รวมร้านเด็ดย่านจตุจักร อร่อยง่ายๆ ในสไตล์เดลิเวอรี่

ในสถานการณ์แบบนี้ที่เราไปนั่งกินในร้านอาหารไม่ได้ เราก็ยังคงต้องใช้บริการเดลิเวอรี่กันอยู่ ลองมาดูกันดีกว่าค่ะว่าย่านจตุจักรมีอะไรเด็ดๆ ที่เค้ามีบริการเดลิเวอรี่กันบ้าง

ย่านจตุจักร ย่านที่ชาวกรุงทุกคนต้องรู้จัก และนักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างปักหมุดอยากมาเดินช้อป ย่านนี้มีแหล่งอาหารที่ติดอันดับโลกอย่างตลาด อตก. แหล่งช้อปขึ้นชื่ออย่างตลาดนัดจตุจักร รวมไปถึงแหล่งแฮงค์เอาท์ที่น่าสนใจมากมายให้หมุนเวียนเปลี่ยนกิจกรรมทำได้ตลอด 7 วันแบบไม่ซ้ำกันเลยทีเดียว มาลองดูร้านที่น่าสนใจละแวกนี้ดูนะคะ

1. The Garrison Bangkok ร้านอาหารกึ่งบาร์ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมถนนพหลโยธิน ละแวกย่านสะพานควาย สไตล์ English Pub เป็นร้านที่ตกแต่งได้สวยงาม มาวันนี้ก็เหมือนกับทุกๆร้านที่ต้องมามีบริการ Delivery ในช่วงเวลานี้ เมนูแต่ละเมนูที่ทางร้านเลือกสรรมานั้นล้วนแต่น่าทาน และราคาไม่แพงจนเกินไปนัก

Open : 10.30 - 20.00 (Mon.

8 วิธีออกแบบบ้านอย่างไร ไม่ให้คนอยู่เจ็บไข้ได้ป่วย

นอกจากบ้านจะเป็นที่พักอาศัยแล้ว บ้านที่ดีต่อสุขภาพยังเป็นเรื่องสำคัญสำหรับทุกคน บ้านอยู่แล้วมีความสุขไม่มีมลภาวะ หรือมีแหล่งทำให้เกิดโรคภัย ย่อมทำให้ผู้พักอาศัยมีความสุขกายสบายใจ ดังนั้นการออกแบบบ้านที่ดีเอื้อต่อสุขภาพจึงมีความสำคัญ และเหล่านี้คือไอเดียการออกแบบบ้านตามมุมต่างๆ ให้เหมาะสม ทำให้บ้านเป็นบ้านที่ดีต่อสุขภาพ

1. บริเวณห้องนั่งเล่น ห้องดูทีวี ห้องทำงาน หรือพื้นที่ๆ เราต้องใช้สายตามากๆ สิ่งสำคัญคือในบริเวณเหล่านั้นต้องมีแสงสว่างอย่างเพียงพอและทั่วถึง เพราะในพื้นที่เหล่านี้หากแสงสว่างน้อยเกินไป จะส่งผลต่อสายตาทำให้เกิดความล้า ไม่สบายดวงตาและอาจส่งผลไปสู่อาการอื่นๆ ดังนั้นบริเวณด้านหลังของทีวี หรือโต๊ะทำงานควรเป็นผนังทึบ และหากบริเวณนั้นมีแสงน้อยอาจเพิ่มแสงสว่างเฉพาะจุด

2. สกายไลต์ กระจกบานใหญ่ บานเกล็ด บล็อกแก้ว วัสดุเหล่านี้สามารถใช้เพิ่มแสงสว่างให้กับบริเวณทางเดินมืดๆ หรือโถงกลางบ้านที่แสงสว่างจากภายนอกส่องเข้าไม่ถึง

3. ห้องไหนที่เราใช้เวลาในแต่ละวันนานๆ เช่นห้องนอน ห้องนั่งเล่น ควรคำนึงถึงการเลือกสีที่เหมาะสม และสีที่เหมาะสมคือสีโทนอ่อนแบบสบายตา ซึ่งมีทั้งเฉดพาสเทล เอิร์ธโทน โดยควรให้ความสำคัญกับประเภทของสีเช่นควรเป็นสีน้ำอะคริลิก หรือสีที่ไม่สร้างมลพิษภายในบ้าน

4. บ้านที่ตั้งอยู่ในย่านชุมชน ใกล้ถนนมีเสียงดังรบกวน อาจออกแบบให้ผนังบ้านมีความหนากว่าบ้านทั่วไป หรือใช้แผ่นดูดซับเสียง รวมไปถึงการใช้ผ้าเป็นวัสดุในการตกแต่งบ้านก็ช่วยลดเสียงจากภายนอกเข้าสู่ตัวบ้านได้

5. เพิ่มเสียงธรรมชาติ เช่น เสียงน้ำ เสียงนก ฯลฯ ให้กับพื้นที่ต่างๆ ภายในบ้าน จะทำให้บ้านน่าอยู่ยิ่งขึ้น โดยคุณอาจเลือกบริเวณที่คุณใช้เวลาสำหรับนั่งพักผ่อนในบ้านเป็นที่ตั้งของสิ่งเหล่านี้

6. กลิ่นยังเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากเรื่องของรูป เสียงแล้ว เรื่องกลิ่นยังเป็นสิ่งสำคัญ เพราะภายในบ้านอาจมีกลิ่นจากทั้งการปรุงอาหาร กลิ่นจากห้องน้ำ หากทำให้บ้านไร้กลิ่นหรือมีกลิ่นหอมจากของจากธรรมชาติ ทั้งน้ำมันหอมระเหย กลิ่นจากมะกรูด อาจจะวางไว้กลางบ้าน ห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น หรือในห้องน้ำก็ยังได้

7. การตกแต่งบ้านแบบเรียบๆ ไม่ซับซ้อน รวมถึงการเลือกวัสดุที่เหมาะสมเช่นผ้าสังเคราะห์ หนัง แทนผืนผ้าที่อมฝุ่นได้ง่ายอย่างผ้าฝ้ายก็ช่วยทำให้บ้านไม่เป็นที่สะสมของฝุ่นและเชื้อโรค

8. บ้านเย็นด้วยต้นไม้ และวัสดุที่ทำจากธรรมชาติ เช่นกระเบื้องดินเผา กระเบื้องแกรนิต รวมไปถึงการเปิดช่องไปสู่แสงและลมจากธรรมชาติ

รวมร้านอร่อยจัดจ้านในย่านลาดพร้าว

ลาดพร้าวเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญแห่งหนึ่งของกรุงเทพ ประชากรในเขตนี้มีประมาณ 120,394 คน (สำรวจในปี 60) ร้านอาหารอร่อยๆมีอยู่มากมาย วันนี้เราขอจัดมาฝาก ซัก 3-4 ร้าน ที่เราคิดว่าเด็ดซึ่งถ้าตามรอยแล้วรับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ

1. ครัวชาววิเสท เป็นร้านอาหารเดลิเวอรี่ (Delivery) และโรงเรียนสอนทำอาหาร โดยครูติ๊ก หรืออาจารย์ปัญจทิพย์ คชเสนี ผู้ที่หลงใหลในการทำอาหารมาตั้งแต่อายุ 12 ปี โดยได้สืบทอดสูตรมาจากต้นตระกูลนานนับร้อยปี อาหารไทยของครัวชาววิเสท จึงถือว่าเป็นอาหารไทยตำรับโบราณ รสชาติดั้งเดิม ที่หาทานได้ยากในปัจจุบัน ครัววิเสทตั้งอยู่ที่ 671/ ลาดพร้าวซอย 7 เข้าซอยมาประมาณ 50 เมตร จะอยู่ตรงซ้ายมือ มีบริการส่งโดย Delivery ทุกค่าย ไม่ว่าจะเป็น Get , Lineman หรือ Grab ทุกวันจะมีมาจอดรอรับของกันเป็นประจำ  ทุกเมนูที่ครูติ๊กทำจะมีความพิถีพิถันทุกขั้นตอน เช่น ไก่นุ่มสุมไฟ ไก่ย่างเนื้อนุ่มทานคู่กับข้าวเหนียวร้อนๆ

ข้าวหน้าซุปเปอร์เนื้อเค็ม(โคขุน)  เนื้อชิ้นโตกับข้าวหอมมะลิร้อนๆ กับน้ำปลาพริก

ซึ่งเนื้อเค็มโคขุนที่นี่มีความเด็ด เนื้อสวยมีมันเหลืองรอบชิ้นส่วนขาหลัง(หางตะเข้)คัดพิเศษ  ซึ่งจะมีน้อยมากๆในตัวนึงครูติ๊กแพคขายเป็นแบบแช่แข็งด้วย

นอกนั้นครูติ๊กยังมีเมนูอาหารจานเดียวที่อร่อยๆอีกมากมายโทรสั่งกันได้ที่ Tel : 0944563556 เลยค่ะ

2. ครัวอิ่มอร่อย ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ ร้านนี้อยู่คู่กับถนนลาดพร้าวมานาน เจ้าของร้านมีความชำนาญในการทำก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่จนเป็นที่เลื่องลือ จนกลายเป็นร้านคั่วไก่ในตำนาน  จริงๆร้านนี้มีอาหารตามสั่งมากมายหลายอย่าง แต่ที่ห้ามพลาดก็คือก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่นั่นเอง

เส้นใหญ่เหนียวนุ่มกำลังดี ผัดมาแบบหอมกระทะ อิ่มได้ในราคาย่อมเยาว์ บางคนถึงกับออกปากว่าอร่อยแบบที่เยาวราชเลย

ได้ลองชิมเมนูอื่นมาด้วยเอาเมนูพื้นฐาน ..ข้าวกระเพราหมูกรอบไข่ดาว  ซึ่งทำได้อร่อยไม่แพ้ใครเลย

ที่ตั้ง : ปากซอยลาดพร้าว 14

3. Bluetamp คาเฟ่ที่น่านั่งที่สุดในย่านนี้ ร้านตั้งอยู่ริมถนนประดิษมนูธรรม ใกล้กับสี่แยกลาดพร้าว 86

คอนเซ็ปต์ของร้านเน้นบรรยากาศอบอุ่นสบายๆโล่งๆ  โดยใช้วัสดุเป็นไม้ ที่ให้ความรู้สึกเป็นกันเอง และอบอุ่น ตัดกับสีฟ้าและสีน้ำเงินของหมอน

เจ้าของร้านได้เรียนรู้การชงกาแฟ การทำอาหารจากร้าน Campos คาเฟ่ชื่อดังของออสเตรเลีย พอกลับมาเมืองไทยจึงได้มาเปิดร้านคาเฟ่อย่างเต็มตัว เริ่มจากสาขาแรกที่ย่านลาดพร้าววังหินประมาณ 2 ปี และล่าสุดกับสาขานี้ที่จะเน้นทั้งกาแฟและอาหารอร่อย

Americano  หอมกรุ่นรสชาติละมุนมาก

ถ้าไม่ดื่มกาแฟขอแนะนำน้ำผลไม้โดยเป็นน้ำผลไม้ 100 % ซึ่งอร่อยมากกกกก

เมนูอาหารน่าทานทุกอย่าง  แต่ถ้าอิ่มของคาวมาแล้วแบบเราขอแนะนำเป็น  Small Caramelized Banana Toast เป็น ขนมปังโฮมเมด ที่นุ่มเป็นพิเศษ มาบวกกับน้ำคาราเมลที่ทำสดใหม่ทุกเสริฟ และท็อปด้วยไอศครีมวนิลา เสริฟ์พร้อม กล้วยอบสุกเคลือบคาราเมลอร่อยมากจนเราประทับใจ

ที่ตั้ง : 56 ซอยลายพร้าว 73 ถนนประดิษฐ์มนูธรรม แขวงสะพานสอง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร

4. เฮงหอยทอดชาวเล พิกัดอยู่ในซอยโชคชัย4 เฮงหอยทอดชาวเลขยายมาจากสาขาเจริญนคร ร้านนี้กระทะใหญ่เป็นพิเศษ ที่ไม่ควรพลาดคือ หอยทอดแป้งบางกรอบ และเมนู "ออลั่วะ" ที่เป็นเมนูเด็ดของที่นี่ แล้ว ออลั่วะคืออะไรละเนี่ย เฉลย...มันคือ ออส่วนหอยนางรมที่โปะบนแป้งกรอบสูตรของทางร้านนั่นเองค่ะ

ที่ตั้ง : 314 ถนนลาดพร้าว 53 ซ.โชคชัยสี่ ระหว่างซอย4- 6

เห็นมั้ยคะว่าที่ย่านลาดพร้าวนั้นมีของอร่อยๆรอให้เราไปพิสูจน์อยู่มากมาย ใครๆก็อยากมาอยู่แถวนี้ และสำหรับท่านที่กำลังมองหาที่พัก บ้าน คอนโดแถวๆ ลาดพร้าวนี้ ลองเข้าไปดูใน BaanKaidee กันได้เลยนะคะ  คุณจะได้พบกับที่พักดีดีราคาโดนใจรอให้เข้าไปเลือกกันมากมาย น่าจะมีถูกใจกันบ้างไม่มากก็น้อยนะคะ

8 ต้นไม้มงคลยอดฮิต ต้นไม้จัดสวน ตกแต่งบ้านให้เฮง

บ้านหลายๆ หลังนิยมปลูกต้นไม้ไว้ประดับและตกแต่งเพื่อความสวยงาม รวมถึงต้นไม้จัดสวนในร่ม โดยเจ้าของบ้านจะเลือกต้นไม้ตามที่ตนเองชอบ บางบ้านเลือกพันธุ์ไม้ใบ หรือบางบ้านก็ชอบไม้ดอก แต่ก็มีเจ้าของบ้านอีกจำนวนไม่น้อยที่เลือกปลูกไม้มงคลไว้ประดับตกแต่ง ส่วนหนึ่งนอกจากช่วยตกแต่งประดับบ้านแล้ว ต้นไม้พวกนั้นยังมีชื่อเป็นมงคล ซึ่งผู้ปลูกเชื่อว่าจะส่งเสริมและนำสิ่งดีๆ เรียกทรัพย์เข้าสู่บ้าน ดังน้ันเราจึงรวบรวมพันธุ์ไม้มงคลยอดฮิตที่คนส่วนใหญ่มักเลือกมาปลูกเพื่อประดับตกแต่งบ้าน

1. เศรษฐีรับเงิน

ไม้มงคลซึ่งเป็นพืชตระกูลเดียวกับสาวน้อยประแป้ง นิยมนำมาปลูกประดับไว้ในสำนักงาน อาคาร และบ้านเรือน สีสันและลวดลายของใบคล้ายหินอ่อน ใบมีลักษณะเป็นรูปใบพาย ขอบใบสีเขียว วิธีการปลูกและขยายพันธุ์ใช้วิธีการปักชำลำต้น ต้นเศรษฐีรับเงินปลูกได้ดีในดินร่วนซุย พืชชนิดนี้ไม่ทนแล้ง จึงต้องหมั่นรดน้ำ แต่ต้องระมัดระวังไม่ให้แฉะจนเกินไป

2. นกน้อยนำโชค

เป็นต้นไม้มงคลอีกประเภทหนึ่งที่ปลูกง่าย เมื่อโตจะเต็มที่จะมีความสูงประมาณ 1 เมตร และจะแตกออกเป็นพุ่ม เนื่องจากปลูกง่ายจึงสามารถปลูกได้ทั้งกลางแจ้งและในร่ม ลำต้นเป็นปล้องสีเขียว ใบมีลักษณะมน ยอดใบมีสีเขียวปนชมพู ลักษณะดอกคล้ายนก เมื่อดอกแก่เปลือกจะแห้งและในดอกจะมีเมล็ดใช้สำหรับเพาะพันธุ์ได้

3. แก้วแคระมหามงคล

แก้วแคระสายพันธุ์นี้บางครั้งถูกเรียกว่า "แก้วแคระจิ๋ว" เป็นพันธุ์ไม้มงคลที่เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่ขนาดเล็ก เช่นคอนโด ห้องเช่า อพาร์ทเม้นท์ หรือบ้านที่มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด ด้วยสีของใบเป็นสีเขียวเข้ม ผู้ปลูกส่วนใหญ่จึงนิยมนำไปปลูกไว้ในกระถางที่มีสีสันจัดจ้าน เมื่อสีของต้นไม้กับกระถางตัดกัน จึงทำให้บรรยากาศในห้องดูสดใสขึ้นทันที

4. เทียนมหามงคล

เป็นไม้พุ่มที่ปลูกและดูแลง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลาปลูกและไม่ต้องใช้พื้นที่มาก หากจะปลูกควรปลูกบริเวณที่มีแสงแดดไม่จัดมาก การขยายพันธุ์จะใช้หัวที่อยู่ที่โคนต้นมันจะแตกหัวไปเรื่อยๆ ใบของต้นเทียนมหามงคลค่อนข้างนุ่ม ต้นเทียนมหาลาภช่วยเสริมฮวงจุ้ย และให้โชคลาภ

5. กวักมหามงคล หรืออโกลนีมา

มีลักษณะเป็นกอเหมือนบอน ก้านใบกลมสีเขียว ต้นกวักมหามงคลเป็นต้นไม้ที่เหมาะสำหรับจัดและปลูกในที่ร่ม เพราะหากปลูกในที่ร่มจะได้สีอ่อนๆ หรือสีที่สวยงาม ดูแลง่าย เป็นต้นไม้ที่ไม่ชอบน้ำมาก เหมาะสำหรับวางไว้บนโต๊ะทำงาน โต๊ะรับแขก ห้องนอน หรือห้องน้ำก็ได้

6. มหาเฮง หรือ หีบไม้งาม

เป็นต้นไม้ในวงศ์ Apocynaceae โดยจัดอยู่ในสกุล Carissa ซึ่งสกุลนี้มีอยู่ด้วยกันประมาณ 20 ชนิด เป็นไม้เขียวตลอดปีไม่ผลัดใบ ส่วนใหญ่จะเป็นไม้พุ่มมีหนาม ใบออกตรงข้ามกันเป็นคู่ ใบหนามัน เป็นไม้มีดอก ดอกเป็นสีขาวและดอกมี 5 กลีบ หลังจากดอกโรยแล้วจะติดผลสีดำหรือแดง การขยายพันธุ์จะทำโดยการเพาะเมล็ดหรือปักชำกิ่ง

7. ม่วงมงคล 

เป็นพันธุ์ไม้นำเข้าจากออสเตรเลีย นำมาปลูกในประเทศไทยหลายปีแล้ว เลี้ยงง่าย ออกดอกทั้งปี ดอกมีสีม่วงเข้มและอมชมพูขาว ขยายพันธุ์โดยใช้กิ่งอ่อนตัดเป็นท่อนสั้นๆ ปักชำลงในกาบมะพร้าวและเลี้ยงไว้ในที่ร่มรำไร จากนั้นให้ใช้สเปรย์ฉีดน้ำตลอดทั้งวัน เมื่อมีรากขึ้นเต็มแล้ว จึงแยกลงปลูกในกระถาง หรือนำไปเลี้ยงกลางแจ้ง สัปดาห์แรกของการปลูกอาจต้องรดน้ำถี่หน่อยทั้งเช้าและบ่าย เป็นต้นไม้ชื่อมงคล บางคนอาจปลูกไว้จำหน่ายเพราะต้นไม้ชนิดนี้เป็นที่ต้องการของตลาด

8. ต้นแผ่บารมี หรือ ต้นหูกระจง

เป็นไม้ที่มีทรงพุ่มสวยงามแตกกิ่งเป็นชั้นๆ แต่ละชั้นห่างกันประมาณ 50-100 ซม.โดยปกติเป็นไม้ที่ชอบน้ำเมื่อนำไปปลูกในกระถางหรือลงดินแล้วรดน้ำให้ชุ่ม และสม่ำเสมอใบแทบจะไม่ร่วงเลย และที่ตั้งชื่อว่า หูกระจงเป็นเพราะลักษณะใบคล้ายหูกวาง แต่ใบหูกระจงจะมีขนาดเล็กกว่า สำหรับดอกมีสีขาว เมล็ดหูกระจงจะคล้ายกับเมล็ดพุทรา ปัจจุบันการขยายพันธุ์ต้นหูกระจงนิยมใช้วิธีเพาะเมล็ดเนื่องจากเจริญเติบโตได้เร็ว และได้ทรงพุ่มที่สวยงาม เป็นต้นไม้ที่ทำให้บริเวณบ้านมีความร่มรื่น ช่วยบังแดดได้ดี นอกจากนี้ยังมีความเชื่อเรื่องการเสริมบารมีให้คนในบ้านมีแต่ความสุข ความเจริญยิ่งขึ้นอีกด้วย

สารพิษจากของใช้ใกล้ตัว

ไม่ว่าจะในห้องน้ำ ห้องครัว หรือห้องนอน เราจะพบสารเคมีในรูปแบบต่างๆ เช่นน้ำยาล้างห้องน้ำและเครื่องสุขภัณฑ์ น้ำยาล้างจาน แอลกอฮอล์ น้ำหอม ฯลฯ สารเคมีเหล่านี้ต่างเป็นสารพิษที่อาจทำให้เราเจ็บป่วยหรือเสียชีวิตได้

สารป้องกันและกำจัดแมลง
เมื่อหายใจเอาสารพิษเข้าไปเป็นจำนวนมากจะทำให้เกิดอาการหน้ามืด เวียนศีรษะ ท้องร่วง อาจทำให้เกิดหัวใจวาย และเสียชีวิตได้ แต่ถ้าได้รับในปริมาณน้อยๆ ค่อยๆ สะสมในร่างกาย จะทำให้สุขภาพทรุดโทรม และเกิดโรคภัยร้ายแรงขึ้นได้

ผงซักฟอก หรือน้ำยาซักผ้า
หากสัมผัสสิ่งเหล่านี้เป็นเวลานานจะทำให้เกิดการอักเสบ ผิวแห้ง และแตกจนทำให้สารเคมีซึมเข้าสู่ผิวหนัง เกิดการระคายเคือง หากเข้าตาจะทำให้ตาอักเสบ ถ้าเข้าสู่ระบบหายใจจะทำให้เกิดโรคหืด โรคปอด และหากกลืนจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน เกิดการระคายเคืองของเยื่อบุทางเดินอาหาร เกิดอาการเจ็บในปากและคำคอ กระหายน้ำ อาเจียนเป็นเลือด

น้ำยาล้างห้องน้ำ และเครื่องสุขภัณฑ์
หากถูกที่ผิวหนังจะทำให้ปวดแสบปวดร้อน ไหม้ ถ้าเข้าตาอาจทำให้ตาบอดได้ ถ้าสูดดมจะระคายเคืองเยื่อบุทางเดินหายใจ ทำให้ไอ สำลัก ปวดศีรษะ หน้ามืด อ่อนเพลีย แน่นหน้าอก และถ้ากลืนกินจะแสบร้อนในปาก คอ ท้อง อาเจียนถ่ายเป็นเลือด ความดันโลหิตลดลง และเสียชีวิตได้

น้ำยาล้างจาน
น้ำยาล้างจานมีฤทธิ์เป็นด่างเข้มข้น อาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองที่ผิวหนัง และเมื่อกลืนกินเข้าไปจะทำให้เกิดการกัดกร่อนรุนแรง มีอาการคลื่นไส้ แต่โดยทั่วไปไม่ถึงขั้นเสียชีวิต

แอลกอฮอล์ น้ำหอม น้ำยาบ้วนปาก
สารเหล่านี้มีฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลางและกดการหายใจ น้ำหอม น้ำยาบ้วนปาก และน้ำยาที่มีแอลกอฮอล์ผสมส่วนใหญ่จะมีขนาดน้อย ยกเว้นในเหล้า เนื่องจากแอลกอฮอล์ดูดซึมได้ดีในกระเพาะอาหาร และลำไส้เล็ก ถ้ามีการกลืนกินเข้าไปในปริมาณมาก จะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียนศีรษะ หมดสติ และบางรายอาจเสียชีวิตได้จากระบบการหายใจล้มเหลว

น้ำมันหอมระเหย
เมื่อกลืนกินเข้าไปจะทำให้เกิดการระคายเคืองของเยื่อบุกระเพาะอาหาร ทำให้มีอาการอาเจียน คลื่นไส้ และท้องเสีย ผลต่อร่างกายทำให้เกิดการกดระบบประสาท ถ้าเข้าสู่ร่างกายทางจมูกจะทำให้เกิดการกดระบบการหายใจ และหยุดหายใจ

สารเจือปนในอุปกรณ์เครื่องใช้ในครัวเรือน
มีการเจือปนของสารตะกั่วในอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้านเคลือบอยู่บนลายจานเซรามิก จานชาม เมลามีน ช้อนอะลูมิเนียม กระทะปิ้ง-ย่าง ที่ใช้สำหรับทำหมูกระทะ สิ่งของเครื่องใช้เหล่านี้มีขายทั่วไปตามตลาด และที่เห็นได้ชัดเจนคือ สื่อสิ่งพิมพ์ สารตะกั่วสามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายทางผิวหนัง ทางการหายใจ และทางเดินอาหาร สารตะกั่วจะทำลายเซลล์สมอง ระบบเม็ดเลือดแดง อวัยวะภายใน จะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะเรื้อรัง และอาจลุกลามถึงเสียชีวิต

ทำอย่างไรให้ปลอดภัยจากการใช้สารเคมี

เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นพิษทดแทน
อ่านฉลากและปฏิบัติตามวิธีการใช้ทุกครั้ง
สวมถุงมือและเสื้อคลุมทุกครั้ง ถ้าผลิตภัณฑ์นั้นสามารถทำให้เกิดอันตรายได้โดยการสัมผัสต่อผิวหนัง
สวมแว่นตาป้องกันสารเคมี ถ้าผลิตภัณฑ์นั้นสามารถทำให้เกิดอันตรายต่อตา
ห้ามสวมคอนแทคเลนส์เมื่อใช้ตัวทำลายอินทรีย์ เช่นทินเนอร์ เป็นต้น
ควรใช้ผลิตภัณฑ์สารเคมีในที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ถ้าเป็นไปได้ควรใช้ผลิตภัณฑ์ในที่โล่งแจ้ง
ห้ามสูบบุหรี่ หรือทำให้เกิดประกายไฟ เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถติดไฟได้
ห้ามผสมผลิตภัณฑ์สารเคมีเอง เนื่องจากสารเคมีบางชนิดอาจทำปฏิกิริยาต่อกัน เกิดเป็นไอควันพิษหรืออาจระเบิดได้
พบแพทย์ทันทีถ้าสงสัยว่าได้รับสารเคมี หรือได้รับอันตรายเมื่อสัมผัสกับสารเคมีที่ใช้ภายในบ้านก

เทคนิคการจัดหิ้งพระในบ้าน

บ้านแต่ละหลังย่อมมีหิ้งพระ หรือมากกว่านั้นอาจจะมีหิ้งเทพ หิ้งรูปบรรพบุรุษและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ แต่ก็ยังพบปัญหาว่าหลายคนไม่ทราบว่าควรจัดวาง ตั้งหิ้งพระไว้บริเวณใดของบ้านถึงเหมาะสมและเป็นมงคลกับชีวิต รวมถึงอาจเผลอวางหิ้งพระผิดที่ผิดทางจนเกิดความไม่เป็นมงคลได้ เราเลยรวบรวมคำแนะนำเรื่องการจัดหิ้งพระให้เหมาะสมและเป็นมงคลต่อเจ้าของบ้าน

การจัดหิ้งพระในบ้านอย่างไร ให้เป็นสิริมงคลกับเจ้าของบ้าน

หมั่นดูแลหิ้งพระให้สะอาดอยู่เสมอ หลายจุดในบ้านเจ้าของบ้านให้ความสำคัญแต่บางครั้งหลงลืมตำแหน่งของหิ้งพระ ดังนั้นต้องหมั่นเช็ดทำความสะอาดองค์พระหรือรูปเทพ เพราะหากองค์พระหรือรูปเทพมีฝุ่นจับเชื่อว่าจะทำให้คนในบ้านเจ็บป่วย นอกจากนั้นควรหมั่นเปลี่ยนน้ำ ดอกไม้ในแจกันบูชาเพื่อให้ชีวิตของคนในบ้านสดชื่น แจ่มใสอยู่ตลอดเวลา
เลือกตำแหน่งที่สงบ หิ้งพระควรตั้งอยู่ในพื้นที่ๆ สงบ ไร้เสียงรบกวน จอแจ เช่นบางบ้านประดับหิ้งพระไว้บริเวณประตูเข้า-ออก ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าคนในบ้านจะพบแต่ความวุ่นวาย
หิ้งพระไม่ควรติดตั้งผนังเดียวกับห้องน้ำหรือห้องครัว รวมถึงไม่ควรหันหน้าหิ้งบูชาไปตรงกับประตูห้องน้ำหรือห้องครัว เพราะจะทำให้คนในบ้านเจ็บป่วย มีเรื่องขัดแย้งหรือเงินทองรั่วไหล
หิ้งพระบนหลังตู้ควรสูงกว่าศีรษะ หากคุณพักอาศัยในคอนโดมิเนียม อพาร์ทเมนท์หิ้งพระควรอยู่สูงกว่าศีรษะเพราะมันเกี่ยวพันกับความเจริญก้าวหน้า อาชีพการงาน
ห้องพระคือห้องพระ ห้องพระก็คือห้องสำหรับตั้งบูชาพระหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพียงอย่างเดียว เราอย่าใช้ห้องพระไว้เก็บข้าวของชนิดอื่นๆ รวมทั้งห้องพระไม่ควรอยู่ติดกับห้องน้ำหรือมีประตูตรงกับห้องน้ำ
หิ้งพระไม่ควรตั้งอยู่ปลายเตียง หากไม่จำเป็นจริงๆ ไม่ควรตั้งหิ้งบูชาไว้ในห้องนอน เนื่องจากเราอาจมีกิจกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อหน้าหิ้งพระเช่นการเปลี่ยนเสื้อผ้า หรือการร่วมหลับนอนของคู่สามี-ภรรยา อีกทั้งยังไม่ควรหันหน้าหิ้งพระไปยังทิศที่เตียงตั้งอยู่ด้วย
ห้องรับแขกไม่ใช่ที่ตั้งของหิ้งบูชา อย่างที่บอกว่าหิ้งพระควรตั้งอยู่ในห้องที่ค่อนข้างมีบรรยากาศสงบ
บนหิ้งพระควรมีองค์พระหรือองค์เทพเป็นจำนวนเลขคี่
หลีกเลี่ยงการตั้งหิ้งบูชาไว้ใต้คาน เพราะหมายถึงดวงชะตาของเจ้าของบ้านอาจถูกกดทับ และมักมีเรื่องให้ปวดหัวอยู่เสมอ
หิ้งพระควรตั้งอยู่ในมุมที่เป็นสัดส่วน ไม่ใช่เมื่ออยู่นอกบ้านแล้วสามารถมองเห็นหิ้งพระในบ้านอย่างชัดเจน เช่นนั้นถือว่าไม่ดี

นอกจากนี้ยังมีทิศต้องห้ามไม่ให้เจ้าของบ้านตั้งหิ้งพระอีกด้วย มาดูกันว่าคุณเกิดปีไหนและห้ามไม่ให้ตั้งหิ้งพระตรงไหน

เจ้าของบ้านเกิดปีไหนและห้ามไม่ให้ตั้งหิ้งพระตรงไหน

เจ้าของบ้านเกิดปีชวด ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศเหนือ เพราะจะส่งผลให้เจ้าบ้านเกิดอันตราย จนอาจถึงขั้นเสียชีวิต
เจ้าของบ้านเกิดปีฉลู ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ จะส่งผลให้เจ้าบ้าน เกิดการเจ็บป่วยอย่างกะทันหัน
เจ้าของบ้านเกิดปีขาล ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จะส่งผลให้ผู้หญิงและสมาชิกในครอบครัวเกิดอันตราย
เจ้าของบ้านเกิดปีเถาะ ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาไปทางทิศตะวันออก จะส่งผลให้เกิดความสูญเสียคนในบ้านจะเสียชีวิต
เจ้าของบ้านเกิดปีมะโรง ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันออก จะส่งผลให้คนในบ้านเกิดการเสียหายทั้งชายและหญิง
เจ้าของบ้านเกิดปีมะเส็ง ห้ามตั้งหิ้งพระบูชา หันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เพราะจะส่งผลให้คนในครอบครัวมีความยุ่งยากที่สุดจนหาความสงบสุขไม่ได้
เจ้าของบ้านเกิดปีมะเมีย ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศใต้ จะส่งผลให้เกิดเรื่องราวอัปมงคลขึ้นภายในบ้าน
เจ้าของบ้านเกิดปีมะแม ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เพราะจะส่งผลให้ครอบครัว เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นอย่างไม่คาดฝัน
เจ้าของบ้านเกิดปีวอก ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ เพราะจะส่งผลให้เกิดเรื่องร้าย ๆ กับสมาชิกเพศชายในครอบครัว
เจ้าของบ้านเกิดปีระกา ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเพราะ จะทำให้ความทุกข์โศกมาเยือนครอบครัวจนต้องร้องให้อยู่เสมอ
เจ้าของบ้านเกิดปีจอ ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เพราะจะส่งผลร้ายให้สมาชิกในครอบครัวอย่างมาก ถึงขั้นเสียชีวิตได้
เจ้าของบ้านเกิดปีกุน ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเพราะจะส่งผลให้เกิดเรื่องร้าย ๆ ในครอบครัวอยู่ตลอด เสียเงินเสียทองขึ้นโรงขึ้นศาล

ได้หลักการจัดหิ้งพระแบบง่ายๆ กันไปแล้ว ก็ลองตรวจเช็คดูนะคะว่าเราวางถูกต้องแล้วหรือยัง แต่ถ้าที่บ้านยังขาดพระมาบูชาเพื่อเสริมสร้างเป็นสิริมงคลให้กับตนเองและครอบครัว มาที่ Kaidee เลย มีพระให้เช่าบูชามากมาย

สูดหายใจได้เต็มปอดกับ 5 ทำเลบ้านชานเมืองอากาศดี๊ดี

ได้ยินกันมาก็เยอะเวลาที่ใครๆ ชอบชวนเราไป “สูดโอโซน” รับอากาศบริสุทธิ์กันในช่วงวันหยุด ซึ่ง แท้ที่จริงแล้วเจ้า “โอโซน” มันไม่ใช่สิ่งที่เราควรสูดเข้าไปนะ เแต่ว่าก๊าซโอโซนช่วยให้เรามีอา กาศดีๆ ระบบนิเวศน์ดีๆไว้ให้ปอดได้ชุ่มฉ่ำต่างหากล่ะ
นับวันโลกของเราถูกปกคลุมไปด้วยมลพิษ จนชั้นบรรยากาศของโลกก็ถูกทำลายลงเรื่อยๆ โดยเฉ พาะก๊าซโอโซนที่ช่วยกรองรังสีต่างๆ ซึ่งเป็นภัยอันตรายต่อมนุษย์ ส่งผลให้โลกร้อนขึ้น อากาศบริ สุทธิ์ก็น้อยลง เราจึงต้องช่วยกันใส่ใจสิ่งแวดล้อมจนมีการกำหนดให้วันที่ 16 กันยายนของทุกปี เป็น วันโอโซนโลก (Word Ozone Day) เพื่อให้เราพึงระลึกไว้เสมอว่ามันถึงเวลาที่เราต้องช่วยโลกบ้าง แล้ว ไม่เช่นนั้นต่อไปคงจะต้องมีการซื้อหาอากาศบริสุทธิ์เพื่อเยียวยาตัวเองกันก็เป็นได้นะ แต่ถ้าตอน นี้ใครกำลังมองหาที่อยู่อาศัยท่ามกลางอากาศดีๆ ห่างไกลมลพิษและมีพื้นที่สีเขียวให้พอหายใจหาย คอได้คล่องอยู่บ้างล่ะก็ ลองมาส่องทำเลชานเมืองกันดูบ้างสิ

1. ย่านไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าไทรน้อย เป็นอำเภอที่มีพื้นที่มากที่สุดของจังหวัดนนทบุรี แถมยังมีจำนวน ประชากรน้อยที่สุดอีกด้วย ดังนั้นสภาพพื้นที่ทั่วไปยังคงความเป็นชนบทไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่า จะเป็นภาพท้องนา ท้องไร่ บ้านเรือนแบบเรียบง่าย และระบบสาธารณูปโภคก็มีครบ นอกจากนี้ยัง เป็นทำเลที่เชื่อมต่อไปถึง นครปฐม ปทุมธานี อยุธยา สุพรรณบุรี หรือแม้แต่จะเข้ากรุงเทพด้วยก็ยังได้ เพียงแค่ขับรถไปนิดหน่อยแล้วใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีม่วง

2. ย่านคลองสามวา กรุงเทพมหานคร
เรียกได้ว่าเป็นปอดของคนกรุงเทพก็ว่าได้สำหรับทำเลในเขตคลองสามวา หนึ่งในห้าสิบเขตของก รุงเทพมหานครที่หลายๆ คนอาจหลงลืมกัน สภาพทั่วไปเป็นท้องทุ่ง มีคลองสามวาผ่านกลางพื้นที่และ
ประชาชนส่วนใหญ่บริเวณนี้ยังทำกสิกรรมกันอยู่ แม้ว่าปัจจุบันจะเริ่มมีผู้อยู่อาศัยมากขึ้นจนมีประ ชากรมากขึ้นเป็นรองก็เพียงเขตสายไหม แต่ก็ยังนับว่าห่างไกลจากมลพิษและมีพื้นที่สีเขียวให้ชื่น ใจอยู่ไม่น้อย ประกอบกับการเดินทางก็ค่อนข้างสะดวกกว่าเดิมด้วยถนนกาญจนาภิเษกและรถไฟฟ้า สายสีชมพูในอนาคต

3. ย่านคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี
อีกหนึ่งทำเลน่าสนใจเพราะนอกจากสภาพแวดล้อมและบรรยากาศที่ยังคงความสดชื่นอยู่ได้ อำเภอ คลองหลวงยังเป็นที่ตั้งขององค์กรและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง อาทิ องค์การพิพิธภัณฑ์ วิทยาศาสตร์แห่งชาติ นอกจากนี้ยังสามารถหาคาเฟ่ชิคๆ คูลๆ ไว้นั่งจิบกาแฟสบายใจอีกหลายแห่ง เลยล่ะ

4. ย่านศาลายา จังหวัดนครปฐม
หนึ่งทำเลที่สงบสุข ใกล้ศูนย์กลางของพุทธศาสนาอย่างพุทธมณฑล และมีสถานศึกษาอีกมากมาย อาทิ มหาวิทยาลัยมหิดล พื้นที่บริเวณศาลายานี้ยังคงมีความเขียวขจี ให้เราได้สัมผัสอยู่ไม่น้อย และยังมีประชาชนส่วนหนึ่งที่ยังคงทำเกษตรกรรมกันอยู่ด้วย จึงเป็นทำเลที่เรียกว่าอยู่อย่างมีความสุข ได้เลยทีเดียว การเดินทางเข้าเมืองก็ไม่ยุ่งยากด้วยทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี เชื่อมต่อด้วยทา งด่วนสายศรีรัช

5. ย่านหนองจอก กรุงเทพมหานคร
“ ธารน้ำใสสะอาด พฤกษชาติเขียวขจี พื้นที่กว้างใหญ่ มหาวิทยาลัยระดับชาติ ผดุงบทบาทบรมบวร พัฒนาประชากรหนองจอก” นี่คือคำขวัญของชาวหนองจอกที่แสดงให้เห็นว่า ทำเลทองแห่งนี้ มีบรร
ยากาศที่น่ารื่นรมย์ขนาดไหน ด้วยสภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นท้องทุ่ง มีลำคลองไหลผ่านหลายสาย จึง ยังพบเห็นการทำเกษตรกรรมอยู่ไม่น้อย นอกจากนี้ทำเลย่านหนองจอก ยังมีสถานที่ไว้ให้หย่อนใจ อีกหลายแห่ง อาทิ สวนวารีภิรมณ์ และคาเฟ่น้อยใหญ่อีกมากมายจนไม่น่าเชื่อเลยล่ะ