7 มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่น่าซื้อประจำงาน Motor Show 2020

มอเตอร์ไซค์ถือว่าเป็นหนึ่งในพาหนะที่อยู่คู่กับคนไทยมานาน เนื่องจากความคล่องตัวในการเดินทางและประโยชน์ในการใช้งานที่หลากหลาย โดยในปี 2020 นี้แม้ว่าจะเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโรค COVID-19 ทำให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างมาก แต่จากสถิติของกรมขนส่งพบว่าปีนี้มียอดจดทะเบียนของรถจักรยานยนต์มากถึง 8 แสนคันเลยทีเดียว(สถิติเดือนมิถุนายน 2020)

ทำให้หลาย ๆ ค่ายต่างพยายามนำเสนอรถมอเตอร์ไซค์ใหม่ ๆ เพื่อที่จะแย่งชิงตลาดรวมถึงตอบสนอง Life Style ต่าง ๆ อย่างครบครัน สำหรับเพื่อน ๆ ที่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกรถคันไหน พวกเรา MocyKaidee จึงขอนำเสนอรถมอเตอร์ไซค์ใหม่ประจำงาน Motor Show 2020 ที่เห็นแล้วต้องอยากได้อย่างแน่นอน
WR155 - Yamaha

หนึ่งใน Highlight ประจำบูท Yamaha ที่ทำให้หลาย ๆ คนต้องร้องว้าวกับ WR 155 รถมอเตอร์ไซค์วิบากที่มาพร้อมดีไซน์ใหม่และสมรรถนะอันสุดยอด ด้วยเครื่องยนต์ 4 จังหวะ สูบเดี่ยว SOHC 4 วาล์ว เทคโนโลยี VVA ขนาด 155 cc พร้อมกับโช้คอัพหน้าขนาดใหญ่ 41 mm.

คลาสสิกฟีลสปอร์ต! Vespa Racing Sixties สองล้อรุ่นพิเศษคันงามกลิ่นอายยุค 60s

จากสถานการณ์โควิด-19 ในช่วงนี้ ทุกแวดวงต้องปรับตัวไม่เว้นแม้แต่วงการยานยนต์ โดยก่อนหน้านี้ทาง Vespa (เวสป้า) ก็มีการไลฟ์จากโชว์รูม Vespa พร้อมกันทั่วประเทศมาแล้วกับกิจกรรม Vespa Mini Motor Show On Tour ซึ่งภายในงานก็มีการแนะนำรถรุ่นพิเศษอย่าง Vespa Racing Sixties คันสวยคันนี้นี่แหละ

Vespa Racing Sixties เป็นเวสป้ารุ่นพิเศษที่การดีไซน์นั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากการแข่งขันรถในยุค 60s ควบรวมกลิ่นอายสปอร์ตเข้ากับความคลาสสิก ชุดแต่งสีดำด้านรอบคัน ล้อแม็กสีทองเมทัลลิก ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของเวสป้าด้วยที่มีการแต่งล้อแม็กให้เป็นสี นอกจากนั้นตัวถังยังมีให้เลือกด้วยกัน 2 สี ได้แก่ สีเขียวเมทัลลิก ตัดด้วยเส้นกราฟิกสีเหลือง-ทอง หรือที่เรียกว่า Green Racing Sixties และสีขาว ตัดด้วยเส้นกราฟิกสีแดง-ทอง หรือสี White Racing Sixties นั่นเอง

อีกทั้ง Vespa Racing Sixties มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย คือ Vespa Sprint 150 i-Get ABS Racing Sixties สนนราคาอยู่ที่ 142,900 บาท และ Vespa GTS Super 300 HPE Racing Sixties ราคา 225,900 บาท ซึ่งราคาดังกล่าวเป็นราคา On the Road Price (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม, ค่าจดทะเบียน, ค่า พ.ร.บ. และค่าประกัน รถหาย 1 ปี) และพิเศษสำหรับรุ่น GTS เป็นราคาที่รวม Servizio Package (แพ็คเกจเช็คระยะ) ฟรี 3 ปี หรือ 30,000 กม.

คลาสสิกเจอร่วมสมัย! Honda Super Cub C125 เผยคอนเซ็ปต์ใหม่ Classy Crazy

ความคลาสสิกของจักรยานยนต์ C125 นั้นเป็นที่ทราบกันดีในสายที่โปรดปรานสองล้อประเภทนี้ ซึ่งเมื่อปี 2018 ชาวไทยก็มีโอกาสได้ยลโฉมเจ้า Honda Super Cub C125 เป็นครั้งแรกด้วยคอนเซ็ปต์ The Originality โดย CUB House จนมาถึงตอนนี้ก็มีการเปิดตัวคอนเซ็ปต์ใหม่อย่าง Classy Crazy สำหรับคนรุ่นใหม่เรียบร้อยแล้ว

คอนเซ็ปต์ใหม่ Classy Crazy สำหรับจักรยานยนต์ Honda Super Cub C125 จะผสมผสานความคลาสสิกกับความร่วมสมัยเข้าไว้ด้วยกัน เป้าหมายคือส่งต่อไปยังคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบศิลปะ หลงใหลในความงามของอดีต กับการมาสัมผัสเสน่ห์รถตระกูล C ที่มีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่ยุค 50s อีกครั้ง

แน่นอนว่า Honda Super Cub C125 ในคอนเซ็ปต์ Classy Crazy จะเปรียบเสมือนศิลปะที่สัมผัสได้ มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี คือ น้ำเงิน, เทา, แดง และ ดำ นั่นเอง

สุดยอดบิ๊กไบค์ขนาด 1000 cc จากแบรนด์ตะวันตก

เป็นปกติธรรมดาของนักบิดที่เคยได้สัมผัสความเร็วของเครื่องยนต์ขนาด 250 หรือ 500 ซีซี มาแล้ว ก็ ต้องมีบ้างล่ะที่จะฝันถึงคลาส 1,000 ซีซี ไว้เติมเต็มความภูมิใจบนท้องถนน ซึ่งถ้าเป็นสมัยก่อนคงต้องเก็บเงิน กันนานไม่รู้แค่ไหนถึงจะพอ แต่ทุกวันนี้ โอกาสที่คุณจะได้บิ๊กไบค์ใหญ่ๆ แรงๆ มาครอบครองในราคาที่สบาย ทั้งใจ สบายกระเป๋า และก็สบายหู (ไม่ต้องโดนคนที่บ้านบ่น) นั้นไม่ยากอย่างที่คิด

วันนี้มาดูกันว่า บิ๊กไบค์ในคลาส 1,000 ซีซีจากแบรนด์ชั้นนํา มีรุ่นไหนที่น่าสนใจและสามารถหามา ครอบครองได้ในราคาที่ถูกจากเดิมบ้าง

1. BMW จากประเทศเยอรมัน 

BMW S 1000 R รถสปอร์ต รุ่นใหญ่ ใช้เฟรมแบบ Aluminum composite bridge frame ที่มีความ แข็งแรง แต่น้ําหนักที่เบาอย่างไม่น่าเชื่อ มาพร้อมโหมดการขับขี่ 2 โหมด คือ Rain และ Road และระบบช่วย ในการขับขี่มาให้อีกมากมาย อาทิ ระบบเบรก ABS Pro และ DTC ระบบยึดเกาะถนนแบบไดนามิก หรือฟัง ค์ชั่น Cruise ที่ช่วยควบคุมความเร็ว

BMW S 1000 RR นี่คือบิ๊กไบค์ซูเปอร์สปอร์ตในฝันของหลายๆคน เครื่องยนต์ขนาด 1,000 ซีซี ที่ ดึงดูดใจนักบิดทั่วโลกด้วยรูปทรงดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ แถมยังพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีต่างๆ แบบ ครบครัน จนคุณไว้ใจได้เรื่องสมรรถนะในการขับขี่ ที่เหลือก็แค่คิดภาพเวลาที่คุณอยู่บนถนนก็พอว่ามันจะเท่ และดุดันแค่ไหน

2. DUCATI จากประเทศอิตาลี 

Panigale V4 R คือที่สุดของจักรยานยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีในสนามแข่ง MotoGP ด้วยเครื่องยนต์ใหม่ ที่มีแรงม้าสูงขึ้นถึง 221 แรงม้า โดดเด่นด้วยการใช้คลัทช์แห้งที่สามารถถ่ายทอดกําลังแรงม้าสู่ท้องถนนได้ เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของ Ducati พร้อมชุดแอโรไดนามิคที่มีต้นแบบมาจากรถแข่ง Ducati ในสนาม MotoGP

Panigale V4 S ใช้ เครื่องยนต์ V4 4 จังหวะ DOHC 16 วาล์ว ในการขับเคลื่อน สร้างกําลังได้ที่ 214 แรงม้า ระบายความร้อนด้วยน้ํา ส่วนความจุของถังน้ํามันที่ให้มาขนาดความจุอยู่ที่ 16 ลิตร และจุดเด่นที่เห็น กันชัดๆ อยู่ที่ท่อไอเสียดีไซน์สวย หรูหรา สมราคา

3. TRIUMPH จากประเทศอังกฤษ 

Triumph Bonneville T100 เป็นรถสําหรับสายคลาสสิค ใช้เฟรมแบบ Tubular Steel Cradle ซึ่ง เป็นโครงรถและระบบกันสะเทือนที่ได้รับการออกแบบพิเศษ รถโดยรวมเป็นบิ๊กไบค์ที่ดูดุดัน ทรงพลังและยังมี ระบบช่วยการขับขี่ อาทิ ระบบควบคุมการยึดเกาะถนน Traction Control ระบบเบรค ABS ระบบทรานสปอน เดอร์ลงในกุญแจ ที่สําคัญคือให้ความสบายในการนั่งเป็นอย่างดี

Triumph Bonneville T120 มีดีไซน์ที่คลาสสิค แต่ก็ทันสมัยด้วยไฟหน้ากลมเดี่ยวๆ ขนาดใหญ่ ส่วน ไฟท้ายเป็นแบบ LED มีความแข็งแรงเพราะโครงรถเป็นแบบเหล็กกล้า และท่อไอเสียเป็นแบบสลิปออนสไตล์ Peashooter ชุบโครเมียม ทําให้ดูสวยงาม น่าเกรงขาม

4. HARLEY DAVIDSON จากประเทศสหรัฐอเมริกา 

Sportster Forty Eight มาพร้อมรูปทรงที่โฉบเฉียว กับล้ออลูมิเนียมขึ้นรูปที่โดดเด่น ขอบล้อสีดําเพิ่ม ความดุดัน มีระบบกันสะเทือนด้านหน้า / หลังที่มีคุณภาพ และระบบเบรกแบบใหม่ ช่วยเพิ่มความมั่นใจใน การขับขี่มากขึ้นกว่าเดิม

Sportster Iron 1200 จักรยานยนต์ที่สไตล์ แสดงออกถึงพลังด้วยล้อขนาดใหญ่และตัวถังน้ํามันเชื้อ เพลิงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ ฮาร์ลีย์ เดวิดสัน มาพร้อมเครื่องยนต์ 1200 ซีซี ที่ต้องบอกว่ารูปลักษณ์สะดุด ตาโดยเฉพาะลวดลายกราฟิกที่นับเป็นไฮไลท์สําคัญของบิ๊กไบค์สไตล์ย้อนยุคคันนี้ 

“ใครที่อยากรู้ว่าความเร็วจากระดับคลาส 1000 ซีซี นั้นมันเป็นอย่างไร ก็อย่ามัวช้า รีบเอาคันเก่าที่มีอยู่มาลง ขาย แล้วอัพไซส์เจ้าบิ๊กไบค์ของคุณเลยดีกว่า ส่วนถ้าใครที่มีอยู่แล้ว แต่อยากได้รุ่นใหม่ๆ หรืออย่างจะลอง แบรนด์อื่นดูบ้าง ก็เอามาลงขายที่ MocyKaidee ได้เหมือนกัน” 

New Honda Rebel Series มอเตอร์ไซค์คัสตอมบ็อบเบอร์ยุคใหม่ ทั้งเท่ ทั้งเร้าใจ

ความตื่นเต้นเร้าใจมาเยือนสาวกคัสตอมสองล้อเมืองไทยอีกครั้งกับ New Honda Rebel Series รถจักรยานยนต์รุ่นล่าสุดแนวคัสตอมบ็อบเบอร์ กับความเท่ในแบบฉบับเฉพาะตัว

ขุมพลังของ New Honda Rebel Series นั้นใช้เครื่องยนต์ 4 จังหวะ 500 ซีซี 2 สูบ สำหรับการขับขี่ท่องเที่ยวทางไกล และ 300 ซีซี สูบเดียว สำหรับขับขี่ในเมือง กับระบบหัวฉีด PGM-FI ระบายความร้อนด้วยน้ำ รวมไปถึงระบบป้องกันล้อล็อก ABS ที่จะทำงานร่วมกับดิสก์เบรกหน้าและหลัง

ความโดดเด่นในการออกแบบแนวคัสตอบบ็อบเบอร์ของ New Honda Rebel Series นั้นก็คือการได้รับแรงบันดาลใจสำคัญจากรูปทรงอากาศยานสุดล้ำ ด้วยโครงสร้างแบบมินิมอลโชว์เฟรมรถสีดำที่แสดงความดุดัน นอกจากนั้นยังมียางขนาดใหญ่, ถังน้ำมันดีไซน์ปราดเปรียว, ไฟหน้าทรงกลม LED ชุดไฟรอบคันก็เป็น LED เช่นกัน ส่วนเรือนไมล์ดิจิตัลเป็นรูปทรงคลาสสิก มีฟังก์ชั่นไฟบอกตำแหน่งเกียร์ ทีเด็ดคือระบบแอซซิสท์/สลิปเปอร์คลัตช์ (Assist/Slipper Clutch) ที่เสริมเพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่

New Honda Rebel Series ทั้ง 2 รุ่นมีให้เลือกทั้งหมด 3 สีคือ สีน้ำเงินแมตยีนส์บลูเมทัลลิก, สีเทาแมตอาร์เมอร์ซิลเวอร์เมทัลลิก และสีดำกราไฟท์แบล็ก โดย Rebel 500 ราคาแนะนำที่ 222,780 บาท ส่วน Rebel 300 ราคาแนะนำที่ 146,830 บาท

ทำไม PCX ถึงเป็นขวัญใจสายสกู๊ตเตอร์?

คงไม่เกินเลยไปนักหากจะกล่าวว่า PCX นี่คือราชาแห่งวงการสกู๊ตเตอร์ในประเทศไทย ทั้งๆ ที่มันไม่ได้ขายดีที่สุด หรือมีจำนวนเยอะที่สุดบนท้องถนนอย่าง Wave เพื่อนร่วมค่าย ส่วนนึงก็เป็นผลจากค่าตัวที่เหลื่อมล้ำกันพอสมควร หรือหากพูดถึงสไตล์ที่ล้ำกาลเวลาอย่าง Vespa เจ้า PCX นี้ก็อาจยังไม่คูลเท่า จะว่าแรงก็ยังแพ้ Suzuki Yamaha หรือจะมองไปที่ความคุ้มค่าราคาประหยัดมันก็ยังแพ้รถจากจีนที่สามารถซื้อมาควบได้สองคันแบบตังค์ยังเหลือ แล้วอะไรล่ะที่ทำให้มันถูกยกให้เป็นสกู๊ตเตอร์อันดับหนึ่งในบ้านเรา มาเลยๆ MocyKaidee จะเหลาให้ฟัง
ต้นกำเนิด
PCX นับเป็นเรือธงของค่ายปีกนกที่ต้องการสยายปีกกินรวบยอดขายมอไซค์คลาสไม่เกิน 150 ซีซี โดยเริ่มผลิตเมื่อเดือนกันยายน 2553 ในเมืองไทยเพื่อส่งขายไปทั่วโลกทั้งยุโรป อเมริกา รวมไปถึงที่ญี่ปุ่นต้นกำเนิดของแบรนด์ ภายใต้คอนเซ็ปต์หลักในการดีไซน์ 3 คำ ได้แก่ Luxurious (หรูหรา), Outstanding (โดดเด่น) และ Stable (มั่นคง) ที่ยัดถูกยัดทุกนวัตกรรมที่ฮอนด้ามีในขณะนั้นจนทำให้มันได้รับความนิยมจากทั่วโลกอย่างรวดเร็ว และมีการพัฒนาและอัพเดทเทคโนโลยีใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมาโดยตลอดจนถึงวันนี้ก็มีอายุเกือบสิบปีเข้าไปแล้ว
เครื่องยนต์ไว้ใจได้
ผลบุญจากชื่อเสียงที่สั่งสมมาหลายสิบปีจากเครื่องอัตโนมัติสี่จังหวะจากหลากรุ่นค่าย ทั้งเรื่องความนิ่ง ดูแลง่าย ปัญหาน้อย ไม่มีปัญหาจุกจิกกวนใจ กับระบบ eSP (Enhanced Smart Power) ที่รวมเอาเทคโนโลยีที่ดีที่สุดจาก ฮอนด้า ไว้ด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว ไม่ว่าจะเป็น Intelligence Low Friction เทคโนโลยีลดแรงเสียดทาน และการสูญเสียพลังงาน ทำให้เครื่องยนต์ทำงานอย่างราบรื่นทั้งระบบ, Built-In Liquid Cool ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำแบบบิลท์-อิน, ห้องเครื่องออกแบบใหม่ เผาไหม้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น และยังไม่หยุดพัฒนากับเครื่องไฮบริดล่าสุดที่สามารถอัพค่าตัวไปอีกสองหมื่น สร้างแรงบัลดาลใจให้ใครหลายคนที่ได้แต่ฝันเพราะตังค์มันเอื้อมไม่ถึง

ดีไซน์ลงตัว
คำว่า “สวย” นี่มันแล้วแต่ตาคน แต่ถ้าเอาความนิยมมาขยาย ก็หมายความว่านอกจากจะสวยที่ตาเราแล้วมันยังต้องสวยเตะตาชาวบ้านจำนวนมากได้ด้วย พิสูจน์ได้จากรูปทรงที่คงมาตั้งแต่แรกเกิด ไม่ต้องแก้ไขโครงสร้างอะไรมากมาย และคาดว่ามันจะไม่เปลี่ยนแปลงอะไรใหญ่ๆ ในเวลาอันใกล้แน่นอน ซึ่งทางฮอนด้าเองก็วางเจ้า PCX นี้เป็นรถสกู๊ตเตอร์ที่มีภาพลักษณ์หรูหราที่สุดในคลาส 150 ซีซี แถมอุปกรณ์เสริมหล่อก็มีให้เลือกล้นตลาด ดังนั้นวางใจได้เลยว่ามันจะดำรงอยู่ห่างไกลจากคำว่า “เชย” ไปอีกนานแสนนาน

ออฟชั่นไม่เยอะ แต่เพียงพอ
จะด้วยความเป็นแบรนด์เจ้าตลาด หรือทีมพัฒนาทำวิจัยผิดประเทศก็ไม่ทราบ ทำให้ของที่ยัดมาให้เจ้า PCX ตลอดเวลาที่ผ่านมามักจะ “น้อย” กว่าคู่แข่งเสมอ แน่ล่ะ ก็เกิดก่อนเลยต้องถูกแก้ลำจากคู่แข่งสิ แต่นั่นกลับไม่ทำให้ยอดขายตกต่ำแต่อย่างใด เท่าที่สังเกตค่ายปีกนกเขาเน้นอัพของช้ากว่า แต่มาแน่ ซึ่งในแง่ดีก็คือทำให้เหล่าสาวกได้ตามช้อปมาใช้กันทุกปี ดังนั้นก่อนจะถอยมาควบไม่ว่าจะเป็นมือหนึ่ง มือสอง ก็เช็คให้ชัวร์ว่าออฟชั่นต่างๆ ของรุ่นนั้นตอบโจทย์การใช้งาน “เพียงพอ” หรือไม่

ใครๆ ก็หมายปอง
นี่คือคำค้นหาที่ถูกค้นหามากที่สุดใน MocyKaidee ต่อเนื่องสามปีติดต่อกัน และอันที่จริงคำค้นหานี้มันก็ติดอันดับต้นๆ มาโดยตลอดทุกปี หมายความว่ามีคนตามหาเจ้า PCX มือสองมาครอบครองเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งมันส่งผลดีโดยตรงต่อภาพลักษณ์ของรุ่นนี้ที่ใครอยากใช้มือหนึ่งก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการขายต่อเพราะมีคนรอซื้ออยู่มากมายทั่วประเทศ รวมไปถึงเหล่ามิจฉาชีพตัวร้ายที่กำใบสั่งลำดับหนึ่งพร้อมฉกทุกเมื่อหากคุณไม่ล็อคไว้ให้แน่นหนา

ราคาขายต่อยอดเยี่ยม
แน่นอนว่าเนื้อหอมแบบนี้ต่อให้เป็นมือสองก็ถือว่าราคาไม่ตกมาก และยังไงก็ยังประหยัดกว่ามือหนึ่งเป็นหมื่นอยู่ดีสำหรับใครที่อยากขี่ PCX ในราคาประหยัด เรียกว่าวินวินทั้งคนซื้อคนขาย กับราคาที่แฮปปี้ทั้งสองฝ่าย ไม่เชื่อก็ลองเข้ามาดูที่ MocyKaidee ได้เลย

หมวกกันน็อค 101 : วิธีเลือกหมวกกันน็อคเบื้องต้น

วิธีเลือกหมวกกันน็อคเบื้องต้นสำหรับชาวสองล้อ ที่ใครคิดว่าไม่สำคัญก็ขอให้สะกิดฟังกันก่อนสักนิดจริงๆ เพราะสถิติการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของชาวไทยไม่ใช่การแก่ตายตามวัย หรือโรคร้ายจากไหน แต่คืออุบัติเหตบนท้องถนน และแน่นอน ในกลุ่มที่มีจำนวนผู้เสียชีวิต...แบบว่าทิ้งกลุ่มอื่นไปสวรรค์สูงสุดก็คือกลุ่มผู้ใช้มอเตอร์ไซค์นี่เอง และแน่นอนว่าเกือบทั้งหมดนั้นเกิดจากการละเลยกฏจราจรง่ายๆ เพียงข้อเดียว คือการปฏิเสธที่จะสวมใส่หมวกกันน็อค รวมถึงการสวมใส่หมวกที่ผิดวิธี และการใช้หมวกที่ไม่ได้มาตรฐานด้วย ที่นี่ MocyKaidee จะขอพาคุณๆ ไปทำความเข้าใจง่ายๆ ในการเลือกหมวกที่ถูกต้องกัน

1.  เลือกหมวกที่ได้มาตฐาน
หมวกที่ดีไม่จำเป็นต้องแพง และหมวกที่แพงก็อาจจะไม่ใช่หมวกที่ปลดภัยหากไร้การรับประกันจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ ดังต่อไปนี้

มอก. ถ้าว่าด้วยมาตฐานหมวกในบ้านเราก็มีตราสัญลักษณ์ มอก.(Thai Industrial Satandard) ที่เป็นคำย่อมาจาก "มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม" เป็นข้อกำหนดที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นแนวทางแก่ผู้ผลิตในการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพในระดับที่เหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด ซึ่งข้อดีคือถ้าเป็นของที่ผลิตในประเทศคุณก็จะสามารถซื้อของที่ได้มาตรฐานในที่ราคาย่อมเยาสุดๆ ส่วนของที่นำเข้ามาขายในบ้านเราอย่างถูกต้องก็จะได้รับตรา มอก. พ่วงท้าย เพื่อทำให้เราสามารถมั่นใจในการตรวจสอบคุณภาพ รวมถึงการรับประกัน และบริการหลังการขายจากตัวแทนจำหน่ายภายในประเทศ คราวนี้มาดูกันว่าทั่วโลกเขามีการรับรองจากหน่วยงานไหนกันอีกบ้าง
ECE ย่อมาจาก Economic Commission for Europe (คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจยุโรป) เป็นองค์กรตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานของสินค้าหลากหลายชนิดเหมือนมอก. บ้านเรา โดยส่วนของหมวกกันน็อครถจักรยานยนต์จะใช้รหัสว่า ECER22-05 ซึ่งเป็นรหัสของผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานกับรถจักรยานยนต์ โดยมาตรฐานการตรวจสอบจะเทียบเท่ากับ DOT แต่จะมีความละเอียดมากกว่า และได้การยอมรับถึง 50 ประเทศทั่วโลก
DOT ที่ย่อมาจาก Department of Transportation เป็นมาตรฐานหมวกกันน็อคสำหรับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ที่กำหนดขึ้นโดยสำนักงานการขนส่งของประเทศสหรัฐอเมริกา
SHARP เป็นมาตรฐานการรับรองของกรมการขนส่งของประเทศอังกฤษ ที่ทำการทดสอบจากการสุ่มเอาหมวกกันน็อคที่จำหน่ายในร้านค้ามาทำการทดสอบจริงอย่างหนักหน่วง โดยไม่ใช้หมวกที่ถูกส่งมาจากผู้ผลิตซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงสเปคก่อนจำหน่ายภายหลัง และสามารถเข้าไปดูรายละเอียดการทดสอบของหมวกแต่ละรุ่นในเว็บไซต์ได้ด้วยว่าสามารถกระจายแรงกระทำต่อหัวได้ดีมากน้อยเพียงใด โดยจะมีคะแนนสูงสุดที่ 5 ดาว
SNELL มาตรฐานการทดสอบหมวกที่ถูกอกถูกใจขาซิ่งกันสุดๆ ในปัจจุบัน จาก SNELL Memorial Foundation องค์กรที่ไม่แสวงหากำไร ไม่ใช่ใครมายัดเงินแล้วก็จะผ่านมาตรฐานนี้กันไปได้ง่ายๆ โดยเขาจะมีการทดสอบหมวกรุ่นเดิมทุกๆ 5 ปี และเป็นการทดสอบที่ละเอียดกว่ามาตรฐาน DOT ยิ่งไปกว่านั้นในทุกรอบห้าปีที่ว่านี้ เขาก็จะปรับกฏการทดสอบให้โหดขึ้นทุกครั้ง ทำให้เหล่าผู้ผลิตต้องคอยสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ กันอยู่ตลอดเวลา

2. วัดรอบศีรษะให้พอดี
หมวกได้มาตรฐานแค่ไหนถ้าไม่พอดีกับหัวคุณ มันก็แทบจะไร้ค่าไปทันที นี่ไม่ได้พูดเล่นนะ ปกติแล้วหมวกราคาสูงๆ จะมีขนาดหมวกที่ละเอียดมาก หมวกเด็ก หมวกผู้ใหญ่นี่ใช้ร่วมกันไม่ได้เด็ดขาด ขณะที่หมวกในกลุ่มราคาประหยัดเขาจะทำให้มีการปรับระดับรับรองขนาดศีรษะที่ยืดหยุ่นกว่าหลายเซนติเมตร ซึ่งเหล่านี้จะส่งผลโดยตรงต่อน้ำหนักของตัวหมวก และถ้าคุณมีปัญหาด้านสายตา ควรต้องลองสวมใส่หมวกพร้อมแว่นตัวเก่งของคุณดูก่อนซื้อด้วยว่ามีปัญหาการกดทับ หรือใส่แล้วไม่สบายหัวหรือเปล่า

3. ตอบโจทย์การใช้งาน
ว่าด้วยรูปแบบของตัวหมวกนั้นมีหลากหลายมาก ซึ่งต่างก็ตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน คุณคงต้องถามตัวเองแล้วล่ะว่าในสภาพการใช้งานจริงนั้นคุณควรใช้หมวกแบบไหน ตากแดดทั้งวัน ต้องลุยฝนด้วยไหม เพราะมันมีทั้งหมวกครึ่งใบ เต็มใบ หมวกเต็มใบแบบเปิดคางได้ บางรุ่นมีแว่นกรองแสงในตัวอีกชั้นนึงซึ่งช่วยให้คุณรอดการโดนจ่าจับได้เพราะกฏเขาห้ามกระจกกันหน้าเป็นสีทึบแสงจ้าาาา หรือบางรุ่นก็รองรับการติดตั้งอุปกรณ์เสริมด้านการสื่อสารสำหรับคนที่ต้องเดินทางไกล หรือถ้าเลือกลำบากและเงินเหลือๆ ซื้อไว้หลายๆ ใบก็ได้ หมวกนะ ไม่ใช่แฟน ถึงจะต้องมีได้แค่ใบเดียว

4. สวยถูกใจในราคาตามงบ
หากคุณผ่านกฏเหล็กสามข้อข้างต้นมาแล้ว คราวนี้ก็ทำตามเสียงเรียกร้องของหัวใจได้แล้ว อยากได้ลวดลายเรียบ หรู ฉูดฉาดสไตล์ไหนจัดไปได้เลยลูกเพ่ แต่อย่าลืมกระซิบถามเงินในกระเป๋าดูเสียด้วย แล้วถ้าไอ้ที่ชอบ ที่อยากได้มันแพงไปอะทำไง เราขอแนะนำว่า ลองเข้ามาหาดูหมวกกันน็อคมือสองสภาพดีใน MocyKaidee ดูก่อนก็ได้ เพราะมีคนใจร้อนรีบช้อป รีบซื้อมาใช้ แต่มันดันไม่ใช่ใส่แล้วไม่เข้าหัวอยู่เยอะแยะ หรือแบบใช้แล้วไม่ฟินอยากจะอัพรุ่นสูงขึ้น ก็ปล่อยหมวกเก่ากันได้สบายๆ ยังไงก็มีแต่กำไรใช้ ไม่มีคำว่าเจ็บตัว

รู้ไว้ใช่ว่า “10 ข้อหาสุดฮิตที่นักบิดมักจะต้องโดน”

ทุกครั้งที่พูดถึงการขับขี่มอเตอร์ไซค์บนท้องถนนเมืองไทย หลายๆ คนต้องมีเบือนหน้าหนีทุกที ก็อาจเป็นเพราะพฤติกรรมการขับขี่ของคนบางประเภทนี่ล่ะที่ทําให้ใครๆ ก็มอง “วิถีไบค์เกอร์” ไม่ดี ทั้งที่จริงๆ แล้ว สังคมสองล้อติดมอเตอร์อีกจํานวนไม่น้อยที่ทําตัวน่ารัก ปฏิบัติตัวตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ขับไปวัดก็ออกจะบ่อย เอ...อันนี้ไม่เกี่ยว
เอาเป็นว่าวันนี้เรามี 10 ข้อหาสุดฮิตที่มักเกิดขึ้นกับสิงห์นักบิดมาย้ําเตือนกันอีกครั้งเพื่อให้มั่นใจในทุกครั้งที่ออกถนนว่า เราสามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบ สร้างชื่อเสียงของ “Smart Biker” ให้กลับมากันดีกว่า ซึ่งหากคุณทําได้จริง ไม่ใช่แค่สังคมนะที่ดีขึ้น ชีวิตของคุณก็จะปลอดภัยมากขึ้นด้วยเช่นกัน

🛵 ไม่สวมหมวกกันน๊อค
ข้อนี้เชื่อเลยว่านักบิดหลายๆ คนคงจะเคยเจอประสบการณ์มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นคนขับหรือคนซ้อนก็ตาม โดยตามมาตรา 122 กําหนดไว้ว่า ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์และผู้โดยสารต้องสวมหมวกนิรภัยเพื่อป้องกันอันตรายขณะขับขี่ หากผู้ขับขี่ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท แน่นอนว่าคุณจะไม่มีทางเจอข้อหานี้แน่ๆ แค่มีหมวกกันน๊อคไว้กับตัว และสวมใส่ทุกครั้งไม่ว่าจะไปแค่หน้าปากซอย ขับกินลมก็ตาม เพราะอุบัติเหตุมันเกิดขึ้นได้เสมอนะ...เอ้า ถ้าตอนนี้ยังไม่มีก็มาหาซื้อกันเลยสิ รออะไรอยู่ล่ะ

🛵 เล่นโทรศัพท์ขณะขับขี่
แน่นอนว่ายุคนี้มันเป็นยุค Social ที่จะพลาดไม่ได้ในทุกการติดตามและติดต่อ มันต้อง Real Time!แต่ว่าการใช้โทรศัพท์ในขณะขับขี่ไม่ว่าจะกรณีใดก็ พระราชบัญญัติจราจรทางบกถือว่ามีความผิดนะจะบอกให้ ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงก็เก็บไว้คุยตอนลงจากพาหนะสุดรักของคุณก่อนก็ได้ หรือถ้ามันจําเป็นจริงๆ ก็หาซื้ออุปกรณ์เสริมมาใช้ ไม่ว่าจะเป็น Bluetooth สําหรับพูดคุยหรือจะเป็นที่ยึดโทรศัพท์สําหรับคนที่ต้องดูแผนที่ในช่วงเวลาสําคัญ เดี๋ยวนี้หาซื้อไม่ยาก ราคาก็ไม่แพง ไม่ต้องหาที่ไหนไกล คลิกตรงนี้ไปเลย

🛵 ขับรถไม่ชิดซ้าย
แหม่ ก็วิ่งในทางเดินรถขวาสุดมันเร็วดีนี่นา แต่อย่าลืมว่ามันอันตรายมากนะ แถมยังจะผิดตามมาตรา 33 ที่ระบุว่าให้ผู้ขับขี่ต้องขับรถในทางเดินรถด้านซ้าย และต้องไม่ล้ํากึ่งกลางของทางเดินรถ ซึ่งถ้าเผลอไปล่ะก็มีโอกาสโดนปรับสูงสุดตั้ง 1,000 บาทเลยนะ แต่ถ้าเกิดสภาพถนนมันย่ําแย่หรือมีอะไรกีดขวางอยู่ด้านซ้าย ก็ไม่ต้องกลัวจะโดนไม่สั่งถึงขนาดไปวิ่งเสี่ยงอันตรายอยู่ในนั่นล่ะ

🛵 ไม่ติดป้ายทะเบียน
ไม่รู้ว่าคุณเป็นนักบิดประเภทสายเบาหรือเปล่า แต่การไม่ติดป้ายทะเบียนไม่ได้ช่วยให้น้ําหนักรถมันเบาขึ้นหรอกครับ เผลอๆ จะหนักขึ้นอีก หนักยังไงน่ะเหรอ ก็หนักที่ค่าปรับไงล่ะ พระราชบัญญัติจราจรทางบกมาตรา 11 ระบุไว้ชัดเจนว่ารถที่จดทะเบียนแล้วต้องมีแสดงแผ่นป้ายและเครื่องหมายครบถ้วน หากฝ่าฝืนมีโทษตามมาตรา 60 ปรับสูงสุด 2,000 บาท ดังนั้นแทนที่จะถอดออก ใส่เถอะครับ แล้วตกแต่งด้วยกรอบทะเบียนเท่ๆ อย่างมีสไตล์กันดีกว่า

🛵 ขับขี่บนทางเท้า
ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2562 ที่ผ่านมา ได้มีการเริ่มใช้นโยบายปรับเพิ่มโทษสําหรับคนที่ขับขี่บนทางเท้าจาก 1,000 บาท เป็น 2,000 บาทแล้วนะ แถมตอนนี้ปัญหาดังกล่าวก็เป็นประเด็นทางสังคมที่ใครๆต่างให้ความสําคัญ เพราะฉะนั้นถ้าอยากจะเป็น Smart Biker ที่น่ารัก ก็อย่ามาใช้ทางลัดด้วยการขึ้นมาขับบนทางเท้าเลย เปลี่ยนมาเป็นวางแผนการเดินทางใหม่ หรือเลือกใช้ Google Map บนมือถือดีๆ สักเครื่อง เพื่อหาเส้นทางลัดแบบที่ถูกต้อง ไม่ต้องเดือดร้อนใคร

🛵 ปรับแต่งท่อไอเสีย
จะว่าไปแล้วการปรับแต่งท่อไอเสียไม่ได้ถือว่าผิดกฎหมายนะ ถ้าเสียงมันดังไม่เกิน 95 เดซิเบลเพราะฉะนั้นการแต่งท่อควรเน้นไปที่ความคูลมากกว่าเรื่องเสียงจะดีกว่านะ หรือถ้าแต่งแล้วมันต้องเกิดเสียงแบบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็ลองหาจุกลดเสียงท่อมาใช้กันดู ว่ากันว่าช่วยลดเสียงได้สูงสุด 40% เลยล่ะ

🛵 ไม่ติดกระจกข้าง
การถอดกระจกข้างออกไม่ได้ช่วยเรื่อง Aero Dynamic อะไรอย่างที่คิดหรอก ที่สําคัญกว่านั้นมันยังนําพาอันตรายในการขับขี่มาให้แบบไม่รู้ตัว และต่อให้ขับช้าๆ เนิบๆ ถ้าเจอพี่ตํารวจเข้าไป ยังไงก็ไม่รอดค่าปรับอยู่ดีนั่นล่ะ ทางที่ดีที่สุดคือ หาซื้อมาติดเสียตั้งแต่วันนี้ กระจกข้างสวยๆ มีให้เลือกเยอะแยะออก

🛵 ใส่รองเท้าแตะยามขับขี่
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ มีสิงห์นักบิดหลายคนโดนปรับเรื่องนี้มาแล้ว สาเหตุที่แน่ชัดยังไม่สามารถระบุได้แต่ถ้าในกรณีขับมอเตอร์ไซค์วินเป็นอาชีพ การแต่งกายให้เรียบร้อยถือเป็น A Must!! อย่างไรก็ดีป้องกันไว้ก่อนด้วยการหารองเท้า Sneaker สวยๆ มาสวมใส่ไว้ก็จะดีกว่า ดูทะมัดทะแมงขึ้นเยอะ

🛵 ไม่พกใบขับขี่
ใบขับขี่ สิ่งนี้มีความสําคัญมากกว่าที่ใครหลายคนคิดก็ว่าได้ นอกจากเป็นเอกสารสําคัญที่ทุกคนต้องพึงมีแล้ว ในยามที่เกิดอุบัติเหตุ หากคุณไม่พกใบขับขี่ออกไป อาจจะทําให้เสียสิทธิ์ในหลายๆ กรณีด้วย อย่างไรก็ดีถ้าถูกจับได้ว่าไม่มีหรือไม่ได้พกใบขับขี่ โดนปรับแน่นอนไม่เกิน 2,000 บาท ถ้ากลัวว่าพกไว้ในกระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋ากางเกงแล้วจะหล่นหาย ลองเปลี่ยนมาใส่ในกระเป๋าคาดอกดูไหมล่ะ

🛵 ข้อหาอื่นๆ ที่เหนือจินตนาการ
จากที่ลองสํารวจ “วิถีไบเกอร์” ดูแล้วนั้น ยังมีข้อหาที่เหนือความคาดหมายอีกหลายข้อที่นักบิดได้เคยพบเจอมา อย่างเช่น เติมน้ํามันไม่เต็มถังบ้าง หมวกกันน๊อคมีสีสันแสบตา อุปกรณ์รถสวยเกินไป ทั้งนี้ทั้งนั้น เราอาจไม่ได้ทําผิดจริง แต่โดนเข้าใจผิดหรือโดนกลั่นแกล้งก็ว่าไป ซึ่งหากเกิดกรณีเช่นนี้ ไบค์เกอร์ก็มีสิทธิ์ที่จะรักษาศักดิ์ศรีของตนเองได้นะ ลองหากล้องติดหมวกมาใช้เพื่อบันทึกเหตุการณ์ความถูกต้องเพื่อเป็นเครื่องยืนหยัดความบริสุทธิ์ใจให้ตัวเอง (แต่นั่นหมายถึงว่าเราต้องมั่นใจว่าปฏิบัติตามข้อบังคับอย่างถูกต้อง 100% ด้วยนะ)

และถ้าใครกำลังมองหามอเตอร์ไซค์คันใหม่มาเป็นของรางวัลให้ตัวเองในช่วงปีใหม่ หรือแม้แต่อุปกรณ์ต่างๆ ในการขับขี่มอเตอร์ไซค์ ก็มาดูที่ MocyKaidee ได้เลย เรามีสินค้าให้เลือกทุกแบบทุกสไตล์สำหรับนักบิดเช่นคุณ

เทียบหมัดต่อหมัดสองล้อคลาส 150 cc

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีปริมาณมอเตอร์ไซค์สูงติดอันดับต้นๆ ของโลกเมื่อเฉลี่ยกับจำนวนประชากร และกลุ่มมอเตอร์ไซค์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดนั้นก็คือกลุ่มมอไซค์แม่บ้านราคาประหยัดที่เครื่องยนต์ไม่เกิน 150 cc แบบ Twist & Go ที่แค่บิดเบาๆ รถก็เคลื่อนที่ไปข้างหน้า อยากจะหยุดก็กำเบรคซึ่งเป็นระบบที่ง่ายดายสุดๆ ลูกเล็กเด็กแดงที่พอวิ่งแข็งก็จับขับบิดมอไซค์กันเป็นแทบทั้งนั้น ประกอบกับกระแสความไม่แน่นอนของภาครัฐเรื่องการออกกฏใหม่ๆ ในกลุ่มบิ๊กไบค์ว่าจะตัดคลาสกันที่ 250? 300? หรือ 400 กันแน่? เหล่าผู้ประกอบการหลากค่ายหลายแบรนด์เลยกระโดดมาจับจองพื้นที่ในกลุ่ม 150 cc ที่มีกำลังการขยายตัวของฐานผู้ใช้งานสูงสุดกันอย่างดุเดือด บ้างย่อส่วนรถลำโตในค่ายตัวเองลงมา บ้างสร้างโมเดลใหม่มาเอาใจตลาด MocyKaidee จะมาพาส่องดูกันว่าตอนนี้และอนาคตอันใกล้แต่ละค่ายเขาจะมีรถรุ่นอะไรมาดึงเงินในกระเป๋าตังค์ของพวกเรากันบ้าง

GPX
ตัวแทนหนึ่งเดียวในไทยที่ขอส่งสองโมเดล Demon 150GR และ 150GN มาแบ่งเค้กคลาสนี้ หรือจะแหกซีซีขึ้นอีกนิดกับเจ้า Raptor 180 สปอร์ตเปลือยลำล่าก็ยังอยู่ในงบกลุ่มนี้นะ ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงมีหวั่นๆ แต่ตอนนี้กับชื่อเสียงที่สั่งสมมานับว่าไว้ใจได้ กับยอดขายรวมในแต่ละปีที่ไต่ขึ้นมาอยู่กลุ่มหัวตารางแล้วเรียบร้อย ใครที่ชื่นชอบมอไซค์ลำจิ๋วราคาประหยัดขอให้แวะมาลูบมาคลำตัวจริงกันก่อน อะไรที่ผู้ใช้งานจริงเขาเคยบ่น ทางค่ายก็ไล่เก็บแก้ไขกันไปหมดละ แล้วจะรู้ว่าของดีราคาถูกมีอยู่จริง และถ้ามันยังถูกไม่พอล่ะก็ มาจับมือสองสภาพดีที่มีอยู่เพียบกันได้เลยจ้า

Vespa
อีกฝากฝั่ง Vespa Primavera 150 i-Get ABS และ Vespa Sprint 150 i-Get ABS พี่ใหญ่สายคลาสสิคสกู๊ตเตอร์ที่มีความลงตัวสูงสุดทั้งภาพลักษณ์ ความสวยงาม สมรรถนะ การซ่อมบำรุง จนไปถึงราคาขายต่อ ความดีงามต่างๆ ครบครันไม่ต้องคิดเยอะ หรือพูดเยอะให้เจ็บคอ แค่เตรียมค่าตัวให้พอแล้วไปสู่ขอได้เลย... พอพูดเรื่องค่าตัวหลายคนเริ่มอึกอักเพราะเจ้าเวสป้าตัวนี้ค่าตัวทะลุแสนไปไกลอยู่ แต่ของมันดีจริงราคาก็ต้องแรงเป็นธรรมดา แต่ถ้าเงินหนาไม่พอให้ลองหามือสองสภาพดีดู แบบนี้หลายคนน่าจะพอสู้ไหว

Suzuki
ค่ายคนบ้า ที่เจ้าตลาดต่างต้องยอมสยบในแง่ของความแรง ทั้ง GSX150R สายฟ้าร่างเล็ก GSX-S 150 แฝดร่างเปลือย และ Raider R150 ที่เป็น Moped Sport คลาส 150 cc ที่มีแรงบิดสูงสุดในปัจจุบัน ใครขี่ผ่านเห็นชื่อชั้นหน้าตาไม่คุ้นก็อย่าไปลองดีเบิ้ลเครื่องใส่ เจอบิดสวนหน้าหงายเดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน

Kawasaki
นอกจากบิ๊กไบค์ลำโตที่ขึ้นชื่อเรื่องความก้าวร้าวเอาใจคนขี่สายแข็งแล้ว เขาก็ยังมีโมโตครอสลำเล็กที่เหมาะกับการซอกแซกในเมือง หรือในสวนเกษตรเบาๆ อย่าง D-Tracker150 และ KLX150 ที่ตีกินทางนี้แบบไร้คู่แข่ง และแอบงอกตัวคลาสสิคแหกคลาสอย่าง W175 ที่คลุ้งกลิ่นโบราณจับใจ เรียกได้ว่าค่ายสีเขียวเขามีทางหากินที่ชัดเจนจนไม่มีใครอยากมาทับทางกันเลยทีเดียว

Yamaha
เปิดตัวไปหมาดๆ กับ XSR155 ที่เป็น Sport Heritage ย่อส่วนจากรุ่นพี่ XSR900 ที่ออกแบบได้ดูดีลงตัวมากๆ พ่วงด้วยโมเดลที่เร็วที่สุดในคลาสอย่าง YZF-R15 ที่ย่อส่วนจากพี่ใหญ่ YZF R1M ตัวแรงสุดของค่าย และ MT-15 ที่ย่อส่วนจาก MT-10 เพื่อมาเอาใจสายเปลือยหัวใจทัวริ่ง เรียกว่าโมเดลการย่อส่วนของค่ายส้อมเสียงนี่ประสบความสำเร็จสุดๆ จนทำยอดขายกระชั้นชิดพร้อมกระชากคู่แข่งเจ้าบัลลังค์ให้ร่วงหล่นได้ทุกเวลา และนอกจากโมเดลย่อส่วนแล้วก็ยังมีรุ่นที่เจ๋งมากๆ อย่างสกู๊ตเตอร์ N-Max155 ที่กำลังจะปล่อยโฉมใหม่ในเร็ววันนี้ และสายคลาสสิคกับ Grand Filano แถมยังมี Moped Sport อย่าง Tricity155 สามล้อทรงแหวก Aerox155 สุดเฟี้ยวและ Exiter150 อีก เรียกว่าตอบโจทย์ได้หลากหลายครบทุกความต้องการเลยจริงๆ

Honda
เมื่อสมดุลย์คือที่สุด เจ้าตลาดตลอดกาลในบ้านเราอย่างฮอนด้าจึงไม่ได้แสวงหาความเร็วสูงสุดอย่างคู่แข่ง หัวใจหลักที่ทำให้คนไทยจงรักภักดีต่อค่ายปีกนกนี้คือความ “เข้าถึงง่าย” และ “ลงตัวในทุกมิติ” ทุกคนรู้ดีว่าชื่อนี้ซื้อง่ายขายคล่องแค่ไหน ขึ้นชื่อลือชาเรื่องการดูแลรักษาที่ไม่ปวดหัว ศูนย์บริการครอบคลุมทุกหนแห่ง และขับขี่ง่ายสุดๆ ซึ่งเจ้า User friendly เหล่านี้ฝังอยู่ใน DNA ของทุกโมเดลของฮอนด้า ไล่เรียงตั้งแต่รุ่นท๊อปอย่าง Goldwing CBR1000RR หรือ Africa Twin ยันคลาส 150cc ทั้ง CB150 นีโอคาเฟ่สุดป๊อบ CBR150R สปอร์ตฟูลแฟริ่งที่ขับขี่ง่ายดาย Click150i ที่เหมาะกับทุกครอบครัว PCX สกู๊ตเตอร์อันดับหนึ่งที่อัพเกรดภาพลักษณ์ไปอีกขั้นกับโมเดล Hybrid พลังงานทางเลือกเพื่อโลกที่น่าอยู่ขึ้น และที่เรียกเสียงกรี๊ดได้ดังทั้งบางกับโมเดลย่อส่วน ADV150X ที่หล่อลากไส้และเตรียมเปิดตัวตัดหน้า N-Max คู่แข่งเร็วๆ นี้ ถึงจะไม่ใช่คู่แข่งสายตรงในรูปแบบของตัวรถ แต่ยอดขายรวมก็คงต้องต่อสู้ชิงพื้นที่กันเป็นหนังมหากาพย์ต่อไปยาวๆ

นับว่าเป็นโชคดีสำหรับผู้ใช้งานบ้านเราที่สามารถเลือกใช้งานรถมอเตอร์ไซค์ได้หลากหลายขนาดนี้ แม้ไม่ถึงกับได้ใช้ก่อนใครในโลกอย่างจีน อินเดีย เวียดนาม หรืออินโดนีเซียที่เป็นฮับผลิตใหญ่ของภูมิภาคก็เถอะ และกับราคาค่าตัวของรถคลาส 150cc ที่ไต่ๆ อยู่ต่ำแสนนี้ก็ถือว่าไม่แพงจนเกินไป ซื้อมาลองขี่แล้วไม่ถูกใจก็สามารถมาปล่อยต่อได้ง่ายๆ ที่ MocyKaidee แหล่งซื้อขายรถมอเตอร์ไซค์ออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศกันได้เลย

เจาะตลาดสายแว้นซ์แดนมังกร

เมื่อก่อนบอกใครว่าของนู่นนี่นั่นทำมาจากเมืองจีน ก็มีแต่เสียงยี้ ไม่ว่าจะชื่อเสียเรื่องของละเมิดลิขสิทธิ์ หรือการ copycat คุณภาพต่ำ แต่เมื่อเวลาผ่านไปนับสิบปี กระบวนการเรียนรู้ของจีนในการรับผลิตทุกอย่างจากทั่วโลกกันจนสามารถสร้างทุกสิ่งที่โลกมีได้ด้วยตัวเองจนอาจจะเรียกว่า “ก๊อปสร้างชาติ” ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าการสนับสนุนจากภาครัฐบ้านเขานั้นเข้มข้น เอาจริงเอาจังมากๆ จนกลายเป็นประเทศอุตสาหกรรมแนวหน้าของโลกด้วยตัวเลขผลิตและส่งออกรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์อันดับหนึ่งของโลก และเป็นรองแค่อินเดียสำหรับจำนวนการผลิตและส่งออกรถจักรยานยนต์ในปัจจุบัน ดังนั้นเรื่องคุณภาพคงไม่ต้องพูดถึงมากนัก
ย้อนกลับมาดูที่ตลาดรถมอเตอร์ไซค์ในบ้านเราที่ไม่เคยซบเซาด้วยยอดจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ใหม่ที่เพิ่มขึ้นทุกปี ส่งผลให้มีผู้นำเข้าหลายรายขนรถหลากแบรนด์มาลุยตลาดในไทย ซึ่งหลายๆ ยี่ห้อนั้นก็มีสายแว๊นซ์จากแดนมังกรตบเท้าเข้าลุยกันพรึ่บพรั่บ ซึ่งวันนี้ MocyKaidee จะพามาเจาะตลาดดูกันว่าแต่ละแบรนด์นั้นมีความน่าสนใจอย่างไรกันบ้าง

ลูกครึ่งไทย-จีน GPX
ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีนที่มีมายาวนานนับร้อยปี GPX คือแบรนด์รถมอเตอร์ไซค์แดนสยามที่นำเข้าชิ้นส่วนอะไหล่ต่างๆ จากจีนมาประกอบเป็นคันส่งขายไปทั่วโลก แรกเริ่มก็ลุ่มๆ ดอนๆ ด้วยว่าแบรนด์เกิดใหม่ชื่อไม่คุ้นหูก็ต้องทำตลาดยากเป็นธรรมดา กับหน้าตาที่ติดแรงบันดาลใจมาจากค่ายอื่นเยอะไปหน่อย แต่ด้วยราคาที่แสนย่อมเยาบวกกับบริการหลังการขายที่นักเลงพอตัว ไม่ต้องกลัวว่าเจอปัญหาแล้วจะโดนลอยแพ เคลียร์ง่าย ใจถึง พึ่งได้ จนไปโด่งดังไกลถึงญี่ปุ่นที่วัยรุ่นวัยซนพากันถอยมาแต่งซิ่งกันทั้งบาง และกับโมเดลใหม่ๆ ที่เริ่มมีงานดีไซน์เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น การส่งออกไปขายต่างประเทศเยอะขึ้นก็ยิ่งช่วยดึงความน่าเชื่อถือในบ้านเราให้เลิกเหงาไปได้เยอะ ก็ถือว่าเป็นแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จรวดเร็วและน่าจะวางใจได้ในระยะยาว ใครเล็งๆ อยู่จะลองสอยมือสองมาลองดูก่อนก็ไม่เสียหาย ถูกใจขายต่อไปถอยลำใหม่มาเป็นอาชาคู่ใจก็มีแต่กำไรใช้เห็นๆ

ม้าคะนองศึก Stallion
อีกหนึ่งแบรนด์ไทยไส้ในจีนคู่ปรับสายตรงกับ GPX ที่ชอบออกของมาแย่งตลาดกันตลอดเวลา ถึงจะโดนบ่นเยอะกว่าเรื่องบริการหลังการขาย แต่ความหล่อเหลาแบบ cafe racer ในราคารถบ้านมันเร้าใจเกินจะทนจนหลายคนถึงรู้ว่าเสี่ยงแต่ก็ยังจะขอลอง ล่าสุดตัวแทนจำหน่ายเขาก็ออกแคมเปญดูแลซ่อมศูนย์ฟรียาว 5 ปีสำหรับโมเดลใหม่ๆ เพื่อมาแก้ลำเสียงบ่นจากคนซ่อมไม่จบก่อนหน้านี้ ซึ่งน่าจะเรียกความมั่นใจจากแฟนใหม่ๆ ที่กล้าๆ กลัวๆ ได้พอสมควร ส่วนพวกมือสองเราขอกระซิบเบาๆ ว่าพอเล่นได้นะ แค่ต้องมีร้านซ่อมบำรุงที่รู้ใจใกล้บ้านสักหน่อย อะไหล่แท้เทียบพอหาได้ ถึงไม่มีสต๊อคจากศูนย์ตรง ก็ทนรอสั่งจากจีนเองได้ อย่าเพิ่งไปคิดไกลถึงเรื่องราคาตกในอีกห้าปีสิบปี เอาให้มีขี่ทันใจตอนนี้กันก่อนเถอะพ่อคุณ

Lifan
ลี่ฟาน จาก ลี่ฟานอุตสาหกรรม (กรุ๊ป) ที่เป็นบริษัทผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ รถยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์สัญชาติจีน ได้รับการจัดอันดับเป็นธุรกิจขนาดใหญ่อันดับที่ 88 ของจีน จัดอันดับโดยนิตยสารฟอร์บส แบรนด์นี้เริ่มต้นจากเป็นแค่ศูนย์ซ่อมให้กับฮอนด้าในประเทศจีน จนปัจจุบันเติบโตเป็นผู้ผลิตรถจักรยานยนต์อันดับห้าของจีนเพราะฉะนั้นนายจะมาดูแคลนว่าเขาห่วยเพราะเป็นรถจีนไม่ได้เลยเด็ดขาด รูปแบบรถหลากหลายครบทุกความต้องการ คุณภาพวางใจได้ในราคาที่คุ้มค่ามากๆ ขายใช้งานในไทยกันมายี่สิบกว่าปี อยากรู้ว่าทนไม่ทนหาอ่านรีวิวกันได้เดี๋ยวจะหาว่าอวย เครื่องยนต์อเนกประสงค์เขาก็มีใช้ในภาคเกษตรกรรมของไทยมาช้านาน และถ้านึกสนใจอยากได้มอไซค์ลี่ฟานมือสองสภาพสวยๆ สักคันแล้วล่ะก็

Zongshen Ryuka
จงเซิน ริวก้า อ่านแค่ชื่อก็ชัดเจนถึงสัญชาติ มีวางขายซึมๆ กันมานานแสนนานโดยเฉพาะตามต่างจังหวัด หรือขอบชายแดนที่พบเห็นยี่ห้อนี้กันหนาตา มีรุ่นรถ รูปทรงครอบคลุมเป็นสิบกว่ารุ่นตอบโจทย์ทุกความต้องการไม่ต่างจากเจ้าตลาด ที่จะต่างมากๆ ก็คือราคาที่คุ้มค่าจนแบบที่ว่าถ้าเจอเนื้อคู่ที่ถูกใจก็แทบจะจ่ายสดกันตรงนั้นได้เลย รีวิวมีให้ดูเยอะแยะเพราะแบรนด์นี้เขาผลิตขายทั่วโลกมากกว่าล้านคันต่อปี สรุปง่ายๆ ว่ามันคุ้มจนไม่ต้องคิดมาก ซ่อมบำรุงอะไหล่ตามกันตามอาการเท่านั้นก็เพียงพอ

Benelli
แบรนด์เก๋ารุ่นคุณปู่จากปิซาโร่ อิตาลีที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2454 ที่ปัจจุบันย้ายร่างมาสถิตย์ ณ แดนมังกรกับต้นสังกัดใหม่ QJ หรือ Qianjiang Motorcycle (อ่านว่า เชียนเจียง) เมื่อปีพ.ศ. 2548 เจ้าของแนวคิด “ดีไซน์แบบยุโรป คุณภาพแบบญี่ปุ่น บนราคาต้นทุนแบบจีน” ซึ่งในแง่หน้าตานั้นดูหล่อเหลาเย้ายวนสุดๆ ส่วนหนึ่งก็ด้วยการรับแรงบันดาลจากแบรนด์นู่นนิดนี่หน่อยแบบที่ไม่โฉงฉางเกินไป ทำให้ดูลงตัวมีเอกลักษณ์มากขึ้น แม้โมเดลแรกๆ ที่นำเข้ามาขายในไทยจะมีความ “ไม่นิ่ง” อยู่เยอะทั้งเรื่องของตัวรถ และบริการหลังการขาย เรียกว่าถ้าหาข้อมูลจากโลกออนไลน์ต้องมีหวั่นใจจากเสียงบ่นของคนใช้งานจริงกันบ้าง แต่ที่อาจจะทำให้อุ่นใจขึ้นมานิดก็คือกลุ่ม QJ นี้ไม่ธรรมดา เพราะล่าสุดเพิ่งประกาศร่วมมือพัฒนารถเล็กให้กับ Harley Davidson เพื่อมาเขย่าตลาดรถเล็กทั่วโลก แสดงให้เห็นว่าเขาเอาจริงกับตลาดมอเตอร์ไซส์เล็กแค่ไหน ส่วนตัว Benelli เองในอดีตก็โดดเด่นเชิดฉายอยู่ในสนาม motoGP ด้วยซ้ำไป การทำตลาดที่ใช้การปลุกตำนานโมเดลเก่าๆ ให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้งก็ช่วยเพิ่มเรื่องราวให้คนที่สนใจเคลิบเคลิ้มได้ไม่น้อย บวกกับการวางราคาแบบที่ใครกำลังเบื่อๆ รถเจ้าตลาดอาจมีเผลอลั่นใบจองกันได้ง่ายๆ ยิ่งราคามือสองยิ่งเห็นยิ่งใจสั่นสุดๆ ไม่เชื่อก็ลองดูได้ที่ MocyKaidee

Keeway
แบรนด์พ่วงขายจากผู้นำเข้า Benelli เพราะฉะนั้นอย่าแปลกใจถ้าเห็นเขาวางขายอยู่คู่กัน Keeway นี่เป็นรถจีนแผ่นดินใหญ่แท้ๆ แนวครุยเซอร์ที่ส่งไปตีตลาดทั่วโลกด้วยรูปทรงที่คลาสสิคและราคาที่คุ้มค่าสุดๆ ในคุณภาพที่รับได้ ด้วยที่มีขายทรงเดียวกลุ่มผู้ใช้งานจึงยังไม่เยอะนัก พลอยทำให้เสียงรีวิวชื่นชมจากผู้ใช้งานจริงเบาบางไปหน่อย ที่เหลือก็เป็นเสียงถามไถ่จากคนที่อยากรู้อยากลองอยากใช้แต่ใจไม่ถึงพอ ซึ่งอยากจะบอกถึงใครที่เป็นไบค์เกอร์หัวใจทัวริ่งครุยเซอร์ว่าเปิดใจลองกันดูได้นะ ศูนย์บริการเขาพร้อมรบแล้วทั่วประเทศแถมค่าตัวนี่ถูกกว่าแบรนด์เจ้าตลาดหลายหมื่นเลยนะเออ เอามายำทำหล่อตามหัวใจปราถนาได้ไม่ต้องเจ็บตัวเยอะ

SYM
บิ๊กสกู๊ตเตอร์แดนมังกรที่ไปได้สวยสุดๆ ในตลาดอเมริกาและยุโรป แต่กลับเงียบสงัดเหลือเกินในบ้านเรา สอบถามตัวแทนจำหน่ายก็ยังยืนยันว่าขายได้เรื่อยๆ ซึ่งเขาก็จะวางขายคู่กันกับ Benelli Zontes และ Keeway ซึ่ง SYM ก็จะตอบโจทย์ในไลน์โปรดักช์ชั่นของบิ๊กสกู๊ตเตอร์ จุดแข็งคือชื่อเสียงที่ฝรั่งช่วยการันตีให้แล้วว่าใช้ดี ไม่มีปัญหาอะไรกวนใจ กับราคาที่ประหยัดกว่าเจ้าตลาดอยู่หลายตังค์ ใครที่สนใจอยู่ก็ได้แต่หวังว่าผู้นำเข้าจะหาโปรโมชั่นอะไรที่โดนใจมานำเสนอบ้าง ไม่งั้นหยากไย่ขึ้นรถที่สต๊อคกันอยู่ยาวๆ แน่นอน

Zontes
อีกหนึ่งแบรนด์น้องใหม่แดนมังกรที่สุดแสนจะภาคภูมิใจในความจีนของตัวเอง เส้นสายการออกแบบสวยงามไปทางดุดันก้าวร้าวอันเป็นเอกลักษณ์สุดๆ ซึ่งเปิดตัวเรียกเสียงว้าวจากชาวไบค์เกอร์ได้ไม่น้อย มือหนึ่งเห็นน้อย พลอยไม่มีข้อมูลให้พูดถึง มือสองนี่ยิ่งหาไม่เจอ เพราะงั้นก็รอฟังเสียงผู้ใช้งานกันอีกสักระยะไปก่อนดีกว่า

CF moto
เป็นที่พูดถึงมากในพักหลังด้วยการเปิดตัวว่าข้านี่แหละจีนแท้ๆ อย่างไม่เหนียมอาย งานดีไซน์มีเอกลักษณ์ลงตัวโดยไม่ต้องหยิบยืมแรงบันดาลใจใดๆ จากเจ้าตลาด เทคโนโลยีที่พัฒนาเองทั้งดุ้น ถึงจะดูเหมือนเพิ่งมาเริ่มทำตลาดที่เมืองไทยแต่เขาก่อตั้งบริษัทกันมาตั้งแต่แปีค.ศ. 1989 ลุยแหลกทั้งสร้างเรือ ATV รถเอนกประสงค์ จนมาถึงรถจักรยานยนต์ และล่าสุดก็เป็นรถมอเตอร์ไซค์ตรวจการณ์ที่ใช้นำขบวนถวายการต้อนรับ
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบ 70 ปี การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ มหาศาลาประชาชน ในกรุงปักกิ่งที่เพิ่งผ่านมา เป็นภาพความภาคภูมิใจในยนตรกรรมของชาวจีนสู่สายตาชาวโลกอย่างหนึ่ง และสัมผัสได้ถึงความจริงจังในการทำตลาดของค่ายนี้ เพราะถึงจะเป็นหน้าใหม่แต่ก็ขยันออกรุ่นใหม่ๆ มาเขย่าหัวในไบค์เกอร์ชาวไทยให้เอียงเอนไปหาอย่างสม่ำเสมอ และก็ยังไม่มีเสียงบ่นอะไรจากผู้ใช้งานจริงให้กวนใจ และใครที่รอช้อนซื้อมือสองก็คงต้องร้องเพลงรอกันต่อไปเพราะของเขาใหม่จริงๆ

จุดน่าสนใจร่วมของมอเตอร์ไซค์จากจีนคือราคาที่มอบความคุ้มค่าสูงสุดให้กับผู้ใช้งาน ส่วนสำคัญที่ตามมาคือบริการหลังการขาย เพราะรถดีแค่ไหนถ้าเกิดมีปัญหาขึ้นมาแล้วผู้นำเข้าไม่รับผิดชอบรับรองว่าจบไม่สวยแน่นอน นอกจากผู้ใช้งานส่ายหน้า ดีลเลอร์ที่จะรับรถไปทำตลาดขายตามจุดต่างๆ ของประเทศก็พลอยไม่กล้ารับมาขาย ไม่กล้าสต๊อคสินค้า ถ้าจำนวนขายไม่มากพอ การสต๊อคอะไหล่ก็ไม่เกิด ซึ่งเรื่องทำนองนี้ไม่เกิดกับรถแบรนด์ญี่ปุ่นที่วางเครือข่ายทั่วประเทศแน่นปั๊ก ดังนั้นหากคุณสนใจรถจากแดนมังกร อาจจะต้องหาข้อมูลของผู้นำเข้า ตัวแทนจำหน่าย ตัวเทคโนโลยีที่ไม่ซับซ้อนเกินไป รวมไปถึงร้านหรือศูนย์ซ่อมใกล้บ้านที่สามารถซ่อมบำรุงได้ทั้งกรณีปกติ และฉุกเฉิน จะได้ไม่ต้องปวดหัว ปวดใจในระยะยาว