รถพลังงานสะอาดเป็นยังไง? ทำไมถึงเป็นอนาคตใหม่แห่งการเดินทาง

รถพลังงานสะอาดเป็นยังไง? ทำไมถึงเป็นอนาคตใหม่แห่งการเดินทาง

พร้อมกันหรือยัง? รถพลังสะอาด อนาคตใหม่แห่งการเดินทาง

เราคงได้เห็นภาพหรือข่าวคราวเกี่ยวกับรถยนต์ที่ใช้พลังงานทางเลือกมาเป็นระยะเวลานึงแล้ว ซึ่งกระแสดังกล่าวก็เกิดขึ้นอย่างจริงจังในหลายๆ ประเทศ เช่น ประเทศนอร์เวย์มีนโยบายยกเลิกการขายรถยนต์พลังงานเชื้อเพลิงในปี 2025 เช่นเดียวกันกับอินเดีย ฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร ที่ตั้งเป้าว่ารถยนต์ที่ใช้ในประเทศทุกคันจะใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดภายในปี 2040 หรือแม้แต่ประเทศจีนซึ่งเป็นพี่ใหญ่ในวงการอุตสาหกรรมรถยนต์ก็เริ่มปรับตัวเรียบแล้ว

สำหรับประเทศไทยเอง หลังจากที่ประสบปัญหามลพิษจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 อย่างต่อเนื่อง ประเด็นการใช้รถยนต์พลังงานทางเลือก ก็ถูกหยิบมาพูดถึงกันอย่างหนาหูอีกครั้ง ซึ่งหากยังจำกันได้ เมื่อสองปีที่แล้วมีมาตรการส่งเสริมจากทางรัฐบาลที่กระทรวงการคลังได้ออกประกาศเกี่ยวกับการลดอัตราภาษีสรรพมิตของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (Electric Vehicle) ลงเหลือ 2% เพื่อจูงใจให้ค่ายรถยนต์หันมาทำตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น

ว่าแต่รถยนต์พลังงานทางเลือก หรือรถยนต์พลังงานสะอาด มีแบบไหนบ้าง แล้วทำไมเราจำเป็นต้องใช้มันด้วยล่ะ?

อย่างที่ทราบกันว่า สิ่งสำคัญที่สุดของการใช้รถยนต์พลังงานทางเลือกคือเรื่องสิ่งแวดล้อม ก็เพราะรถยนต์ส่วนใหญ่เป็นเครื่องยนต์สันดาปภายใน ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษ ฝุ่นควันจนลามไปถึงฤดูกาลที่แปรปรวน ซึ่งรถยนต์พลังงานทางเลือกที่ได้รับการพูดถึงก็คือ

รถยนต์พลังงานก๊าซธรรมชาติ (NGV) : รถยนต์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงทดแทนน้ำมัน ซึ่งสากลเรียกว่า CNG โดยข้อดีของการใช้พลังงานประเภทนี้คือ สะอาด ไม่ก่อให้เกิดควันดำ และที่สำคัญคือ ปลอดภัย ลุกไหม้ได้ยากกว่า

รถยนต์พลังงานไฮบริด (Hybrid) : เป็นการใช้พลังงานที่เกิดจากการผสมผสานการทำงานในแบบเครื่องยนต์สันดาปภายในและพลังงานไฟฟ้าจากมอเตอร์ โดยมีระบบคำนวนการทำงานแบบอัตโนมัติว่าจะเลือกใช้เครื่องยนต์ชนิดไหนในการขับเคลื่อน ช่วยลดมลพิษบนท้องถนนได้ส่วนหนึ่ง

รถยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (Electric Vehicle) : ที่เราเรียกกันสั้นๆ ว่า EV เป็นรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งหมด 100% โดยใช้แบตเตอรี่เก็บพลังไฟฟ้า ส่งต่อตัวแปลงกระแสไฟฟ้าไปยังมอเตอร์และสร้างพลังการขับเคลื่อน ซึ่งความสำคัญอยู่ที่แบตเตอรี่ลิเธียม ไอออน ซึ่งสามาาถเก็บพลังงานได้มากและมีอายุการใช้งานที่นาน คงทน

แม้ปัจจุบันสัดส่วนการขายรถยนต์ EV จะอยู่เพียง 1% ของยอดขายรถใหม่ แต่ผลสำรวจที่ว่า 44% ของคนไทยมีความสนใจเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้าเป็นรถยนต์คันต่อไป ชี้ให้เห็นชัดเจนว่าคนไทยให้การตอบรับกับกระแสรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามากขนาดไหน ซึ่งในอนาคตหากภาครัฐเองให้การสนับสนุน ก็จะมีส่วนทำให้เกิดการลงทุนพัฒนา รวมถึงการแข่งขันของตลาด ส่วนภาคเอกชนก็มีการส่งเสริมกันอย่างเต็มที่แล้ว สังเกตุได้จากสถานีแท่นชาร์จที่เริ่มติดตั้งมากกว่า 100 จุดในกรุงเทพแล้ว และเร่งขยายการติดตั้งเพิ่มเติมในต่างจังหวัดโดยเฉพาะหัวเมืองใหญ่ๆ ให้เร็วที่สุด เพื่อตอบโจทย์ความต้องการใช้รถยนต์พลังไฟฟ้าแบบสมบูรณ์ในประเทศไทย

“ก่อนจะถึงวันนั้น เรามาเตรียมความพร้อมสำหรับการรักษาสิ่งแวดล้อม ต้อนรับกระแสรถยนต์พลังงานสะอาดก่อนใครในราคาสบายๆ ที่ RodKaidee สักคันดีไหม”

เทียบทีเด็ดหมัดต่อหมัดระหว่าง กล้อง Mirrorless กับ กล้องมือถือ

เทียบทีเด็ดหมัดต่อหมัดระหว่าง กล้อง Mirrorless กับ กล้องมือถือ

กล้องมือถือ หรือ Mirrorless ! ทีเด็ดของภาพสวยแห่งยุคดิจิทัล
ต้องยอมรับว่าโลกยุคใหม่มีตัวช่วยในการทำ “เรื่องยาก” ให้เป็นเรื่องง่าย สบายเหลือเชื่อเยอะแยะไปหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเรื่องของการ “สร้างภาพ” สวยๆ บนโซเชียลมีเดีย จนเกิดคำพูดที่ว่าใครๆ ก็เป็นช่างภาพได้เพียงแค่มีมือถือเครื่องเดียวเท่านั้น  ในขณะที่คนอีกกลุ่มหนึ่งก็ยังคงรักที่จะถ่ายทอดเรื่องราวผ่านเลนส์กล้องอย่างหัวปักหัวปำ ถึงแม้ว่าการจะได้ภาพแต่ละภาพออกมานั้น อาจจะไม่ง่าย แต่ก็เป็นความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่เขายินดีแลกกับความสะดวกสบายนั้น

แต่ไม่ว่าจะเป็นกล้องมือถือหรือกล้อง Mirrorless ปลายทางของคุณก็คือ“ภาพสวยๆ” เหมือนกัน สำหรับคนที่ยังค้นหาวิธีที่ใช่ของตัวเองอยู่ ลองมาดูกันว่า ระหว่างกล้องมือถือกับกล้อง Mirrorless แบบไหนที่เหมาะกับตัวคุณมากกว่ากัน

ความสะดวก รวดเร็ว

เพราะเรื่องราวที่น่าสนใจอาจเกิดขึ้นได้ภายในพริบตาเดียว ความรวดเร็วจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้เราได้ภาพสวยๆ หรือเป็นคอนเทนต์เรียลไทม์ให้ใครๆ เข้ามากดไลค์ ซึ่งในจุดนี้กล้องมือถือน่าจะเป็นอุปกรณ์ที่คุณกำลังมองหา หยิบจับถนัดและยกขึ้นถ่ายได้แบบไม่ต้องอาย ถ่ายปุ๊บ แต่งหน่อย แล้วก็โพสต์เลย ไม่ต้องพกอุปกรณ์เสริมให้หนักกระเป๋า การใช้งานก็ไม่ยากและไม่ต้องดูแลรักษาให้มากมาย หาง่ายตามท้องตลาด เช่น iPhone X ที่มาพร้อมกล้องหน้าละเอียด 12 MP หรือ Huawei P30 Pro ที่เพิ่งมาใหม่ๆ กับกล้อง Leica 4 ตัว ให้ความละเอียด 40 MP แถมยังซูมได้ถึง 50 เท่า แบบไม่ต้องง้อเลนส์เสริมอีกต่างหาก

คะแนนความสะดวก : สมาร์ทโฟนกินนิ่ม

 

คุณภาพของรูป

จริงอยู่ที่กล้องมือถือสมัยนี้มีความละเอียดสูงมาก แต่อย่าเพิ่งวางใจ หากคุณต้องการใช้งานที่ซับซ้อนกว่าการโพสต์เรียกไลค์ในโซเชียล มีเดีย กล้องถ่ายรูปแบบ Mirrorless น่าจะตอบโจทย์กับคุณมากกว่า โดยเฉพาะในเรื่องของการนำไปพิมพ์หรือการนำไปรีทัช ตกแต่งเพิ่มเติม เพราะขนาดพิกเซลยังไม่สำคัญเท่ากับขนาดของ Sensor  ยิ่งกล้องมีขนาด Sensor ใหญ่เท่าใด ความสามารถในการเก็บแสงยิ่งดี ช่วยลด noise ที่อยู่ในภาพ ทำให้รายละเอียดของภาพ แสงสี มิติความชัดตื้นชัดลึกดีกว่ากล้องมือถือที่มี Sensor ขนาดเล็กอย่างชัดเจน

คะแนนด้านคุณภาพของรูป : ใส่สกอร์ให้กล้อง Mirrorless ไปเลย

 

ความหลากหลายของฟังก์ชั่น

หน้าชัดหลังเบลอ หลังละลาย ซูเปอร์ซูม หรือปรับแต่งสีตามใจ เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็ทำได้ครบ จบในเครื่องเดียว ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบเล็กๆ ของกล้องมือถือหรือสมาร์ทโฟนที่มี application และ software ซึ่งช่วยให้ขั้นตอนเหล่านั้นง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ถ้าว่ากันตรงๆ เรื่องการจัดการในส่วนของระดับ ISO, F-Stop หรือ Shutter Speed กล้อง Mirrorless ยังคงได้เปรียบกว่าในเรื่องคุณภาพ เช่นเดียวกันกับการซูมที่ทำได้คมชัดกว่า และการทำหน้าชัดหลังเบลอที่เกิดขึ้นจากเลนส์ ก็ดูเป็นธรรมชาติมากกว่าการปรับด้วย Software อีกด้วย

คะแนนด้านความหลากหลาย : กล้อง Mirrorless เฉือนชนะหวุดหวิดในเรื่องของคุณภาพ

 

ตอบโจทย์ด้านการใช้งานของคุณหรือเปล่า?

คำถามข้อสำคัญที่จะตัดสินโจทย์ที่ว่า คุณควรใช้กล้องมือถือหรือกล้อง Mirrorless มากกว่ากัน ถามใจคุณเองดีกว่าว่าคุณต้องการใช้งานแบบไหน ? หากคุณมองการถ่ายรูปเป็นเรื่องของไลฟ์สไตล์ หรืองานอดิเรก บ่งบอกความเป็นตัวเองผ่านโซเชียล มีเดียในหน้าจอโทรศัพท์ สะดวกรวดเร็ว กล้องมือถือสมาร์ตโฟนน่าจะตอบโจทย์การใช้งานนี้ที่สุด แต่ถ้าต้องการใช้เป็นอาวุธในการเลี้ยงชีพ ต่อยอดไปจนถึงความสำเร็จในสายงาน พอๆ กับที่ใช้บ่งบอกไลฟ์สไตล์แบบคนทำงานคราฟต์ กล้อง Mirrorless เป็นของที่คุณต้องมี

ผลนัดชิงชนะเลิศ : กล้อง Mirrorless ก็ดี กล้องมือถือก็ดี  หรือจะมีไว้ทั้งสองแบบก็ยังได้ ถ้าคุณรู้ถึงสถานการณ์ในการหยิบใช้และมีกำลังทรัพย์มากพอ

“ ถ้าคุณมีกล้อง DSLR ตัวเก่าแล้วอยากหันไปลองไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ กับการถ่ายรูปด้วยสมาร์ทโฟนดีๆ สักเครื่อง เอากล้องของคุณมาลงขายที่นี่ได้เลย เผื่อคนที่มีสมาร์ทโฟนอยู่แล้ว เขาอยากเริ่มต้นกับกล้องดีๆ สักตัวในราคาที่ win-win กันทั้งคู่ ”

เสริมดวงให้รถคันใหม่ สบายใจด้วยเลขมงคล

เสริมดวงให้รถคันใหม่ สบายใจด้วยเลขมงคล

แม้โลกปัจจุบันจะถูกขับเคลื่อนด้วยแนวความคิดและเทคโนโลยีใหม่ๆ แต่ศาสตร์ในเรื่อง “ดวงชะตา” ก็เป็นปัจจัยที่หลายๆ คนให้ความสำคัญอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นพ่อรุ่นแม่ตลอดจน คนรุ่น Gen Y เพราะเรื่องเหล่านี้ยังคงอยู่เคียงบ่าเคียงไหล่กับคำว่านวัตกรรมอย่างแนบเนียน ลองนึกถึงเวลาที่คุณออกรถป้ายแดงที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีและฟังค์ชั่นสักคัน แต่มันก็ยังไม่สบายใจอยู่ดีใช่ไหมล่ะ ถ้าคุณยังไม่มีเลขทะเบียนดีๆ ที่สวยโดนใจ ให้โชคให้ลาภ เพื่อเป็นอีกหนึ่งความหวังในการใช้ชีวิตให้ราบรื่น ปลอดภัย

ถ้าคุณอยากฟินให้สุด หยุดที่การค้นหา “เลขทะเบียน”  กับ RodKaidee ได้เลย และถ้ายังไม่รู้ว่า เลขทะเบียนที่หมายปองนั้น มันเป็นมงคลแก่ตัวหรือไม่ ที่นี่มีคำตอบ!

1. ทะเบียนเฮง ชีวิตรุ่ง มุ่งตรงไปที่เลขผลรวม
ข้อแรกนี้คือการนำเอาเลขทะเบียนมาบวกกันเพื่อหาผลรวมโดยที่ไม่ต้องสนใจตัวอักษรกับเลขด้านหน้า เช่น ทะเบียน 4 กข 2562 ให้คำนวนผลรวมจากเลข 2562 ซึ่งวิธีบวกจะเป็นการบวกจนได้

เป็นเลขหลักเดียว ในกรณีนี้คือ 2+5+6+2 = 15 จากนั้นจึงเอาเลข 1+5=6 ดังนั้นผลรวมของทะเบียนนี้คือเลข 6 ซึ่งหมายความว่า เจ้าของรถจะมีคนอุปถัมภ์ แคล้วคลาดจากเหตุการณ์ที่ไม่ดี เป็นต้น ถ้าอยากได้เลขทะเบียนมงคล ควรมีผลรวมของตัวเลขเป็น 1, 2, 4, 5, 6, 8 หรือ 9 ส่วนถ้าบวกออกมาแล้วได้ผลรวมเป็นเลข 3 และ 7 ควรหลีกเลี่ยง

นอกจากนี้ยังมีวิธีเลือกเลขทะเบียนมงคลจากผลรวม ตามความเชื่อที่ถูกกล่าวกันมาจากนักโหราศาสตร์อื่นๆ เช่น ถ้าบวกเลขทั้งหมดแล้วได้ผลรวมมากกว่า 5 ขึ้นไป ถือเป็นเรื่องดี เป็นต้น

2. ส่งพลังชีวิตที่ดีในทันทีด้วยสูตรคู่เลข
ว่ากันว่าเรื่องของ “คู่เลข” สำคัญมากกว่าผลรวมเสียอีก ดังนั้นอย่าเพิ่งตกใจไปถ้าเลขทะเบียนที่คุณแอบชอบมีเลขผลรวมไม่ดีนัก ให่้กลับมาดูที่คู่เลขอีกครั้ง เช่น ทะเบียนรถ 4 กข 2562  จะประกอบไปด้วยคู่เลข 25, 56, 62 (ไม่ต้องสนใจเลขหมวดหน้าสุดกับตัวอักษรเช่นกัน)

เสริมเมตตา มหานิยม ได้แก่ 22, 23, 24, 26, 29, 32, 36, 42, 62, 63 และ 92
เสริมความร่ำรวย การค้าดี มีทรัพย์ ได้แก่ 24, 28, 36, 42, 63, 66 และ 82
เสริมบารมี มีแต่คนนับถือ ได้แก่ 15, 35, 45, 51, 53, 54, 89, 98 และ 99
เสริมดวงแคล้วคลาด ปราศจากภัย ได้แก่ 15, 35, 49, 51, 53, 55, 94, 95 และ 99

เรารู้ว่าความเชื่อเรื่องการเสริมดวงจะทำให้คุณรู้สึกสบายใจในการใช้ชีวิตมากขึ้น แต่ที่สำคัญคือความไม่ประมาท ซึ่งมีเพียงคุณเท่านั้นที่หาได้ ส่วนเรื่องเลขทะเบียนรถ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเรา เพียงแค่กดเข้ามาที่ RodKaidee เลขมงคลรอคุณอยู่เพียบ”

หนีร้อนไปพึ่ง (ของ) เย็น

หนีร้อนไปพึ่ง (ของ) เย็น

อากาศร้อนๆแบบนี้  อยู่บ้านก็ร้อน คงต้องหาของกินเย็นๆคลายร้อนกันดีกว่านะคะ  มาดูกันเลยว่าของกินคลายร้อนแบบราคาไม่ร้อนตามอากาศมีอะไรบ้าง   อ่านจบแล้วรับรองว่าหายร้อนกันแน่นอนค่ะ

 

เซ็งซิมอี๊ ลือลั่นสะท้านโลกันต์
คือร้านขายน้ำแข็งไสหวานเย็นหรือขนมหวานเจ้าเก่าแก่สไตล์ไทยๆ อร่อยไม่แพ้บิงซูหรือคากิโกริเลย  ร้านเซ็งซิมอี๊เรียกได้ว่าเป็น ต้นตำหรับเต้าทึงเลยก็ว่าได้  เป็นธุรกิจที่ดำเนินงานมานานกว่า 60 ปีจากรุ่นสู่รุ่น

ความสนุกของการกินน้ำแข็งไสที่ร้านเช็งซิมอี๊  คงอยู่ที่ความหลากหลายของเครื่องน้ำแข็งไสที่มีให้เลือกกว่า 50 ชนิดที่เราสามารถเลือกได้ตามใจชอบ  มาตรฐานคือ1 ถ้วยเลือกได้ 3 อย่างหรือจะเลือกเมนูที่เค้าจัดมาให้แล้วก็ได้อร่อยแน่นอนในราคา 30 บาทและเมนูที่แพงสุดก็ไม่เกิน 40 บาทค่ะ 

ปัจจุบันร้านเช็งซิมอี๊นั้นมีอยู่หลายสาขาทั่วกรุงเทพ  น่าจะผ่านๆตากันอยู่  เช่น สาขาอุดมสุข สาขาสวนหลวงสแควร์ สาขาบรรทัดทองและสาขาเสาชิงช้าซึ่งเป็นสาขาที่เราแวะไปชิมกันมาค่ะ

วันนั้นได้ชิมกันไปหลายเมนู  อร่อยชื่นใจหายร้อนและข้อสำคัญขนมที่นี่ไม่หวานจัดจนเกินไป  ทำให้กินได้อย่างไม่รู้สึกผิดมาก

เช็งซิมอี๊ (30 บาท) – เต้าทึงน้ำลำไยพร้อมเครื่องแบบจัดเต็มทั้งเนื้อลำไย ลูกเดือย พุทราจีน แผ่นแป้งกลม แปะก๊วย ถั่วแดงและถั่วปากอ้า

ทิม พร้าว แห้ว (40บาท) – น้ำแข็งไสทับทิมกรอบพร้อมด้วยแห้วกับมะพร้าวเผาในน้ำกะทิรสหวานละมุน ทับทิมกรอบ

 

ถิงถิง บิงซูน้ำขิง
เมื่อพูดถึงน้ำขิงวัยรุ่นแบบเราคงจะเบือนหน้าหนีกัน  เพราะจะนึกว่าน้ำขิงเป็นของสำหรับผู้สูงอายุเท่านั้น   แต่วันนี้น้ำขิงได้ถูกนำมาปรับโฉมเปลี่ยนวิธีการนำเสนอให้ร่วมสมัยมากขึ้น  โดยยังคงใช้สูตรลับเฉพาะของอาม่า ตกทอดมาถึงรุ่นหลาน  ที่นำมาดัดแปลงเป็นความอร่อยที่ผสมผสานความไทย-จีน และรุ่นเก่า-ใหม่เข้าด้วยกันอย่างลงตัว

ร้านบิงซูน้ำขิงจะใส่ใจในเรื่องสุขภาพโดยพิถีพิถันในการคัดเลือกวัตถุดิบที่ดีมีคุณภาพ และทุกอย่างจะทำมาแบบหวานน้อย  สำหรับคนชอบหวานก็สามารถเติมน้ำตาลทรายแดงที่วางไว้บนโต๊ะได้นะคะ

ปัจจุบันร้านถิงถิง บิงซูน้ำขิง มี 8 สาขา ได้แก่ สาธุประดิษฐ์26, โชคชัย4ปากซอย34, วัชรพล ตรงข้ามโลตัส เยื้องเสถียรธรรมสถาน, อารีย์ ตรงข้ามกระทรวงการคลัง, อุดมสุขระหว่างปากซอย48และ50, บางใหญ่ ตลาดบางใหญ่ซิตี้ ลานนกขมื้น, พระราม2 ระหว่างปากซอยพุทธบูชา 42และ44, เมืองทอง อยู่ทางเข้าเมืองทอง (เส้นเดียวกับมสธ) 100 เมตร จากถนนแจ้งวัฒนะ ก่อนถึงบึงน้ำ

บิงซูถิงถิง (60 บาท) – Signature ของร้าน หน้าตาก็เหมือนบิงซูที่เราคุ้นเคย มีน้ำแข็งเกล็ดละเอียดรสชาติน้ำขิง เสริฟ์มากับเต้าฮวยแผ่นใหญ่และเฉาก๊วยโรยด้วยน้ำตาลทรายแดง  ถ้วยเล็กข้างๆ ใส่บัวลอยมา 2 ลูก ซึ่งเลือกไส้ได้ (มีงาดำ งาขาว ถั่วแดง คัสตาร์ด)  เราชอบไส้งาดำที่สุดเลยเลือกมาทั้ง2 ลูกเลยค่ะ

บิงซูเต้าทึง (65 บาท) – น้ำแข็งเกร็ดละเอียดรสชาติน้ำลำไย เสริฟ์มากับรากบัว พุทราจีน แปะก๊วย และลำไย  นี่มันคือเต้าทึงมาในรูปแบบใหม่  แต่คงความชื่นใจเหมือนเดิม

บัวลอยงาดำน้ำขิง+เต้าฮวย (55 บาท) – ลองเมนูร้อนกันบ้าง  ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำขิงอยู่แล้ว ทั้งเผ็ดทั้งร้อน ถ้าอยากหวานเติมน้ำตาลทรายแดงได้นะคะ แต่เมื่อกินบัวลอยงาดำไปเราจะสัมผัสกับความหวานเบาๆของไส้อยู่แล้วค่ะ

 

ไอศครีมทิพย์รส
ร้านตั้งอยู่ในซอยกรุงเทพฯ-นนทบุรี 2 (สถานี MRT เตาปูน ทางออกที่ 3) เป็นร้านไอศกรีมโฮมเมดสัญชาติไทยแท้ที่เปิดให้บริการมาอย่างยาวนาน  ที่ร้านมีไอศกรีมให้เลือกหลากหลายรสชาติ ทั้งกะทิ เผือก ช็อกโกแลต มะม่วง ชา ทุเรียน และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่รสยอดนิยมคือไอศกรีมกะทิ และสามารถเพิ่มเครื่องต่าง ๆ ได้ไม่ว่าจะเป็นลูกชิด, มะยมเชื่อม, มะม่วงเชื่อม, ข้าวเหนียว และถั่วลิสง นะคะ ราคาเริ่มต้นที่ 30 บาท และมีให้ซื้อกลับบ้านด้วยค่ะ

เมนูในตำนานยอดนิยม ข้าวเหนียวทุเรียน (69 บาท) – ไอศครีมทุเรียน 4 ลูก รองด้านล่างด้วยข้าวเหนียวมูน โรยหน้าด้วยมะพร้าวขูด  ไอศครีมทุเรียนของทิพย์รสรสชาติดีเข้มข้น  ผู้นิยมบริโภคทุเรียนต้องชอบแน่นอน

สายรุ้ง (49 บาท) – เลือกไอศครีมได้ 4 รสชาติแล้วราดชอคโกแลตหรือสตรอเบอรี่ก็ได้ตามใจเรา  โรยหน้าด้วยลูกกวาดสีๆเด็กๆน่าจะชอบ

แต่ถ้าถ้ากินขนมเย็นๆ อร่อยๆ แล้วยังดับร้อนได้ไม่สุด แนะนำให้มาหยุดที่เครื่องปรับอากาศค่ะ จะมองหาแอร์ พัดลม เครื่องทำความเย็น ก็มาดูที่ Kaidee ในหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าได้เลยจ้า

6 รุ่นมอไซค์ขายไวสายแว้น

6 รุ่นมอไซค์ขายไวสายแว้น

บ้านเรานี้นับเป็นแดนสวรรค์ของชาวสองล้ออย่างแท้จริงนะจ๊ะนายจ๋า ด้วยยอดจดทะเบียนรถใหม่ที่เพิ่มขึ้นเกือบสองแสนคันในทุกปี พายอดรวมชาวสองล้อแดนสยามทะลุหลักยี่สิบล้านคันไปแบบชิลๆ แล้วก็ยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นไปอีกเรื่อยๆ ส่งผลให้ตลาดมอไซค์มือสองฮอตฮิตติดตามกันมาด้วย วันนี้ MocyKaidee จะพามาส่องรุ่นมอไซค์มือสองที่ขายดีสุดๆ ใน MocyKaidee หกอันดับแรกกัน เผื่อว่าคุณมีอยู่และมีทีท่าอยากจะปล่อยไปเพื่อสอยคันใหม่ที่ไฉไลกว่าเดิมได้ง่ายขึ้น จะมีรุ่นไหนกันบ้างตามมาดูกันเลย

อันดับ 6 Kawasaki ER6N
บิ๊กไบค์สไตล์ Naked หนึ่งเดียวที่หลุดเข้ามาติดอันดับยอดฮิตในครั้งนี้ เป็นโมเดลที่แกร่งพอตัวทั้งที่โดนคู่แข็งโหมโจมตีอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ยังขายได้ขายดีอยู่เรื่อยๆ ด้วยราคามือสองที่สุดเร้าใจ รูปทรงที่เหมือนทำสูตรอมตะเอาไว้ และเครื่องยนต์โตๆ ที่ใครๆ ก็ต้องร้องโอ้โหเวลาคุณโฉบผ่าน หากคุณอยากจะกระโดดเข้าสู่จักรวาลบิ๊กไบค์ นี่คือตัวเลือกที่ไม่อาจมองข้ามได้เลยจริงๆ

อันดับ 5 Yamaha R15
ขวัญใจสายมุด ที่บิ๊กไบค์คันใหญ่ๆ ทำได้แค่มองตาปริบๆ ด้วยขนาดตัวที่พอดีมือ พาคุณเล็ดลอดซอกหลืบจราจรในเมืองหลวงได้เป็นอย่างดี กับหน้าตาที่น่าจะหล่อสุดแล้วในคลาสนี้ อะไหล่ที่ยัดมาให้เกินตัว ขนาดที่ว่าบิ๊กไบค์บางรุ่นยังต้องมองค้อน ถ้าคุณผ่อนมือแรกก็คงบ่นว่าแพงจัง แต่จากราคาแรงๆ นั้นเมื่อกลายเป็นมือสองแล้วราคามันน่าเล่นสุดๆ ถ้าหาสภาพนางฟ้าประวัติดีเจอล่ะก็ รีบจองรีบโอนกันด่วนๆ ได้เลย

อันดับ 4 Honda MSX
มอไซค์ประจำชาติชายขาสั้นพันธ์แว้นนี้มากับขนาดตัวสุดแสนกระทัดรัด แต่เผ็ดซ่าแสบซี๊ดถูกใจวัยรุ่นสุดๆ ของแต่งเกลื่อนตลาดให้วัยสะรุ่นแต่งเติมกันได้ตามแต่จะจินตนาการ และก็เช่นเดียวกับมอเตอร์ไซค์หัวใจไซส์เล็กทั่วไปที่มีราคาผ่อนพร้อมดอกเบี้ยที่บาดใจเกินทน ทำให้ความนิยมในตลาดมือสองนั้นพุ่งกระฉูด จนเหล่าผู้ปกครองนั้นพอจะยิ้มได้ยามถอยออกให้ลูกหลานกับเงินที่มีเหลือในกระเป๋าตังมากขึ้นอีกนิด

อันดับ 3 Honda Wave 125
จากต้นตำนานดรีมคุรุสภาสีขาวแนวข้าราชการ สู่ภาคต่อขวัญใจมหาชน ด้วยความถึกทนทานระดับฮัลค์บวกทานอส วัยรุ่นใช้ต่อมีร้องไห้ เพราะอยากได้คันใหม่แต่ใช้ยังไงมันก็ไม่พังซ้ากกกกะที อะไหล่เบสิคครอบคลุมทุกมุมเมือง ซื้อมาขายไปมือสาม มือสี่ ก็ยังใช้ดีไม่มีงอแง ถ้าคุณไม่สนใจแฟชั่น และกำลังมองหาความทนทานที่สุดแสนจะคุ้มค่า นี่คือตัวเลือกอันดับต้นๆ ของคุณแน่นอน

อันดับ 2 รถวิบาก
เข้าสู่อันดับสองยอดนิยมกับความรักไร้ค่ายไร้พรหมแดน เพราะคนหาซื้อเขาไม่แบ่งแล้วว่าคุณจะค่ายเขียวค่ายแดง ขอแค่บุกป่าฝ่าดงไหวจะค่ายไหนคนก็ซื้อ เครื่องยนต์เข้าขั้นคลาสสิค ถึงจะมีเทคโนลียีใหม่ๆ มาบ้างแต่หัวใจสายลุยมันต้องดูแลง่ายเป็นพื้นฐาน แถมงานดีไซน์เน้นความดิบเถื่อนไม่แตกต่างกัน ซื้อมาก็เอามายำทำหล่อสไตล์ใครสไตล์มันอยู่ดี เบื่อๆ ก็จอดกันเป็นปี อยากขี่ก็จับมาปลุกผีพอเป็นพิธีก็พื้นมาลุยได้เหมือนเดิมยังกะซอมบี้กันเลยทีเดียว เถื่อนถึงใจแบบนี้ใครจะไม่ซื้อ

อันดับ 1 Honda PCX
ครองแชมป์มาอย่างยาวนานและไม่มีทีท่าว่าจะเสียแชมป์ให้ใครง่ายๆ เสียด้วย ความนิยมทั้งมือหนึ่งมือสองรุนแรงยิ่งกว่า BTS + Black Pink เครื่องยนต์ที่แรงพอตัว เบาะกว้างละมุนตูด กับมาตรฐานความทนถึกของค่ายปีกนก ที่เด็ดสุดน่าจะเป็นรูปร่างหน้าตาที่สุดป๊อบโดนใจคนไทยทั่วหล้า คนเฒ่าคนแก่ยันลูกเล็กเด็กแดงต่างนิยมชมชอบ และราคาค่าตัวที่แอบแรงนี้ก็น่าแปลกใจที่ยิ่งทำให้มันเป็นโมเดลที่คนอยากเล่นมากขึ้นเพราะทำให้มันดูไม่โหลเหมือนกลุ่มรถเล็กทั่วๆ ไป และนั่นช่วยให้ PCX กลายเป็นคำค้นหาอันดับหนึ่งในตลาดรถมอเตอร์ไซค์มือสองไปโดยปริยาย

นี่คือส่วนหนึ่งจากคำค้นหานับล้านใน MocyKaidee แหล่งซื้อ-ขายรถมอเตอร์ไซค์มือสองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย กับรถหลากรูปแบบที่มีให้คุณเลือกซื้อหลายหมื่นคันทุกวัน หรือถ้าคุณอยากขายก็โพสต์ขายได้เลยง่ายๆ ด้วยมือถือของคุณ แล้วรอคนติดต่อขอซื้อจากทั้งประเทศกันได้เลยครับ

ส่องความคืบหน้ารถไฟฟ้าชานเมืองพร้อมคอนโดน่าสนใจ

ส่องความคืบหน้ารถไฟฟ้าชานเมืองพร้อมคอนโดน่าสนใจ

ความหวังของการเดินทางสู่กลางใจเมืองด้วย “รถไฟฟ้า” ของคนชานเมืองใกล้ความเป็นจริงเข้ามาทุกทีๆ เมื่อ ณ ขณะนี้ ภาพของการเดินทางด้วยระบบรางเชื่อมต่อแบบใยแมงมุมนั้น ไม่ได้อยู่ในกระดาษหรือจินตนาการอีกต่อไป ซึ่งใครที่กำลังมองหาทำเลที่อยู่อาศัยใกล้สถานีรถไฟฟ้า เพื่อตอบโจทย์ความสะดวกในการเดินทางโดยเฉพาะคอนโดมิเนียมก็เตรียมเฮได้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะมีหลายโครงการที่พร้อมเปิดให้จับจองเป็นเจ้าของกันแล้วตั้งแต่เนิ่นๆ

วันนี้ BaanKaidee จะพาไปสำรวจตรวจตรากันว่า รถไฟฟ้าสายไหนพร้อมให้บริการเมื่อไหร่และมีคอนโดตรงไหนบ้างที่น่าสนใจ

1. โซนบางปู
สถานการณ์ปัจจุบัน : สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง - สมุทรปราการ ล่าสุดเปิดให้บริการถึงสถานีการเคหะสมุทรปราการแล้ว ซึ่งคาดการณ์เอาไว้ว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ภายในปี พ.ศ. 2563

คอนโดมิเนียมน่าสนใจ :

ไมอามี่ คอนโด บางปู
เรียกได้ว่าเป็น อาณาจักรความสุขของคนบางปู เลยก็ว่าได้ เพราะเป็นคอนโดพร้อมอยู่ เฟอร์นิเจอร์ครบ นอกจากจะใกล้รถไฟฟ้าแล้ว ยังติดทะเลอีกต่างหาก กับราคาเริ่มต้นที่ 899,000 บาท

โครงการเคหะชุมชนและบริการชุมชนสมุทรปราการ 4 (บางปู)
ดีไซน์ดี ฟังก์ชั่นครบ กับราคาเริ่มต้นเพียงแค่ 550,000 บาท ใกล้รถไฟฟ้าสถานีศรีจันทร์ประดิษฐ์ ขนาดพื้นที่ 32 ตารางเมตร แยกส่วนมาให้อย่างดี และมีระเบียงให้ด้วยนะ

2. โซนบางใหญ่
สถานการณ์ปัจจุบัน : โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่ - บางซื่อ เปิดให้บริการเรียบร้อยแล้ว

คอนโดมิเนียมน่าสนใจ :

คาซ่า คอนโด @ MRT สามแยกบางใหญ่
มีใครให้มากกว่านี้ไหม คอนโดสูง วิวสวย ติดรถไฟฟ้า พร้อมสิ่งอำนวยควมสะดวกครบครัน ทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนสและห้องสมุด แถมยังใกล้เซ็นทรัล เวสต์เกตอีกต่างหาก สนนราคาเริ่มต้นที่ 1.5 ล้านบาท ถือว่าคุ้มค่ามากเลยทีเดียว

เพลิน เพลิน คอนโดมิเนียม บางบัวทอง - เวสต์เกต
เพลินสมชื่อจริงๆ สำหรับคอนโดขนาดเริ่มต้น 32 ตารางเมตร ในราคา 790,000 บาท แต่เนรมิตชีวิตที่ดีกว่าด้วยการเดินทางเข้าเมืองที่แสนสะดวก ติดสถานีรถไฟฟ้าบางพลู

3. โซนบางแค
สถานการณ์ปัจจุบัน : รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง-บางแค และบางซื่อ-ท่าพระ คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการเต็มรูปแบบได้ภายในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2562

คอนโดมิเนียมน่าสนใจ :

เดอะ พาร์คแลนด์ เพชรเกษม - ท่าพระ
ตอบรับชีวิตคนเมืองได้ครบครัน บนทำเลที่เป็นศูนย์กลางการเดินทางแห่งใหม่ รายล้อมด้วย Lifestyle Center ในราคาเริ่มต้นที่ 3.9 ล้านบาท ใกล้สถานีรถไฟฟ้าท่าพระ

นิช ไอดี เพชรเกษม - บางแค
คอนโดมิเนียมใหม่ที่ตอบรับทุกการใช้ชีวิต เชื่อมต่อทุกการเดินทางได้อย่างสะดวกสบายไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ เรือ และใกล้สถานีรถไฟฟ้าบางแค และด้วยความที่มียูนิตไม่มาก จึงทำให้เป็นคอนโดที่มีความส่วนตัวสูง ราคาเริ่มต้นที่ 1.7 ล้านบาท

4. โซนรังสิต
สถานการณ์ปัจจุบัน : รถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ - รังสิต ถูกเรียกให้เป็น รถไฟชานเมือง เนื่องจากมีการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เป็นเจ้าภาพ โดยปัจจุบันงานก่อสร้างทางรถไฟฟ้าเสร็จเกือบสมบูรณ์แล้ว เหลือเพียงงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกลที่ดำเนินการไปแล้วกว่า 40% โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในปี พ.ศ. 2563

คอนโดมิเนียมน่าสนใจ :

พลัมคอนโด พหลโยธิน 89
จุดเริ่มต้นของความสุข ใกล้สถานีรถไฟฟ้าหลักหก รายล้อมไปด้วย Lifestyle Center ที่หลากหลาย อาทิ มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล ตลาด ห้างสรรพสินค้าและโรงภาพยนตร์ เปิดให้จับจองเป็นเจ้าของกันแล้วในราคาเริ่มต้นเพียง 790,000 บาท

ริล คอนโด
ชีวิตสะดวกสบายมีได้ง่ายๆ ที่นี่ คอนโดติดถนนโลคัล โร้ด และห่างจากสถานีรถไฟฟ้าหลักหก เพียง 1 นาที เท่านั้น พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ไว-ไฟ ทั้งหมดนี้เริ่มต้นที่ 1.6 ล้านบาท

5. โซนลำลูกกา
สถานการณ์ปัจจุบัน : รถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิต - สะพานใหม่ - คูคต ปัจจุบันงานก่อสร้างโยธาเดินหน้าไปแล้วกว่า 80% สามารถเปิดให้บริการเฉพาะสถานีลาดพร้าวเเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2562 และจะเปิดให้บริการครบทั้งเส้นทางภายในปี พ.ศ. 2563

คอนโดมิเนียมน่าสนใจ :

เดอะคิทท์ พลัส พหลโยธิน - คูคต
คอนโดใหม่ ขนาด 28 ตารางเมตรพร้อมเฟอร์นิเจอร์แต่งครบและสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมาย คุ้มที่สุดในเส้นรถไฟฟ้าสายสีเขียว ใกล้สถานีคูคต ราคาเริ่มต้นที่ 1.3 ล้านบาท

เดอะ คิวบ์ พลัส พหลโยธิน 56
โปร่งโล่งสบาย ด้วยเพดานที่สูงกว่า 2.7 เมตรและเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพ พร้อมด้วยดีไซน์ที่คำนึงถึง Lifestyle ที่ทันสมัย ด้วยเฟอร์นิเจอร์และเทคโนโลยีความปลอดภัยสูงสุด ใกล้รถไฟฟ้าสถานี กม.25 หรือจะเลือกเดินทางเข้าเมืองบนถนนพหลโยธิน ถนนวิภาวดีรังสิต ดอนเมืองโทลล์เวย์ ก็สะดวกไม่แพ้กันกับราคาเริ่มต้นเพียง 1.2 ล้านบาท

“ คอนโดใหม่ๆ ใกล้รถไฟฟ้าแบบนี้ มีให้คุณเลือกจับจองกันมากมาย หาไม่ยากอย่างที่คิดใช่ไหมล่ะ แต่ถ้ากำลังมองหาบ้านหรือคอนโดมือสองไว้เป็นตัวเลือกในราคาที่ประหยัดกว่า ลองเข้ามาดูกันที่ BaanKaidee ได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลยนะ ”

5 รุ่นป้ายแดงก็น่าจอง มือสองก็น่าใช้

5 รุ่นป้ายแดงก็น่าจอง มือสองก็น่าใช้

ร้อน หนาว แดด ฝน จะผ่านไปกี่รอบฤดูกาลคนไทยส่วนใหญ่ก็ยังฝากผีฝากไข้กับระบบขนส่งมวลชนไม่ได้สักที ใครที่พอมีกำลังก็ต้องช่วยเหลือตัวเองด้วยการมองหามอเตอร์ไซค์ หรือรถยนต์มาบรรเทาความทุกข์ยากจากการเดินทางเพื่อไปทำงาน หรือกิจกรรมต่างๆ ของครอบครัว แม้ว่าจะต้องแบกรับภาระค่าผ่อน ค่าน้ำมันจิปาถะเพิ่มมากขึ้นก็ตามที ยังโชคดีที่ตลาดรถยนต์บ้านเรานั้นไม่เคยเงียบเหงาทั้งป้ายแดง และมือสอง วันนี้เราจะพาคุณมาส่อง 5 รุ่นรถยนต์ที่คนสนใจมากที่สุดใน RodKaidee แหล่งซื้อ-ขายรถยนต์มือสองออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เพื่อเอาไปเปรียบเทียบชั่งใจกับป้ายแดงในตลาดตอนนี้กันครับ

อันดับ 5 Honda Jazz
รถเล็กทรงกล่อง จุใจสายขนจนไม่น่าจะเป็นไปได้แบบนี้นี่แหละ ที่ทำให้มันได้รับความนิยมจากทุกเพศทุกวัยในตลาดมือสอง เจอมาหลายคันที่ใช้งานกันหลักสิบปี แต่ก็ยังดูดีไม่แตกต่างจากรถใหม่ป้ายแดง และด้วยจำนวนที่เยอะจนล้นถนนขนาดนี้คุณก็สบายใจได้ถึง อุปกรณ์ตกแต่ง อะไหล่ และการซ่อมบำรุงต่างๆ ว่าไม่มีทางขาดตลาดกันไปอีกนานนนน ผิดกับฝั่งป้ายแดงที่ดูจะยังขายกันแบบเงียบๆ หน้าตาที่ปรับปรุงใหม่ภายใต้โครงสร้างตัวถังเดิมก็ดูไม่ว้าวนัก ซึ่งน่าจะเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้รถมือสองได้รับความนิยมมากกว่าเพราะมันดูแทบไม่แตกต่างกันจริงๆ

อันดับ 4 Toyota Vios
หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า Toyota ได้จัด Segment รถรุ่นนี้ให้เป็นอีโค่คาร์ของทางค่ายที่คลอบคลุมฐานลูกค้าได้กว้างสุดๆ สมกับตัวถังของมันที่ใหญ่สุดในกลุ่มรถอีโค่คาร์ และหลายคนที่ใช้งานมันก็ไม่ได้รู้สึกว่านี่คือรถเล็กราคาประหยัดแบบค่ายอื่นเลยด้วย แถมอาจจะรู้สึกดีกว่าลูกพี่ Altis ด้วยซ้ำว่าฉันไม่ใช่ Taxi นะยะ ในขณะที่ฝั่งป้ายแดงก็มีการทำการตลาดอย่างหนักหน่วงเพื่อช่วงชิงหัวใจวัยทีนที่คิดอยากมีรถคันแรกกัน ซึ่งราคาปลายทางก็ใกล้เคียงกันมากทั้งมือหนึ่งมือสองหากคุณคิดจะผ่อนมันยาวๆ เอาว่ารุ่นนี้ขอปันใจให้ป้ายแดงมากกว่าตามสไตล์โอตะก็แล้วกัน

อันดับ 3 Honda CRV
รถครอบครัวที่ได้รับความนิยมสุดๆ ด้วยภาพลักษณ์ที่ดีงาม เครื่องยนต์เดินเงียบ และช่วงล่างที่นุ่มนวลกว่ารถ PPV อยู่หลายขุม ถึงหน้าตาจะเปลี่ยนโฉมเป็นคนละคนตามยุคสมัย แต่รุ่นเก่าๆ ก็ยังได้รับความไว้วางใจกันอย่างล้นหลาม หนึ่งปัจจัยก็คงเป็นเรื่องอรรถประโยชน์ที่ไม่เคยด้อยลงตามกาลเวลา ที่หายไปก็คงมีแต่ค่าตัวที่ยิ่งโดนใจแฟนๆ ที่รอช้อนซื้อกันนี่แหละ ด้านป้ายแดงก็ยังแทงกั๊ก minor change กันหลายรอบไม่ยอม model change สักที ถ้าใจร้อนก็มองหามือสองสภาพดีๆ น่าจะถูกใจกว่าแน่นอน

อันดับ 2 Honda Civic
Honda Civic นี้เรียกได้ว่าครองใจวัยรุ่นขาแรงได้ยาวนานมาหลายสิบปี จะซิ่งแบบคลาสสิคก็ดูดีกับรถมือสองหลากโมเดล หรือออกป้ายแดง RS 1.5 Turbo ที่หล่อเสร็จจากโรงงานก็แสนจะเหมาะสม เป็นรุ่นที่จัดว่ารักพี่เสียดายน้องจริงๆ อันนี้ก็แล้วแต่คุณๆ เลยแล้วกันว่าหลงรักทางเลือกไหน กำเงินในกระเป๋าแล้ววางเงินดาวน์ได้เลยครับ เลือกดีๆ แล้วจะไม่มีคำว่าเสียใจแน่นอนกับรุ่นนี้

อันดับ 1 BMW series 3
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า E30 กลายเป็นรุ่นสุดแรงที่แทงทะลุรุ่นรถปีใหม่ๆ ขึ้นมาได้แบบงงๆ ใน RodKaidee แต่เมื่อมองให้ลึกคุณก็จะหายสงสัยแน่ๆ เพราะมันยังคงความสวยงามคลาสสิคข้ามกาลเวลา และยังมีอุปกรณ์ตกแต่งทั้งตรง แท้ เทียบ เทียม ให้คุณเล่นสนุกกับมันได้ตามแต่จะจินตนาการ และค่าตัว ณ ปัจจุบันก็ถูกแสนถูก ซึ่งความนิยมนี้ในตลาดรถมือสองก็ลามไปถึงรุ่น E36 และ E46 อีกด้วยซึ่งรุ่นที่เก่าๆ แบบนี้จะไม่มี BSI ให้ ก็คงต้องมองหาการรับประกันหลังการขายที่เชื่อถือได้จากผู้ประกอบการกันอีกทีเพื่อความสบายใจในการใช้งานระยะยาว ในขณะที่มือหนึ่งก็เพิ่งเปิดตัวกันไปแบบล้ำๆ และย้ำความเชื่อมั่นในแบรนด์สุดซิ่งนี้ด้วยการรับประกัน BSI ยาวๆ กันถึง 5-10 ปี (แล้วแต่รุ่น/โชวรูม) คือถ้างบคุณเหลือๆ ถอยป้ายแดงก็นับว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

และนอกจาก 5 รุ่นยอดนิยมที่แนะนำไปแล้วก็ยังมีรถสวยๆ อีกหลายหมื่นคันใน RodKaidee ให้คุณเลือกชมอย่างจุใจ มันต้องมีเนื้อคู่คุณสักคันละน่า

10 สูตรลับประหยัดพื้นที่ คืนห้องสวยให้กับคอนโด

10 สูตรลับประหยัดพื้นที่ คืนห้องสวยให้กับคอนโด

ชีวิตในคอนโดมิเนียม แม้จะมีความสะดวกสบายในเรื่องการเดินทาง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยพื้นที่ที่จำกัด นั่นเป็นสาเหตุให้การตกแต่งคอนโดเป็นเรื่องไม่ค่อยสนุกสำหรับใครบางคน วันนี้เรามี “สูตรโกง” ที่จะช่วยเสกให้ห้องของคุณสวยโดดเด่น คืนพื้นที่ใช้สอยและเพิ่มประโยชน์มากขึ้น โดยการเปลี่ยนจากของเก่าที่ถูกลืม ให้ฟื้นคืนเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีสไตล์ไม่เหมือนใคร

1. จักรยานโบราณ
แก้ปัญหาห้องน้ำแคบเล็ก ด้วยการใช้จักรยานเก่าแทนตู้เก็บของใต้อ่างล้างมือ ช่วยให้พื้นที่ด้านล่างโปร่งโล่ง ดูสวยงามมินิมัลขึ้นมาในทันใด แล้วดัดแปลงส่วนที่เป็นตะกร้าจักรยานให้เป็นที่เก็บของใช้ต่างๆ ที่จำเป็น

2. กระเป๋าเดินทาง
ในวันที่กระเป๋าหยุดเดินทาง มันก็คงหมดคุณค่าสำหรับบางคน ลองเลือกหากระเป๋าเดินทางทรงคลาสสิคๆ มาทำหน้าที่ใหม่กันดีกว่า อาทิ ทำเป็นเก้าอี้สำหรับกระเป๋าที่มีขนาดใหญ่ หรือถ้าเลือกขนาดเล็กลงมา ก็สามารถนำมาทำเป็นโต๊ะข้างที่ไม่เหมือนใคร แถมยังสามารถเก็บสิ่งของได้อีกด้วย ช่วยประหยัดพื้นที่ไปได้อีกเยอะเลย

3. ลิ้นชักไม้
การมีตู้ลิ้นชักไว้ในคอนโดเป็นสิ่งจำเป็น แต่ก็ต้องแลกด้วยความเทอะทะของมัน แทนที่จะซื้อทั้งตู้ ลองหาแค่ลิ้นชักเก่าๆ มาทำสีใหม่ แล้วติดล้อเพื่อใส่ของและสามารถเข็นเก็บซ่อนไว้ที่ใต้เตียง ก็จะช่วยให้ห้องดูโล่ง มีระเบียบไปอีกแบบ หรือจะนำลิ้นชักไปติดกำแพงและวางของตกแต่งให้ห้องดูน่ารักสดใส ก็ทำได้เช่นกัน

4. บานหน้าต่าง
อยู่ห้องคอนโดเล็กๆ แต่ก็อยากมีโต๊ะไว้รับแขกกับเขาบ้าง ลองหากรอบหน้าต่างเก่า มาทำเป็นโต๊ะ กรุกระจกและทำเป็นบานพับเปิดปิดสำหรับตกแต่งให้สวยงามหรือจะใช้เก็บของจุกจิกก็ไม่ว่ากัน

5. ตู้เอกสารเหล็ก
พอเข้าสู่ยุค 4.0 ตู้เอกสารเหล็กก็มักจะถูกลืมมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าเราจับเขามาแต่งตัวใหม่ และพลิกด้านที่เป็นลิ้นชักหงายขึ้นเพื่อทำเป็นที่เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดต่างๆ เช่น ไม้กวาดหรือไม้ถูพื้น จะทำให้พื้นที่ที่ไม่น่ามองสะดุดตาขึ้นมาทันที

6. เก้าอี้พับ
สุดยอดไอเท็ม “สูตรโกง” สำหรับเพิ่มพื้นที่เก็บของที่เราภูมิใจนำเสนอคือ เก้าอี้พับ จับมาแขวนเรียงกันบนกำเเพงสักสามตัว คุณจะได้ชั้นวางของที่มีราวสำหรับแขวนเสื้อผ้าเเบบเวรี่คูลขึ้นมาทันที เวลาไม่ใช้งานก็แค่พับเข้าไปให้ดูเรียบร้อย ไม่เกะกะ แถมยังเป็นเหมือนกับงานศิลปะที่ตกแต่งให้ห้องคุณมีสไตล์มากกว่าใครทั้งนั้นอีกด้วย

7. โทรทัศน์เก่า
เปลี่ยนทีวีเก่าๆ ให้กลายเป็น อควาเรียมย่อมๆ ไอเท็มนี้อาจไม่ได้ช่วยเพิ่มประโยชน์การใช้สอย แต่จะช่วยให้ห้องของคุณดูมีชีวิตชีวาขึ้น ผ่อนคลาย สบายอารมณ์ วันไหนเหงาๆ ก็นั่งคุยกับปลาไปพลางๆ น่าสนุกดีออกใช่ไหมล่ะ

8. นิตยสารเก่า
ปฏิเสธไม่ได้ว่าเก้าอี้ เป็นเฟอร์นิเจอร์อีกชิ้นที่ต้องการพื้นที่ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะการมีเก้าอี้มากกว่าหนึ่งตัว ถ้าเรามีเก้าอี้ไว้สักหนึ่งตัวในห้อง แล้วทำที่นั่งแบบ DIY โดยการนำนิตยสารมาวางซ้อนกัน มัดด้วยเข็มขัดหนังแล้วหาเบอะรองนั่งมาวางไว้ข้างบน ก็จะช่วยให้มีที่นั่งแบบประหยัดพื้นที่มากขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ

9. บันไดไม้
ไลฟ์สไตล์การอ่านหนังสือ เป็นของคู่กันกับการอยู่คอนโดโดยลำพัง แต่ถ้าจะต้องมีชั้นหนังสือไว้ในห้องเล็กๆ คงจะอึดอัดไม่น้อย ปัญหานี้แก้ได้ด้วยการเลือกใช้บันไดไม้ที่ดูสวยๆ หน่อย แขวนติดเป็นแนวยาวบนกำแพง แล้วใช้เก็บหนังสือแทนหิ้ง ถือเป็นไอเดียดีๆ ที่หาไม่ได้จากร้านเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป

10. ชั้นวางหนังสือ
พอเราได้หิ้งวางหนังสือเก๋ จากบันไดกันแล้ว ถ้าคุณยังอยากได้ชั้นวางหนังสือไว้ในห้องอีก เราก็ไม่ว่ากัน แต่ขอให้เอามาทำเป็นม้านั่งไว้ทอดหุ่ยชิลๆ ริมหน้าต่าง จะดีกว่านะ นอกจากจะช่วยให้ห้องของคุณมีจุดที่โดดเด่นขึ้นมาแล้ว ยังมีที่เก็บของแยกเป็นช่องๆ อย่างเป็นสัดส่วนได้อีกด้วย

“ หวังว่า LIFE HACKING หรือ สูตรลับสำหรับชาวคอนโดนี้ จะทำให้คุณเกิดแรงบันดาลใจในการปรับแต่งพื้นที่ห้องของคุณให้สวยงาม ดูกว้างขวางขึ้นด้วยการเพิ่มประโยชน์ใช้สอย จากอุปกรณ์ง่ายๆ ที่หาได้ไม่ยากในราคาน่ารักๆ ที่นี่เลย ที่ Kaidee "

5 เทคนิคเนรมิต “บ้าน” ให้น่าอยู่

5 เทคนิคเนรมิต “บ้าน” ให้น่าอยู่

เทศกาลปีใหม่ไทย เพิ่งจะผ่านพ้นไป หลายๆ คนที่ไม่ได้เดินทางไปไหนก็คงมีโอกาสอยู่กับบ้าน สร้างความสุขร่วมกันกับครอบครัวด้วยการทำความสะอาด ตกแต่งบ้านให้น่าอยู่รับซัมเมอร์ แต่สำหรับคนที่ต้องเดินทางไกล การปล่อยที่อยู่อาศัยไว้ให้เหงาเป็นเวลานาน อาจทำให้บ้านของคุณซึมเศร้า ไร้ชีวิตชีวา (ก็เหมือนคุณกลับจากท่องเที่ยวแล้วพบว่าวันรุ่งขึ้นต้องไปทำงานแล้วนั่นล่ะ) วันนี้เรามีเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะช่วยคุณทำบ้านให้น่าอยู่ แล้วคุณจะพบว่าคุณกลายเป็นคนติดบ้านแบบไม่รู้ตัวก็คราวนี้ล่ะ!

1. ความสะอาดคือปัจจัยสำคัญ
ปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้บ้านน่าอยู่เหนือสิ่งอื่นใดทั้งสิ้นคือ “ความสะอาด” โดยปกติเรื่องของฝุ่นละออง เกิดขึ้นอยู่ทุกวันอยู่แล้ว แต่นี่เราไม่อยู่บ้านกันมาตั้งหลายวัน ( หรือเกือบครึ่งเดือนสำหรับบางคน) ความสกปรกย่อมเกิดขึ้นเป็นมหากาพย์อย่างแน่นอน เรื่องนี้จะเป็นเรื่องง่ายดายทันที หากคุณมีตัวช่วยดีๆ เช่น เครื่องดูดฝุ่น หรือ หุ่นยนต์ทำความสะอาด
หรือหากคุณยังเชื่อใจในความสะอาดด้วยมือเรา แต่ก็เหนื่อยล้าเกินกว่าจะลงมือทำเอง จะเรียกบริการแม่บ้านทำความสะอาดรายวัน มาทำแทนก็สะดวกสบายได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

2. ธรรมชาติคือชีวิต ต้องเนรมิตสวนให้สวยสบายตา
อย่างที่รู้ๆ กันอยู่ว่า การมีสวนที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าจะช่วยให้คุณเกิดความสุขทางใจ ใกล้ชิดธรรมชาติ แถมยังให้ร่มเงาและอากาศที่บริสุทธิ์ด้วย แต่ถ้ามีสวนแล้ว ก็ต้องดูแลอย่างสม่ำเสมอ คุณไม่อยู่บ้านหลายวัน สนามหญ้าที่เคยสวยงาม ก็อาจจะรกรุงรัง หรือไม่ก็เหี่ยวเฉา เห็นแล้วก็สะเทือนใจ แต่เดี๋ยวก่อน... ไม่ต้องทำเองหรอก เลือกใช้บริการจัดสวนหรือตัดหญ้าจากมืออาชีพมาดีกว่า แล้วเอาเวลาไปเลือกหาซื้อต้นไม้ พันธุ์ไม้แปลกๆ มาปลูกเพิ่มเติม เสริมชีวิตชีวาให้บ้านน่าจะเข้าท่ากว่าเยอะ

3. ศิลปะกับสีสัน ของคู่กันที่ช่วยเพิ่มความมีชีวิตชีวา
ทริปท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ของคุณ ไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือต่างประเทศก็ตาม อาจทำให้คุณเกิด Inspiration ที่จะเปลี่ยนแปลง Mood & Tone ของบ้านก็เป็นได้ ซึ่งนับว่าเป็นไอเดียที่ดี คุณอาจเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการเลือกซื้อภาพวาด สวยๆ ที่บ่งบอกความเป็นตัวคุณมาติดบนกำแพง หรือเลือกเปลี่ยนสีกำแพงให้เป็นสีสว่าง สดใส เพื่อสร้างความรู้สึกสบายตา แถมยังทำให้พื้นที่ห้องดูกว้างมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งสีทาภายใน สมัยนี้ก็มีให้เลือกเยอะแยะ คุณสามารถทาเองได้ง่ายๆ หรือถ้าไม่อยากเสี่ยง เรียกใช้บริการช่างทาสี เลย

4. อยู่ติดบ้านแน่ ถ้าแอร์เย็นเฉียบ
เอาจริงๆ นะ... ถ้าอากาศมันร้อนขนาดนี้ ต่อให้บ้านน่าอยู่ขนาดไหน คุณก็ยังคงจะโหยหาร้านกาแฟชิคๆ คูลๆ เพื่อออกไปทำงานตากแอร์อยู่เหมือนเดิมนั่นล่ะ ดังนั้นแล้วถ้าที่บ้านคุณยังไม่มีเครื่องปรับอากาศ เชื่อเรา! เลือกซื้อมาติดสักเครื่อง แล้วทุกอย่างจะดีขึ้นแน่นอน เอาค่ารถค่ากาแฟมาจ่ายเป็นค่าไฟที่บ้าน ประหยัดกว่าเยอะ ส่วนบ้านที่มีแอร์อยู่แล้ว กลับมาจากสงกรานต์คราวนี้ เช็คสภาพแอร์ของคุณให้ดี หากพบว่าอาการไม่ค่อยสู้ดี รีบเรียกช่างแอร์มาโดยด่วนเลย... คุณอาจจะได้เจอช่างแอร์ในตำนานก็ได้นะ (หมายถึงช่างแอร์ฝีมือดีน่ะ อย่าคิดไปไกลสิ)

5. “ดนตรี” นั้นสำคัญไฉน
บ้านสะอาด สวนสวย ตกแต่งภายในมีชีวิตชีวา อากาศเย็นสบาย ถ้าเปิดดนตรีเพราะๆ ไปด้วยนี่แจ่มเลย! ก็บ้านที่น่าอยู่ มันต้องมีบรรยากาศที่ผ่อนคลายนี่นา ลองหาเครื่องเล่นแผ่นเสียง มาติดบ้านไว้สักเครื่อง แล้วเลือกเปิดเเผ่นเสียงที่คุณชอบ นอกจากสร้างความเพลิดเพลินแล้ว ยังเป็นของแต่งบ้านที่เวรี่คูลอีกต่างหาก

“ถ้าคุณอยากมีบ้านสวยๆ เหมือนในนิตยสารล่ะก็ จดไอเดียเหล่านั้นของคุณลงบนกระดาษ แล้วค้นหาอุปกรณ์ที่จำเป็นหรือบริการจากช่างมืออาชีพที่นี่เพื่อประหยัดเวลาและความยุ่งยากของคุณที่นี่ได้เลย สะดวกสุดๆ” 


รถ 5 รุ่นสุดเซอร์ไพรส์ ที่คันไม่ใหญ่แต่จุกว่าที่คิด

รถ 5 รุ่นสุดเซอร์ไพรส์ ที่คันไม่ใหญ่แต่จุกว่าที่คิด

หากคุณเข้ามาอ่านตรงนี้แล้วหวังจะได้เห็นข้อมูลรถยนต์สมรรถนะสูงปรี๊ด แรงม้าเอาเรื่อง เครื่องยนต์ฟิต สตาร์ตติดง่าย อาจจะผิดหวังเล็กน้อย เพราะวันนี้เราขอเอาใจคน “ขนเยอะ” ที่กำลังมองหารถยนต์ที่มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง เหมาะสำหรับการเดินทางไกล ไปเปิดท้ายขายของ หรือขนของกลับบ้านไปฝากญาติพี่น้องในช่วงหยุดซัมเมอร์นี้... มาดูกันว่ารถยนต์ “สายขน” ที่วัดกันเรื่องการบรรทุกล้วนๆ ความเร็วไม่เกี่ยวนั้น จะมีรุ่นไหนกันบ้าง

1. HONDA JAZZ
รถยนต์มหาชนของคนทุกไฟล์สไตล์ วิ่งในเมืองก็ได้ ไปเที่ยวต่างจังหวัดก็ดี กับเครื่องยนต์i V-TEC ขนาด 1.5 ลิตร ดีไซน์สปอร์ตโฉบเฉี่ยวไฉไล พื้นที่ห้องโดยสารก็กว้างสบายพร้อมห้องสัมภาระด้านท้ายขนาดใหญ่ แต่ที่ต้องมอบรางวัลชนะเลิศเรื่องการบรรทุกให้เลยคือเบาะที่นั่งที่สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้ถึง 4 แบบด้วยกัน คือพับได้ทุกเบาะและพิเศษตรงที่เบาะหลังสามารถพับราบได้เลยด้วย นั่นจึงเป็นข้อสรุปที่ว่า ทำไม HONDA JAZZ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนเมืองที่มี (ของ) ขนเยอะ!

2. NISSAN NOTE
รถยนต์คอมแพ็คแฮตช์แบค 5 ประตู ที่มีดีไซน์ล้ำสมัย ดูปราดเปรียวคันนี้ มีดีที่การออกแบบห้องโดยสารให้มีเพดานที่สูงและเพิ่มพื้นที่บริเวณขาช่วยให้นั่งสบายมากขึ้น ในขณะเดียวกันเบาะที่นั่งยังสามารถพับและปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการไม่ว่าจะเป็นแบบ 60:40 (พับเบาะหลังหนึ่งข้าง) หรือะสร้างพื้นที่เก็บสัมภาระแบบเต็ม 100% เมื่อพับเบาะหลังลงทั้งหมด ซึ่งถ้าเทียบกับสมรรถนะเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตรแล้ว ต้องถือว่าเป็นรถยนต์จิ๋วแต่แจ๋วจริงๆ สำหรับสายขนอย่างคุณ

3. MITSUBISHI MIRAGE
Eco Car สุดประหยัดที่นอกจากจะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังเป็นมิตรกับสาวๆ สายช้อป ที่มีสัมภาระเยอะแยะ ไม่ว่าจะเป็นรองเท้า กระเป๋าหรือเสื่อฟิตเนส ฯลฯ แม้เบาะหลังจะสามารถพับได้เพียงแบบ 60:40 แต่เพียบพร้อมไปด้วยฟังค์ชั่นสำหรับสายขนอีกมากมาย อาทิ กล่องเก็บของท้ายรถ ช่องเก็บของหลังเบาะผู้โดยสารด้านหน้า ตะขอแขวนของ ช่องเก็บของทั้งบริเวณคอนโซลหน้าและใต้พวงมาลัย แล้วไหนจะที่วางแก้วอีก 3 ใบ...ไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมล่ะ ว่าที่เห็นรูปร่างเล็กๆ จะเก็บของได้จุใจขนาดนี้

4. SUZUKI ERTIGA
รถยนต์ขนาด 7 ที่นั่งกับเครื่องยนต์ K15B ขนาด 1.5 ลิตร เหมาะสำหรับสายขนที่มากันเป็นครอบครัว เย็นสบายทั่วพื้นที่ตลอดเส้นทางด้วยช่องปรับอากาศแถวหลัง มาพร้อมความจุพื้นที่เก็บสัมภาระสูงสุดถึง 803 ลิตร สะดวกสุดๆ ทุกการใช้งานด้วยการปรับพื้นที่นั่งแถวที่สองแบบ 60:40 และการปรับพื้นที่นั่งแถวสุดท้ายแบบ 50:50 ช่วยให้รองรับงานบรรทุกสัมภาระได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5. MG ZS
รถยนต์เอสยูวีพรีเมียมสัญชาติอังกฤษกับขนาดเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร พร้อมด้วยฟีเจอร์ที่หลากหลายทั้งเรื่องสมรรถนะ การควบคุม ตลอดจนการออกแบบ ทำให้รถยนต์คันนี้ถูกยกให้เป็น Smart Car สำหรับคนสมาร์ทๆ อย่างคุณเลยทีเดียว พื้นที่ใช้สอยก็กว้างขวาง โดยเฉพาะเบาะนั่งด้านหลังนั่งยืดขาได้สบายๆ แถมยังสามารถพับแยกส่วนได้แบบ 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการเก็บสัมภาระได้อีกต่างหาก ที่สำคัญต้องนับว่า MG ZS มีราคาค่าตัวน่ารักน่าลุ้นมากสำหรับรถยนต์อเนกประสงค์ที่มีหน้าตาดูดีมีชาติตระกูลเช่นนี้

“ว่าแต่คุณกำลังไว้ขน เอ้ย มองหารถยนต์ที่เหมาะกับการขนของอยู่หรือเปล่า ถ้าใช่ล่ะก็ลองมาเลือกกันดูไหมที่ RodKaidee.