วิธีรับมือ Fake News ในยุค 2020

วิธีรับมือ Fake News ในยุค 2020

“สีจิ้นผิงสั่งใช้กฎหมายสูงสุด วิสามัญโดยเจ้าหน้าที่ การใช้กฎหมายสูงสุดฉบับคำสั่งพิเศษ คือ การรับโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือ ถูกวิสามัญฆาตกรรม โดยเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ จบตรงนั้นในที่เกิดเหตุ โดยไม่ต้องขึ้นศาล”

ประเด็นข้างต้นที่ได้กล่าวมานั้นเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงและเผยแพร่กันมากตามโลกออนไลน์และโซเชียลเน็ตเวิร์ค ในขณะนี้ สืบเนื่องมาจากสถานการณ์การระบาดของโรคปอดอักเสบ จากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่2019

อาจมีคำถามเกิดขึ้น อาทิเช่น จะไม่ร้ายแรงได้อย่างไร? ในเมื่อท่านสีจิ้นผิงถึงขนาดสั่งให้วิสามัญฆาตกรรมชาวจีน ที่ฝ่าฝืนคำสั่งพิเศษ ผู้คนส่วนมากจึงอาจแห่กันไปซื้อหน้ากากอนามัยจนขาดตลาด หรือ แย่งกันซื้อข้าวของกักตุนอาหาร เพื่อรับมือกับโรคระบาดที่ฟังดูร้ายแรงและน่ากลัวเป็นอย่างมาก จนอาจก่อให้เกิดความวุ่นวาย โกลาหลได้

ใครเล่าจะฉุกคิดถึงความถูกต้องของเนื้อข่าว? ทุกคนต่างให้ความสนใจกับเนื้อข่าวมากกว่าจะฉุกคิดถึงความเป็นจริง ความถูกต้อง ความเป็นไปได้ จึงทำให้ตื่นตกใจตามเนื้อข่าวที่ออกมา ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เข้าทางผู้ไม่หวังดีที่ตั้งใจสร้างข่าวเท็จดังกล่าวออกมาให้ผู้คนแตกตื่นและใช้ความแตกตื่นหาประโยชน์ส่วนตน

ท่านผู้อ่านเห็นรึยังคะ ว่าความร้ายแรง และน่ากลัวของข่าวปลอม ข่าวเท็จ ที่ไม่มีมูลความจริง หรือมีมูลความจริงเพียงบางส่วน น่ากลัวไม่ต่างจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่2019 เลยนะคะ

มีหลากหลายประเทศที่กำลังตื่นตัวกับปัญหา fake news และใช้วิธีรับมือที่แตกต่างกันไป อาทิเช่น สิงคโปร์ เยอรมนี ฝรั่งเศส ที่ใช้กฎหมายที่เข้มงวดในการควบคุมข่าวปลอม ในขณะที่ ฟินแลนด์ กลับใช้ระบบการศึกษาในการจัดการกับข่าวปลอม

โดยบรรจุหลักสูตรคิดวิเคราะห์ให้นักเรียนในโรงเรียน ร่วมมือกับองค์กร fact-checkingในการทำสื่อการเรียนรู้ให้นักเรียน รวมถึงให้ข้อมูลข่าวที่ถูกต้องกับนักเรียน นอกจากนี้ยังสอนให้นักเรียน เข้าใจว่า fake news ทำงานอย่างไร ถือเป็นการให้เกราะคุ้มกันทางความคิดแก่ประชาชน รวมถึงเป็นการแก้ปัญหาที่ค่อนข้างตรงจุด

วันนี้ผู้เขียนก็เลยจะมาให้ความรู้เกี่ยวกับข่าวปลอม หรืออีกชื่อก็คือ fake news เพื่อเป็นเกราะป้องกันทางความคิดให้แก่ผู้อ่าน รวมถึงวิธีรับมือกับเจ้าข่าวปลอมค่ะ เป็นการสรุปสั้นๆ เข้าใจง่าย ใช้เวลาอ่านไม่นานและปรับใช้ได้จริงค่ะ
เริ่มแรกผู้อ่านอยากแนะนำให้ท่านผู้อ่านเข้าใจก่อนว่า fake news มีกี่ประเภท? fake news แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

  1. ข่าวลือหรือเรื่องลวงโลก (เช่น อุกบาตจะพุ่งชนโลกภายใน3ปีนับจากนี้ จะทำให้โลกกลับสู่ยุคแห้งแล้ง)
  2. Disinformation คือสารสนเทศไม่จริงที่มีผู้จงใจปล่อยออกมาเพื่อหลอกลวงผู้คน

โดยทั้งคู่มีจุดประสงค์เพื่อ โน้มน้าว ชักจูง โฆษณาชวนเชื่อ เนื้อหามุ่งโจมตีฝ่ายตรงข้าม สร้างความแตกแยกชิงชัง ความเข้าใจผิดต่าง ๆ ส่วน Misinformation ซึ่งหมายถึงสารสนเทศที่ไม่ถูกต้องโดยมาจากความผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจ ไม่ถือเป็น fake news
การทำงานของ fake news ที่ผู้เขียนจะยกตัวอย่างให้สามารถเข้าใจได้ง่ายด้วยเหตุการณ์สมมติ ดังภาพต่อไปนี้

FakeNews-1

หลังจากได้ความรู้เกี่ยวกับ fake news แล้ว ผู้เขียนจะแนะนำวิธีรับมือให้ท่านผู้อ่านสามารถนำไปปรับใช้ได้ โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน 1.สังเกต 2.ตรวจสอบ

สังเกต
  • สังเกตหัวข้อข่าว เรียกร้องความสนใจด้วยการเน้นตัวหน้าบนข้อความ และ ใช้เครื่องหมายตกใจ ! มีการใช้คำพูดที่หวือหวา รุนแรง

Banner-tax-fake-news-07-08-2562-2-e1580814901407

  • สังเกต URL ของลิงก์ข่าว เนื่องจากURLของลิงก์ข่าวที่เราอ่านอาจโดนตั้งให้คล้ายกับ URL ของสำนักข่าวที่น่าเชื่อถือ ยกตัวอย่างเช่น news.thaipbs.com ซึ่งของจริงคือ news.thaipbs.or.th
  • สังเกตสิ่งที่ผิดปกติ มักเขียนผิด สะกดผิด วางรูปแบบไม่สวยงาม ไม่สมบูรณ์ ดูเหมือนมือสมัครเล่น

ยกตัวอย่างเช่น ข่าวนี้เป็นข่าวปลอมถึงการเสียชีวิตของ คุณมาริโอ้ ดาราหนุ่มชื่อดัง สังเกตคำว่า RiP เป็นการพิมพ์ที่ดูไม่มืออาชีพ เพราะปกติ สำนักข่าวจะพิมพ์ว่า RIP หรือ rip ไม่มีการพิมพ์ตัวพิมพ์ใหญ่ สลับตัวพิมพ์เล็กเช่นนี้

FakeNews-001

  • สังเกตรูปภาพ รูปภาพไม่สอดคล้องกับบริบทของข่าว หรือ รูปภาพของเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นจริงเมื่อในอดีต สามารถเจาะดูประวัติภาพ โดยใช้เครื่องมือค้นหาภาพย้อนหลัง เช่น TinEye

FakeNews-002

  • สังเกตวันที่ เรื่องราวข่าวปลอมอาจมีลำดับเหตุการณ์ที่ไม่สมเหตุผล ไม่สอดคล้องกัน
    เช่น วันที่ในส่วนแรกของบทความ ไม่ตรงกับวันที่ในส่วนอื่นของบทความ

ตรวจสอบ

  • ตรวจสอบแหล่งที่มา ตรวจดูให้แน่ใจว่า แหล่งที่มา มาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือหรือไม่

22-e1580816616513

  • ตรวจสอบหลักฐานในแหล่งที่มา ตรวจสอบแหล่งข้อมูลของผู้เขียนข่าวว่ามีหลักฐาน หรือ ความน่าเชื่อถือจากผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงมารองรับ สนับสนุนหรือไม่

ยกตัวอย่างเช่น ภาพเนื้อข่าวนี้ได้ให้รายละเอียดที่กล่าวถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ตำแหน่งและโรงพยาบาลสังกัด ทำให้สามารถสืบค้นข้อเท็จจริงได้ และน่าเชื่อถือ

FakeNews-003

  • ตรวจสอบรายงานข่าวจากที่อื่นๆ ควบคู่ไปด้วย ถ้าหากมีการรายงานข่าวเดียวกันจากหลายแหล่งข่าวที่คุณเชื่อถือได้ มีความเป็นไปได้ที่ข่าวดังกล่าวจะเป็นข่าวจริง

เราสามารถนำหัวข้อข่าวไปเสิร์ชในกูเกิ้ล พร้อมพิมพ์ต่อท้ายว่า “ข่าวปลอม”ได้ เพื่อเช็คว่าเป็นข่าวจริงหรือไม่ เพราะถ้าเป็นข่าวปลอม จะปรากฏข้อมูลที่บ่งบอกเราได้ว่าเป็นข่าวปลอม จากภาพตัวอย่างนี้คือข่าวจริงเพราะไม่ปรากฎข้อมูลที่บ่งบอกว่า เป็นข่าวปลอม การห้ามแชร์ต่อ แต่ปรากฏข้อมูลข่าวเดียวกันจากหลายแหล่งข่าวที่มี่ความหน้าเชื่อถือ

 

Tips ประหยัดเวลาในการเช็คข่าวปลอม โดยเช็คข่าวปลอม
กับองค์กร fact-checking ของไทย !!

ท่านสามารถเช็คกับองค์กรที่จัดตั้งมาเพื่อชี้แจงกับประชาชนเกี่ยวกับข่าวปลอม องค์กรเหล่านี้จะคอยโพสต์เตือนประชาชนเกี่ยวกับข่าวปลอม แจ้งให้ประชาชนทราบว่าข่าวไหนปลอม ไม่ควรเชื่อถือและแชร์ต่อ องค์ที่ว่ามีดังต่อไปนี้

  1. Fanpage Facebook: SureAndShare
  2. ศูนย์ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti Fake News Center)
  • Website : https://www.antifakenewscenter.com
  • Fanpang Facebook : Anti-Fake News Center
  • Twitter : @AfncThailand
  • Line official : @antifakenewscenter

นอกเหนือจาก Fake news ในปัจจุบันเทคโนโลยีสมัยใหม่ นำไปสู่การลวงให้เข้าใจผิดได้อย่างแนบเนียน ใช้ควบคู่ไปกับข่าวปลอม สิ่งนั้นก็คือ Deepfake ซึ่งเป็นเทคโนโลยีช่วยตัดต่อคลิปปลอมเพื่อลวงให้เข้าใจผิด

Deepfake ใช้ AI (ปัญญาประดิษฐ์)ที่เรียนรู้ลักษณะหน้าตา ท่าทาง ตลอดจนท่วงทำนองการพูดของบุคคลที่จะนำไปตัดต่อคลิป เทคโนโลยีมีหลายรูปแบบมีทั้งการเอาหน้าคนหนึ่งไปใส่อีกคนหนึ่ง การแสดงอารมณ์ของหน้าคนต่อคำพูดที่ไม่ใช่สิ่งที่ได้ยินจริง การเอาการขยับร่างกายของคนหนึ่งมาตัดต่อให้แก่อีกคนหนึ่ง

FakeNews-004-e1580817404646

ข่าวปลอมส่งผลกระทบรุนแรงและเป็นวงกว้าง ผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นอาจก่อให้เกิดอันตราย ผลเสีย ต่อชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงการตัดสินใจผิดพลาด ผู้รับข่าวอาจจะเกิดความตระหนกตกใจและเกิดความวุ่นวายตามมา นอกจากนี้ผู้ถูกแอบอ้างในข่าวปลอมอาจได้รับความเสียหาย และอาจทำให้เกิดความขัดแย้งทางสังคมอีกด้วย ปัจจุบันด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้ข่าวปลอมมีความแนบเนียนมากขึ้น

เราจึงต้องเรียนรู้ เพื่อที่จะรู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยป้องกัน รวมถึงลดผลกระทบและความเสียหายที่จะตามมาได้ค่ะ ท่องไว้ให้ขึ้นใจนะคะ “ สังเกต ตรวจสอบ แล้วค่อย แชร์!” ถ้าไม่ชัวร์ว่าข่าวเป็นความจริงก็อย่าแชร์นะคะ เพราะสิ่งที่ตามมาอาจจะใหญ่หลวงจนเราคาดไม่ถึง และ ไม่สามารถรับผิดชอบได้ไหวเลยล่ะค่ะ

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะมีประโยชน์และเป็นอีกหนึ่งภูมิต้านทานข่าวปลอมที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคตนะคะ และสำหรับใครที่กำลังกังวลกับไวรัสและอากาศที่เต็มไปด้วยมลพิษ จะหาหน้ากากอนามัยก็หายากเพราะขาดตลาด ลองมาดูที่ Kaidee ได้นะคะ ขอให้สุกภาพแข็งแรงไม่มีโรคภัยไข้เจ็บกันทุกคนเลยนะคะ

เลือกหน้ากากอนามัย


Kaidee Admin

Kaidee Admin

Admin