กินกันวัณโรค

กินกันวัณโรค

สงสัยกันมั้ยคะ? เวลาที่คุณจะไปต่างประเทศแล้วบางทีต้องโดนตรวจปอด ทำไมหละ? ทำไมเพื่อนคนเกาหลีไม่เห็นต้องตรวจเลย เพื่อนคนอังกฤษก็ไม่เห็นตรวจเลยเวลาเค้ามาไทยหรือไปประเทศอื่นๆ ก็เพราะว่า ประเทศของพวกเค้าไม่สุ่มเสี่ยงไงหละคะ!!! คนไทยสุ่มเสี่ยงอะไรกัน?! ก็สุ่มเสี่ยงวัณโรคไงคะ โดยเฉพาะวัณโรคปอดสุดฮิตตตตต

เนื่องจากเชื้อวัณโรคจะระบาดในสถานที่ที่มีความแออัดของผู้คนและแสงแดดเข้าไม่ถึง ซึ่งประเทศไทยของเราเนี่ยก็มีชุมชนแออัดเยอะพอสมควร รวมถึงระบบสาธารณูปโภคที่ยังอยู่ในระดับปานกลางเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วหลายๆ ประเทศ

เจ้าเชื้อวัณโรคสามารถเกิดได้กับทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นวัณโรคที่โพรงจมูก หรือ ที่อื่นๆของร่างกายจากสถิติประเทศไทย เราติดอันดับ 1ใน 14 ประเทศ ที่มีผู้ติดเชื้อวัณโรคสูงถึงอัตรา 1.2แสนคนต่อปี และเสียชีวิตปีละ 1.2หมื่นรายเลยทีเดียว น่ากลัวใช่มั้ยหละคะ!!!!!! ที่พบบ่อยสุดก็คือ วัณโรคปอด ค่ะ เอ๊ะ… แล้วกลไกลในการติดเชื้อวัณโรคปอดไปจนถึงเกิดอาการจะเป็นยังไงกันนะ

ให้ลองนึกว่าปอดของทุกคนเป็นแก้วน้ำเปล่าค่ะ แล้วเจ้าเชื้อวัณโรคเป็นหยดน้ำหวานเฮลบลูบอยสีแดงหนึ่งหยดที่บังเอิญหยดลงไปในแก้วน้ำเปล่า ตอนแรกแก้วน้ำเปล่าก็จะยังไม่ใช่สีชมพูใช่มั้ยคะ อันนี้เรียกระยะไม่แสดงอาการ ค่ะ เมื่อร่างกายอ่อนแอ ไม่สามารถสร้างตัวทำลายเจ้าเชื้อแฝงนี้ได้ มันจะค่อยๆเป็นสีชมพูทีละนิดจนทั่วทั้งแก้ว เหมือนการติดเชื้อวัณโรคที่ปอดเลยค่ะ เมื่อติดเชื้อและอยู่ในระยะแสดงอาการ ปอดของเราก็จะเริ่มมีจุดสีขาวเต็มปอด นี่คือการอักเสบของปอดของเรานั่นเอง ซึ่งอันตรายถึงชีวิตเลยนะคะ

สมัยก่อนอดีตกาลล้านแปดพันปี (เว่อร์ไว้ก่อนพ่อสอนไว้ค่ะ แหะๆ) การรักษาเจ้าวัณโรคปอดทำไม่ได้ค่ะ ยังไม่มีผู้คิดค้นวิธีรักษาได้ คนที่เป็นโรคนี้ก็คือไร้ญาติขาดมิตรเลยค่ะ แต่ปัจจุบันรักษาหายขาดได้ แต่ก็ค่อนข้างใช้เวลาและความอดทนมากเลยค่ะ เพราะผู้ป่วยต้องทานยาติดต่อกัน 6 เดือน และในบางเคสต้องทานยาติดต่อกัน 1-2 ปี ซึ่งสิ่งที่ตามมาก็คือผลข้างเคียงของยานั่นเอง

อาการต่างๆของผลข้างเคียงได้แก่ ตับอักเสบ , อาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ถ้าให้ยาสัปดาห์ละ 2 ครั้ง , ผิวหนังเกรียมแพ้แดด , ปวดมือ , ตามัว และ อาจตาบอดได้ , หูตึง และสุดท้ายคือ เสียการทรงตัว

และด้วยความเทพของวงการแพทย์ในปัจจุบัน จึงค้นพบว่า เจ้า “พริกไทย” สามารถยั้บยังเจ้าเชื้อวัณโรคได้ จึงมีผู้ค้นคว้าต่อยอดเพื่อจะนำเจ้าพริกไทยมาสกัดและใช้ควบคู่กับยาแผนปัจจุบัน เพื่อลดผลข้างเคียงของยารักษา โดยเมนูที่มีส่วนประกอบของ พริก(สยาม) อ่ะล้อเล่นนน พริกไทย ก็มีหลากหลายเมนู ลองมาดูกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง

ImageContent_MKT1544_01_750x400

ปลากะพงผัดพริกไทยดำ

ImageContent_MKT1544_02_750x400

สเต๊กหมูพริกไทยดำ

ImageContent_MKT1544_03_750x400

กุ้งทอดกรอบคั่วพริEกเกลือและพริกไทยอ่อน

ImageContent_MKT1544_03_750x400-1

น้ำพริกพริกไทยอ่อน

ImageContent_MKT1544_04_750x400

หมูสามชั้นผัดพริกไทยอ่อน

เห็นเมนูก็น้ำลายไหลแล้วนะคะ สิ่งสุดท้ายที่ผู้เขียนอยากจะฝากให้ผู้อ่านได้ลองคิดตามก็คือ การที่เราทำงานอย่างหนัก กินข้าวไม่ตรงเวลา กินอาหารที่ไม่มีประโยชน์ แล้วสุดท้ายล้มป่วยหนัก
เงินที่หามาได้ก็เอาไปใช้ค่ารักษาจนหมด มันคุ้มค่าหรือคะ? อยากฝากให้ทุกคนรู้จักการ “Work Life Balance” ค่ะ ต้องทำงานให้ดี แต่ในขณะเดียวกันสุขภาพก็ต้องดีด้วย การเลือกทานอาหารเพื่อสุขภาพก็เป็นการเริ่มต้น “Work Life Balance” ที่ดีเลยนะคะ และสำหรับผู้ที่ Work Life Balance แบบไม่รู้จะ Balance ยังไงแล้ว แต่เงินในกระเป๋าไม่ Balance เรยข่า!!! สามารถลงขายของที่ไม่ใช้แล้ว หรือ ของมือหนึ่ง เพื่อหารายได้เสริมกันได้ที่ Kaidee ข่าาา ทีนี้ ทั้ง Work ทั้ง Life ทั้ง Money ก็จะสมดุลขึ้นนะคะ อิอิ

ลงขายของที่ไม่ใช้แล้ว กดที่นี่