หลัก 5 ข้อเมื่อคุณต้องจอดรถซ้อนคัน

บทความนี้สำหรับมือใหม่หัดขับ หรือใครที่อาจจะหลงลืมจนสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น ในสถานการณ์ที่ซองจอดรถเต็ม และคุณจำเป็นต้องจอดซ้อนคัน ขั้นตอนเหล่านี้จะทำให้คุณจอดรถได้อย่างปลอดภัย และถือเป็นมารยาทในการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นอีกด้วย

หากมีเส้นตีไว้ จอดให้ขนานกับเส้นที่กำหนด หากไม่มี หมุนพวงมาลัยและตั้งล้อให้ตรง ป้องกันการที่ผู้ขับขี่รถคันอื่นมาเข็นแล้วรถจะเอียงไปทางใดทางหนึ่ง

เข้าเกียร์ N และปลดเบรกมือ ขั้นตอนนี้จะบอกว่าสำคัญที่สุดก็คงไม่ผิดนัก เพราะหากคุณเข้าเกียร์ P หรือดึงเบรกมือไว้ จะไม่มีทางที่ผู้ขับขี่รถคันอื่นจะมาเข็นรถของคุณได้เลย ส่วนรถเกียร์กระปุกก็เพียงแค่เข้าเกียร์ว่างเท่านั้นเอง

สำหรับรถเกียร์อัตโนมัติบางรุ่น เมื่อคุณเข้าเกียร์ N แล้วดับเครื่อง จะทำให้ไม่สามารถดึงกุญแจออกมาได้ วิธีแก้คือให้เข้าเกียร์ P เสียก่อน ดึงกุญแจรถออกมา แล้วนำไปเสียบตรงรูเล็กๆ ด้านข้างคันเกียร์ หลังจากนั้นให้เลื่อนลงมาที่ตัว N

บางสถานที่จอดอาจพื้นไม่เรียบ มีความลาดชัน ส่งผลให้รถเกิดอาการไหล การแก้ไขคือนำก้อนหินหรือบางสิ่งบางอย่างที่ใหญ่พอมาวางไว้ที่ล้อรถ เพื่อไม่ให้รถเคลื่อนที่ได้

พึงตระหนักเอาไว้ว่า ให้เหลือพื้นที่พอที่ผู้อื่นจะสามารถเข็นรถ และรถที่จอดอยู่ด้านในสามารถขับออกมาได้
ทำตามขั้นตอนง่ายๆ เพียงเท่านี้ การจอดรถซ้อนคันของคุณก็จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นแล้วนั่นเอง

Nissan Sylphy โฉมใหม่ 2020 เน้นความสปอร์ต คาดเข้าไทยปีนี้

ถือเป็นรถจากค่าย Nissan ที่มีแฟนๆ ทั่วโลกให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และได้รับการตอบรับด้านยอดขายเป็นอย่างดี สำหรับ Nissan Sylphy 2020 ที่เปิดตัวที่สหรัฐอเมริกา ไปเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ในชื่อของ Nissan Sentra 2020 ซึ่งได้รับการต้อนรับที่ดีเหมือนเดิม

โดยในเวอร์ชั่นที่ขายที่สหรัฐฯ ตัวเครื่องมีการปรับเครื่องยนต์ให้ใหญ่กว่าเดิมเป็น เบนซิน 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 149 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 198 นิวตัน-เมตร พร้อมพวงมาลัยไฟฟ้าแบบดูอัลพีเนียนและระบบ Nissan Intelligent Control

ดีไซน์ภายนอกของ Nissan Sylphy 2020 ถูกออกแบบใหม่โดยเน้นความสปอร์ต ด้วยเอกลักษณ์กระจังหน้าทรง V-Motion ไฟหน้าแบบ LED ถูกออกแบบให้มีดูโฉบเฉี่ยว ภายในห้องโดยสารมีหน้าจอระบบสัมผัส Touchscreen ขนาด 8 นิ้ว ที่สามารถรองรับ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง Intelligent Voice Control

นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบความปลอดภัยขั้นสูง Nissan Safety Shield 360 ประกอบด้วยระบบป้องกันการชนด้านหน้า Automatic Emergency Braking พร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน, ระบบเตือนรถออกนอกเลน Lane Departure Warning, ระบบเตือนมุมอับสายตา Blind Spot Warning, ระบบป้องกันการถอยชน Rear Automatic Braking, ระบบเตือนรถเคลื่อนผ่านขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Alert และไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Assist

Nissan Sylphy 2020 หรือ Nissan Sentra 2020 เปิดตัวที่เมืองมะกันด้วย 3 รุ่นย่อย ประกอบด้วย Sentra S Plus ที่ราคา 20,598 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 625,000 บาท), Sentra SV ราคา 21,998 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 668,000 บาท) และ Sentra SR Premium ราคา 25,998 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 790,000 บาท)
ส่วนบ้านเราคาดว่า All-new Nissan Sylphy จะมีแผนเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายในปี 2020 แต่จะเดือนไหน มีการปรับเครื่องยนต์หรือไม่ ราคาจะเป็นอย่างไร และจะใช้ชื่อ Sylphy หรือไม่ต้องรอติดตามกัน

10 อะไหล่รถที่ต้องเปลี่ยนบ่อยที่สุด

การดูแลรักษารถยนต์ ถือเป็นสิ่งสำคัญของผู้ใช้รถ เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานยิ่งขึ้น และยังช่วยให้การขับขี่มีความปลอดภัยขึ้นด้วย เนื่องจากชิ้นส่วนต่างๆในรถยนต์นั้น มีการสึกหรอตามการใช้งานอยู่แล้ว จึงควรเปลี่ยนเมื่อครบอายุการใช้งานของมัน

1. น้ำมันเครื่อง และไส้กรองน้ำมันเครื่อง
น้ำมันเครื่องถือเป็นปัจจัยหลักในการหล่อลื่นชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ ดังนั้นจึงควรเปลี่ยนตามกำหนดทุกครั้ง หรือหากตรวจพบว่าน้ำมันเครื่องเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ก็สามารถเปลี่ยนก่อนกำหนดได้เลย เพราะอาจบ่งบอกว่าน้ำมันเสื่อมสภาพแล้ว
ระยะเวลาเปลี่ยน ทุกๆ 5,000 - 10,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ประเภทน้ำมันเครื่อง)
2. ผ้าเบรค
ผ้าเบรคเป็นชิ้นส่วนที่ส่งผลต่อความปลอดภัยโดยตรง หากผ้าเบรคใกล้หมด จะมีเสียงดังเอี๊ยดเกิดขึ้นขณะเหยียบเบรค บ่งบอกว่าถึงเวลาเปลี่ยนได้แล้ว หากยังดึงดันที่จะใช้ต่อแล้วล่ะก็ อาจทำความเสียหายกับจานเบรคได้ ซึ่งมีราคาแพงกว่าผ้าเบรคหลายเท่าตัวเลยล่ะ
ระยะเวลาเปลี่ยน ประมาณ 50,000 - 70,000 กิโลเมตร (หากใช้งานในเมืองอายุจะสั้นกว่า)
3. แบตเตอรี่
แบตเตอรี่มีทั้งแบบแห้งและเปียก โดยแบบแห้งไม่จำเป็นต้องดูแลรักษาใดๆตลอดอายุการใช้งาน แต่หากเป็นแบบเปียกนั้น จำเป็นต้องมีการเติมน้ำกลั่นให้ได้ระดับอยู่เสมอเพื่อให้แบตเตอรี่สามารถเก็บประจุไฟได้อย่างเต็มที่
ระยะเวลาเปลี่ยน ประมาณ 2-3 ปีแล้วแต่การใช้งาน แบตเปียกควรเช็คน้ำกลั่นอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
4. ไส้กรองอากาศ
เครื่องยนต์จำเป็นต้องได้รับอากาศบริสุทธิ์ในการเผาไหม้จำนวนมาก ดังนั้น ไส้กรองอากาศจึงเป็นชิ้นส่วนสำคัญในการกรองสิ่งสกปรกในอากาศก่อนเข้าไปยังเครื่องยนต์ ซึ่งหากมีสิ่งสกปรกอุดตันเป็นจำนวนมากก็จะทำให้การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ กำลังเครื่องยนต์ลดลง
ระยะเวลาเปลี่ยน ประมาณ 1 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร และเป่าทำความสะอาดทุกๆ 3,000-5,000 กิโลเมตร

5. น้ำมันเกียร์และไส้กรองน้ำมันเกียร์
ระบบเกียร์มีชิ้นส่วนประกอบที่เป็นโลหะเข้าด้วยกันจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเกียร์อัตโนมัติแบบทั่วไป, แบบ CVT หรือแบบ Dual-clutch ซึ่งมีการเคลื่อนที่ภายในห้องเกียร์ตลอดเวลา จึงมีอัตราการสึกหรอสูง น้ำมันเกียร์เป็นสิ่งสำคัญในการลดการสึกหรอดังกล่าว ไม่ให้ระบบเกียร์กลับบ้านเก่าไปก่อนวัยอันควร หากใช้ไปนานๆจะทำให้เกิดเศษโลหะในน้ำมันเกียร์ที่เป็นอันตรายต่อระบบเกียร์ได้

ส่วนน้ำมันเกียร์แบบ Long-life นั้น แม้ว่าผู้ผลิตจะระบุว่าสามารถใช้ได้ตลอดอายุการใช้งาน แต่ก็ควรได้รับการเปลี่ยนถ่ายบ้าง เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานระบบเกียร์
ระยะเวลาเปลี่ยน ประมาณ 20,000 - 40,000 กิโลเมตรแล้วแต่รุ่นรถ
6. ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง
ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงพบได้ทั้งรถที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินและดีเซล โดยมีหน้าที่ดักจับสิ่งสกปรกต่างๆและน้ำ ที่มากับน้ำมันที่เราเติมตามปั๊มนั่นเอง ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้นานๆแล้ว จะทำให้ไส้กรองตัน จนแรงดันน้ำมันไปยังเครื่องยนต์ไม่พอ ส่งผลให้ครื่องยนต์มีอาการเร่งไม่ขึ้น กระตุก หรือสตาร์ทยากได้
ระยะเวลาเปลี่ยน ประมาณ 2 ปีหรือ 40,000 กิโลเมตรแล้วแต่รุ่นรถ
7. หลอดไฟต่างๆ
ควรตรวจเช็คหลอดไฟต่างๆรอบตัวรถ ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้า (ไฟต่ำ, ไฟสูง, ไฟหรี่), ไฟเลี้ยวทั้ง 4 มุมรวมถึงด้านข้าง, ไฟท้าย, ไฟเบรค ไฟถอยหลัง, ไฟตัดหมอก ฯลฯ ว่าติดครบทุกดวงหรือไม่ หลอดไส้แบบฮาโลเจนนั้นมีโอกาสขาดได้ง่ายกว่าแบบ Xenon และ LED มาก การขับรถผ่านทางขรุขระบ่อยๆก็อาจทำให้หลอดขาดได้ จึงควรหมั่นตรวจสอบสม่ำเสมอ
ระยะเวลาเปลี่ยน เปลี่ยนเมื่อหลอดขาด

8. สายพานไทม์มิ่ง
เครื่องยนต์ทั่วไป มีสายพานจำนวนหลายเส้นช่วยขับเคลื่อนเครื่องยนต์ให้สมบูรณ์ เช่น สายพานไทม์มิ่ง, สายพานคอมแอร์, สายพานเพาเวอร์, สายพานปั๊มน้ำ ฯลฯ แล้วแต่รุ่นรถ แต่หากสายพานไทม์มิ่งซึ่งเป็นสายพานหลักของเครื่องยนต์ขาดจะส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์อย่างรุนแรง
ระยะเวลาเปลี่ยน ประมาณ 100,000 กิโลเมตร
9. หัวเทียน
หัวเทียนส่งผลต่อสมรรถนะของเครื่องยนต์ หากหัวเทียนเก่าเกินไป อาจทำให้เครื่องยนต์สะดุด ทำงานได้ไม่เต็มที่ อีกทั้งหัวเทียนแบบปกติมีราคาไม่แพง สามารถซื้อหามาเปลี่ยนได้ง่าย
ระยะเวลาเปลี่ยน ประมาณ 40,000 กิโลเมตร
10. ใบปัดน้ำฝน
อากาศร้อนอบอ้าวของเมืองไทย ส่งผลให้อายุการใช้งานใบปัดน้ำฝนเสื่อมสภาพเร็ว ดังนั้น หากใบปัดไม่สามารถรีดน้ำได้อย่างสมบูรณ์แล้ว จึงควรรีบเปลี่ยนทันที โดยเฉพาะเมื่อเข้าหน้าฝนแบบนี้
ระยะเวลาเปลี่ยน ประมาณ 1 ปี

และสำหรับใครที่รถคันเก่าถึงเวลาต้องเปลี่ยน และมองหารถใหม่ในราคาที่ถูกลงมาอีกขั้น ลองมาเลือกรถมือสองที่ RodKaidee ได้เลย เรามีรถทุกรุ่นให้คุณเลือกในคุณภาพไม่แพ้รถใหม่ๆ ในทุกช่วงราคา

วิธีขอใบขับขี่ และ ใบขับขี่ดิจิทัล

ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก ฉบับใหม่ ที่มีผลบังคับใช้วันที่ 20 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จราจรมีสิทธิ์เรียกดูใบขับขี่ แต่ไม่สามารถยึดใบขับขี่ได้ ทั้งเราเองยังสามารถแสดงใบขับขี่ดิจิทัลแทนตัวจริงได้อีกด้วยนะคุณรู้กันยัง ถึงกระนั้นก็ยังมีคนที่ขับขี่ร่วมทางบนถนนกับเราที่ไม่มีใบขับขี่ปนอยู่ด้วยไม่น้อย

หนึ่งตัวเลขที่น่าจะบอกเราได้ว่าเรื่องนี้สำคัญแค่ไหนก็คือตัวเลขผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางท้องถนนซึ่งนับเป็นเหตุเสียชีวิตของคนในประเทศสูงสุดตลอดกาลในบ้านเรา เฉพาะแค่กลุ่มเยาวชน 15-19 ปีก็สูงถึง 1,688 คนต่อปี ซึ่งนี่เป็นตัวเลขเฉลี่ยย้อนหลังสามปีจากสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข โดยจากข้อมูลสำรวจก็ยังพบเยาวชนอายุเพียงเก้าขวบที่ขับขี่พาหนะบนถนนหลวงอยู่ในชีวิตประจำวัน ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่อันตรายเป็นอย่างมาก

เหตุสำคัญส่วนหนึ่งคือผู้ที่ไร้ใบขับขี่ที่ยังประมาทว่า “ไม่เป็นไรหรอก” จนนำไปสู่เหตุสูญเสียร้ายแรง หากจินตนาการไม่ออกเราจะยกอีกหนึ่งตัวเลขมาโชว์ นั่นคือเฉพาะผู้ใช้มอเตอร์ไซค์ที่ไร้ใบขับขี่ในประเทศไทยปัจจุบันมีจำนวนสูงถึงประมาณแปดล้านคน ซึ่งจากสถิติชี้ให้เห็นว่า สัดส่วนของอุบัติเหตุทั้งหมดนั้นเกิดจากผู้ที่ไม่มีใบขับขี่นั้นมีมากกว่า 60% โดยผู้ที่ไม่มีใบขับขี่มีความเสี่ยงที่จะก่ออุบัติเหตุมากกว่าคนที่มีใบขับขี่สูงถึงสองเท่า และมีอัตราเสียชีวิตจากอุบัติเหตุสูงถึง 34% เลยทีเดียว

ทางกรมขนส่งทางบกจึงได้แก้กฏหมายเพิ่มอัตราโทษกับผู้ที่ไม่มีใบขับขี่ หรือ ใบขับขี่หมดอายุเป็นโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาท ไม่มีใบพ.ร.บ.ขนส่งหรือหมดอายุ จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท และผู้ที่ไม่แสดงใบขับขี่เมื่อถูกเรียกตรวจเป็น 10,000 บาท และปรับไม่เกิน 5,000 บาทสำหรับการไม่แสดงพ.ร.บ.ขนส่ง ซึ่งเป็นการอัพเดทข้อมูลให้ทันยุคทันสมัยมากยิ่งขึ้น

ดังนั้นถ้าใครที่ใช้รถใช้ถนนอยู่ทุกวันโดยยังไม่มีใบขับขี่ เราขอร้องตอนนี้เลยว่ารีบไปทำซะ โดยเริ่มจากการเข้าไปจองคิวรับการอบรมที่ ebooking.