หมวกกันน็อค 101 : วิธีเลือกหมวกกันน็อคเบื้องต้น

วิธีเลือกหมวกกันน็อคเบื้องต้นสำหรับชาวสองล้อ ที่ใครคิดว่าไม่สำคัญก็ขอให้สะกิดฟังกันก่อนสักนิดจริงๆ เพราะสถิติการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของชาวไทยไม่ใช่การแก่ตายตามวัย หรือโรคร้ายจากไหน แต่คืออุบัติเหตบนท้องถนน และแน่นอน ในกลุ่มที่มีจำนวนผู้เสียชีวิต...แบบว่าทิ้งกลุ่มอื่นไปสวรรค์สูงสุดก็คือกลุ่มผู้ใช้มอเตอร์ไซค์นี่เอง และแน่นอนว่าเกือบทั้งหมดนั้นเกิดจากการละเลยกฏจราจรง่ายๆ เพียงข้อเดียว คือการปฏิเสธที่จะสวมใส่หมวกกันน็อค รวมถึงการสวมใส่หมวกที่ผิดวิธี และการใช้หมวกที่ไม่ได้มาตรฐานด้วย ที่นี่ MocyKaidee จะขอพาคุณๆ ไปทำความเข้าใจง่ายๆ ในการเลือกหมวกที่ถูกต้องกัน

1.  เลือกหมวกที่ได้มาตฐาน
หมวกที่ดีไม่จำเป็นต้องแพง และหมวกที่แพงก็อาจจะไม่ใช่หมวกที่ปลดภัยหากไร้การรับประกันจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ ดังต่อไปนี้

มอก. ถ้าว่าด้วยมาตฐานหมวกในบ้านเราก็มีตราสัญลักษณ์ มอก.(Thai Industrial Satandard) ที่เป็นคำย่อมาจาก "มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม" เป็นข้อกำหนดที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นแนวทางแก่ผู้ผลิตในการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพในระดับที่เหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด ซึ่งข้อดีคือถ้าเป็นของที่ผลิตในประเทศคุณก็จะสามารถซื้อของที่ได้มาตรฐานในที่ราคาย่อมเยาสุดๆ ส่วนของที่นำเข้ามาขายในบ้านเราอย่างถูกต้องก็จะได้รับตรา มอก. พ่วงท้าย เพื่อทำให้เราสามารถมั่นใจในการตรวจสอบคุณภาพ รวมถึงการรับประกัน และบริการหลังการขายจากตัวแทนจำหน่ายภายในประเทศ คราวนี้มาดูกันว่าทั่วโลกเขามีการรับรองจากหน่วยงานไหนกันอีกบ้าง
ECE ย่อมาจาก Economic Commission for Europe (คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจยุโรป) เป็นองค์กรตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานของสินค้าหลากหลายชนิดเหมือนมอก. บ้านเรา โดยส่วนของหมวกกันน็อครถจักรยานยนต์จะใช้รหัสว่า ECER22-05 ซึ่งเป็นรหัสของผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานกับรถจักรยานยนต์ โดยมาตรฐานการตรวจสอบจะเทียบเท่ากับ DOT แต่จะมีความละเอียดมากกว่า และได้การยอมรับถึง 50 ประเทศทั่วโลก
DOT ที่ย่อมาจาก Department of Transportation เป็นมาตรฐานหมวกกันน็อคสำหรับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ที่กำหนดขึ้นโดยสำนักงานการขนส่งของประเทศสหรัฐอเมริกา
SHARP เป็นมาตรฐานการรับรองของกรมการขนส่งของประเทศอังกฤษ ที่ทำการทดสอบจากการสุ่มเอาหมวกกันน็อคที่จำหน่ายในร้านค้ามาทำการทดสอบจริงอย่างหนักหน่วง โดยไม่ใช้หมวกที่ถูกส่งมาจากผู้ผลิตซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงสเปคก่อนจำหน่ายภายหลัง และสามารถเข้าไปดูรายละเอียดการทดสอบของหมวกแต่ละรุ่นในเว็บไซต์ได้ด้วยว่าสามารถกระจายแรงกระทำต่อหัวได้ดีมากน้อยเพียงใด โดยจะมีคะแนนสูงสุดที่ 5 ดาว
SNELL มาตรฐานการทดสอบหมวกที่ถูกอกถูกใจขาซิ่งกันสุดๆ ในปัจจุบัน จาก SNELL Memorial Foundation องค์กรที่ไม่แสวงหากำไร ไม่ใช่ใครมายัดเงินแล้วก็จะผ่านมาตรฐานนี้กันไปได้ง่ายๆ โดยเขาจะมีการทดสอบหมวกรุ่นเดิมทุกๆ 5 ปี และเป็นการทดสอบที่ละเอียดกว่ามาตรฐาน DOT ยิ่งไปกว่านั้นในทุกรอบห้าปีที่ว่านี้ เขาก็จะปรับกฏการทดสอบให้โหดขึ้นทุกครั้ง ทำให้เหล่าผู้ผลิตต้องคอยสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ กันอยู่ตลอดเวลา

2. วัดรอบศีรษะให้พอดี
หมวกได้มาตรฐานแค่ไหนถ้าไม่พอดีกับหัวคุณ มันก็แทบจะไร้ค่าไปทันที นี่ไม่ได้พูดเล่นนะ ปกติแล้วหมวกราคาสูงๆ จะมีขนาดหมวกที่ละเอียดมาก หมวกเด็ก หมวกผู้ใหญ่นี่ใช้ร่วมกันไม่ได้เด็ดขาด ขณะที่หมวกในกลุ่มราคาประหยัดเขาจะทำให้มีการปรับระดับรับรองขนาดศีรษะที่ยืดหยุ่นกว่าหลายเซนติเมตร ซึ่งเหล่านี้จะส่งผลโดยตรงต่อน้ำหนักของตัวหมวก และถ้าคุณมีปัญหาด้านสายตา ควรต้องลองสวมใส่หมวกพร้อมแว่นตัวเก่งของคุณดูก่อนซื้อด้วยว่ามีปัญหาการกดทับ หรือใส่แล้วไม่สบายหัวหรือเปล่า

3. ตอบโจทย์การใช้งาน
ว่าด้วยรูปแบบของตัวหมวกนั้นมีหลากหลายมาก ซึ่งต่างก็ตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน คุณคงต้องถามตัวเองแล้วล่ะว่าในสภาพการใช้งานจริงนั้นคุณควรใช้หมวกแบบไหน ตากแดดทั้งวัน ต้องลุยฝนด้วยไหม เพราะมันมีทั้งหมวกครึ่งใบ เต็มใบ หมวกเต็มใบแบบเปิดคางได้ บางรุ่นมีแว่นกรองแสงในตัวอีกชั้นนึงซึ่งช่วยให้คุณรอดการโดนจ่าจับได้เพราะกฏเขาห้ามกระจกกันหน้าเป็นสีทึบแสงจ้าาาา หรือบางรุ่นก็รองรับการติดตั้งอุปกรณ์เสริมด้านการสื่อสารสำหรับคนที่ต้องเดินทางไกล หรือถ้าเลือกลำบากและเงินเหลือๆ ซื้อไว้หลายๆ ใบก็ได้ หมวกนะ ไม่ใช่แฟน ถึงจะต้องมีได้แค่ใบเดียว

4. สวยถูกใจในราคาตามงบ
หากคุณผ่านกฏเหล็กสามข้อข้างต้นมาแล้ว คราวนี้ก็ทำตามเสียงเรียกร้องของหัวใจได้แล้ว อยากได้ลวดลายเรียบ หรู ฉูดฉาดสไตล์ไหนจัดไปได้เลยลูกเพ่ แต่อย่าลืมกระซิบถามเงินในกระเป๋าดูเสียด้วย แล้วถ้าไอ้ที่ชอบ ที่อยากได้มันแพงไปอะทำไง เราขอแนะนำว่า ลองเข้ามาหาดูหมวกกันน็อคมือสองสภาพดีใน MocyKaidee ดูก่อนก็ได้ เพราะมีคนใจร้อนรีบช้อป รีบซื้อมาใช้ แต่มันดันไม่ใช่ใส่แล้วไม่เข้าหัวอยู่เยอะแยะ หรือแบบใช้แล้วไม่ฟินอยากจะอัพรุ่นสูงขึ้น ก็ปล่อยหมวกเก่ากันได้สบายๆ ยังไงก็มีแต่กำไรใช้ ไม่มีคำว่าเจ็บตัว