5 เทคนิคแต่งบ้านสไตล์ ‘Loft’

การแต่งบ้านก็เปรียบเสมือนงานศิลปะที่แต่ละคนก็มีความชอบและความต้องการแตกต่างกันไป และ Loft ก็เป็นแนวทางการแต่งบ้านแนวทางหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะดูเท่และคูลแล้ว ยังเป็นการตกแต่งที่ทำได้อย่างง่ายดายอีกด้วย และวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับการตกแต่งบ้านสไตล์ Loft กัน
ปูน อิฐ เหล็ก
ด้วยเอกลักษณ์ของบ้านสไตล์ Loft ที่มีความดิบอยู่สูงมาก ทำให้การตกแต่งส่วนมากจึงเน้นผนังปูนเปลือยและท่อเหล็กที่แสดงถึงความดิบหยาบ ซึ่งเป็นเสน่ห์ของการแต่งบ้านสไตล์นี้ โชว์ให้เห็นโครงสร้างของตึก เช่น ผนังปูนเปลือย อิฐสีต่าง ๆ มีท่อเหล็กตามการต่อไฟ และอีกประโยชน์หนึ่งของการตกแต่งแบบนี้คือ ทำให้ซ่อมแซมสายไฟหรือท่อประปาได้ง่ายมากขึ้น

ห้องโปร่งโล่งสบาย
อีกสิ่งหนึ่งที่เพิ่มความเป็น Loft ได้เป็นอย่างดีคือ การเปิดพื้นที่ให้โล่งกว้างมากยิ่งขึ้นให้ความรู้สึกเหมือนโกดังหรือโรงงานที่มีเพดานสูง ซึ่งการที่ไม่มีฝ้าก็สามารถช่วยได้มากทีเดียว และยังมีข้อดีคือทำให้แสดงถึงงานระบบภายในบ้านและช่วยระบายอากาศได้อีกด้วย นอกจากนี้การใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ไม่มีประตูปิดกั้นยังทำให้ห้องไม่มีสิ่งบดบังสายตาและดูโปร่งขึ้น รวมถึงตัวบันไดที่มีโครงสร้างเป็นเหล็กทำให้ดูไม่อึดอัดและสามารถใช้สอยพื้นที่ด้านล่างได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย

สีเข้ม ธรรมชาติ
สำหรับโทนสีของการแต่งบ้านสไตล์ Loft ควรจะเน้นการตกแต่งไปในทางโทนสีเข้มที่เกิดจากธรรมชาติที่เกิดจากการก่อสร้าง เช่น สีปูน ไม้ เหล็ก และอิฐ รวมถึงการใช้สีที่เรียบง่ายอย่างสีเทา ขาว ดำ หรือน้ำตาลเข้มก็ทำให้บ้านดูเป็น Loft ได้มากขึ้นเช่นกัน

เฟอร์นิเจอร์ยกได้ เปลี่ยนสบาย
การที่จะให้บ้านดูโปร่งโล่งนั้นสามารถทำได้ด้วยการใช้เฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัว ไม่ต้องบิวท์อินและง่ายต่อการปรับเปลี่ยนพื้นที่ เช่น โต๊ะทำงานหอเก้าอี้ที่สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย หรือเฟอร์นิเจอร์แบบมีล้อ และเป็นเฟอร์นิเจอร์เรียบง่ายแต่ใช้สอยได้เยอะ โดยเฟอร์นิเจอร์ส่วนมากที่นิยมใช้ก็ควรที่จะใช้วัสดุที่เป็น ไม้ เหล็ก และหนังเพื่อให้ดูเท่และดิบเข้ากับตัวผนังและการตกแต่งโดยรวมของห้องนั่นเอง

แสงอุ่นช่วยให้มีเสน่ห์
ด้วยความที่การแต่งบ้านสไตล์ Loft นั้นเป็นการแต่งบ้านที่ใช้วัสดุและโทนีที่เป็นธรรมชาติ ดังนั้นแสงที่จะช่วยเพิ่มประกายของความเป็น Loft นั้นก็ควรจะเป็นแสงที่เกิดจากธรรมชาติหรือมีโทนสีที่มีความเป็นธรรมชาติอย่างโทนสีเหลือง เพื่อเพิ่มความอบอุ่นของห้องนั้น ๆ หรือใช้โคมไฟวางเป็นจุด ๆ ก็สร้างบรรยากาศให้ดูสลัว ๆ เท่ ๆ ได้เหมือนกัน

เป็นอย่างไรบ้างคะกับการตกแต่งบ้านสไตล์ Loft ที่ทำได้เองแบบง่าย ๆ หรือถ้าใครอยากตกแต่งห้องสไตล์ไหนก็สามารถหาซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ที่ Kaidee เลย เพียงแค่นี้ก็ทำให้ห้องดูมีสไตล์ได้อย่างแน่นอน

“ฮาว ทู ทิ้ง” เคลียร์บ้านส่งท้ายปีแบบไหนให้ได้เงิน

ใกล้วันส่งท้ายปีเก่าทั้งที ก็อยากจะทำอะไรให้ชีวิตมันสดชื่น สดใส ต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า ว่าแล้วก็มา “จัดบ้าน” กันดีกว่า แหม่...ก็อยากได้บ้านแบบโปร่งๆ โล่งๆ กับเขาดูบ้าง ซึ่งมันก็ไม่น่าจะยากอะไร มินิมัลมันก็พุทธๆ อ่ะนะ เหมือนการปล่อยวาง แต่พอหันมาดูความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้า โอ่ว !! แทบจะเป็นลม ของอะไรบ้างก็ไม่รู้เต็มไปหมด บางอันก็เพิ่งซื้อมาแต่ไม่ได้ใช้ ส่วนบางน่ะเหรอ...โน่นเลย ตั้งแต่สมัยคุณพ่อคุณแม่ เห็นทีต้องหยิบยืมเคล็ดลับ “Spark Joy” ของคุณ คนโด มาริเอะ มาใช้เสียแล้ว

ถ้าคุณพร้อมจะเคลียร์บ้านจริง ไม่ต้องเสียดาย เลือกในสิ่งที่คุณรู้สึกว่ามัน “จุดประกายความสุข” ให้คุณได้ และถ้าสิ่งไหนไม่ใช่...แทนที่จะโยนลงขยะไปเลย เรามี “ฮาว ทู ทิ้ง” ที่ดีกว่านั้นก็คือ ลองเอามาขายดู เผลอๆ ของที่เราไม่อยากได้ อาจจะเป็น “Spark Joy” ของคนอื่นก็ได้นะ เเละเพื่อเป็น Inspiration ให้กับทุกๆ คน วันนี้ขออนุญาตโชว์การเคลียร์บ้านแบบจริงๆ ที่บ้านของผู้เขียนกันไปเลย

1. หนังสือ
ก็เป็นคนชอบอ่านชอบเขียนอ่ะนะ น่าจะมาตั้งแต่รุ่นพ่อแล้ว ดังนั้นสิ่งหนึ่งที่มีจำนวนมหาศาลมากในบ้านก็คือหนังสือ เมื่อวานก็เพิ่งซื้อมาอีกสี่เล่ม ถ้าถามว่าอ่านหมดไหม ก็ตอบเลยว่าไม่ มันก็มีหลายๆ เล่มที่เราซื้อมาแล้วลืมหรือแบบว่ามันไม่ Spark Joy แล้วอ่ะ จะเอาไปชั่งกิโลขายก็เสียดาย งั้นส่งต่อให้กับคนอื่นๆ ที่เขาสนใจดีกว่า มีเพียบเลยทั้งนิยาย หนังสือกราฟฟิค หรือ Textbook ต่างประเทศ

2. เครื่องดนตรี
เปียโนหลังนั้น เห็นแล้วคิดถึงวัยเยาว์ที่เคยเล่นให้ป๊าม๊าฟัง ตอนนี้กลายเป็นชั้นวางของไปเสียแล้ว แถมยังใหญ่เทอะทะ กินพื้นที่บ้านไปเยอะเลย ไหนจะมีกีตาร์ และแซกโซโฟนที่เคยซื้อมาเพราะอยากดูเท่แต่เป่าจริงๆ ไม่กี่ครั้งอีก (เน้นถือถ่ายรูปลงโซเชี่ยล) เครื่องดนตรีสภาพดี ใช้งานได้แบบนี้ ลงขายกันดีกว่าครับ นี่ถ้าขายได้นะ จะเอาไปซื้อเปียโนไฟฟ้าที่มันกะทัดรัด โซนตรงนี้จะได้โปร่งสบาย ชิลกว่าเดิมเยอะ

3. รองเท้า
เชื่อว่าหลายๆ บ้านน่าจะต้องเจอปัญหาเดียวกันกับผู้เขียนในเรื่อง “รองเท้า” ที่ล้นตู้ออกมากองอยู่ข้างนอก ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าของเราเอง รองเท้าแฟน รองเท้าน้อง แล้วก็ของใครต่อใคร ที่นอกจากคู่เดิมยังไม่ถูกหยิบย้ายไปไหน ก็จะมีคู่ใหม่ๆ เพิ่มเติมเข้ามาอยู่เรื่อย จะทิ้งก็เสียดาย งั้นลองจับมาสวมใส่กันอีกครั้ง ถ้าอันไหนมันเก่าใช้การไม่ได้ก็ควรตัดใจทิ้งไปเสีย แต่ถ้าคู่ไหนที่ยังดูดี เพียงว่ามันไม่ Spark ! อีกต่อไป ก็ลงขายเถอะครับ รออะไรอยู่ล่ะ

4. ของตกแต่งบ้าน
ถ้วยโถโอชาม งานเซรามิก คริสตัล ของประดับบ้านต่างๆ นาๆ ที่ครั้งหนึ่งเคยจุดประกายความสุขให้กับม๊า สร้างความวิจิตรงดงามให้กับบ้านมากว่าสามสิบปี วันนี้ถูกวางนิ่งอยู่ในตู้โชว์อย่างเหงาหงอย บางชิ้นก็เป็นงานฝีมือ บางชิ้นก็แทบจะไม่มีให้เห็นในทุกวันนี้แล้ว แต่ถ้าหมดใจกับมันแล้ว ก็ปล่อยมันไปเถอะครับ เชื่อสิว่า ของแบบนี้ก็ยังมีคนที่อยากได้อยู่นะ

5. เสื้อผ้า
ทั้งชุดผ้าไหมของม๊าและชุดสูทของป๊า รวมไปถึงเสื้อผ้าแฟชั่นของน้องสาว คือมันจะต้องมีกี่ตู้ถึงจะรับไหว แค่นี้บ้านก็ดูแน่นไปหมดละ แล้วก็แปลกที่เสื้อผ้าเหล่านั้นไม่เคยถูกหยิบออกมาสวมใส่เลยด้วยซ้ำ เอ้า!! แสดงว่ามันไม่ Spark Joy แล้วล่ะสิ ถ้างั้นก็เอามาลงขายให้หมดดีกว่า จะได้เอาเสื้อผ้าใหม่ๆ เข้าไปแขวนแทน บ้านก็จะดูเรียบร้อย มินิมัลได้สมใจ

6. กระเป๋าเดินทาง
เพิ่งจะสังเกตุเห็นว่าบ้านของผู้เขียนมีกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าเอกสารเยอะไปหมด ทั้งๆ ที่ก็ไม่เห็นจะมีใครเดินทางไปไหนเท่าไหร่ บางใบก็ดูแบบเก่ามาก น่าจะสมัยป๊ายังหนุ่ม ซึ่งจะว่าไปมันก็ดูวินเทจ คลาสสิคนะ เดี๋ยวจะลองลงขายดู เผื่อว่าจะมีคนอยากเอาไปทำโต๊ะหรือของแต่งบ้าน แต่งร้านแบบชิคๆ คูลๆ

7. จักรยาน
จักรยานราคาแพง (ที่เคยบอกแฟนว่าราคาแสนถูก) ในวันนั้น ถูกจอดไว้เฉยๆ จนฝุ่นจับในวันนี้ จะตัดใจขายก็เสียดาย แหม...รุ่นนี้แบรนด์อิตาลี ไม่มีผลิตแล้วนะ แต่ถ้าถามว่ายังมีความสุขอยู่กับมันไหม ก็ตอบเลยว่าไม่แล้ว อยากได้คันใหม่มากกว่า ถ้าใครเป็นแบบผู้เขียน แนะนำว่า ขายไปเลยครับ เพราะตราบใดที่คันเดิมยังคงกองอยู่ คุณจะไม่มีทางได้รับการอนุมัติให้ออกจักรยานป้ายแดงอย่างแน่นอน

8. พระเครื่อง
ห้องพระถือเป็นห้องที่สำคัญมากสำหรับผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้าน และก็เป็นเรื่องยากที่เราจะสามารถเข้าไปแตะต้อง หยิบย้ายอะไรออกไป คุณรู้อะไรไหม จริงๆ แล้วป๊าม๊าก็อยากจะจัดระเบียบโต๊ะหมู่บูชาให้ดูเรียบร้อย สงบนิ่งแบบมินิมัลเหมือนกันนั่นล่ะ เพียงแต่เขาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเท่านั้นเอง ง่ายๆ เลยคือบอกท่านให้ทราบว่าพระเครื่องก็สามารถปล่อยเช่าบูชาต่อทางออนไลน์ได้แล้วนะ เชื่อสิ เดี๋ยวท่านก็จะค่อยๆ ตัดสินใจและพร้อมแบ่งปันให้กับผู้อื่น

9. นาฬิกา
รื้อไปรื้อมา ไปเจอนาฬิกาข้อมือเก่าๆ แต่ก็เป็นแบรนด์ที่หลายๆคนน่าจะรู้จัก เก็บไว้ทำไมก็ไม่รู้ ลองปล่อยขายออกไปดีกว่า เผื่อว่าจะมีบรรดา Collecter กำลังตามหาอยู่

10. บ้าน
โอย...เก็บเท่าไหร่ก็ไม่หมด เพราะของเหลือใช้มันมีมากเหลือเกิน ซื้อบ้านใหม่น่าจะง่ายกว่า ถ้างั้นก็ขายบ้านหลังนี้ไปเลย!! ได้ด้วยเหรอ ได้สิ ก็ที่ Kaidee ลงประกาศขายบ้านก็ง่าย ได้ราคาดีด้วย