Subaru Forester GT Edition 2020 จากรถครอบครัวสู่สายสปอร์ตในราคาแสนเดียว!

การจะนำรถครอบครัวมาตกแต่งในสายสปอร์ตแล้วดูดีและลงตัวไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สำหรับ Subaru Forester GT Edition 2020 คงต้องยกนิ้วให้ แถมราคายังน่าสนใจอีกต่างหาก

Subaru Forester GT Edition 2020 เป็นชุดแต่งพิเศษรุ่นที่ 2 สำหรับรถยอดนิยมอย่าง Subaru Forester ต่อจากรุ่นแรกอย่าง XV GT Edition โดยได้บริษัทที่ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ให้ Subaru (ซูบารุ) และค่ายอื่นๆ อย่าง Giken และ คุณมาซาฮิโกะ โคบายาชิ นักออกแบบมือทองเจ้าของสมญานาม “Hit Maker” มาผนึกกำลังร่วมกันพัฒนาชุดแต่งนี้นั่นเอง

สเกิร์ตหน้า-หลัง, สเกิร์ตด้านข้างทั้งซ้ายและขวา, สปอยเลอร์หลังคา, ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วสั่งทำพิเศษ, กล้องรอบคัน, จอแสดงผลขนาด 8 นิ้วจับคู่ระบบเสียง และเบาะที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากตำนานอย่าง Grand Tourer คือสิ่งที่คุณจะได้จากชุดแต่ง Subaru Forester GT Edition 2020 นี้

สนนราคาของชุดแต่ง Subaru Forester GT Edition 2020 ราคาเพียง 100,000 บาท โดยสามารถนำ Subaru Forester 2.0i-S EyeSight ทั้ง 7 สี ไม่ว่าจะเป็น Crystal White Pearl, Ice Silver Metallic, Jasper Green Metallic, Horizon Blue Pearl, Sepia Bronze Metallic, Dark Grey Metallic และ Crystal Black Silica มาเลือกแต่งได้ตามใจชอบกันเลย

5 ข้อเสียของสเกิร์ตรอบคัน

คนไทยจำนวนไม่น้อยชื่นชอบการตกแต่งรถในสไตล์ของตัวเอง บางคนเลือกขอให้เซลส์ติดตั้งชุดtแต่งตั้งแต่ยังไม่ได้ออกรถเลยเสียด้วยซ้ำ ซึ่งแม้ว่าชุดแต่งเหล่านี้อาจทำให้รถดูสวยงามขึ้น แต่ก็อาจส่งผลเสียกับตัวรถได้ด้วยเช่นกัน Sanook! Auto ขอแนะ 5 ข้อเสียของการติดตั้งชุดแต่งมาฝากกัน จะมีอะไรบ้าง?

1.ชุดแต่งส่งผลให้หลักอากาศพลศาสตร์แย่ลง

ชุดแต่งที่วางจำหน่ายแทบทั้งหมดในตลาด ถูกออกแบบเน้นความสวยงามเป็นหลัก จึงอาจทำให้การไหลผ่านอากาศขณะขับขี่แย่ลง พูดง่ายๆ คือ ต้านลมมากขึ้นนั่นเอง ทำให้รถกินน้ำมันมากขึ้นในขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง บางครั้งอาจทำให้เกิดเสียงรบกวนได้ด้วย เนื่องจากการไหลเวียนของอากาศที่ผิดแปลกไป

ซึ่งการออกแบบชุดแต่งที่ดี และเพิ่มประสิทธิภาพแอโร่ไดนามิคนั้น จะต้องมีการทดสอบในอุโมงค์ลม เพื่อทำให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานใกล้เคียงกับตัวรถเปล่าๆ มากที่สุด หรือไปช่วยเพิ่มแรงกด (Downforce) อย่างเหมาะสมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนน

2.อาจถูกเจาะชิ้นส่วนตัวถังโดยไม่รู้ตัว

การติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งลงบนตัวรถ หากไม่ได้เป็นชุดแต่งที่ออกแบบโดยผู้ผลิตรถยนต์ยี่ห้อนั้นๆ ช่างจำเป็นต้องมีการเจาะตัวรถเพื่อยึดชุดแต่ง หากเป็นการเจาะกันชนที่เป็นวัสดุไฟเบอร์คงไม่เท่าไหร่ เพราะหากเกิดความเสียหายยังสามารถถอดเปลี่ยนได้ง่าย แต่หากเป็นการเจาะตัวถังที่เป็นเหล็ก ก็อาจทำให้เกิดสนิมในระยะยาวได้

3.ตัวรถมีโอกาสเสียหายมากขึ้น

การติดตั้งชุดแต่งจำพวกสเกิร์ตหรือสปอยเลอร์ จะทำให้ระยะห่างจากพื้นลดลง โอกาสที่จะถูกครูดกับสิ่งต่างๆ บนท้องถนนก็มีมากขึ้น หากมีการโหลดเตี้ยด้วย ก็จะทำให้การขึ้นคอสะพานหรือไต่ทางชัน ทำได้ลำบากขึ้นด้วยเช่นกัน

4.ประกันอาจไม่คุ้มครองความเสียหาย

โดยปกติแล้ว หากติดตั้งชุดแต่งเพิ่มเติมภายหลังจากทำประกันรถยนต์ บริษัทประกันมีสิทธิ์ที่จะไม่คุ้มครองความเสียหายของชุดแต่ง ดังนั้น ควรแจ้งบริษัทประกันเมื่อมีการติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมลงบนตัวรถ

5.ราคาขายต่อตกกว่าปกติ

แม้ว่าอุปกรณ์แต่งรถจะมีมูลค่านับแสนบาท แต่การขายรถมือสองที่ผ่านการตกแต่งแล้วนั้น มักได้ราคาเท่ากับหรือต่ำกว่ารถเดิมๆ ที่ไม่ผ่านการตกแต่ง รถแต่งที่ได้ราคาขายต่อสูงกว่ารถเดิมๆ ต้องแต่งได้สวยจริงจนกลายเป็นที่ต้องการของตลาด และต้องขายให้กับผู้ที่ชื่นชอบรถแต่งด้วยกันเท่านั้น

เห็นไหมครับว่าการแต่งรถนั้น แม้ว่าจะทำให้เราได้รถที่สวยงามตามที่เราต้องการ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยข้อเสียบางประการที่หลายคนอาจคาดไม่ถึงด้วย