LV bag artist collection

คงไม่มีสาวๆ สายแฟคนไหนที่ไม่รู้จักแบรนด์เครื่องหนังสุดคลาสติกที่อยู่ได้อย่างสตรองทุกยุคอย่าง “หลุยส์ วิตตอง” เชื่อว่าในตู้เสื้อผ้าที่บ้านของทุกๆ คนจะต้องมีไอเท็มของหลุยส์ วิตตองอย่างน้อยอยู่คนละชิ้นแน่ๆ เพราะในด้านของงานดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่ง หลุยส์ วิตตอง โชว์เทคนิคการดีไซน์แบบให้เห็นว่า ตำนาน 160 ปีของการทำกระเป๋าระดับโลกนั้น สามารถดีไซน์ออกมาเป็นรูปทรงอะไรก็ได้ รวมทั้งใช้กับอะไรก็เข้ากัน และไม่ลืมใส่สัญลักษณ์ความเป็นแบรนด์ที่สตรองในด้านฟังก์ชันLVLการใช้งาน รวมถึงดีไซน์ที่ทำขึ้นเฉพาะเพื่อเป็นตำนานไว้ครบถ้วน

และพิเศษสุดๆ ในปี 2019 นี้ หลุยส์ วิตตองได้สร้างแคมเปญพิเศษขึ้นชื่อว่า “ArtyCapucines” กับศิลปินแนว Contemporary ชื่อดัง 6 คนจากทั่วโลก หลังจากประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่หลังจากการทำแคมเปญดีไซน์ร่วมกับ Stephen Sprouse ที่สร้างกระเป๋าฉีกกฏความเรียบหรูโดยการเพ้นท์ลาย graffiti ลงบนลายโมโนแกรมหลุย์ ในปี 2009 และอีกหนึ่งแคมเปญที่สร้างชื่อก็คือแคมเปญลาย Mono grams Multicolore ที่เปลี่ยนลายโมโนแกรมธรรมดาๆ ให้มีสีสันขึ้นทั้งหมด 33 สี ลาย Cherry Blossom (ดอกซากุระอารมณ์ดี) และดอกทานตะวันสีรุ้งที่เพิ่งกลับมาฮิตสุดๆ กันปีนี้ ซึ่งแคมเปญนี้ต้องยกให้เป็นความดีความชอบของ Takashi Murakami เค้าเลยที่เปลี่ยนภาพลักษณ์แบรนด์ที่หรูหราให้สามารถดูสดใสร่าเริ่งเข้าถึงกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นมากยิ่งขึ้น

ความสำเร็จในการทำแคมเปญร่วมกับแบรนด์ต่างๆ และดีไซน์เนอร์ของหลุยส์ วิตตองนั้นทำให้ปีนี้ CEO ของหลุยส์ได้คัดเลือกศิลปินแนว Contemporary Arts ชื่อดังมาร่วมดีไซน์กระเป๋า ทรง Capucines ซึ่งเป็นทรงประเป๋าที่ได้วางขายครั้งแรกในปี 2013 ทำจากกระเป๋าหนังกะทิงซึ่ง ผิวหนังจะนุ่มและมีลายตุ่มนู่นมากกว่าหนังทั่วไป ดูๆ ไปก็คล้ายๆ กับหนังของ Hermes รูปทรงดีไซน์เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมคางหมูให้ดูทันสมัยยิ่งขึ้น ไม่ใช้ลายโมโนแกรมปริ้นท์ลงไปบนหนังกระเป๋าแต่นำโลโก้มาออกแบบใหม่เป็นโลหะมาไว้ตรงกลางของกระเป๋าแทน ซึ่งเจ้า Louis Vuitton Capucinesใบนี้ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นกระเป๋าหนังสีเรียบไม่มีลวดลายใดๆ ทั้งนั้น CEO เค้าจึงได้ไอเดียใหม่ที่อนุญาติให้ศิลปินทั้ง 6 คนที่ได้รับการคัดเลือกมานั้นใช้กระเป๋าLouis Vuitton Capucines เป็นผืนผ้าใบเปล่าๆ ที่ไว้ละเลงความคิดสร้างสรรค์ จะเอาสร้างรูปทรงใหม่เพิ่มลงไป เอาไปทุบ ไปเผา หรือทำอะไรก็ได้ ไม่มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัว มีอิสระในการใส่ความคิดสร้างสรรค์และตัวตนได้อย่างเต็มที่ แต่ต้องดูน่าสนใจ ร่วมสมัยและดูมีความคิดสร้างสรรค์

ศิลปินท่านแรกที่ได้รับเชิญมาร่วมออกแบบนั้นคือ Alex Israel เป็นศิลปินชาวอเมริกันที่เป็นหนุ่มแคลิฟอเนียแท้ๆ เติบโตมาจากเสียงคลื่นและต้นปาล์ม กระเป๋า ArtyCapucines ของเขาจึงถูกดีไซน์ออกมาอย่างสดใส จัดจ้าน ฉูดฉาด ด้วยเทคนิคดิจิตอลปริ้นท์ลายคลื่นที่ได้กลิ่นอายถึงความเป็นแคลิฟอเนี่ยน แถมยังมีส่วนตกแต่งเก๋ๆ ที่เป็นรูปทรงหูฉลาม เอาไว้เสียบติดให้ดูรับอารมณ์กับความเป็นซัมเมอร์มากยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับการถือเดินชิคๆ ไปตามชายหาดเก๋ๆ เวลาไป Vacation ที่เมืองริมทะเลหรูๆได้แบบไม่ซ้ำใคร

ส่วนคนต่อไปนั้นก็คือ Jonas Wood เขาเป็นศิลปินที่ชอบทำงานกับธรรมชาติ งานของเขาเองก็เช่นกัน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นลายที่ได้แรงบันดาลใจมาจากใบไม้ ดอกไม้ ต้นหญ้า ซึ่ง ArtyCapucines ที่เขาดีไซน์นั้นยังคงรูปทรงเดิมไว้อยู่ เพียงแต่เพิ่มลายใบไม้กราฟฟิคที่วาดขึ้นมาเองกับมือ ลงเครื่องเดินด้ายทีละเส้นกับผิวของกระเป๋าให้เกิดเป็นลวดลายที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งเขาได้บอกว่าเขาไม่อยากเพิ่มเติมอะไรมากเกินไป อยากให้มันเป็นกระเป๋า Capucines ที่คนกล้าใช้ กล้าถือในชีวิตประจำวัน จึงยังคงสภาพความเรียบง่ายไว้ เพียงแต่ดีไซน์ความเก๋ไก๋ของ Pattern เพิ่มลงไป

Urs Fischer เป็นศิลปินชาวสวิสคนแรกและคนเดียวในโปรเจคนี้ ซึ่งเขาก็ได้สร้างปรากฏการณ์ที่แหวกแนวไปจากคนอื่นๆ ในโปรเจค โดยการไม่เพิ่มเติมลวดลายหรือส่วนประกอบใดๆ ลงไปในกระเป๋า ArtyCapucines ของเขาเลย แต่กลับดันเอาพวงกุญแจมาห้อยอยู่ด้านล่างกระเป๋า ArtyCapucines สีขาวเรียบ แต่ขอบอกว่าพวงกุญที่เขามาเอาห้อยนั้นเป็นรูปกล้วย จ้า ฟังไม่ผิดหรอก กล้วยที่เป็นผลไม้นั่นแหละ เอามาห้อยทั้งหวีเลย แต่ถ้าใครไม่ชอบกล้วย ก็มีแอปเปิ้ลทั้งผล สตอว์เบอรี่ แครอททั้งต้น กับเห็ดให้เลือกเปลี่ยน เลือกห้อยตามอารมณ์ เช่นกัน โดยพวงกุญแจรูปพืชผักเหล่านี้จะถูกห้อยลงมากับสายโซ่สีทองดูเลอค่าตามสไตล์ของหลุยส์ วิตตองและขอบอกว่าพวงกุญแจแต่ละอันนั้นเป็นงานทำมือล้วนๆ แต่ก็ยังไม่เข้าใจเหมือนกันว่าดีไซน์เนอร์คิดอะไรอยู่ สงสัยกลัวว่าธรรมดาโลกจะไม่จำละมั้ง

มาต่อกับศิลปินคนถัดไปซึ่งเป็นชาวแอฟริกัน ArtyCapucines ที่เขานำมาออกแบบใหม่นั้นยังคงความเป็น Classic Capucines อยู่เพียงแต่เพิ่มเทคนิคการถักหนังให้เป็นเชือกห้อยประดับยาวลงมากับพื้นผิวกระเป๋า ซึ่งหนังที่นำมาเย็บติดกันนั้นก็เป็นหนังเช่นกันเพียงแต่ใช้เทคนิคเย็บอย่างหยาบๆ เพื่อสร้างลวดลาย ความน่าสนใจในชิ้นงาน มีความมากแต่น้อย เรียบแต่โก้ สาวๆ คนไหนที่ชอบความเรียบง่ายที่มีลูกเล่นขอเชียร์ให้จัดใบนี้ด่วนๆ

และศิลปินหญิงคนเดียวที่ร่วมทำโปรเจคนี้ก็คือ Tschabalala Self เป็นดีไซน์เนอร์สาวผิวหมึก ซึ่งเธอก็เอาเอกลักษณ์ความเป็นผู้หญิงผิวสีมาใส่เอาไว้งานของเธอ กระเป๋า ArtyCapucines ของเธอนั้นถูกออกมาแบบภายใต้คอนเซปต์แห่งการทำลายและการสร้างขึ้นมาใหม่ ลวดลายกระเป๋านั้นถูกสร้างขึ้นมาโดยการเย็บติดชิ้นส่วนต่างๆ ที่มาจากวัสดุแตกต่างกัน ประกอบขึ้นให้มีความเป็นหลุยส์ วิตตองโดยการใช้ส่วนประกอบเหล่านั้น ตัดเป็นลวดลาย โมโนแกรม เลือกใช้สีของพื้นกระเป๋าและสีของวัสดุตกแต่งให้แตกต่าง ตัดกันออกไป แม้แต่สายกระเป๋าก็ยังเป็นคนละสีกับสืพื้นเลย เพราะเธอต้องการให้คงเอกลักษณ์ความชอบของสาวผิวหมึกเอาไว้ก็คือความมีสีสัน ฉูดฉาด ตัดกันเพื่อให้ตัดกับผิวสีเข้ม

ศิลปินคนสุดท้ายในโปรเจคนี้ก็คือ Sam Falls ซึ่งเป็นศิลปินที่ได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานจากปรากฏการณ์ธรรมชาติ ArtyCapucines ของเขานั้นก็ได้นำความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองนี้มาใส่เอาไว้ โดยการนำลายดอกไม้ตามสไตล์ของเขามาปริ้นท์ลงบนหนังกระเป๋าและเลือกใช้สีแนว Earth tones ที่ให้ความรู้สึกถึงฤดูใบไม้ร่วง ทำให้ ArtyCapucines ที่เขาดีไซน์ใหม่นั้นดูเป็นธรรมชาติมากๆ แต่ที่พิเศษสุดๆ ก็คือโลโก้ Louis Vuitton ที่เขาได้นำไข่มุกแท้มาประดับแทนที่จะปล่อยให้เป็นโลหะแบบเดิมๆ เพิ่มความหรูหราและสร้างมูลค่าให้กับตัวกระเป๋ามากยิ่งขึ้น

เรียกได้ว่าทั้ง 6 คนนี้มีสไตล์แตกต่างกันอย่างชัดเจน ใครชอบแบบไหนก็ไปเลือกช๊อปกันได้ทั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แต่ต้องรีบหน่อยนะ เพราะมีแบบละแค่ 300 ใบเท่านั้น ถ้าสู้ราคาไหว (แหม ก็ Limited และ Exclusive ขนาดนี้) ยังไงก็ขอเชียร์ให้มีเก็บไว้สักใบ รับรองว่าเก๋และโดดเด่นไม่ซ้ำใครแน่นอน แต่ถ้ายังไม่พร้อมก็เชิญช็อปกระเป๋าหลุยรุ่นอื่นๆ ได้ที่ Kaidee เลยจ้า

 
Credit
eu.