสไตล์โมเดิร์นด้วยแล้ว ถือว่าเป็นเรื่องง่ายสุดๆ เพราะทั้งรูปทรง และการตกแต่ง ก็เอื้อแก่การดัดแปลงเป็นโลเคชั่นชิคๆ ได้ทุกมุม ไม่ว่าจะห้องนั่งเล่น ห้องนอน หรือแม้แต่ห้องน้ำ และถ้าเสริมความสดชื่นด้วยต้นไม้ฟอกอากาศสักต้น รับรองว่าได้รูปสวยๆ ไปลงอินสตาแกรมแน่นอน !
ดีไซน์ทันสมัย ลดความเครียดได้ดี
ลองคิดภาพคุณทำงานมาเหนื่อยๆ แล้วกลับมาเจอบ้านแคบๆ พื้นที่ใช้สอยน้อยดูสิ
คงอึดอัดน่าดูเลยใช่ไหมล่ะ ? ซึ่งบ้านสไตล์นี้จะเน้นไปที่ความโปร่งโล่งของพื้นที่ มองไปทางไหนก็รู้สึกสบายตา ทำให้เกิดความรู้สึกสบายใจ ลดความเครียดได้เป็นอย่างดี ไม่แปลกเลยที่หลายๆคน จะมองหาบ้านลักษณะนี้มากกว่าสไตล์อื่นๆ

ประหยัดเงินในกระเป๋ากว่าที่คิด
เนื่องจากบ้านสไตล์โมเดิร์นเป็นทรงเรียบๆ ไม่ซับซ้อน ทำให้ราคาในก่อสร้างบ้านไม่สูงมากนัก ซึ่งส่งผลให้การตกแต่งภายในไม่ยุ่งยากตามไปด้วย ประหยัดเวลาในการก่อสร้างมากกว่าบ้านสไตล์อื่นๆ ไปได้เยอะเลยทีเดียว

สำหรับใครที่กำลังมองหาบ้านสไตล์โมเดิร์นสักหลัง BaanKaidee พร้อมจะเป็นผู้ช่วยให้คุณได้บ้านในฝันง่ายๆ เพราะที่ BaanKaidee คุณสามารถเลือกราคาและทำเลที่ต้องการได้ทันที จบในที่เดียว