เคล็ด(ไม่) ลับ! 5 วิธีดูแลรถช่วงหน้าฝนให้ใหม่ ขายได้ราคาดี!

เข้าสู่ช่วงหน้าฝนแล้ว จะขับรถไปไหนมาไหน ก็คงหลบสายฝนที่โปรยปรายลงมาแทบทุกวันไม่พ้น บอกเลยว่าชวนเหนื่อยทั้งตอนขับและหลังขับเพราะหากไม่ดูแลรถช่วงฤดูฝนให้ดี อาจจะทำให้รถคู่ใจเสื่อมสมรรถภาพได้ง่ายและเร็วขึ้น ยิ่งใครวางแผนจะขายรถ ยิ่งต้องใส่ใจเป็นพิเศษ ทางเราเลยขอเอาใจเหล่าคนใช้รถด้วยการหยิบ 5 วิธีดูแลรถในช่วงหน้าฝนให้ดูใหม่ ขายได้ราคาดี รับรองว่าทำตามแล้วเวิร์กมากมาฝาก! 

 

 
1. ดูแลที่ปัดน้ำฝนและน้ำยาฉีดกระจก
แน่นอนว่าที่ปัดน้ำฝนเป็นตัวช่วยที่สำคัญมากในการขับรถช่วงนี้ การตรวจสอบว่าที่ปัดน้ำฝนยังใช้งานได้ดีอยู่หรือไม่นั้น สามารถทำได้ง่าย ๆ แค่ลองสังเกตการปัดน้ำฝนดู ถ้าปัดแล้วเกิดรอยหรือคราบน้ำฝน แนะนำให้เปลี่ยนเนื่องจากยางที่ปัดน้ำฝนอาจจะเสื่อมสภาพแล้ว วิธีการดูแลที่ปัดน้ำฝนให้อยู่ในสภาพดีเสมอก็ไม่ยากเลย เพียงใช้ผ้าชุบน้ำแล้วบิดให้หมาดเช็ดตามความยาวของที่ปัดน้ำฝน สำคัญมาก! เราไม่ควรยกก้านที่ปัดน้ำฝนขึ้นเพราะจะยิ่งทำให้ตัวสปริงเสื่อมสภาพเร็วขึ้น นอกจากนี้ยังควรหมั่นเช็กและเติมน้ำยาฉีดกระจกอยู่เสมอ กระจกจะใสวับตลอดเวลา รับรองว่าจะขับรถสบายใจขึ้น หรือถ้าตั้งใจจะขายต่อ วิธีเหล่านี้ก็ช่วยให้สภาพรถยนต์ให้ดูใหม่เสมอได้

 

 
2. ดูแลระบบเบรกให้พร้อมใช้งานทุกสถานการณ์
การดูแลระบบเบรกให้สภาพดีเสมอเป็นสิ่งสำคัญมากในการขับรถในทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนที่ถนนมักจะลื่นแบบนี้ เราสามารถตรวจเช็กผ้าเบรกเบื้องต้นได้เองว่าเวลาเหยียบแล้ว เบรกจมลึกกว่าปกติหรือเปล่า หรือรถเป๋ไปมาเวลาเหยียบเบรกไหม ถ้าเจอปัญหาเกี่ยวกับระบบเบรก ขอแนะนำให้ไปตรวจเช็กให้ละเอียดกับช่างมืออาชีพที่ศูนย์อีกทีเพื่อความปลอดภัยเวลาใช้รถ หรือถ้ามีแพลนจะขายรถ ดูแลดีแบบนี้ก็ช่วยให้คนซื้อมั่นใจที่จะซื้อรถไปใช้ต่อด้วย

 

 
3. ตรวจเช็กสภาพยางสม่ำเสมอ
ต้องบอกว่าสภาพยางมีผลต่อการขับรถบนท้องถนนที่น้ำขังหรือลื่นอย่างมาก เราควรตรวจสอบสภาพยางรถว่าอยู่ในสภาพดีเหมาะแก่การใช้งาน อาทิ ดอกยางยังไม่สึก ยางไม่บวม ไม่มีรอยแตกที่เนื้อยาง นอกจากนี้ยังควรเช็กปริมาณลมยางว่าอยู่ในระดับพอดี ไม่นิ่มหรือแข็งจนเกินไป เหมาะที่จะขับลุยทุกสถานการณ์ 

 

 
4. ใส่ใจดูแลเครื่องยนต์ให้อยู่ในสภาพดี
เชื่อว่าช่วงหน้าฝนบ้านเราที่ฝนพากันเทลงมาไม่เว้นวันแบบนี้ คงหลีกเลี่ยงการขับรถลุยน้ำไม่ได้ เพราะฉะนั้นหากต้องขับรถลุยฝน เราควรตรวจเช็กน้ำมันเครื่อง น้ำมันเฟืองท้าย และน้ำมันเกียร์ให้ดี เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำรั่วซึมเข้าไปในเครื่องยนต์ รวมทั้งควรหมั่นเช็กแบตเตอรี่บ่อยขึ้น เนื่องจากความชื้นที่เกิดขึ้นช่วงหน้าฝนอาจจะส่งผลให้แบตเตอรี่ทำงานผิดปกติ การดูแลระบบเครื่องยนต์โดยรวมให้มีสภาพดีอยู่เสมอแบบนี้จะช่วยให้เราขับรถได้อย่างมั่นใจ แถมตอนขายก็ยังได้ราคาดีด้วย 

 

 
5. ดูแลสีรถให้วาววับในช่วงหน้าฝนไม่ใช่เรื่องยาก
ไก่งามเพราะคน รถงามเพราะดูแล! ต่อให้เจอฝนตกหนัก โคลนสาด ใบไม้กระหน่ำลงมาติดรถแค่ไหนก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป เพราะการดูแลสีรถให้วาววับแม้เข้าช่วงหน้าฝนไม่ใช่เรื่องยาก ข้อห้ามแรกเลยคือ ไม่ควรใช้ผ้าแห้งเช็ดรถทันทีหลังฝนตก เพราะรถอาจจะไม่ได้เปียกน้ำฝนอย่างเดียว แต่อาจจะมีโคลน เศษหิน กิ่งไม้ หรือใบไม้ต่าง ๆ ติดมาด้วย เจ้าเศษเล็ก ๆ เหล่านี้แหละที่สามารถขูดให้รถเป็นรอยขนแมวไม่พึงประสงค์ขณะที่ใช้ผ้าเช็ดได้ เราควรใช้น้ำฉีดล้างรถให้สะอาดก่อนแล้วค่อยใช้ผ้าเช็ด ส่วนเคล็ดลับพิเศษที่จะช่วยให้สีรถของคุณเงาวับสุดใจอยู่เสมอคือการเคลือบสีรถ ช่วยให้สีรถไม่หมอง น้ำไม่เกาะ แถมยังป้องกันคราบต่าง ๆ ได้ดีด้วย

 

และทั้งหมดนี้ก็คือ 5 วิธีดูแลรถในช่วงหน้าฝนที่จะช่วยให้รถของคุณดูใหม่เหมือนเพิ่งถอยมา ขับเองก็สบายใจ ขายก็ได้ราคาดี! สำหรับคนที่ดูแลฟูมฟักรถมาอย่างดีและกำลังมองหาตลาดรถมือสองคุณภาพคับจอเพื่อส่งต่อน้องไปให้เจ้าของคนใหม่อยู่ แวะมาลงขายรถมือสองกันที่ RodKaidee ได้เลยนะคะ! บอกเลยว่าถ้าดูแลรถตามคำแนะนำที่เราหยิบยกมาฝากวันนี้แล้ว เตรียมตัวปิดการขายชนิดที่ไวจนไม่ทันตั้งตัวได้เลยค่ะ!

เปิดโฉม Hyundai Elantra 2021 กับดีกรีความโฉบเฉี่ยวที่เพิ่มมากขึ้น

ขุมพลังของ Hyundai Elantra 2021 เป็นเครื่องยนต์บล็อก 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร มอบกำลังสูงสุดที่ 149 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 179 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ CVT ที่จะทั้งไหลลื่นและช่วยประหยัดน้ำมันมากขึ้น

ใช้แพลตฟอร์ม K3 ในการสร้างเจ้ารถคันนี้ ซึ่งข้อดีของมันก็คือน้ำหนักที่เบาลง สิ่งที่โดดเด่นนอกจากนั้นในเรื่องของดีไซน์ภายนอกก็มีทั้งกระจังหน้ารูปทรงคล้ายเพชรที่ทำให้นึกถึง Hyundai Sonata, ไฟหน้าทรงเหลี่ยม, ไฟท้ายทรง H-Tail, สปอยเลอร์ท้ายรถ, แนวหลังคาที่ลาดเอียงลง ส่วนเส้นสายด้านข้างก็มีลักษณะพาดเฉียงขึ้น ตามแบบฉบับ Sensuous Sportiness ของค่ายนี้

ส่วนดีไซน์ภายในห้องโดยสารของ Hyundai Elantra 2021 นั้นก็มีทั้งมาตรวัดดิจิตัล 10.25 นิ้ว, จออินโฟเทนเมนต์ 10.25 นิ้วเช่นกัน กับการรองรับแอปเปิลคาร์เพลย์และแอนดรอยด์ออโต้ครั้งแรกในรถยนต์เซกเมนต์เดียวกัน แต่ที่เราสนใจไปมากกว่านั้นก็คือลักษณะการดีไซน์ที่โอบล้อมผู้ขับขี่ที่ไม่ต่างจากค็อกพิทของเครื่องบิน โดยทางค่าย Hyundai (ฮุนได) นั้นให้คำนิยามว่าเป็น “รังดักแด้” นอกเหนือจากนั้นยังมีแสงไฟ 64 สีที่จะมอบบรรยากาศที่ต่างออกไปตามใจชอบ

นอกจากความสะดวกสบายจาก Digital Key ที่ใช้สมาร์ทโฟนหรือการ์ด NFC ในการสั่งการได้แล้ว ยังเพียบพร้อมไปด้วยระบบความปลอดภัย อาทิ ระบบขับเคลื่อนตามช่องจราจร, ระบบป้องกันการชนด้านหน้า, ระบบตรวจจับมุมอับสายตา, ระบบช่วยเหลือการถอยเพื่อจอด เป็นต้น

ข่าวดีในอนาคตก็คือ Hyundai Elantra 2021 เตรียมผลิตรุ่นไฮบริดอีกด้วย กับเครื่องยนต์ GDI ความจุ 1.6 ลิตร กับมอเตอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนขนาด 1.32 kWh มอบกำลัง 141 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 264 นิวตันเมตร ทำงานคู่กับเกียร์ดูอัลคลัตช์แบบ 6 สปีด

ส่วนสนนราคาของ Hyundai Elantra 2021 ยังไม่มีการเปิดเผยแต่อย่างใด

Nissan Sylphy โฉมใหม่ 2020 เน้นความสปอร์ต คาดเข้าไทยปีนี้

ถือเป็นรถจากค่าย Nissan ที่มีแฟนๆ ทั่วโลกให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และได้รับการตอบรับด้านยอดขายเป็นอย่างดี สำหรับ Nissan Sylphy 2020 ที่เปิดตัวที่สหรัฐอเมริกา ไปเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ในชื่อของ Nissan Sentra 2020 ซึ่งได้รับการต้อนรับที่ดีเหมือนเดิม

โดยในเวอร์ชั่นที่ขายที่สหรัฐฯ ตัวเครื่องมีการปรับเครื่องยนต์ให้ใหญ่กว่าเดิมเป็น เบนซิน 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 149 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 198 นิวตัน-เมตร พร้อมพวงมาลัยไฟฟ้าแบบดูอัลพีเนียนและระบบ Nissan Intelligent Control

ดีไซน์ภายนอกของ Nissan Sylphy 2020 ถูกออกแบบใหม่โดยเน้นความสปอร์ต ด้วยเอกลักษณ์กระจังหน้าทรง V-Motion ไฟหน้าแบบ LED ถูกออกแบบให้มีดูโฉบเฉี่ยว ภายในห้องโดยสารมีหน้าจอระบบสัมผัส Touchscreen ขนาด 8 นิ้ว ที่สามารถรองรับ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง Intelligent Voice Control

นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบความปลอดภัยขั้นสูง Nissan Safety Shield 360 ประกอบด้วยระบบป้องกันการชนด้านหน้า Automatic Emergency Braking พร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน, ระบบเตือนรถออกนอกเลน Lane Departure Warning, ระบบเตือนมุมอับสายตา Blind Spot Warning, ระบบป้องกันการถอยชน Rear Automatic Braking, ระบบเตือนรถเคลื่อนผ่านขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Alert และไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Assist

Nissan Sylphy 2020 หรือ Nissan Sentra 2020 เปิดตัวที่เมืองมะกันด้วย 3 รุ่นย่อย ประกอบด้วย Sentra S Plus ที่ราคา 20,598 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 625,000 บาท), Sentra SV ราคา 21,998 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 668,000 บาท) และ Sentra SR Premium ราคา 25,998 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 790,000 บาท)
ส่วนบ้านเราคาดว่า All-new Nissan Sylphy จะมีแผนเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายในปี 2020 แต่จะเดือนไหน มีการปรับเครื่องยนต์หรือไม่ ราคาจะเป็นอย่างไร และจะใช้ชื่อ Sylphy หรือไม่ต้องรอติดตามกัน