รองเท้า Nike React Vision โดดเด่นด้วยความสดใส ใส่ได้ทุกสถานการณ์

รองเท้าไนกี้ รีแอค วิชั่น (Nike React Vision) มอบความรู้สึกใหม่ด้วยวัสดุโฟมรีแอคที่มากกว่ารองเท้า รุ่นรีแอค อีลีเมนต์ 87 (Nike React Element 87) ที่วางจำหน่ายก่อนหน้านี้ อีกทั้งยังมีรูปลักษณ์ที่สดใหม่กว่าและมีคุณสมบัติทางเทคนิคที่เหนือกว่า

นี่เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ไนกี้สปอร์ตแวร์ใช้โฟมรีแอค (React) เป็นวัสดุหลักเพื่อพัฒนาสุดยอดรองเท้าที่นุ่มสบาย สวมใส่ได้ทั้งวัน ไนกี้นำข้อมูลต่าง ๆ ของรองเท้าตระกูลอีลีเมนต์ (Element series) มาใช้เป็นพื้นฐาน และเสริมความรู้สึกสบายในทุกย่างก้าวด้วยพื้นรองเท้าที่หนาเป็นพิเศษและโครงสร้างที่สะดุดตา

หน้ารองเท้าไนกี้ รีแอค วิชั่น ผลิตจากผ้าตาข่ายที่มีน้ำหนักเบาและให้ความรู้สึกสบาย ในส่วนของการออกแบบได้รับแรงบันดาลใจมาจากรองเท้าวิ่งรุ่นคลาสสิกทั้งไนกี้ แอร์สแปน II (Nike Air Span II) และรุ่นไนกี้ อินเตอร์เนชั่นแนลลิสต์ (Nike Internationalist) ผสมผสานกับสีสันที่มีชีวิตชีวา และลิ้นรองเท้าที่ใหญ่เป็นพิเศษ

รองเท้าไนกี้ รีแอค วิชั่น ล่าสุดมาในสี Pale Ivory, Summit White และ Pure Platinum วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ในราคา 5,000 บาท บน nike.

อาดิดาส ออริจินอลส์ SL รองเท้าน้ำหนักเบาผสานแรงบันดาลใจยุค 70 กับเทคโนโลยีล้ำสมัย

กลับมาอีกครั้งกับ ADIDAS ORIGINALS SL รองเท้าสไตล์เรโทรที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความสำเร็จของรองเท้าวิ่งน้ำหนักเบาในยุค 70 นำเสนอความเบาสบายผ่านรูปลักษณ์แบบโมเดิร์นทั้งของผู้ชายและผู้หญิง

รองเท้าตระกูล SL ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษเพื่อเน้นฟังก์ชั่นการใช้งาน รักษาคุณสมบัติความเบาสบายและความเร็วอันเป็นเอกลักษณ์มาตั้งแต่แรกเริ่มเอาไว้อย่างครบถ้วน รองเท้าที่ปล่อยออกมาในครั้งนี้จึงเป็นการยกระดับความประทับใจของตระกูล SL ขึ้นไปอีกขั้น ผ่านรูปลักษณ์ใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดของปีนี้เลยก็ว่าได้

สำหรับรองเท้าคู่แรกคือ SL7600 เป็นการตีความคอนเซปต์ดั้งเดิมของตระกูล SL ในนิยามแบบคอนเทมโพรารี โดดเด่นด้วย upper วัสดุไนลอนน้ำหนักเบาเชื่อมกับหนัง suede ในขณะที่องค์ประกอบอื่นๆอย่างรอยเจาะและรูรอยเชือกแบบ ghillie ยังคงรักษาเอกลักษณ์ความเป็น SL จากยุค 70 เอาไว้ทั้งหมด SL7600 มาในสีขาวสบายตาบ่งบอกความกล้าหาญในการเปลี่ยนแปลง ซึ่งนอกจากดีไซน์โมเดิร์นอันเป็นหัวใจสำคัญ อาดิดาส ออริจินอลส์ยังได้ซ่อนเทคโนโลยี Boost ที่ช่วยรองรับแรงกระแทกดีเยี่ยมเอาไว้ใน midsole แบบยางตามแบบฉบับของ SL รวมถึงพื้นรองเท้าแบบฟันเลื่อยที่ทำให้รองเท้าคู่นี้เป็นการผสมผสานความคลาสสิกและนวัตกรรมร่วมสมัยเอาไว้ได้อย่างลงตัว

เช่นเดียวกับโมเดล SL7200 ที่โดดเด่นด้วย upper วัสดุไนลอนน้ำหนักเบาเชื่อมกับหนัง suede ในขณะที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ความเป็น SL จากยุค 70 ในองค์ประกอบอื่นๆเอาไว้ทั้งลายละเอียดแบบเจาะและรูรอยเชือกแบบ ghillie รวมถึงตัวรองเท้าสีเทาแบบดั้งเดิมตัดด้วยสีแดงและสีเหลืองเหมือนอย่างในอดีต ผสมผสานดีไซน์จากทั้งสองยุคเอาไว้อย่างประณีต เสริมด้วย midsole เทคโนโลยี Lightstrike อันล้ำสมัยของอาดิดาสช่วยรองรับแรงกระแทกและเพิ่มความมั่นคงในทุกย่างก้าว ปิดท้ายด้วยพื้นรองเท้าแบบตารางที่ทำให้ SL7200 เป็นนิยามแห่งอนาคตที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรากเหง้าอันน่าประทับใจจากอดีต

ปิดท้ายคอลเลคชั่นนี้ด้วย SL ANDRIDGE W โมเดลของผู้หญิงที่หลอมรวมความโดดเด่นแบบดั้งเดิมของ SL เข้ากับการออกแบบแนวคอนเทมโพรารีของอาดิดาสเอาไว้ได้อย่างสวยงาม ผ่านลายเส้นและองค์ประกอบสุดสร้างสรรค์บนตัวรองเท้า พร้อมวัสดุสองแบบที่เสริมให้รองเท้าทั้งสองคู่โดดเด่นทั้งด้านแฟชั่นและการใช้งาน

SL ANDRIDGE W คู่แรกเป็นการผสมผสานระหว่างหนังเกรดพรีเมียมและหนังกลับ (suede) แสดงความโดดเด่นด้านแฟชั่นอันเป็นส่วนสำคัญ พร้อมโทนสีตัดกันและรายละเอียด TPU บริเวณส้นเท้าแบบโปร่งแสงเพิ่มความมั่นคงในทุกย่างก้าว ส่วนคู่ที่สองเป็น upper แบบซาตินไนลอนเชื่อมกับหนังที่ให้ความคลาสสิกของรองเท้าวิ่งยุค 70 ในขณะที่ยังคงความสวยงามของดีไซน์เอาไว้เต็มเปี่ยมด้วยโทนสีแบบป๊อปคัลเลอร์ เพิ่มความน่าสนใจด้วยรายละเอียด TPU บริเวณส้นเท้าไล่สีแบบ matt เข้ากับยุคสมัย นำเสนอปรัชญาการออกแบบของอาดิดาส ออริจินอลส์ที่ผสมผสานความคลาสสิกกับคอนเทมโพรารี ร้อยเรียงอดีตเข้ากับปัจจุบันและนำไปสู่ผลลัพธ์แห่งอนาคตได้อย่างแท้จริง

พบกับ ADIDAS ORIGINALS SL ได้ในวันที่ 5 มีนาคม 2563 สำหรับ SL7600 ราคา 5,600 บาท สำหรับ SL7200 ราคา 4,000 บาท และสำหรับ SL ANDRIDGE W ราคา 3,800 บาท ที่ร้านค้าอาดิดาส ออริจินอลส์ และทางออนไลน์ที่ www.