รวมวิธีดูทำเลตั้งร้านยังไงให้ขายได้ดีเป็นเทน้ำเทท่า!!

ใครอยากเป็นเศรษฐี?? “ฉันน่ะสิๆ!!” ปัจจุบันการจะทำมาหากินหรือค้าขายอะไรก็ตาม บอกเลยว่าสถานที่ในการวางขายเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก หากเรานั้นอยากได้เงินจากขายเยอะๆ นั้น การมองหาทำเลที่ตั้งของร้านจะต้องแม่น แน่น ดุ และตรงเป้าหมายให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เราจึงรวมมาให้แล้วถึง 5 วิธี การมองหามุมขาย เพื่อทำให้คุณ เลือกทำเลได้ดีที่สุด!!
1. เลือกทำเลจากกลุ่มเป้าหมาย

อาจจะดูเป็นเหมือนเรื่องง่ายๆ แต่จริงๆแล้วเป็นเรื่องพื้นฐานที่สุดที่ต้องดูก่อน ลำดับแรกเลยดูในเรื่องของ ประชากรศาสตร์ (Demographics) ว่าสินค้าของเราเหมาะกับคนกลุ่มไหน และเริ่มสำรวจว่าสถานที่ตรงไหนบ้างที่มีกลุ่มเป้าหมายของเราอยู่เยอะ เช่น หากสินค้าของเรานั้นมีกลุ่มเป้าหมาย คือ หนุ่ม-สาวออฟฟิศ วัยทำงาน ทำเลที่ตั้งที่จะดี เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ อาจจะเป็นห้างสรรพสินค้าในตัวเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้แหล่งออฟฟิศ เป็นต้น
2. เลือกทำเลจากการสำรวจการสัญจรของลูกค้า

หลังจากการที่เราได้รู้กลุ่มเป้าหมายแล้วการมองหาสถานที่ขายสักหนึ่งที่นั้น เราควรมองว่าพื้นที่ตรงนั้นคนผ่านไปผ่านมาเยอะหรือเปล่า? และร้านบริเวณที่ใกล้เคียงบริเวณนั้นมีลูกค้าเข้า-ออก มาก-น้อยแค่ไหน ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งที่เราจะต้องมาคำนวณถึงว่า ต่อเดือนจริงๆ แล้วเรานั้นต้องการลูกค้าจำนวนเท่าไร ที่จะไม่ทำให้แต่ละเดือนนั้นติดลบหรือไม่มีกำไรนั่นเอง
3. เลือกทำเลจากข้อดี - ข้อเสียของแต่ละที่

เมื่อเรารู้กลุ่มเป้าหมายที่ต้องการจะขาย และรู้อัตราการสัญจรผ่านไปมาของลูกค้าแล้ว ก็ต้องมามองต่อกับสถานที่ที่เลือกจะวางขาย ควรมองหาสถาที่ที่หลากหลายเพื่อนำแต่ละที่มาเปรียบเทียบถึงข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไร และนำข้อดี - ข้อเสียเหล่านั้นมาชั่งน้ำหนักกันดูถึงรายได้ต่อเดือนที่คาดว่าจะได้รับ โดยเริ่มดูได้จากสิ่งที่ง่ายก่อนเลย คือ

ค่าเช่าที่ - เป็นสิ่งที่ต้องดูมากที่สุด เพราะแต่ละที่นั้นมีค่าเช่าที่แตกต่างกันออกไป ถ้าหากเราเลือกพื้นที่ที่มีราคาค่าเช่าต่อเดือนที่สูงแล้วนั้น รายได้ต่อเดือนก็จะได้รับน้อยลง อีกทั้งยังทำให้มี Fixed Cost (ต้นทุนคงที่) ต่อเดือนของเรานั้นเพิ่มขึ้นอย่างไม่จำเป็นอีกต่างหาก ถ้าหากว่าศึกษาข้อมูลของแต่ละที่ ดูแล้วว่าอัตราการสัญจรของลูกค้ามีพอๆ กัน เราควรเลือกที่จะประหยัดต้นทุนของเราให้ได้มากที่สุด

ความปลอดภัย - แน่นอนว่าการเปิดร้านๆหนึ่งย่อมมีค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่นอกเหนือจากค่าเช่าที่อย่างแน่นอน รวมไปถึงความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับร้านของเรา ดังนั้นเราจึงต้องคำนึงถึงความปลอดภัยทั้งของสินค้าภายในร้าน หรือบริเวณรอบๆ ร้านเช่นเดียวกัน หากบริเวณนั้นมีความเสี่ยงสูงในการตั้งร้าน เราก็ไม่ควรที่เลือกทำเลนั้นเป็นหน้าร้านของเรา
4. เลือกทำเลจากคู่แข่ง

แน่นอนว่าการค้าขาย เราย่อมอยากได้กำไรสูงสุด แต่ถ้าหากว่าที่ที่เราตั้งหน้าร้าน มีคู่แข่งที่ขายสินค้าหรือให้บริการแบบเดียวกันจำนวนมากๆ หากสินค้าของเรานั้นไม่มีความโดดเด่นแตกต่างจากคู่แข่งเจ้าอื่นๆ มากนัก การหาพื้นที่ที่มีคู่แข่งน้อยนั้น ย่อมทำให้เราได้เปรียบในการขายเป็นอย่างมาก เพราะคุณจะเป็นเจ้าเดียวที่ขายสิ่งๆนั้น ทำให้เมื่อมีลูกค้าที่ต้องการสินค้าเหล่านั้น เขาจะต้องนึกถึงคุณอย่างแน่นอน
5. เลือกทำเลจากความง่ายในการเข้าถึงของลูกค้า

เป็นสิ่งหนึ่งเลยที่ห้ามมองข้ามไป เพราะต่อให้ทำเลของเราจะดีเลิศประเสริฐศรียังไง ถ้าหากหน้าร้านของเราเข้าถึงได้ยาก หรือว่าเข้าไปลึกเกินจนลูกค้ากลัว ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้เกิดความอคติในสถานที่ตั้งได้ นั่นก็อาจจะทำให้เราเสียลูกค้าที่จริงๆ แล้วสนใจสินค้าของเราอยู่ก็เป็นได้

ดังนั้นการเลือกหน้าร้านที่จะค้าขายนั้นจะต้องดูและศึกษาให้มากๆ แต่ถ้าใครที่เลือกทำเลไม่ได้สักที หามานานเกิ๊น ก็มาหาทำเลต่อได้เลยที่ BaanKaidee และคุณจะได้เจอที่ดีๆ ที่คุณต้องการ

7 บอร์ดเกมยอดฮิต ตีเนียนให้เพื่อนไม่รู้

เบื่อหรือยังกับเกมในโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ ถ้าคุณเบื่อแล้วลองหันมาเล่น บอร์ดเกม เกมที่จะพาทุกคนสนุกไปด้วยกันแบบง่ายๆ ไม่ต้องใช้เทคโนโลยี เพียงแค่นั่งรวมกัน มีกล่องให้เล่น ก็สนุกได้แล้ว วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับบอร์ดเกมที่ต้องตีเนียนให้เพื่อนไม่รู้ ทั้ง 7 เกมจะสนุกแค่ไหน ไปรู้จักกัน

ภาพจาก: www.

5 วิธีดูแลเครื่องยนต์สุดรักให้อยู่กับคุณไปนานๆ

ตั้งแต่ซื้อรถมาคุณเคยตรวจเช็ครถของคุณบ้างหรือยัง?แน่นอนว่าการมีรถนั้นเป็นเรื่องที่ทุกคนใฝ่ฝัน และเมื่อมีรถแล้วการดูแลตรวจเช็คสภาพรถทั้งภายในและภายนอกก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เราต้องหมั่นทำอยู่เป็นประจำ เพื่อให้รถอยู่กับเราไปนานๆ แต่รถก็เป็นสินทรัพย์ที่มีการเสื่อมสภาพลงตามกาลเวลา ซึ่งวิธียืดระยะเวลาให้ใช้งานได้ยาวนานมากขึ้นมีเพียงวิธีเดียวคือการดูแลรักษา แต่รักษาอย่างไรให้ถูกต้องนั้นก็ต้องศึกษาให้ดี เพราะเครื่องยนต์ของรถมีหลายส่วน ซึ่งถ้าแต่ละส่วนเกิดปัญหา ค่าใช้จ่ายในการซ่อมก็อาจทำให้เรากุมขมับได้ หรือแม้ว่าคุณมีประกันชั้นหนึ่ง ก็ยังต้องเสียเวลากับการซ่อมอยู่ดี เพราะฉะนั้นมาเริ่มดูแลรถสุดรักของเราโดยเริ่มต้นที่เครื่องยนต์กันก่อนเลย

1.รู้จักน้ำมันเครื่องที่ใช้อยู่ 
โดยทั่วไปแล้วน้ำมันเครื่องของรถ มีอยู่ 3 ประเภท คือ น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ กึ่งสังเคราะห์และแบบธรรมดา ข้อแตกต่างระหว่างทั้งสามประเภทนี้คือเรื่องของราคาและการใช้งาน หากคุณต้องการดูแลรถสุดรักของคุณแบบดีที่สุดก็สามารถเลือกใช้เป็นน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ที่ผ่านการคิดค้นและวิจัยอย่างละเอียด ทำให้น้ำมันเครื่องประเภทนี้มีคุณสมบัติที่ดีสุดที่ช่วยปกป้องชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์และหล่อลื่นเครื่องยนต์ให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงระยะการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 15,000 กิโลเมตร ยาวนานที่สุดในบรรดาน้ำมันเครื่องทั้งสามประเภท แต่หากคุณไม่ต้องการจ่ายแพงแต่ยังต้องการคุณภาพที่ดีอยู่ ก็สามารถเลือกใช้น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกันและราคาที่ถูกลงมา ระยะการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 7,000 - 10,000 กิโลเมตร แต่ก็ต้องตรวจเช็คส่วนผสมของน้ำมันเครื่องด้วยเพราะแต่ละยี่ห้ออาจมีความแตกต่างกัน

2.ตรวจเช็คไส้กรองน้ำมันเครื่อง 
ไส้กรองถือเป็นชิ้นส่วนสำคัญที่กรองฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกต่างๆ ที่อาจะมาพร้อมกับน้ำมันเครื่อง การเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่องขึ้นอยู่กับระยะการใช้งานของเราเองด้วย เช่น หากเราใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์อย่างดีที่มีอายุการใช้งานยาวนานถึงประมาณ 15,000 กิโลเมตร เมื่อทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องครั้งต่อไปก็ควรเปลี่ยนไส้กรองไปด้วยเลย แต่หากเราทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องที่ระยะ ประมาณ 5,000 - 7,000 กิโลเมตรก็สามารถคำนวนเป็นเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องสองครั้งถึงจะเปลี่ยนไส้กรองชิ้นหนึ่งก็ได้ แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับความสบายใจส่วนตัวด้วยส่วนหนึ่ง การเปลี่ยนไส้กรองบ่อยไม่ได้มีข้อเสียแต่อย่างใด แต่จะช่วยปกป้องและป้องกันเครื่องยนต์จากสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ที่หากเข้าไปสู่เครื่องยนต์แล้วอาจทำให้เกิดปัญหาใหญ่ตามมาได้ 
3.ระบบระบายความร้อนเครื่องยนต์ทำงานปกติหรือไม่ 
ความร้อนกับเครื่องยนต์นั้นเป็นของคู่กัน แต่ความร้อนที่มีระดับสูงเกินไปนั้นอาจสร้างความเสียหายต่อชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ได้ เพราะฉะนั้นจึงต้องมีระบบระบายความร้อนเพื่อรักษาอุณหภูมิภายในเครื่องยนต์ไม่ให้ร้อนเกินไป ซึ่งชิ้นส่วนภายในระบบนี้นั้นมีหลายชิ้นมาก ทั้งพัดลมระบายความร้อน หม้อน้ำ ปั้มน้ำ วาล์วน้ำ ท่อยางหม้อน้ำ ก่อนที่จะสตาร์ทรถนั้น เราควรเช็คระดับน้ำในหม้อน้ำหรือถังพักน้ำให้อยู่ระดับที่พอดีหรือประมาณกึ่งกลางระหว่างขีด Max และ Min ตรวจสอบพัดลมระบายความร้อนว่ามีการชำรุดเสียหายหรือไม่ ลองบีบท่อยางหม้อน้ำว่าสภาพยังใช้งานได้อยู่หรือมีการแห้งกรอบก็ควรรีบเปลี่ยนทันที

4.แบตเตอรี่เสื่อมหรือยัง 
แบตเตอรี่รถยนต์นั้นมีอยู่ 2 ประเภทคือ แบตเตอรี่แบบแห้งและแบตเตอรี่แบบเปียก ซึ่งเราจะใช้แบบเปียกกันส่วนใหญ่ สิ่งที่แตกต่างกันของแบตทั้งสองแบบคือคุณสมบัติ การดูแลรักษาและราคาที่แบตแบบแห้งจะสูงกว่าพอสมควร แต่ก็มาพร้อมกับการที่ไม่ต้องคอยเช็คคอยเติมน้ำกลั่นและระยะเวลาใช้งานได้ยาวนานมากถึงประมาณ 5 - 10 ปี ซึ่งการตรวจเช็คว่าแบตเตอรี่รถของเราเสื่อมหรือยังนั้นเริ่มต้นจากการสตาร์ทรถ หากสตาร์ทไม่ค่อยติด และเมื่อสตาร์ทแล้วเสียงการทำงาน ของแบตจะค่อนข้างดัง อาการนี้แสดงว่าแบตเริ่มมีเสื่อมต้องรีบไปเปลี่ยนก่อนที่รถจะสตาร์ทไม่ติดแต่ถ้าเราใช้แบตเตอรี่แบบเปียกก็ควรหมั่นเช็คน้ำกลั่น และไม่ควรใช้แบตเดิมนานเกิน 3 ปี 

5.เช็คแผงหน้าปัดว่ามีไฟแจ้งเตือนอะไรขึ้นบ้าง 
โดยเฉพาะไฟแจ้งเตือนสีแดงที่ขึ้นบนหน้าปัดที่บอกเราว่าเกิดปัญหาภายในรถที่ต้องรีบตรวจสอบอย่างทันที เช่น เมื่อไฟเตือนอุณหภูมิสูงแสดงขึ้นบนหน้าปัด แสดงว่าอุณหภูมิที่เครื่องยนต์นั้นสูงมาก ควรมองหาที่จอดรถและตรวจเช็คน้ำในระบบหล่อเย็นว่ามีจุดใดรั่วหรืออุดตันไหม หรือถ้าเป็นสัญลักษณ์รูปแบตเตอรี่สีแดงแสดงขึ้น นั่นหมายความว่าเกิดความผิดปกติของแบต อาจเป็นเรื่องประจุไฟภายในแบต ให้เราปิดแอร์และวิทยุต่างๆ แล้วรีบหาอู่หรือช่างเพื่อทำการตรวจเช็คในทันที
สรุป
นอกจากเครื่องยนต์ที่เราต้องหมั่นตรวจเช็คแล้ว ก็ยังมีชิ้นส่วนอื่นของรถที่เราต้องคอยดูแลด้วย เช่น ยางรถยนต์ กระจกข้าง ผ้าเบรก หรือแม้แต่วิธีง่ายๆ เช่นการล้างรถก็เป็นวิธีหนึ่งในการยืดระยะเวลาการใช้งานรถสุดรักของเรา และยิ่งถ้าเราดูแลรถของเราอย่างดีแล้ว เมื่อนำไปขายต่อก็จะได้ราคาที่ดีตามขึ้นด้วย ถ้าคุณมีรถมือสองที่ผ่านการดูแลรักษามาอย่างดีแล้วไม่รู้จะขายที่ไหนดี เราขอแนะนำช่องทาง RodKaidee ของเรา ที่มีหมวดสำหรับรถยนต์โดยเฉพาะ ทำให้สะดวกทั้งผู้ลงขายและผู้ซื้อต่อ อย่ารอช้า รีบถ่ายรูปรถสวยๆ ของคุณแล้วโพสขายเลย !

5 แบรนด์รองเท้า Sandals สำหรับใส่ลุยหน้าฝน

เข้าสู่ฤดูฝนอย่างเต็มรูปแบบจะออกจากบ้านแต่ละทีก็กลัวรองเท้าผ้าใบคู่โปรดต้องเปื้อน ฤดูนี้จึงเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการสวมใส่รองเท้า Sandals ซึ่งเป็นรองเท้ารัดส้นที่ให้ความคล่องตัวสูงและการสวมใส่ที่สบาย โดยแต่ละแบรนด์ต่างมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป ทั้งในเรื่องของการดีไซน์และนวัตกรรมต่างๆ วันนี้เราจึงได้รวบรวมรองเท้า Sandals จากเหล่าแบรนด์ดังเพื่อให้คุณแมทช์เข้ากับทุกชุดในแต่ละวันให้ดูชิคๆ ได้อย่างลงตัว จะมีแบรนด์อะไรบ้างนั้น ตามไปดูกันเลย

Credit: Keen
Keen
รองเท้าแบรนด์ดังจากประเทศสหรัฐอเมริกาที่ก่อตั้งจากการตั้งคำถามง่ายๆ ว่า “ทำไมรองเท้าแตะจะป้องกันนิ้วเท้าไม่ได้” จึงใส่ใจเป็นพิเศษในเรื่องของการออกแบบเพื่อตอบโจทย์การใช้งาน และป้องกันนิ้วเท้าจากการกระแทกให้ได้มากที่สุด โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่กระชับ ผสมผสานคุณสมบัติระหว่างรองเท้า Sneakers และ Sandals เข้าไว้ด้วยกัน จนกลายเป็นความ Hybrid ที่ลงตัวสุดๆ ผลิตจากวัสดุคุณภาพสูงเพื่อรับน้ำหนักและแรงกระแทกในระหว่างสวมใส่ เพื่อให้คุณพร้อมออกลุยไปกับทุกสถานการณ์ได้แบบไร้กังวล และยังเป็นรองเท้าที่สามารถใส่ได้ตลอดเวลา แถมเพิ่มความสนุกให้กับการแต่งตัวของคุณโดยไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นแค่สายลุยเท่านั้น 

Credit: Chaco
Chaco
หนึ่งในรองเท้า Sandal ที่ดีที่สุดสำหรับสายกิจกรรม Outdoor ถือกำเนิดขึ้นจากริมฝั่งแม่น้ำ Colorado โดยได้รับความนิยมไปทั่วโลกเนื่องจากขึ้นชื่อว่าเป็นรองเท้าที่สวมใส่สบายและทนทานสำหรับการใช้งานหนัก เอกลักษณ์พิเศษของแบรนด์คือใช้สายรัดเพียงเส้นเดียวร้อยตลอดใต้พื้น สามารถปรับให้กระชับเข้ากับรูปเท้า ส่วนพื้นล่างเรียกว่า Chaco Grip ที่ใส่เทคโนโลยี Vibram เพื่อให้ยึดเกาะได้ทั้งพื้นผิวบนบกและในน้ำ นอกจากจะเอาไว้ใส่ทำกิจกรรม Outdoor แล้ว ยังเป็นที่นิยมเอามาแมทช์เข้ากับการแต่งตัวในชีวิตประจำวันที่พร้อมออกลุยในฤดูฝนนี้ได้แบบไร้กังวล

Credit: Teva
Teva
อีกหนึ่งแบรนด์รองเท้ารัดส้นที่ใครก็ต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะด้วยชื่อเสียงที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี ผสมกับการเป็นรองเท้ารัดส้นรุ่นแรกที่เห็นความสำคัญของการทำกิจกรรมทางน้ำ จึงทำให้ Teva ได้รับความนิยมมาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งเอกลักษณ์สำคัญของ Teva ประกอบด้วย 2 ส่วนด้วยกัน คือ พื้นรองเท้า และสายรัด ตัวพื้นจะถูกออกแบบให้เป็น Inner Sole ที่รองรับเข้ากับรูปเท้าได้เป็นอย่างดี พร้อมลวดลายสุดชิคที่อยู่บนสายรัดกับสีสันสุดเก๋ที่ใครเห็นต่างเป็นต้องมอง นอกจากจะสวมใส่ทำกิจกรรม Outdoor แล้วยังสามารถหยิบมาใส่ในชีวิตประจำวันให้ลุคของคุณดูสนุกยิ่งขึ้น

Credit: HOKA
HOKA ONE ONE HOPARA
แบรนด์ยอดนิยมสำหรับนักวิ่งที่ได้เปิดตัวรองเท้าทรงใหม่ล่าสุด “Hopara” ออกแบบมาในสไตล์รองเท้ารัดส้น ส่วนบน Upper ของรองเท้าทำมาจาก Neoprene ช่วยให้มีความนยืดหยุ่นสูงและสวมใส่สบาย พื้นโฟม EVA เพิ่มวัสดุยางลงไปที่ใต้พื้นช่วยในการยึดเกาะที่ดีมากขึ้น ดีไซน์สวยงามที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของความเป็น Hoka ที่ไม่ว่าจะสวมใส่ไปเดินป่า ตั้งแคมป์ หรือหยิบมาแมทช์เข้ากับลุคสตรีทก็เข้ากันได้อย่างลงตัวมากที่สุด

Credit: Montbell
Montbell
รองเท้ารัดส้นดีไซน์มินิมอลจากแบรนด์เสื้อผ้าสไตล์ Outdoor จากประเทศญี่ปุ่นที่มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนคือความเรียบง่ายแบบมินิมอล แต่แฝงไปด้วยปรัชญาผ่านขั้นตอนกระบวนการคิดที่ว่า “ตัดส่วนที่ไม่จำเป็นในการซัพพอร์ทหน้าเท้าออกไป คงเหลือไว้แค่เพียงส่วนสำคัญเท่านั้น” จึงทำให้สวมใส่ง่าย และใช้วัสดุที่น้อยชิ้นเพื่อน้ำหนักที่เบาที่สุด พร้อมดีไซน์สุดชิคที่คุณสามารถเพิ่มลูกเล่นด้วยการสวมถุงเท้าโทนสีให้แมทช์แต่ละชุดก็จะช่วยให้การแต่งตัวของคุณดูมินิมอลในแบบสไตล์ญี่ปุ่น 

 

สำหรับใครที่กำลังตามหารองเท้า Sandals ไว้เตรียมใส่ลุยรับหน้าฝนนี้ 

เพื่อนๆ สามารถเข้าไปเลือกซื้อได้ที่ Kaidee กันได้เลย

เงินเดือนน้อย อยากลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ได้ไหมนะ?

“อยากมีหอพักให้ปล่อยเช่า ชีวิตคงสบาย นั่งอยู่เฉยๆ ก็ได้เงินทุกเดือน” หลายๆ คนคงเคยคิด วาดฝันว่าชีวิตนี้อยากเป็นเจ้าของบ้าน คอนโด หอพัก เพื่อปล่อยเช่า เพราะการลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์นั้น เป็นเหมือนธุรกิจเสือนอนกินระยะยาว ที่ลงทุนครั้งเดียว ก็ได้กำไรอย่างต่อเนื่อง แต่การลงทุนครั้งเดียวนั้นเรียกได้ว่าเป็นการลงทุนที่ต้องใช้เงินก้อนมหาศาล หลายๆ คนจึงได้แค่วาดฝันไปเท่านั้น เพราะเราไม่มีเงินทุนมากพอที่จะลงทุนขนาดนั้นได้ แต่วันนี้ Neptune มีทางออกมาให้สำหรับคนที่มีรายได้น้อย ไม่มีเงินทุนก้อนโต แต่ใฝ่ฝันอยากจะลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์ นั่นก็คือ “การลงทุนกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์” นั่นเอง ว่าแต่มันคืออะไร มีข้อดีอะไรบ้าง ไปหาคำตอบกันเลย

กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ คืออะไร

กองทุนอสังหาริมทรัพย์ ก็เหมือนกับกองทุนอื่นๆ ที่จะระดมทุน รวบรวมเงินจากผู้ลงทุนที่มีความสนใจในด้านเดียวกันจากการขายหน่วยลงทุน เพื่อนำเงินส่วนนั้นไปต่อยอดลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นคอนโด ห้างสรรพสินค้า และอื่นๆ โดยผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนมาในรูปแบบ ค่าเช่า ค่าใช้บริการ เป็นเงินปันผลที่ได้รับอย่างสม่ำเสมอ เหมือนเราเป็นเจ้าของทางอ้อมที่ได้รับผลตอบแทนร่วมกันนั่นเอง

รายได้น้อยก็ซื้อกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ได้จริงไหมนะ?

คำตอบคือ ได้ ทุกวันนี้คุณสามารถซื้อกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ได้โดยเริ่มจากการลงทุนด้วยเงินหลักพัน กองทุนหลายๆ กองมีราคาแค่ 10 บาท หากซื้อ 200 หน่วย ก็ใช้เงินลงทุนแค่ 2,000 บาทเท่านั้น โดยถือเป็นเงินจำนวนที่เหล่ามนุษย์เงินเดือนเข้าถึงได้อย่างแน่นอน เพราะอย่างที่บอก หากเราไม่มีเงินก้อนโตไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ การลงทุนกับกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีในการเปิดโอกาสให้เราลงทุนเพื่อรับผลตอบแทน  จากอสังหาริมทรัพย์ด้วยเงินลงทุนที่ไม่มาก

ข้อดี

ใช้เงินในการลงทุนไม่เยอะ
อย่างที่บอกไป การลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์นั้น มีเงินแค่หลักพันก็สามารถที่จะลงทุนได้แล้ว ซึ่งถือว่าเป็นการลงทุนที่ใช้เงินไม่เยอะเลย โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โดยตรงที่ต้องใช้เงินส่วนใหญ่ก็หลักล้าน

กระจายความเสี่ยง
มีการกระจายความเสี่ยงมากกว่าการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โดยตรง เนื่องจากหากทรัพย์สินนี้แย่ อาจมีทรัพย์สินอื่นๆ ที่ดีอยู่ ทำให้ไม่ขาดทุนมากนัก หรืออาจจะไม่ขาดทุนเลย แต่หากลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โดยตรง หากทรัพย์สินนั้นอยู่ในช่วงขาลง เราจะไม่มีตัวช่วยในการกระจายความเสี่ยงนั่นเอง

ได้ผลตอบแทนมั่นคงกว่าการลงทุนในหุ้นแบบอื่นๆ
เนื่องจากการลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์จะได้ผลตอบแทนสม่ำเสมอในรูปแบบค่าเช่า เงินปันผล ทำให้มีกระแสเงินสดที่แน่นอน มั่นคง หรือกล่าวให้เข้าใจโดยง่ายก็คือมีรายรับที่แน่นอนนั่นเอง

เป็นยังไงกันบ้างคะ กับเกร็ดความรู้ดีๆ เกี่ยวกับการลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่ Neptune เอามาฝากกันในวันนี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ หลายๆ คนที่อยากลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แต่มีเงินก้อนไม่พอ และหากลงทุนแล้วได้กำไร อยากลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์โดยตรง มีบ้าน คอนโด มือสองราคาดีๆ มากมาย มาดูได้ที่ BaanKaidee นะ

คุณพ่อบ้านแม่บ้านต้องแวะ! 5 Smart devices ที่เหมาะกับช่วงหน้าฝนที่สุด

เข้าสู่ช่วงหน้าฝนมาสักพักแล้ว ใจหนึ่งก็เลิฟความชุ่มฉ่ำของฤดูนี้ แต่อีกใจก็แอบเหนื่อยกับการรับมือสิ่งที่มาพร้อมสายฝน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องซักผ้าแล้วแห้งยาก เจ้าแมลงตัวน้อยตัวนิด ความอับชื้น และเชื้อโรค

ถ้าคุณรู้สึกเหมือนกัน คุณมาถูกที่แล้วค่ะ! เพราะวันนี้เรารวบรวม 5 Smart devices ที่เหมาะกับช่วงหน้าฝนที่สุดมาฝากแบบจัดเต็ม! ไปดูกันเลยว่าแต่ละชิ้นจะเหมาะกับหน้าฝนยังไง! 

Credit: Xiaomi
1. เครื่องอบผ้าและฆ่าเชื้อ
หน้าฝนมาเยือนทีไร ปัญหาแรกที่เรามักประสบพบเจอคงหนีไม่พ้นผ้าไม่แห้ง! แต่ปัญหานี้จะหมดไปในพริบตาด้วย Smart device ตัวเด็ดอย่าง 'Xiaomi Xiaolang Smart Clothing Disinfection Dryer'

เครื่องอบผ้าขนาด 35 ลิตรที่สามารถฆ่าเชื้อและอบผ้าให้แห้งในคราวเดียว มาพร้อมระบบฆ่าเชื้อ 3 ชั้นและระบบไหลเวียนลมร้อน 360 องศาที่ช่วยให้ผ้าแห้งไวทันใจเหมือนสั่งได้ ใครเป็นพวกไม่ถูกกับฝน ซักผ้าทีไร ฝนเป็นต้องตั้งเค้ามาทุกที แนะนำว่าควรมีติดบ้านไว้เลยค่ะ สบายใจหายห่วงชัวร์!

Credit: Philips Hue
2. หลอดไฟอัจฉริยะ Philips Hue และ Philips Hue Bridge

ฤดูฝนแบบนี้ เวลาเกิดฝนตก ฟ้าร้อง พายุพัด แล้วไม่อยากจะเดินลงไปปิดเปิดไฟให้หวั่นใจ เราขอแนะนำตัวช่วยสุดชาญฉลาดอย่างหลอดไฟอัจฉริยะ Philips Hue และ Philips Hue Bridge ตัวเชื่อมต่อและควบคุมหลอดไฟอัจฉริยะ! บอกเลยว่า Combination นี้ไม่ธรรมดา! 

เพราะเจ้าหลอดไฟอัจฉริยะ Philip Hue เป็นอุปกรณ์ IoT(Internet of Things) ที่รองรับการทำงานและควบคุมด้วยอินเทอร์เน็ต สามารถสั่งเปิดปิดและใช้งานฟีเจอร์ต่าง ๆ ผ่านแอปพลิเคชันโดยมี Philips Hue Bridge เป็นตัวกลางรับส่งสัญญาณ

ฟีเจอร์ที่น่าสนใจมีเพียบ! ไม่ว่าจะปรับสีได้มากกว่า 16 ล้านสี อยากได้ Mood & Tone ไหนก็ได้ดังใจ สามารถตั้งค่าให้ไฟเปิดปิดอัตโนมัติ เช่น ตอนถึงบ้านและตอนออกจากบ้าน ที่สำคัญ! สั่งให้ไฟกะพริบเตือนตอนฝนกำลังจะตกได้อีกด้วย เหมาะกับฤดูนี้ที่สุด!

Credit: Xiaomi
3.เครื่องวัดอุณหภูมิและความชื้น
แน่นอนว่าฤดูฝนกับความชื้นเป็นของคู่กัน และอากาศที่ชื้นเกินไปก็ทำให้เกิดเชื้อโรคและแบคทีเรียเพิ่มขึ้น บ้านไหนที่มีชาวภูมิแพ้และลูกเด็กเล็กแดงคงไม่ปลื้มนัก! ใครที่กำลังเจอปัญหานี้ เครื่องวัดอุณหภูมิและความชื้นอย่าง MI Temperature and Humidity Sensor ตอบโจทย์สุด ๆ ! เจ้าเครื่อง Smart device ตัวนี้จะทำหน้าที่บอกอุณหภูมิและความชื้นในพื้นที่นั้น ๆ แบบ Real time สามารถดูผลผ่านแอปพลิเคชันได้เลย ทำให้สามารถรับมือกับทุกอุณหภูมิและความชื้นอย่างทันท่วงที สะดวกสบายเหมาะกับยุคสมาร์ตโฟนสุด! 

Credit: Sharp
4. เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ 
ขอบอกว่ากลิ่นอับในรถยนต์ช่วงหน้าฝนไม่ใช่เรื่องตลก! ช่วงหน้าฝนแบบนี้ มาทำให้รถที่เรารักยังสะอาดสดชื่น ขับกี่ทีก็ฟินด้วยเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์กันดีกว่า เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ที่ยกมาป้ายยาวันนี้เป็น 'Sharp รุ่น IG-GC2B'

ข้อดีของเจ้าเครื่องนี้คือมาในรูปทรงแก้วน้ำ กะทัดรัด ไม่กินพื้นที่ สามารถฆ่าเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อโรคและกลิ่นอับชื้นได้หมดจดด้วยเทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์ เทคโนโลยีที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ Sharp แถมใช้งานง่าย แค่เสียบผ่านสาย USB และอะแดปเตอร์สำหรับใช้ในรถ จะรถคันเล็กหรือคันใหญ่ มีไว้ช่วงหน้าฝน รับรองว่าเลิศ!

Credit: Sunfoot
5.เครื่องอบรองเท้าโอโซน
หลายคนคงเคยเจอปัญหาชวนปวดใจในช่วงหน้าฝนอย่างรองเท้าอับชื้นและส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ โดยเฉพาะสาวกรองเท้ากีฬาและรองเท้าหุ้มส้นทั้งหลาย ต้องบอกว่าหายห่วงได้เลยค่ะ เดี๋ยวนี้เขามีเครื่องอบรองเท้าโอโซนแล้ว!

เจ้าเครื่องที่เราหยิบมาแนะนำคือ 'Sunfoot Smart Multi-functional Shoes Dryer Sterilizer' ที่ฆ่าเชื้อโรคและแบคทีเรียด้วยระบบโอโซนได้ถึง 99% สามารถเลือกฟังก์ชัน ตั้งเวลาเริ่มและหยุดได้อัตโนมัติ ไม่ต้องมานั่งเฝ้า เดินไปทำนู่นนี่ กลับมาอีกทีเหมือนได้รองเท้าใหม่! แถมไม่ได้ใช้ได้แค่กับรองเท้า ใช้อบถุงมือหรือหมวกก็ได้ เรียกว่าแล้วแต่จะประยุกต์ใช้ มีติดบ้านไว้สักเครื่องคือคุ้ม!

เห็น 5 smart devices ที่เหมาะกับช่วงหน้าฝนแล้ว กระเป๋าตังค์สั่นเป็นเจ้าเข้าเลยค่ะ ถ้ามีไว้ในครอบครองทั้งหมดนี่ มั่นใจได้เลยว่าฤดูฝนของคุณจะแฮปปี้ขึ้นอีกหลายเท่า ฝนตกแค่ไหนก็ทำอะไรเราไม่ได้! สำหรับใครที่สนใจ Smart device เหล่านี้ อยากหาซื้อมาลองใช้ ลองแวะไปเลือกดู Smart device มือสองหลากหลายรุ่นและยี่ห้อกันได้ที่แอปพลิเคชัน Kaidee เลยค่ะ เจออะไรถูกใจ สอยไปใช้แล้วดี อย่าลืมมารีวิวให้กันฟังบ้างเน้อ!

สารคดีอาชญากรรมน่าดู สิบปียังปิดคดีไม่ได้!

ตามสถิติในปี 2019 มีคดีอาญาเกิดขึ้นทั้งหมดประมาณเจ็ดหมื่นกว่าคดีในไทย เรียกได้ว่าในระหว่างที่เรากำลังใช้ชีวิตประจำวันอย่างเป็นสุข อาจมีคนบางกลุ่มที่กำลังคิดแผนก่อการร้าย หรือบางคนกำลังหลบหนีการจับกุม และในเวลาเดียวกันตำรวจก็อาจกำลังเร่งจับกุมผู้กระทำผิดอยู่ด้วย แต่รู้หรือไม่ว่าในโลกของเรานั้นก็มีคดีอาชญากรรมเกิดขึ้น แต่เป็นคดีระดับชาติที่เป็นที่จดจำในประวัติศาสตร์ช่วงยุคนี้เลยก็ว่าได้

ซึ่งคดีอาชญากรรมครั้งใหญ่เหล่านี้เป็นต้นกำเนิดให้กับภาพยนตร์สารคดีด้านอาชญากรรมที่เพิ่งเข้าฉายทาง Netflix ในช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาในเรื่อง “World’s Most Wanted” ทาง Kaidee จึงขอหยิบยกผู้ต้องหาบางส่วนในเรื่อง ที่เป็นผู้สร้างหรือเป็นแกนนำหลักในคดีอาชญากรรมครั้งใหญ่ จนทำให้มีผู้เคราะห์ร้ายมากมายและกลายเป็นที่ตามล่าของตำรวจสากล 

 

เฟลิเซียน คาบูกา (Félicien Kabuga)

นักธุรกิจชาวฮูตูผู้ร่ำรวยและเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งสถานีวิทยุและโทรทัศน์ Radio Television Libre des Mille Collines (RTLM) ที่เผยแพร่ความเชื่อว่าชนเผ่าทุตซีเป็นเหมือน “แมลงสาบ” และปลุกเร้าชาวฮูตูให้สังหารชาวทุตซีให้สิ้นซากผ่านการกระจายเสียงวิทยุ โดยเฟลิเซียนถูกตั้งค่าหัวด้วยเงินกว่าห้าล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากเขาสามารถหลบหนีการจับกุมได้ยาวนานถึง 26 ปี! (นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537) แต่ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ถูกจับได้ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

การสังหารหมู่ในรวันดาเริ่มต้นเมื่อปี ค.ศ.1994 และมีจำนวนผู้เสียชีวิตโดยประมาณแปดแสนถึงหนึ่งล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่นั้นเป็นคนที่อยู่ในชนเผ่าทุตซี การสังหารอย่างเลือดเย็นของชาวฮูตูนั้น เริ่มขึ้นหลังจากเหตุการณ์การโจมตีเครื่องบินที่มีประธานาธิบดีรวันดาผู้เป็นชนเผ่าทุตซีกำลังโดยสารอยู่ จนตกลงและเสียชีวิตทั้งลำ ต่อมาจึงมีการตั้งด่านตรวจบัตรประชาชนเพื่อดูว่าใครเป็นชนเผ่าทุตซี แล้วจึงใช้อาวุธทำร้ายให้บาดเจ็บปางตายและเสียชีวิตในที่สุด การโจมตีนี้ไม่มีการยกเว้นแม้จะเป็นผู้หญิงหรือเด็กทารก ซึ่งอาวุธที่ใช้ในการสังหารมีทั้งพร้า มีดขนาดใหญ่ กระบอง ฯลฯ

 

ซาแมนธา ลิวธ์เวท  (Samantha Lewthwaite) 

หญิงหม้ายชาวอังกฤษผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ก่อการร้ายต่างๆ มากมาย เช่น เหตุระเบิดรถไฟในอังกฤษหรือจะเป็นเหตุกราดยิงห้างสรรพสินค้าในเคนยา ทุกเหตุการณ์ต่างมีผู้ก่อการร้ายคือกลุ่ม “อัลชาบับ” และมีผู้เสียชีวิตมากมาย เธอถูกเลี้ยงดูโดยชาวอิสลามผู้หนึ่ง และเมื่อตอนอายุ 17 ปี เธอก็ย้ายจากศาสนาคริสต์เป็นอิสลาม จนเข้าร่วมกลุ่มก่อการร้ายอัลชาบับในที่สุด ปัจจุบันเธอยังคงหลบหนีการจับกุม แม้ว่าในปี ค.ศ.2014 จะมีข่าวลือหนาหูว่าเธอถูกฆ่าโดยนักซุ่มยิงชาวรัสเซีย แต่ก็ไม่ได้มีการยืนยันใดๆ โดยแหล่งข่าวหลายแห่งเชื่อว่าเธอหลบซ่อนอยู่ในเคนยาหรือโซมาเลีย

 

เซเมียน โมกิเลวิช (Semion Mogilevich) 

อาชญากรชาวยูเครนที่ถือเป็นเจ้าพ่อของเหล่ามาเฟียในรัสเซีย เขาถูกตั้งข้อหาฟอกเงิน จ้างวานฆ่า ขู่กรรโชก ค้ายาเสพติดและค้าอาวุธผิดกฎหมาย พูดได้ว่าอะไรที่ผิดกฎหมาย ชายผู้นี้ทำหมด เขาถูกจับในปี ค.ศ.2008 ที่มอสโกด้วยข้อหาหนีภาษีภายใต้บริษัทเครื่องสำอางแห่งหนึ่ง แต่ก็ถูกปล่อยตัวในปีต่อมา ปัจจุบันเขาใช้ชีวิตอย่างเปิดเผยอยู่ในรัสเซีย และเนื่องด้วยมีข่าวลือว่าเขานั้นสนิทกับวลาดีมีร์ ปูติน บวกกับสหรัฐนั้นไม่มีข้อตกลงด้านการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกับรัสเซีย ดังนั้นตราบใดที่เขายังใช้ชีวิตอยู่ในรัสเซีย เขาก็เป็นอิสระจากการจับกุม
สรุป
นี่เป็นเพียงอาชญากรส่วนหนึ่งในสารคดีอาชญากรรมชุด“World’s Most Wanted”ที่ฉายแล้วใน Netflix เปิดแอปกดเพิ่มใน Watchlist แล้ววันหยุดเสาร์อาทิตย์นี้หาเวลาดูกันได้เลย และหากคุณเบื่อการดูหนังหรือสารคดีสนุกๆผ่านจอโทรศัพท์เล็กๆแล้วล่ะก็ การดูผ่านทีวีก็ถือเป็นเรื่องที่ไม่ยากเลยในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ททีวีหรือแอนดรอยด์ทีวีก็สามารถดู ซีรีส์ได้อย่างง่ายดาย และหากคุณกำลังมองหาทีวีมือสองอยู่ล่ะก็ Kaidee มีหมวดหมู่ทีวีโดยเฉพาะ ให้คุณได้เลือกซื้อทีวีมือสองสภาพดี สเปคแรงมากมาย ที่ช่วยให้การดูซีรีส์ของคุณมีอรรถรสมากขึ้นแบบที่ไม่ต้องจ่ายแพง

5 เหตุผลที่ทำให้ VOLVO S60 เป็นรถยนต์ที่น่าสนใจแห่งยุค

เปิดตัวอย่างร้อนแรงต้อนรับศักราชใหม่กันไปแล้วเมื่อตอนต้นปี สำหรับยนตรกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟอย่าง All-New Volvo S60 สุดยอดสปอร์ตซีดานระดับพรีเมียมจากประเทศสวีเดน มาพร้อมคอนเซปต์ Your Singnature Drive ที่จะพลิกโฉมสู่ประสบการณ์การขับขี่บนมาตรฐานใหม่ด้วยสมรรถนะขั้นสุดยอด ซึ่งถูกสร้างสรรค์มาให้คนรักรถยนต์และแฟนๆ ของ Volvo ได้ตื่นตาตื่นใจกันอีกหนึ่งครั้ง
1. โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์อันมาดมั่น

Credit - Volvo
รูปลักษณ์ภายนอกมาในสไตล์สปอร์ต นำทีมโดยกระจังหน้า ที่ติดตั้งตราวอลโว่อันเป็นจุดเด่นหน้ารถ ส่วนฮู้ดหลังยาวและฝากระโปรงห้องเครื่อง สื่อถึงพลังในการขับเคลื่อนอย่างชัดเจน เสริมด้วยไฟหน้าแอลอีดี ดีไซน์รูปลักษณ์ฆ้อนธอร์อันเป็นซิกเนเจอร์ของ Volvo
2. ห้องโดยสารสุดหรูแบบฉบับสแกนดิเนเวียน

Credit - Volvo
งานออกแบบสไตล์นี้โดดเด่นในเรื่องของความสะอาดหมดจด คุณภาพ และตอบรับกับการใช้งาน โดยการออกแบบของ Volvo S60 จัดสรรพื้นที่ภายในอย่างเรียบง่าย โปร่งสบายตา เพื่อมอบบรรยากาศที่ผ่อนคลายตลอดการเดินทางของคุณ ในส่วนของเบาะที่นั่งใช้วัสดุเป็นหนังแท้ในเฉดสี Charcoal และ Maroon Brown ช่วยเพิ่มความหรูหราขึ้นอีกหนึ่งระดับ

นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอมาตรฐานขั้นสูงของงานฝีมือแบบฉบับสแกนดิเนเวียน ด้วยมือจับประตูรถตกแต่งแบบอลูมิเนียมและแผงไฟในโทนสีที่กลมกลืนเข้ากับตัวรถ เสริมความสวยงามด้วยการฝังลายแบบ Metal Decors Inlay ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดการตกแต่ง แป้นเกียร์ และพวงมาลัยแบบ R-Design ซึ่งทุกฟังก์ชั่นในตัวรถ ล้วนแล้วแต่เป็นงานที่เน้นความประณีตอย่างแท้จริง
3. เทคโนโลยีความปลอดภัยชั้นนำระดับโลก

Credit - Volvo
จุดเด่นด้านความปลอดภัยต้องยกให้การคิดค้นนวัตกรรมของ Volvo ที่สืบทอดมาอย่างยาวนานหลายทศวรรษ เริ่มต้นด้วยระบบไฟหน้าหักเหตามพวงมาลัย ตามด้วยระบบไฟหน้า LED Headlights with ABL ที่ถูกออกแบบมาเพื่อมอบความสว่างสูงสุดเมื่อเจอทางโค้งหรือแยกบนถนน ต่อด้วยระบบ High-Pressure Cleaning เพื่อให้คุณมีทัศนวิสัยในความมืดที่ชัดเจนที่สุด

นอกจากนี้ยังมีระบบ Head-Up Display ที่จะช่วยแสดงข้อมูลการขับขี่ผ่านการฉายข้อมูลที่จำเป็น ในระยะสายตาของผู้ขับขี่โดยตรง ทั้งในเรื่องของอัตราความเร็วและการทำงานต่างๆ ของรถยนต์ ทำให้ไม่ต้องละสายตาจากถนนในขณะขับรถ

Credit - Volvo
เสริมทัพด้วยระบบช่วยในการจอดรถ พร้อมจอแสดงผลด้วยภาพ 360 องศา ทำงานด้วยเซ็นเซอร์ซึ่งติดตั้งบนกระจังหน้ารถและกันชนหลัง ร่วมกับกล้องตัวอื่นๆ ในมุมต่างๆ ของตัวรถ ซึ่งจะช่วยวัดระยะห่างของวัตถุรอบตัวรถ เมื่อระบบตรวจพบวัตถุในระยะใกล้ จะส่งเสียงเตือนและแสดงภาพบนหน้าจอแบบ Sensus Screen ในทันที
4. ความสะดวกสบายในการเดินทางที่เหนือชั้น

Credit - Volvo
ด้วยเบาะที่ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันและรองรับส่วนโค้งของสรีระได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้นั่งสบายไม่เมื่อย แม้ต้องเดินทางในระยะไกลๆ ในส่วนของเบาะหลังมาในระบบ 4-Way Power Lumbar Support เพื่อผ่อนคลายความเมื่อล้าบริเวณหลัง นอกจากนี้ยังมีระบบกุญแจ Remote Control with Keyless Entry & Drive รวมถึงการเปิดประตูท้ายฝากระโปรงหลัง ที่สามารถปลดล็อคด้วยไฟฟ้าโดยไม่ต้องใช้มือ

ส่วนใครที่มีปัญหาเรื่องของการจอดรถ ต้องชื่นชอบกับอีกหนึ่งฟังก์ชันอย่าง ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ ตัวช่วยให้คุณถอยเข้าและออกจากที่จอดรถได้อย่างแม่นยำ โดยระบบจะกำหนดระยะห่างสำหรับการจอดที่เหมาะสม และให้คำแนะนำการจอดทีละขั้นตอน โดยรถยนต์จะควบคุมการเลี้ยวโดยอัตโนมัติ ส่วนผู้ขับขี่จะควบคุมเพียงแค่การเบรกและการเปลี่ยนเกียร์
5. ระบบพลังงานที่ยั่งยืนและเทคโนโลยีเสริมสุดอัจฉริยะ

Credit - Volvo
The All-New Volvo S60 มอบความเพลิดเพลินในการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์เปี่ยมประสิทธิภาพ T8 Twin Engine AWD Plug-In Hybrid ที่ให้กำลังสูงถึง 407 แรงม้า และไม่ปล่อยไอเสียสู่ชั้นบรรยากาศ ผู้ขับขี่จึงช่วยมีส่วนช่วยในการรักษ์โลกอย่างแท้จริง

ปิดท้ายด้วยนวัตกรรมสุดล้ำที่จะช่วยอำนวยความสะดวกและมอบความบันเทิงให้ผู้ขับขี่อย่างเต็มที่ อาทิ ระบบนำทาง และ Apple Car Play & Android Auto Support พร้อมเอ็นจอยไปกับเสียงดนตรีสุดเร้าใจกับเครื่องเสียงระดับพรีเมียมจากแบรนด์ Harman Kardon โดยคุณสามารถเชื่อมต่อผ่านระบบออนไลน์และรื่นรมย์กับการขับขี่ได้ตลอดเส้นทาง

Credit - Volvo
ด้วยคุณสมบัติที่อัดแน่นแบบเต็มสตรีมขนาดนี้ จึงทำให้ The All-New Volvo S60 เป็นรถซีดานสุดหรูหรา ที่จะมาพลิกโฉมสู่ประสบการณ์การขับขี่รูปแบบใหม่อย่างแท้จริง ช่วยให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้นและตอบสนองทุกความต้องการของแฟนๆ Volvo และแฟนรถยนต์ได้อย่างแท้จริง ส่วนใครที่สนใจรถยนต์ Volvo รุ่นอื่นๆ ที่น่าสนใจ สามารถแวะเข้ามาชมกันได้ที่ RodKaidee รับรองว่ามีรถสภาพดีๆ รอคุณอยู่มากมายแน่นอน

How to ทิ้ง! ย้ายที่พัก บริจาคของที่ไหนดี?

“น้ำใจยิ่งให้ยิ่งได้” ประโยคนี้เป็นจริงเสมอนะคะ การอยู่ร่วมกันในสังคมหากไร้ซึ่งการแบ่งปัน ปราศจากการช่วยเหลือจุนเจือ คงเป็นอะไรที่แห้งแล้งน่าดู ไม่จำเป็นต้องเป็นเงินทองหรือสิ่งของยิ่งใหญ่ แค่ได้ให้ก็เป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่ทางใจมากแล้ว เริ่มจากรอบๆ ตัวเรา มีเสื้อผ้า หนังสือ ข้าวของอะไรที่ไม่ได้ใช้ไหม

หรือใครที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านของชีวิต มีเหตุให้ย้ายที่พัก เปลี่ยนคอนโด ฯลฯ ต้องการทิ้งอะไรบางอย่างเพื่อไปเริ่มต้นใหม่ ครั้นจะทิ้งไปเลยก็จะกลายเป็นขยะเสียเปล่า เราลองมา How to ทิ้ง! อย่างมีคุณค่า ด้วยการส่งต่อสิ่งของไม่ใช้แล้ว ให้ไปอยู่กับผู้รับที่เหมาะสม เราเชื่อว่าไม่มีอะไรไร้ค่าบนโลกใบนี้ หากของสิ่งนั้นอยู่ถูกที่ถูกทาง สิ่งเหล่านั้นย่อมมีคุณค่าเสมอ
1. โครงการเหลือ-ขอ มูลนิธิบ้านนกขมิ้น

Credit - โครงการเหลือ-ขอ มูลนิธิบ้านนกขมิ้น
ความที่ “โครงการเหลือ-ขอ” มีคอนเซปต์ชัดเจน ต้องการชุบชีวิตเด็กยากไร้ให้ได้รับโอกาสดีๆ ในสังคม สิ่งของที่เราคิดว่าไม่มีค่า หากผ่านการจัดการดีๆ สิ่งเหล่านั้นจะกลับมามีคุณค่าอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า หนังสือ รองเท้า เครื่องใช้ไฟฟ้า (พังแล้วก็ได้) ฯลฯ หากสิ่งไหนเหมาะสมสำหรับเด็กๆ ทางเจ้าหน้าที่จะส่งต่อให้น้องๆ ในมูลนิธิ รวมถึงบริจาคต่อไปยังเด็กด้อยโอกาสในพื้นที่ห่างไกล ส่วนสิ่งไหนไม่เหมาะที่จะส่งต่อ ก็จะนำไปขายแทน แล้วนำเงินมาใช้หมุนเวียนภายในมูลนิธิ ที่สำคัญยังอำนวยความสะดวกแก่ผู้มีใจจะให้ดีมากๆ เพียงแค่เราโทรไปแจ้งวันและเวลาที่สะดวก เขาจะส่งรถกระบะมารับของฟรีถึงบ้านเลย เพราะทางมูลนิธินกขมิ้นเองเห็นว่า “ข้าวของที่ได้รับมานั้นมีมูลค่ามากพอแล้ว”

ติดต่อ : 094 940 0606 หรือ https://www.

ชาวบ้านไกล! แบบไหนคุ้มกว่า มาจากบ้าน หรือ เช่าคอนโด?

แม้การทำงานหรือการเรียนในยุคโควิดจะเปลี่ยนผันเป็นการ Work from home และการเรียนก็กลายเป็นเรียนออนไลน์แทน ทว่าในระยะหลังมานี่หลายบริษัทและสถานศึกษาเริ่มกลับมาเปิดทำการ จึงนำมาสู่การไหลรวมของประชากรเข้าสู่ตัวเมืองหลวง อย่างกรุงเทพมหานคร จึงทำให้หลายคนต้องกลับมานั่งทบทวนหนักอีกครั้ง

‘เราควรจะนั่งรถไฟฟ้าจากบ้านไปทำงาน หรือ เช่าคอนโดกลางเมืองไปดีนะ?’

แน่นอนว่าจะให้ตัดสินใจโดยไม่ดูองค์ประกอบความคุ้มค่าโดยรวมก็คงไม่ได้
เราลองมาดูปัจจัยสำคัญที่ช่วยคุณในเลือกช้อยส์ที่เหมาะสมกับคุณที่สุดกันดีกว่า!

1.ความสะดวกสบาย
เดินทางจากบ้าน : ในกรณีที่เราใช้รถไฟฟ้าในการเดินทางมาทำงานจากบ้าน แน่นอนว่าความสะดวกสบายในเรื่องของการเดินทางย่อม ‘น้อยกว่า’ การอยู่คอนโดใกล้ที่ทำงานหรือติดรถไฟฟ้า เพราะบางคนอาจต้องต่อรถออกจากบ้านเพื่อต่อรถไฟฟ้าอีกที

ไหนจะประเด็นความเบียดเสียดบนรถไฟฟ้ายามเช้าอีก แค่คิดก็ปวดหัวแทบจะทันที ทว่า การอยู่บ้านก็มีข้อดีในแง่ของการมีพื้นที่ใช้สอยและสามารถทำกิจกรรมหลายๆอย่างได้แบบอิสระกว่าอยู่บนคอนโด

เช่าคอนโด : การอยู่คอนโดติดรถไฟฟ้านอกจากจะเดินทางสะดวกมากแล้วบางคนอาจอยู่คอนโดที่สามารถเดินเท้าไปถึงที่ทำงานได้ในไม่กี่นาทีด้วย และถึงแม้จะมีประเด็นการเบียดเสียดบนรถไฟฟ้าก็อาจเกิดเพียงไม่กี่นาทีเพราะอยู่สถานีใกล้ที่ทำงาน แถมยังรอรถคันว่างๆได้อีกด้วย

แม้พื้นที่ใช้สอยจะน้อยกว่าบ้าน ทำอาหารได้เล็กน้อย ทว่าคอนโดก็มีพื้นที่ส่วนกลางต่างๆให้เราได้ใช้งาน เช่น ฟิตเนส ห้องอ่านหนังสือ สระว่ายน้ำ ฯลฯ

2.ค่าใช้จ่าย
เดินทางจากบ้าน : เราต้องนำค่าเดินทางทั้งหมดมาบวกรวมกัน การเดินทางเราอาจใช้รถยนต์ส่วนตัวมาจอดรถที่ลานจอดก่อนจะต่อรถไฟฟ้า บางคนหากมาเดินทางจากบ้านเป็นครอบครัวควรจะคำนวณความคุ้มกับจำนวนผู้เดินทางในแต่ละครั้ง ซึ่งหากเดินทางมาพร้อมกันหลายคนย่อมคุ้มกว่าการเช่าคอนโดอยู่แน่นอน

ทว่าอาจมีข้อเสียในเรื่องของค่าใช้จ่ายในเรื่องของที่จอดรถบวกเพิ่มเข้ามารวมถึงค่าน้ำมันและค่าบำรุงรถจิปาถะต่างๆนานาเพิ่มขึ้นเข้ามาอีก

และในกรณีที่บางคนบ้านอาจอยู่ติดรถไฟฟ้าอยู่แล้ว เรื่องค่าใช้จ่ายนี้น้อยกว่าการเช่าคอนโดอยู่หลายเท่า เนื่องจากคอนโดในเมืองล้วนแต่ราคาหลักหมื่นอัพกันเป็นส่วนมาก ถึงแม้ค่ารถไฟฟ้าจะยิ่งไกลราคายิ่งสูงมากแต่ก็ยังคงถูกกว่าการเช่าห้องเดือนละหมื่นอยู่หลายพัน

เช่าคอนโด : คอนโดกลางกรุงราคาส่วนใหญ่มักจะอยู่ที่หลักหมื่นบวกๆ ยิ่งทำเลดีแค่ไหนราคายิ่งเพิ่มเท่านั้น แน่นอนว่าถ้าคนมีงบ การเช่าคอนโดอาจเป็นปัจจัยดีที่สุด แต่คนไม่มีงบนั้น การเช่าคอนโดอาจต้องเลือกที่ห่างออกมาจากตัวเมืองหน่อย ซึ่งจะตามมาด้วยค่าเดินทางเพิ่มเติมขึ้นมา เมื่อนำมารวมกับค่าเช่าแล้วอาจทำให้ต้องซดมาม่าทั้งเดือนก็เป็นได้

3.เวลา
เดินทางจากบ้าน : ปัจจัยด้านเวลาขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่า ระยะทางจากบ้านนั้นไกลจากสถานที่ทำงานหรือที่เรียนมากน้อยเพียงใด ทว่าแม้บ้านของคุณจะอยู่ใกล้กับที่ทำงานห่างกันไม่ถึง สิบกิโล แต่ก็อาจใช้เวลาเป็นชั่วโมงกว่าจะถึง อย่างที่รู้กันว่า ปัญหาของการจราจรของกรุงเทพมหานครนั้นติดอันดับ 11 ของโลกในการจัดอันดับของ TomTom Traffic Index ปี 2019

ถึงแม้จะสามารถใช้รถไฟฟ้าในการเดินทางได้ แต่เวลาในการเดินทางอาจไม่ได้น้อยไปกว่าการขับรถไปทำงานเลย เพราะยังไม่รวมเวลาที่ต้องรอรถไฟฟ้า หรือ เวลาที่รถไฟฟ้ามักจะเสียเป็นประจำให้คุณได้หงุดหงิดบ่อยๆ

เช่าคอนโด : หากคอนโดใกล้สถานที่ทำงานคุณ หรือ อยู่สถานีรถไฟฟ้าใกล้ที่ทำงาน นั่นถือว่าคุณโชคดีเป็นอย่างมาก เพราะแทบจะย่นระยะยเวลาในการเดินทางไปกลับบ้านได้เยอะ ทั้งยังมีเวลาเหลือเฟือในการทำอย่างอื่น เช่น นอนดึกตื่นสายขึ้น เข้าฟิตเนส ไปวิ่งตามสวนสาธารณะยามเช้า รวมถึงมีเวลาทำงานอดิเรกอื่นๆของคุณอีกมากมาย แน่นอนว่าหากใครสายปาร์ตี้ยามค่ำคืน การเช่าคอนโดน่าจะเป็นช้อยส์ที่เหมาะสมกับคุณมากที่สุด!

4.ความสบายใจ
เดินทางจากบ้าน : ปัจจัยความสบายใจ อาจเป็นปัจจัยหลักของคนหลายคนในการตัดสินใจ เนื่องจากบางคนรักในการอยู่แบบเป็นแฟมิลี่ การอยู่กับที่บ้านหรืออยู่กับน้องหมาน้องแมวหรือสัตว์เลี้ยงที่รักของคุณ ย่อมช่วยลดความเครียดสะสมจากการทำงานหรือการเรียนได้เป็นอย่างดี เพราะเมื่อคุณกลับบ้านมา คุณจะได้เจอคนหรือสิ่งที่คุณรักรอคอยคุณทุกวันในการกลับบ้าน มีอะไรสามารถพูดคุยแชร์กันได้

แต่ถึงอย่างนั้นสำหรับคนโลกส่วนตัวสูง ความเป็นส่วนตัวของคุณอาจถูกรบกวนได้ง่าย หรือ อาจต้องทำกิจกรรมครอบครัวร่วมกันภายในครอบครัวที่คุณไม่อยากทำ เป็นต้น

เช่าคอนโด : การเช่าคอนโดอาจต้องอยู่คนเดียวแถมยังเลี้ยงสัตว์ไม่ได้ แต่สำหรับคนที่มีความสบายใจในการอยู่คนเดียวถือเป็นทางเลือกที่ดีอย่างมาก เพราะคุณจะได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น แถมมีเวลานั่งเงียบๆ ผ่อนคลายตัวเองได้ดีอีกด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจมีเสียงรบกวนจากเพื่อนบ้านห้องข้างๆ แต่โดยรวมแล้วคุณจะได้ใช้เวลาอยู่คนเดียวอย่างเต็มที่แน่นอน

สำหรับปัจจัยในการเลือกสำหรับคนบ้านไกลอย่างเรานั้นนอกจากปัจจัยทั้ง 4 ข้อข้างต้นแล้ว ควรพิจารณาว่าแบบใดที่จะดีต่อ ‘สุขภาพกายและสุขภาพจิต’ ของเราได้มากที่สุด เพราะการทำงานมีความเครียดสะสมเยอะ การกลับมาบ้านหรือห้องเพื่อพักผ่อนควรเป็นที่ๆ เราได้พักผ่อนอย่างแท้จริง

หากใครที่มีงบไม่เยอะ อยากซื้อคอนโดมือหนึ่งแต่ไม่ไหวก็สามารถลองดูเป็นคอนโดมือสองหรือเช่าคอนโดรายเดือนได้ เนื่องจากบางครั้งการเช่าคอนโดอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าหากคุณไม่ได้จะทำงานอยู่สถานที่นั้นในระยะยาว แต่การซื้อคอนโดมือสองก็ถือเป็นเรื่องดีเพราะคุณจะมีกรรมสิทธิ์ครอบครองเลยไม่ต้องเสียเงินในชื่อคนอื่น

ถ้าคุณไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นดูหรือหาที่ผู้ปล่อยเช่าคอนโดจากไหน ลองเข้ามาดูได้ที่ BaanKaidee ที่ผู้ขายมีความน่าไว้วางใจและได้รับการตรวจสอบมาอย่างดีแล้ว ทั้งยังมีคอนโดหลายสถานที่ หลายแห่งมากมายให้คุณได้เลือกสรรตามใจคุณ