รวมแหล่งซื้อ “ของมือสอง” ยอดฮิตในกรุงเทพ

มีของไม่ได้ใช้เต็มบ้านไปหมด จะทิ้งก็เสียดาย แต่จะเก็บต่อไปก็ไม่โอเค งั้นขายมือสองดูไหม ? ได้เงินด้วย แถมของที่ไม่ได้ใช้ก็มีประโยชน์กับคนอื่นๆ

ถ้าพูดถึงแหล่งขายของมือสองในกรุงเทพ เราคัดมาแล้วว่าต้องเป็น 6 ที่นี้เลย ได้ของถูกใจแน่นอน

ตลาดนัดจตุจักร
ประเดิมที่แรกกับตลาดนัดจตุจักร ที่หลายๆคนคงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ซึ่งโซนตลาดมือสองจะอยู่แถวๆประตูทางออก 3 หรือโครงการ 5 ของตลาดนัดจตุจักร โดยจะแบ่งโซนมือสองออกเป็น 3 โซนด้วยกัน คือ

Zone 1 โซนวินเทจ - หากกำลังมองหาของเก่ายุค 80s หรือน้อยกว่า เราขอแนะนำโซนนี้เลย จะเป็นของเก่า ของสะสม เสื้อผ้า เครื่องประดับ ถ้าเป็นสไตล์วินเทจที่นี่มีครบ
Zone 2 โซนสตรีท - ขอบอกว่าทางเราอินกับโซนนี้เป็นพิเศษ เพราะราคากับสไตล์คือทางเรามาก เริ่มจากเสื้อยืดราคาหลักสิบ กางเกงยีนส์ยี่ห้อดังในราคาหลักร้อยนิดๆ ไปจนพันปลายๆ จะหมวก จะรองเท้า จัดเต็มสุด พูดได้เลยว่า ครบเครื่องเรื่องสตรีทแวร์เลยในโซนเดียว
Zone 3 โซนของเก่าสไตล์ไทย - ผสมผสานระหว่างมือสองกับงานแฮนด์เมดอย่างลงตัว อยากอุดหนุนงานคนไทย เชิญทางนี้เลยจ้า

การเดินทาง : BTS สถานีหมอชิต , MRT สถานีสวนจตุจักร สถานีกำแพงเพชร
รถเมล์ สาย A1 A2 3 8 26 27 29 34 39 44 52 59 63 77 90 96 104 108 122 134 136 138 145 157 182 502 503 509 510 517 524 529 Y70E เฉพาะช่วงเช้า 28 108 กะสว่าง 3 29 34 59 63 134 145 และรถยนต์ส่วนตัว

เปิดบริการ : วันศุกร์ เวลา 18.00 - 24.00 น.
วันเสาร์ - วันอาทิตย์ เวลา 09.00 - 20.00 น.

ตึกแดง จตุจักร
แค่เดินข้ามถนนจากตลาดนัดจตุจักรมาอีกฝั่ง คุณก็เจอแหล่งรวมของมือสองแบบจัดเต็มได้ง่ายๆที่ "ตึกแดง" ที่นี่เขามีของมือสองแทบทุกประเภทที่นึกออก ของตกแต่งบ้านเอยอะไรเอย บางวันมีดนตรีสดให้ฟังเพลินๆด้วยนะ หรือถ้าหิวก็มีของกินอร่อยๆให้เลือกเต็มไปหมด อิ่มด้วยได้ช้อปด้วย คุ้ม!!

การเดินทาง : MRT กำแพงเพชร ทางออกที่ 1

BTS สถานีจตุจักร จากนั้นเดินผ่านสวนจตุจักร ออกประตู 1 แล้วเดินข้ามถนนกำแพงเพชร 2

ป้ายรถประจำทางหน้าสวนจตุจักร (ถ.พหลโยธิน)

รถธรรมดา: 3, 8, 27, 28, 44, 52, 77, 96, 104, 108, 122, 126, 145 และ 182 รถปรับอากาศ: ปอ.3, ปอ.28, ปอ.29, ปอ.34, ปอ.39, ปอ.44, ปอ.59, ปอ.63, ปอ.77, ปอ.104, ปอ.126, ปอ.134, ปอ.138, ปอ.145 และ ปอ.502

ป้ายรถประจำทางหน้าจตุจักรประตู 1 (ถ.กำแพงเพชร 2)

รถธรรมดา: 26, 77, 96, 104, 122, 134, 136, 138, 145, 157 และ 182 รถปรับอากาศ: ปอ.77, ปอ.134, ปอ.138, ปอ.145, ปอ.157, ปอ.509, ปอ.517, ปอ.529 และ ปอ.536

เปิดบริการ :  ด้านในอาคาร ชั้น 4 เปิดวันศุกร์-อาทิตย์ 10.00-22.00 น.
ด้านในอาคาร ชั้น 1,2,3 เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ 10.30-21.00 น.
โซนด้านนอก เปิดวันพฤหัสบดี-อาทิตย์ เวลา 10.00 - 22.00 น.

ตลาดนัดรถไฟ ศรีนครินทร์
ตลาดกลางคืนยอดฮิตย่านศรีนครินทร์ ขอบอกว่าของมือสองที่นี่เยอะมาก มีหลายแบบสุดๆ ถ้าหลงเข้ามาแล้ว ต้องได้ของติดไม้ติดมือกลับบ้านแน่นอน ซึ่งมีทั้งหมด 2 โซน คือ โซนพลาซ่า และ โซนตลาดนัด เดินวันเดียวก็ไม่ครบ บอกเลย

การเดินทาง : BTS อ่อนนุช จากนั้นต่อสองแถวหน้าบิ๊กซีสายซีคอนสแควร์
Airport Link สถานีหัวหมาก จากนั้นต่อรถเมล์สาย 145, 207 หรือรถตู้ปากน้ำ
รถตู้ประจำทาง ปากน้ำ-บางกะปิ, ปากน้ำ-ราม1, ปากน้ำ-ซีคอน, อนุเสารีย์ชัย-ตลาดนัดรถไฟ ศรีนครินทร์
รถเมล์ สาย 207, 145, 1013, 206, 133

เปิดบริการ : โซนพลาซ่า เปิดวันอังคาร-อาทิตย์
โซนตลาดนัด เปิดวันพุธ และศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 17.00-24.00 น.

ตลาดวังหลัง
เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่ง #ตำนานที่ยังมีลมหายใจ ย่านฝั่งธน เดินทางง่ายและเป็นที่รู้จักของวัยรุ่น ซึ่งโซนของมือสองอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล เรียกว่า “ตลาดเวิ้งประตูเขียว” เมื่อเดินเข้าไปจะพบว่ามีของมือสองมากมายรอให้เพื่อนๆ จับจ่ายเป็นเจ้าของอยู่เต็มไปหมด ไม่ว่าจะเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า หรือเครื่องประดับจุ๊กจิ๊ก ในราคาหลักสิบเท่านั้น !

การเดินทาง : รถเมล์ สาย 19, 28, 40, 56, 57, 81, 89, 97, 146, 149, 165, ปอ.30 และ ปอ.157

เรือข้ามฟาก สามารถนั่งเรือข้ามฟากจากฝั่งท่าพระจันทร์, ท่าช้าง มาลงที่ท่าวังหลังได้เลย

เรือด่วน สายสีส้ม, สายสีเขียว และสายสีเหลือง

BTS สถานีสะพานตากสิน ทางออก 2 จากนั้นต่อเรือด่วนที่ท่าเรือตากสิน (สาทร) มาลงที่ท่าเรือวังหลัง

เปิดบริการ : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 - 17.00 น.

ตลาดนัดปัฐวิกรณ์
ตลาดมือสองย่านนวมินทร์ ถ้าใครเป็นสายลุย แนวแบกะดิน ชอบซื้อแบบสบายๆชิลๆ มาที่นี่ได้เลย! ส่วนมากของมือสองที่นี่จะเน้นไปที่เสื้อผ้าแบบจุกๆ มีหลากหลายสไตล์ทั้งเกาหลี ญี่ปุ่น สตรีท วินเทจ สวยๆทั้งนั้น จะช้อปกลางแจ้งหรือในร่มก็มีทุกแบบให้เลือก สำหรับใครที่ช้อปหนักจนรู้สึกหิว ก็มีโซนอาหารทั้งคาวหวาน พร้อมเสิร์ฟเช่นกัน

การเดินทาง : รถเมล์ สาย 60, 71, ปอ73ก, 95, 95ก, 96, 115, 150, 156, 520, ปอ22, 178, 501
และรถส่วนตัว (ค่าจอดรถเหมา 20 บาทเท่านั้น)

เปิดบริการ : ทุกวัน วันจันทร์-ศุกร์ เปิดตั้งแต่ 13.00-20.00 น. และเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่ 10.30-21.30 น.

Kaidee
พาเพื่อนๆ ไปตะลุยแหล่งมือสองรอบกรุงเทพแล้ว ขอแนะนำแหล่งซื้อขายของมือสองง่ายๆ บ้าง
นั่นก็คือที่ Kaidee นั่นเอง ไม่ว่าเพื่อนๆ กำลังมองหาอะไรอยู่ ที่นี่มีทุกอย่าง จะรถมือสอง บ้านมือสอง หรือของใช้ทั่วไป เพียงกดปุ่มค้นหาเท่านั้น ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางด้วยนะ

จะซื้อของมือสองทั้งที ต้องดูให้ดีทั้งราคาและคุณภาพ แต่เหนือสิ่งอื่นใดต้องมั่นใจว่าสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ และพูดคุยกับผู้ขายได้จริง ถ้ามั่นใจแล้ว ลุยเลย!

แชร์เทคนิคตรวจรับบ้าน ต้องดูอะไรบ้าง?

หลาย ๆ ท่านซื้อบ้านมา ก็อยากอยู่บ้านที่ไม่มีปัญหาจุกจิกที่ต้องมาค่อยซ่อมตลอด อยากเสียเงินแค่ครั้งเดียว ก็อยู่ยาว ๆ เลย ขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญก่อนโอนบ้าน นั่นคือ การตรวจบ้านให้ละเอียดถี่ถ้วน
เพื่อเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ วันนี้จะแชร์เทคนิคการไปตรวจรับบ้านด้วยตัวเอง ต้องดูอะไรบ้าง จะได้ไม่ต้องมาเสียเวลากันทีหลังนะครับ
ก่อนตรวจ เตรียมอะไรบ้าง?

สิ่งสำคัญที่ไม่ควรลืม

ตรวจสัญญาต่าง ๆ และเงื่อนไขต่าง ๆ ให้ดี
ดูข้อมูลหรือรายละเอียดในบ้าน เช่น เฟอร์นิเจอร์มีอะไรบ้าง มีติดตั้งอะไรตรงไหน
ควรนัดเจ้าหน้าที่โครงการในเวลาที่มีแสงเพียงพอ เพราะว่า เราจะได้เห็นทุกซอก ทุกมุมของตัวบ้าน

อุปกรณ์ต้องพร้อม

สมุดจดบันทึก เพราะว่า เอาไว้จดเวลาเจอจุดที่เราต้องให้โครงการแก้ไข
เทปกาวแบบลอกออกง่าย หรือจะเป็นกระดาษจุดสีเล็ก ๆ แบบลอกออกง่าย ไม่ติดแน่น เพราะว่า เอาไว้มาร์กจุดที่จะให้ช่างไปแก้ไขได้นั่นเอง
เครื่องมือต่าง ๆ ในการใช้ตรวจพื้นที่บ้าน ตรวจความแข็งแรงทนทานของบ้าน เช่น ตลับเมตร ไขควง ค้อน แต่อาจจะขอยืมจากโครงการได้นะครับ

จุดที่ต้องเช็ค มีอะไรบ้าง?
ภายนอก

บริเวณรอบ ๆ บ้าน ให้เช็คบริเวณที่จอดรถหรือบริเวณที่มีการปูพื้นว่ามีกระเบื้องแตกและยุบหรือเปล่า
รั้วและประตูรั้ว มีตรงไหนชำรุดหรือเลื่อนปกติดีไหม วัสดุทนทานหรือไม่
ประตู หน้าต่างภายนอก เวลาปิดสนิท แล้วให้ใช้น้ำจากสายยางฉีดขึ้นจากด้านบนให้น้ำไหลลงมาเปรียบเสมือนฝน ให้ดูว่ามีจุดที่รั่วซึมเข้าไปข้างในบ้านได้หรือเปล่า
โครงสร้างนอกบ้านมีรอยรั่วซึมและร้าวหรือเปล่า? ให้เดินตรวจให้ละเอียด เพราะถ้ามีรอยรั่วซึมหรือรอยร้าวให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่โครงการแก้ไขด่วน เพราะในอนาคตจะเกิดปัญญาน้ำซึมหรือโครงสร้างบ้าน อาจจะทำให้โครงสร้างของบ้านไม่แข็งแรงก็ได้นะ

ภายใน

ผนังภายในเช่นกัน ตรวจสอบว่ามีรอยร้าวและมีการรั่วซึมหรือไม่
ประตู หน้าต่าง ที่โดนฉีดน้ำแล้ว มีน้ำรั่วซึมหรือไม่
ฝ้าเพดาน มีการรั่วซึมของน้ำที่ทดลองฉีดและมีรอยร้าวหรือไม่ ฝ้ามีรูปทรงผิดรูปหรือไม่
กระเบื้อง ทดสอบโดยการเคาะกระเบื้องทุกแผ่น ถ้ามีกระเบื้องที่ปูนกาวไม่เต็มแผ่น เสียงจะแตกต่างจากกระเบื้องอื่น ๆ
บันได แข็งแรงหรือไม่ ให้เหยียบดูหลาย ๆ รอบ มีการยุบตัวหรือไม่ แต่ละขั้นมีขนาดเท่ากันหรือไม่

ระบบน้ำ

ดูการรั่วซึมของการใช้น้ำ ไม่ว่าจะเป็นในห้องน้ำ ซิงค์ล้างจาน ให้ลองใช้อะไรก็ได้อุดการไหลทิ้งของน้ำแล้วปล่อยให้น้ำขัง แล้วดูว่าน้ำรั่วซึมไปจุดไหนหรือไม่
การกดน้ำเสียที่ชักโครก ให้ดูการการระบายน้ำปกติหรือไม่ มีน้ำรั่วซึมหลังจากการกดชักโครกหรือไม่

ระบบไฟฟ้า

ดูการทำงานของไฟฟ้าทุกจุด ไม่ว่าจะเป็น สวิตซ์ไฟ เครื่องสับเบรกเกอร์ การเดินสายไฟ เพื่อความปลอดภัยในการอยู่อาศัย

เป็นไงบ้างเพื่อน ๆ ไม่ยากเลยใช่ไหมกับการตรวจรับบ้านด้วยตัวเอง ขอแนะนำอีกอย่างหนึ่ง ถ้าจะตรวจรับบ้าน เพื่อที่จะให้ได้บ้านที่สมบูรณ์และมีคุณภาพที่สุด อยากให้ชวนเพื่อนหรือแฟนไปด้วยนะ จะได้ช่วยกันดูได้ หรือใครไม่มั่นใจในการตรวจเองก็สามารถจ้างคนที่สามารถตรวจงานรับบ้านแทนเราก็ได้ แต่ก็ควรไปดูด้วยตาเราด้วยนะครับ

 

แต่ก่อนตรวจรับบ้านก็ต้องมีบ้านให้ตรวจก่อน ลองมาหาบ้านก่อนได้ที่ BaanKaidee มีบ้านหลากหลายแบบให้เพื่อน ๆ ได้เลือกสรรเลย

อยากมีบ้าน ต้องได้บ้าน : มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอสังหาฯ มาถึงแล้ว!

ต้อนรับเรื่องดีๆ ตั้งแต่ต้นปีสําหรับคน “อยากมีบ้าน” เมื่อรัฐบาลเปิดไฟเขียวส่งมาตราการกระตุ้น
เศรษฐกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ เรียกได้ว่าจัดเต็มเลยทีเดียว มาดูกันว่ามาตรการไหนมีรายละเอียดอย่างไรกันบ้าง ทีนี้ความฝันของการมีที่อยู่อาศัยดีๆ กับครอบครัวที่อบอุ่นจะอาจจะเป็นจริงได้เร็วกว่าที่คุณคิดก็ได้นะ

1. มาตราการภาษีเพื่อส่งเสริมการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง
เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนมีบ้านหลังแรกและกระตุ้นการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ นโยบายนี้จึง อนุญาตให้ผู้มีเงินได้ซึ่งมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สามารถนําค่าซื้อที่อยู่อาศัยที่เป็น อาคารพร้อมที่ดินหรือคอนโดซึ่งมีราคาไม่เกิน 5 ล้านบาทไปลดหย่อนภาษีได้ แต่ขอย้ําว่าสิทธิ์ข้อนี้ เฉพาะคนที่จะซื้อบ้านหลังแรกเท่านั้นนะ

2. มาตรการลดภาระภาษีเพื่อที่อยู่อาศัย
ใครก็ตามที่กําลังมองหาบ้านหรือคอนโดในราคาเบาๆ ไม่เกิน 3 ล้านบาทแล้วล่ะก็ มาตรการนี้มีไว้
เพื่อคุณโดยเฉพาะ ซึ่งรัฐบาลเองก็ใจดี อยากให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองและเหมาะสม
กับศักยภาพของแต่ละกลุ่มคน จึงพร้อมสนับสนุนค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่เกิดขึ้นสําหรับบ้านใหม่สร้าง
เสร็จพร้อมอยู่ โดยลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการโอน (ปกติคํานวนที่ 2%) และค่าจดทะเบียนการ
จํานอง (ปกติคํานวนที่ 1%) เหลือเพียง 0.01% แต่ต้องดําเนินการในครั้งเดียวกัน

3. มาตรการลดภาระการซื้อที่อยู่อาศัย
ถ้าคุณมีรายได้ระดับปานกลาง (รายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อเดือน) และอยู่ในระบบฐานภาษีของ
กรมสรรพากร รัฐบาลจัดให้เลยสําหรับ โครงการ “บ้านดีมีดาวน์” ซึ่งให้การสนับสนุนเงินดาวน์
50,000 บาท แก่ผู้ซื้อที่อยู่อาศัย อาทิ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด คอนโด ที่สร้างเสร็จแล้ว โดยคุณสามารถ
ติดต่อเพื่อรับสิทธิ์นี้ได้ผ่านธนาคารอาคารสงเคราะห์ แต่ขอย้ําว่าสามารถใช้ได้กับบ้านใหม่
เท่านั้น...บ้านมือสองไม่ได้นะ

4. มาตรการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของ ธอส.
ใครอยากจะใช้สิทธิ์ในข้อนี้ ต้องยื่นขอสินเชื่อกับทางธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เท่านั้น โดย หากคุณกําลังมองหาบ้านหรือคอนโดในราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ธอส. พร้อมพิจารณาอัตราดอกเบี้ย เงินกู้พิเศษให้ รวมทั้งเงื่อนไขที่ผ่อนปรน สานฝันให้คุณมีบ้านได้สมดังใจหวัง ส่วนรายละเอียดการ พิจารณาต่างๆ นั้น สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากทางธนาคาร ธอส. ทุกสาขา แต่ถ้าว่างๆ อยู่ตอน นี้ จะลองเข้ามาเลือกบ้านที่โดนใจ ในราคาตามเงื่อนไขของมาตรการข้อนี้ก่อนก็ได้นะ

“มาตรการช่วยเหลือด้านอสังหาริมทรัพย์จากรัฐบาล น่าจะทําให้ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยมีการ
ขยายตัวอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2563 เลยก็ว่าได้ เป็นโอกาสที่ดีสําหรับคนที่มองหาที่อยู่อาศัย หรือ
คนที่อยากจะขายบ้านมือสอง...ก็มาลงขายได้ที่ BaanKaidee ด้วยนะ”