LV bag artist collection

คงไม่มีสาวๆ สายแฟคนไหนที่ไม่รู้จักแบรนด์เครื่องหนังสุดคลาสติกที่อยู่ได้อย่างสตรองทุกยุคอย่าง “หลุยส์ วิตตอง” เชื่อว่าในตู้เสื้อผ้าที่บ้านของทุกๆ คนจะต้องมีไอเท็มของหลุยส์ วิตตองอย่างน้อยอยู่คนละชิ้นแน่ๆ เพราะในด้านของงานดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่ง หลุยส์ วิตตอง โชว์เทคนิคการดีไซน์แบบให้เห็นว่า ตำนาน 160 ปีของการทำกระเป๋าระดับโลกนั้น สามารถดีไซน์ออกมาเป็นรูปทรงอะไรก็ได้ รวมทั้งใช้กับอะไรก็เข้ากัน และไม่ลืมใส่สัญลักษณ์ความเป็นแบรนด์ที่สตรองในด้านฟังก์ชันLVLการใช้งาน รวมถึงดีไซน์ที่ทำขึ้นเฉพาะเพื่อเป็นตำนานไว้ครบถ้วน

และพิเศษสุดๆ ในปี 2019 นี้ หลุยส์ วิตตองได้สร้างแคมเปญพิเศษขึ้นชื่อว่า “ArtyCapucines” กับศิลปินแนว Contemporary ชื่อดัง 6 คนจากทั่วโลก หลังจากประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่หลังจากการทำแคมเปญดีไซน์ร่วมกับ Stephen Sprouse ที่สร้างกระเป๋าฉีกกฏความเรียบหรูโดยการเพ้นท์ลาย graffiti ลงบนลายโมโนแกรมหลุย์ ในปี 2009 และอีกหนึ่งแคมเปญที่สร้างชื่อก็คือแคมเปญลาย Mono grams Multicolore ที่เปลี่ยนลายโมโนแกรมธรรมดาๆ ให้มีสีสันขึ้นทั้งหมด 33 สี ลาย Cherry Blossom (ดอกซากุระอารมณ์ดี) และดอกทานตะวันสีรุ้งที่เพิ่งกลับมาฮิตสุดๆ กันปีนี้ ซึ่งแคมเปญนี้ต้องยกให้เป็นความดีความชอบของ Takashi Murakami เค้าเลยที่เปลี่ยนภาพลักษณ์แบรนด์ที่หรูหราให้สามารถดูสดใสร่าเริ่งเข้าถึงกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นมากยิ่งขึ้น

ความสำเร็จในการทำแคมเปญร่วมกับแบรนด์ต่างๆ และดีไซน์เนอร์ของหลุยส์ วิตตองนั้นทำให้ปีนี้ CEO ของหลุยส์ได้คัดเลือกศิลปินแนว Contemporary Arts ชื่อดังมาร่วมดีไซน์กระเป๋า ทรง Capucines ซึ่งเป็นทรงประเป๋าที่ได้วางขายครั้งแรกในปี 2013 ทำจากกระเป๋าหนังกะทิงซึ่ง ผิวหนังจะนุ่มและมีลายตุ่มนู่นมากกว่าหนังทั่วไป ดูๆ ไปก็คล้ายๆ กับหนังของ Hermes รูปทรงดีไซน์เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมคางหมูให้ดูทันสมัยยิ่งขึ้น ไม่ใช้ลายโมโนแกรมปริ้นท์ลงไปบนหนังกระเป๋าแต่นำโลโก้มาออกแบบใหม่เป็นโลหะมาไว้ตรงกลางของกระเป๋าแทน ซึ่งเจ้า Louis Vuitton Capucinesใบนี้ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นกระเป๋าหนังสีเรียบไม่มีลวดลายใดๆ ทั้งนั้น CEO เค้าจึงได้ไอเดียใหม่ที่อนุญาติให้ศิลปินทั้ง 6 คนที่ได้รับการคัดเลือกมานั้นใช้กระเป๋าLouis Vuitton Capucines เป็นผืนผ้าใบเปล่าๆ ที่ไว้ละเลงความคิดสร้างสรรค์ จะเอาสร้างรูปทรงใหม่เพิ่มลงไป เอาไปทุบ ไปเผา หรือทำอะไรก็ได้ ไม่มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัว มีอิสระในการใส่ความคิดสร้างสรรค์และตัวตนได้อย่างเต็มที่ แต่ต้องดูน่าสนใจ ร่วมสมัยและดูมีความคิดสร้างสรรค์

ศิลปินท่านแรกที่ได้รับเชิญมาร่วมออกแบบนั้นคือ Alex Israel เป็นศิลปินชาวอเมริกันที่เป็นหนุ่มแคลิฟอเนียแท้ๆ เติบโตมาจากเสียงคลื่นและต้นปาล์ม กระเป๋า ArtyCapucines ของเขาจึงถูกดีไซน์ออกมาอย่างสดใส จัดจ้าน ฉูดฉาด ด้วยเทคนิคดิจิตอลปริ้นท์ลายคลื่นที่ได้กลิ่นอายถึงความเป็นแคลิฟอเนี่ยน แถมยังมีส่วนตกแต่งเก๋ๆ ที่เป็นรูปทรงหูฉลาม เอาไว้เสียบติดให้ดูรับอารมณ์กับความเป็นซัมเมอร์มากยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับการถือเดินชิคๆ ไปตามชายหาดเก๋ๆ เวลาไป Vacation ที่เมืองริมทะเลหรูๆได้แบบไม่ซ้ำใคร

ส่วนคนต่อไปนั้นก็คือ Jonas Wood เขาเป็นศิลปินที่ชอบทำงานกับธรรมชาติ งานของเขาเองก็เช่นกัน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นลายที่ได้แรงบันดาลใจมาจากใบไม้ ดอกไม้ ต้นหญ้า ซึ่ง ArtyCapucines ที่เขาดีไซน์นั้นยังคงรูปทรงเดิมไว้อยู่ เพียงแต่เพิ่มลายใบไม้กราฟฟิคที่วาดขึ้นมาเองกับมือ ลงเครื่องเดินด้ายทีละเส้นกับผิวของกระเป๋าให้เกิดเป็นลวดลายที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งเขาได้บอกว่าเขาไม่อยากเพิ่มเติมอะไรมากเกินไป อยากให้มันเป็นกระเป๋า Capucines ที่คนกล้าใช้ กล้าถือในชีวิตประจำวัน จึงยังคงสภาพความเรียบง่ายไว้ เพียงแต่ดีไซน์ความเก๋ไก๋ของ Pattern เพิ่มลงไป

Urs Fischer เป็นศิลปินชาวสวิสคนแรกและคนเดียวในโปรเจคนี้ ซึ่งเขาก็ได้สร้างปรากฏการณ์ที่แหวกแนวไปจากคนอื่นๆ ในโปรเจค โดยการไม่เพิ่มเติมลวดลายหรือส่วนประกอบใดๆ ลงไปในกระเป๋า ArtyCapucines ของเขาเลย แต่กลับดันเอาพวงกุญแจมาห้อยอยู่ด้านล่างกระเป๋า ArtyCapucines สีขาวเรียบ แต่ขอบอกว่าพวงกุญที่เขามาเอาห้อยนั้นเป็นรูปกล้วย จ้า ฟังไม่ผิดหรอก กล้วยที่เป็นผลไม้นั่นแหละ เอามาห้อยทั้งหวีเลย แต่ถ้าใครไม่ชอบกล้วย ก็มีแอปเปิ้ลทั้งผล สตอว์เบอรี่ แครอททั้งต้น กับเห็ดให้เลือกเปลี่ยน เลือกห้อยตามอารมณ์ เช่นกัน โดยพวงกุญแจรูปพืชผักเหล่านี้จะถูกห้อยลงมากับสายโซ่สีทองดูเลอค่าตามสไตล์ของหลุยส์ วิตตองและขอบอกว่าพวงกุญแจแต่ละอันนั้นเป็นงานทำมือล้วนๆ แต่ก็ยังไม่เข้าใจเหมือนกันว่าดีไซน์เนอร์คิดอะไรอยู่ สงสัยกลัวว่าธรรมดาโลกจะไม่จำละมั้ง

มาต่อกับศิลปินคนถัดไปซึ่งเป็นชาวแอฟริกัน ArtyCapucines ที่เขานำมาออกแบบใหม่นั้นยังคงความเป็น Classic Capucines อยู่เพียงแต่เพิ่มเทคนิคการถักหนังให้เป็นเชือกห้อยประดับยาวลงมากับพื้นผิวกระเป๋า ซึ่งหนังที่นำมาเย็บติดกันนั้นก็เป็นหนังเช่นกันเพียงแต่ใช้เทคนิคเย็บอย่างหยาบๆ เพื่อสร้างลวดลาย ความน่าสนใจในชิ้นงาน มีความมากแต่น้อย เรียบแต่โก้ สาวๆ คนไหนที่ชอบความเรียบง่ายที่มีลูกเล่นขอเชียร์ให้จัดใบนี้ด่วนๆ

และศิลปินหญิงคนเดียวที่ร่วมทำโปรเจคนี้ก็คือ Tschabalala Self เป็นดีไซน์เนอร์สาวผิวหมึก ซึ่งเธอก็เอาเอกลักษณ์ความเป็นผู้หญิงผิวสีมาใส่เอาไว้งานของเธอ กระเป๋า ArtyCapucines ของเธอนั้นถูกออกมาแบบภายใต้คอนเซปต์แห่งการทำลายและการสร้างขึ้นมาใหม่ ลวดลายกระเป๋านั้นถูกสร้างขึ้นมาโดยการเย็บติดชิ้นส่วนต่างๆ ที่มาจากวัสดุแตกต่างกัน ประกอบขึ้นให้มีความเป็นหลุยส์ วิตตองโดยการใช้ส่วนประกอบเหล่านั้น ตัดเป็นลวดลาย โมโนแกรม เลือกใช้สีของพื้นกระเป๋าและสีของวัสดุตกแต่งให้แตกต่าง ตัดกันออกไป แม้แต่สายกระเป๋าก็ยังเป็นคนละสีกับสืพื้นเลย เพราะเธอต้องการให้คงเอกลักษณ์ความชอบของสาวผิวหมึกเอาไว้ก็คือความมีสีสัน ฉูดฉาด ตัดกันเพื่อให้ตัดกับผิวสีเข้ม

ศิลปินคนสุดท้ายในโปรเจคนี้ก็คือ Sam Falls ซึ่งเป็นศิลปินที่ได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานจากปรากฏการณ์ธรรมชาติ ArtyCapucines ของเขานั้นก็ได้นำความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองนี้มาใส่เอาไว้ โดยการนำลายดอกไม้ตามสไตล์ของเขามาปริ้นท์ลงบนหนังกระเป๋าและเลือกใช้สีแนว Earth tones ที่ให้ความรู้สึกถึงฤดูใบไม้ร่วง ทำให้ ArtyCapucines ที่เขาดีไซน์ใหม่นั้นดูเป็นธรรมชาติมากๆ แต่ที่พิเศษสุดๆ ก็คือโลโก้ Louis Vuitton ที่เขาได้นำไข่มุกแท้มาประดับแทนที่จะปล่อยให้เป็นโลหะแบบเดิมๆ เพิ่มความหรูหราและสร้างมูลค่าให้กับตัวกระเป๋ามากยิ่งขึ้น

เรียกได้ว่าทั้ง 6 คนนี้มีสไตล์แตกต่างกันอย่างชัดเจน ใครชอบแบบไหนก็ไปเลือกช๊อปกันได้ทั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แต่ต้องรีบหน่อยนะ เพราะมีแบบละแค่ 300 ใบเท่านั้น ถ้าสู้ราคาไหว (แหม ก็ Limited และ Exclusive ขนาดนี้) ยังไงก็ขอเชียร์ให้มีเก็บไว้สักใบ รับรองว่าเก๋และโดดเด่นไม่ซ้ำใครแน่นอน แต่ถ้ายังไม่พร้อมก็เชิญช็อปกระเป๋าหลุยรุ่นอื่นๆ ได้ที่ Kaidee เลยจ้า

 
Credit
eu.

7 ตำนานรถบ้านน่าสะสม

Mercedes Benz SLK
เป็นโมเดลขึ้นหิ้งอย่างไร้ข้อกังขาสำหรับสปอร์ตโรดสเตอร์เปิดประทุนแบบหลังคาแข็งพับได้รุ่นนี้ ด้วยแนวคิด S - Sportlich (มีความเป็นสปอร์ต) L - Leicht (เบา) และ K - Kurz (สั้น) จากวันแรกที่เผยโฉมเมื่อปีค.ศ. 1994 จนลงสัมผัสถนนจริงในอีกสองปีถัดมา ถึงจะไม่ใช่คันแรกที่ใช้ระบบเปิดประทุนหลังคาแข็ง แต่ถ้านับยอดขายและเสียงตอบรับก็ต้องมอบอันดับหนึ่งของรถแนวนี้ให้ไปเลย น่าเสียดายที่ทางค่ายประกาศยุติตำนานรถรุ่นนี้ไปแล้ว โดยเปลี่ยนชื่อเป็นรุ่น SLC ตั้งแต่ปี 2016 ที่ผ่านมาเพื่อเพิ่มความหรูหราเร้าใจให้ไฟท์กับคู่แข่งในตลาดได้ถึงใจมากขึ้น ถ้าใครยังถวิลหาความคลาสสิคระดับตำนานแบบนี้ก็ยังพอหามาครอบครองได้จากตลาดมือสอง

BMW E36
ซีรี่ย์ 3 ของ BMW นับเป็นโมเดล “รถยุโรปคันแรก” ยอดฮิตในบ้านเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโฉมนกแก้ว E36 ตัวนี้ที่ยุคนั้นทำราคาเปิดตัวขี่กับตัวหรูจากญี่ปุ่นจนคนกุมขมับรักพี่เสียดายน้อง จนกลายเป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดของ BMW ในบ้านเรา แล้วพอใครหลวมตัวมาลองก็ถอนตัวไม่ขึ้นติดหล่มเป็นสาวกค่ายใบพัดสีฟ้ากันตลอดชีวิตกันเป็นแถบ นอกจากตัวเริ่มตันราคาน่ารักก็ยังมีตัวหรูออฟชั่นจัดหนักให้ไต่ระดับความแรงไปจนสุดตารางที่ตัว M3 ที่แฟนพันธ์แท้หามาสะสมกันพรึ่บพรั่บ ลามปามความฮิตลงไปถึงโมเดล E30 ที่เก๋าสุดๆ อีกตัว อานิสงฆ์จากแผนการตลาดครานั้น ทำให้ซีรี่ย์ 3 นี้ติดลมบนมาจนถึงปัจจุบัน

Volkswagen Beetle
รถเต่า หรือโฟล์คเต่า แสนน่ารักที่น้อยคนนักจะรู้ว่าที่บ้านเกิดเรียกมันว่า “ด้วง” (Käfer ในภาษาเยอรมัน) นี้มีตำนานที่ลากมายาวนานตั้งแต่ปีค.ศ. 1938 โดยชื่อฟ็อลคส์วาเกิน บีเทิล นี้เพิ่งถูกนำมาตั้งเป็นชื่อรุ่นอย่างเป็นทางการเมื่อปีค.ศ. 1967 ซึ่งนับว่าเป็นรถที่ทำยอดขายได้สูงสุดตลอดกาลจากการดีไซน์ในคราวเดียว พ่วงตำแหน่งรุ่นรถที่มีการเดินสายพานผลิตยาวนานที่สุดในโฉมเดียวด้วย! ถึงจุดกำเนิดของมันจะมาจากดำริของจอมเผด็จการของโลกอย่างอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ แต่ความดีงามทั้งดีไซน์และสมรรถนะสามารถเอาชนะใจคนทั้งโลกได้มานานกว่าครึ่งทศวรรษ โดยคันสุดท้ายในสายพานการผลิตที่ประเทศเม็กซิโกถูกคลอดเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2003 นับลำดับเป็นคันที่ 21,529,464 โดยมีการตั้งชื่อเล่นขอรถคันสุดท้ายนี้ว่า "El Rey" ซึ่งแปลว่า ราชา ในภาษาสเปน และนำไปจัดแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑ์ฟ็อลคส์วาเกิน ที่เมืองวูล์ฟเบิร์ก ประเทศเยอรมนีในปัจจุบัน ถ้าอยากมีส่วนร่วมในตำนานนี้ก็จัดได้เลย จี๊ดแน่นอน

Mitsubishi Lancer
ความสำเร็จในการเข้าร่วมรายการ World Rally Championship และอีกหลากหลายสนามแข่งทั่วโลกกระพือความสนใจในรถซีดานบ้านๆ จากญี่ปุ่นรุ่นนี้จนวัยรุ่นสมัยนั้นต้องดิ้นรนหาตัวแสตนดาร์ดมาโมดิฟายกลายเป็น Boy Toy ที่หนุ่มเล็กหนุ่มใหญ่เข้าถึงได้โดยไม่ยากเย็นจนเกินไป เพราะกำแพงภาษีทำให้ราคารุ่นตรงจากโรงงานราคาสูงมากกกก นับจากโฉมแรก หรือ EVO I จนถึง EVO X ยังคงมีมนต์ขลังสะกดทุกสายตายิ่งใครมีตัวโรงงานแท้ๆ เดิมๆ จอดประดับโรงรถไว้เท่ากับตีบวกบารมีความคูลให้เพิ่มพูนเกินบรรยาย ถึงจะประกาศยกเลิกการผลิตไปเมื่อปีค.ศ. 2016 แต่แว่วๆ ว่าทางค่ายเริ่มกลับมาทบทวนเรื่องการฟื้นตำนานซีดานตัวนี้อีกครั้ง ในระหว่างที่ลุ้นความใจกล้าของผู้บริหาร คุณสามารถซุกซนกับโมเดลเก่าๆ เอาตามจินตนาการได้ง่าย ด้วยว่าค่าตัวนั้นย่อมเยาว์พอๆ กับบิ๊กไบค์หนึ่งคันเท่านั้นเอง

Subaru Impreza WRX
พูดถึง EVO แล้วจะข้ามหัวคู่ปรับตลอดกาลตัวนี้ไปได้อย่างไร ปีเกิดคือค.ศ. 1992 หมายปองถล่มคู่แข่งให้ราบคาบด้วยเครื่องนอนยันอันเป็นเอกลักษณ์ แถมเดินเกมส์โปรโมทด้วยการส่งลงท้าชิงสนามแข่งหลักแทบทุกสนามจนสร้างฐานสาวกได้เป็นกอบเป็นกำ ด้วยหัวใจที่แรง ทนทาน และดูแลง่าย พร้อมปรับจูนเพื่อแปลงร่างเป็นมหาเทพได้ตามงบ รุ่นใหม่ๆ หน้าตาทันสมัยแต่ก็ขาดความดิบดุดันทำให้คนถวิลหา WRX รุ่นแรกกันมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโมเดล Impreza 22B STi ที่ผลิตขายแค่หลักร้อยคัน จากที่เมื่อก่อนต้องจ่ายกันหลักล้านเพื่อครอบครอง ปัจจุบันค่าตัวกลับร่วงมาไม่ถึงครึ่งล้าน(ตัวแสตนดาร์ด) แถมอู่เฉพาะทางก็มีให้เลือกซบเต็มเมือง อยากจะคบก็หาคนรู้เรื่องสักนิดไปช่วยเลือก เพราะใครที่มีรถแรงขนาดนี้ไว้ครอบครองจะไม่ให้ซัดไม่ให้ลองของก็กระไรอยู่ ถ้าเจอเนื้อคู่สภาพดีอย่าให้พลาดหลุดมือเลยเชียว เพราะนับวันจะยิ่งหายากขึ้นไปเรื่อยๆ

Chevrolet Cruze
การจับมือแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีระหว่างค่ายรถเพิ่งเริ่มฮิตมาไม่กี่สิบปี ความชำนิชำนาญในรูปแบบที่สั่งสมมาในแต่ละฝากฝั่ง ถูกกลั่นออกมาเป็นโมเดลต่างๆ ที่น่าสนใจมากมาย ซึ่งหนึ่งในดาวอันโดดเด่นบนฝากฟ้านั้นก็คือเจ้า Cruze ซีดานไซส์กลางที่ครบครันด้วยฟังก์ชั่นที่ยัดมาเกินตัวด้วยหมายมั่นจะทุบเจ้าตลาดให้แดดิ้น การร่วมทุนของ Chevrolet กับ Suzuki ในตั้งแต่ปี 2001-2008 สั่งสมให้ Cruze ในโฉมปัจจุบันนั้นเป็นตัวตนของตัวเองโดยสมบูรณ์ เสียดายก็แต่ตัวแทนในบ้านเราที่ขาดการทำตลาดอย่างต่อเนื่องจนทำให้สาวกถอดใจหนีไปใช้รถรุ่นอื่นกันหมด แต่ถึงจะมีแค่มือสองให้เลือกใช้แต่ต้องบอกว่ามันเป็นรถที่มีสมรรถะและช่วงล่างดีมากๆ แถมอะไหล่บางชิ้นก็สามารถแชร์จากแบรนด์เพื่อนบ้านที่เป็นโรงงาน OEM ในบ้านเรา ถ้ามีอู่ซ่อมที่วางใจใกล้บ้าน อยากให้ลองหามาใช้ดูจะรู้ว่าคุ้มพอให้ใช้กันได้ยาวๆ

Toyota Prius
เป็นโมเดลรักษ์โลกตัวแรกของโลกจากค่ายสามห่วง ที่จับทันกระแสโลกจนติดอันดับรถไฮบริดขายดีที่สุดในโลก ถึงเมืองนอกเมืองนาจะมีภาพลักษณ์เป็นรถติ๋มๆ หรือพวกทำงานราชการใช้กัน แต่พอเจอกำแพงภาษีบ้านเราจนค่าตัวดีดสูง ฝ่ายการตลาดก็ต้องรีบเสริมความเพริศหรูให้คู่ควรกับราคาขายปลีก จนทำให้ภาพคนใช้ Prius ในบ้านเรากลายเป็นเป็นคนหัวก้าวหน้า ชิคๆ คลูๆ กับรถไฮบริดที่คนโบราณได้แต่ส่ายหัวไม่เข้าใจเรื่องพลังงานทางเลือก ปัจจุบันแนวโน้มการใช้งานรถไฮบริดมีแต่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความที่หลายคนกังวลกับรถไฟฟ้า pure EV และกับปัจจุบันที่ Prius พัฒนาตัวตนมาจนรุ่นที่ 4 ที่มีความลงตัวมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ทำให้ความต้องการของคนที่อยากทดลองใช้รถไฮบริดอยากชิมลางแบบไม่เจ็บตัวมากกับรถมือสอง ถ้าคุณเองก็อยากลองสัมผัสกับเจ้าของตำนานพลังงานทางเลือกคันนี้แล้วล่ะก็ อย่ารีรอแล้วจัดเลย!

หาซื้อเพลินๆ มีเยอะเกินอย่าลืมปล่อยออก ไม่ว่าจะขายรถยนต์ ปล่อยบ้านเช่า หรือเอาของไม่ใช้ไปบริจาค อย่าลืมใช้ Kaidee เป็นตัวช่วยกันนะจ้ะ

เลี้ยงลูกในยุคดิจิทัลยังไงไม่ให้สมาธิสั้น?

เด็กที่เกิดในยุคนี้จัดว่าอยู่ในเจเนอเรชันอัลฟ่า คือเกิดมาก็สัมผัสเทคโนโลยีกันแล้ว พ่อแม่ ผู้ปกครองก็ต้องปรับตัวไปตามยุค เรามาดูกันดีกว่าว่าในยุคที่เทคโนโลยีมันตามติดเราไปทุกๆ ที่ จะมีวิธีเลี้ยงลูกในยังไงให้มีประสิทธิภาพ

เด็กกับหน้าจอ
สำหรับเด็กเล็กที่มีอายุยังไม่ถึง 3 ขวบ ยังไม่ควรให้เล่นเทคโนโลยีที่มีหน้าจอต่างๆ เช่น iPhone Ipad เพราะเด็กในวัยนี้ควรเน้นการเล่นและการสื่อสารในรูปแบบที่มีการสัมผัส โต้ตอบ อย่างเช่นสมุดนิทานที่มีเสียงเมื่อสัมผัส ของเล่นที่ใช้ฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก ต่อบล็อก จับขวดนม ฝึกจับช้อน ฝึกทานข้าว

ก็เห็นนั่งอยู่นิ่งๆ ดูหน้าจอ แต่ทำไมกลายเป็นสมาธิสั้นได้?
สำหรับเด็กเล็กที่ดูหน้าจอแท็บเล็ตบ่อยๆ อาจส่งผลให้มีปัญหาเรื่องการพัฒนาด้านภาษา ขาดการโต้ตอบ โมโหง่าย เพราะรอไม่เป็น ทำให้เกิดอาการสมาธิสั้น ทั้งๆ ที่พ่อแม่เห็นว่าลูกก็นั่งดูนิ่งๆ ไม่ซน มีใจจดจ่ออยู่หน้าจอ ซึ่งจริงๆ แล้วพฤติกรรมเหล่านี้เป็นการบ่มเพาะของอาการ “ไฮเปอร์เทียม”

ไฮเปอร์เทียมคืออะไร?
ไฮเปอร์เทียม มีอีกชื่อนึงคือโรค สมาธิสั้นเทียม ซึ่งในวงการจิตแพทย์พบว่าการที่เด็กจ้องจอภาพที่มีความเร็วของภาพเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ในทุก 3 วินาทีจะส่งผลต่อสมองของเด็กโดยตรง ทำให้สมองของเด็กทำงานไม่ลงตัว และทำให้เกิดอาการคุมสมาธิไม่ได้ ทักษะในการพูดการอ่านช้าลง มีอารมณ์ร้อนรวมไปถึงมีปัญหาในการเข้าสังคมกับเด็กคนอื่น

แล้วอายุและเวลาเท่าไหร่ถึงเหมาะสมกับการให้เล่นแท็บเล็ต
สำหรับเด็กอายุ 3 - 5 ขวบ ถ้าจะเล่นแท็บเล็ต ควรให้เล่นไม่เกินวันละ 1 ชั่วโมง เพราะวัยนี้เหมาะกับการวิ่งเล่น ออกกำลังกายพัฒนากล้ามเนื้อ หากผู้ปกครองให้เด็กเล่นแท็บเล็ตเป็นเวลานานๆ จนเด็กไม่ลุกไปใน อาจเสี่ยงเป็นโรคอ้วนอีกด้วย ซึ่งโรคอ้วนส่งผลต่อตัวเด็กมากกว่าที่คิด ตอนเด็กๆ อาจจะดูว่าเด็กอ้วนน่ารัก แต่เมื่อโตขึ้นจะมีโรคที่อาจตามมามากมายเช่นโรคเบาหวาน ความดัน และหลายๆ ครั้งเด็กที่มีร่างกายอ้วนมักจะโดนเพื่อนล้อ ส่งผลให้กลายเป็นเด็กขาดความมั่นใจ ไม่อยากไปโรงเรียนจนอาจกลายเป็นโรคซึมเศร้าได้

แต่จะว่าไป มือถือ แท็บเล็ต ก็ไม่ใช่ผู้ร้ายสำหรับเด็กถ้าใช้ให้ถูกวัยและจำกัดเวลาการใช้ และในการเลี้ยงลูกไม่ว่าในยุคไหนๆ ก็ต้องการความใส่ใจจากพ่อแม่ผู้ปกครองทั้งนั้น เด็กถึงจะโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ ขอเป็นกำลังใจให้กับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ทุกคน และหากครอบครัวไหนมีของใช้ของลูกที่ไม่ได้ใช้งานแล้วเพราะโตไวเหลือเกินก็เข้ามาลงขายได้ที่ Kaidee ได้เลย ดีกว่าทิ้งไว้ให้เสียเปล่า มีคุณพ่อคุณแม่อีกหลายครอบครัวรอซื้ออยู่ค่ะ

ส่องดาวรุ่งมอเตอร์ไซค์คลาสใหม่หัวใจไซส์มินิ

ข่าวลือหนาหูเรื่องแบ่งคลาสบิ๊กไบค์จากกรมขนส่ง ทำให้ผู้คนรอลุ้นถึงผลกระทบที่อาจตามมาทั้งเงื่อนไขภาษีที่ส่งผลโดยตรงต่อราคาขายปลีก ใบขับขี่ที่อาจจะต้องทำกันใหม่ หรือกฏเกณฑ์ต่างๆ ที่จะตามมาในอนาคต ฝั่งผู้ประกอบการเองก็ขยับตัวกันพรึ่บพรั่บด้วยว่าเล็งแล้ว เทรนด์รถเล็กที่นอกจากจะไม่ได้รับผลกระทบอะไรแล้วน่าจะยิ่งคึกคักร้อนแรงขึ้นด้วยซ้ำไป วันนี้ MocyKaidee จะพาคุณๆ ไปส่องดูค่ายรถแต่ละแห่งว่าเขาดันโมเดลอะไรใหม่ๆ มาเขย่าตลาดจากเหตุการณ์นี้กันบ้าง

Harley Davidson
เป็นข่าวที่ต้องขยี้หูขยี้ตาแทบไม่น่าเชื่อว่าเจ้าชอปเปอร์บิ๊กเบิ้มนี้จะโดดลงมาเล่นตลาดรถเล็กกับเขาด้วย ถึงจะยังไม่มีตัวเป็นๆ ให้เห็น แถมสาวกก็บ่นอุบว่าความขลังของแบรนด์จะไม่เหมือนเดิม แต่บอสใหญ่ Matt Levatish เผยแผนงานที่คาดว่าจะมีการพัฒนาร่วมกันกับผู้สร้าง Benelli ในบล็อคเครื่องยนต์พิกัด 250-400 cc ซึ่งรอดูตัวจริงกันภายในปีหน้า มาแน่นอน! ระหว่างนี้ก็ส่องมือสองราคาเบาๆ กันไปก่อนนะจ๊ะ

BMW
ฝั่งค่ายอเมริกันอย่างฮาเลย์อาจยังต้องลุ้น แต่ฝากฝั่งยุโรปอย่างค่ายใบพัดสีฟ้านี้ได้คลอดหลากโมเดลลำเล็กมาซัดในตลาดอย่างต่อเนื่องทั้ง G310R G310GS และล่าสุดกับสกู๊ตเตอร์ตัวกลั่น C400X และ C400GT ที่คนบ่นไม่ซื้อ คนซื้อไม่บ่น แถมคนชมมองตามกันทั้งบาง ยามขับผ่านกับทุกโมเดลที่ล้วนหรูหรา แปลกตา ใครที่เคยหวั่นๆ ว่า BMW เขาจะจริงจังแค่ไหนกับตลาดสองล้อก็สบายใจได้เลยเพราะปัจจุบันพร้อมสรรพทั้งโชว์รูม และศูนย์บริการทั่วประเทศ กับ 28 รุ่นรถที่ครบทุกสไตล์ และระดับซีซี แถมมีมือสองราคาดีๆ ให้ช้อนซื้อเพียบ

Lambretta
หลังจากที่ปล่อยให้ Vespa กินรวบตลาด Classic Scooter อยู่หลายปี ก็ขอพาเจ้า V125 กับ V200 เข้ามาท้าชนซึ่งผลตอบรับก็คือได้รับยอดจองอย่างถล่มทลาย ก็ต้องคอยจับตาดูว่าหลังจากนี้ทาง Lambretta จะปล่อยหมัดเด็ดอะไรอีกเพื่อแย่งชิงความเป็นเจ้าตลาดในอนาคต

GPX
ตัวจี๊ดของบ้านเราที่จัดเต็มทุกรุ่นเล็กและได้ไปทำตลาดจนโด่งดังถึงญี่ปุ่นก็ยังคงมีการพัฒนาโมเดลทั้งเก่าใหม่มาเอาใจสาวกอยู่เรื่อยๆ และก็ขายดิบขายดีจนมีแผนจะขยับไปสร้างรุ่นใหญ่บิ๊กไบค์สี่สูบซึ่งน่าสนใจมากๆ ว่าจะประสบความสำเร็จเหมือนรุ่นเล็กที่ทำได้ในตอนนี้อยู่หรือเปล่า

Suzuki
ค่ายคนบ้าแห่งนี้มีความอินดี้ในการทำการตลาดสูง คนที่รอซื้อก็อินดี้พอกัน แต่ความมันส์ใน DNA มันร่ำร้องให้รอ แฟนพันธ์แท้ก็ต้องอดทนกันหน่อย ก็ยังมี GSX-R กับ Burgman เป็นตัวหลักเหมือนเดิม ได้ลุ้นนิดๆ กับ Burgman180 ที่ฝั่งอินโดฯ เขามีขี่ก่อนเรามาสักพักละ คาดว่าปลายปีนี้จะได้ลูบคลำลำจริงกันเสียที

Kawasaki
ค่ายสีเขียวนี้นับว่าเป็นเจ้าตลาดโมโตครอสในบ้านเรา กับหลากหลายโมเดลทั้ง KSR KLR KLX ที่มีอัพเดทเอาใจเหล่าสาวกสายลุยทุกปี พ่วงด้วยตัวดุเน็กเก็ตไบค์ Z series ที่หาคู่ลงนวมแบบเหมาะสมไม่เจอ แถมเพิ่มความพิเศษให้กับสายซิ่งกับตัวสปอร์ตสุดๆ ที่กำลังจะเปิดตัวปีนี้อย่าง Ninja ZX-25R ที่ตั้งใจเอามาชนตัวจี๊ดค่ายปีกนกที่ชิงเปิดตัวมาก่อนอย่าง CBR250RR ซึ่งทุกคนต่างรอรีวิวผลดวลของมวยถูกรุ่นคู่นี้อย่างใจจดใจจ่อ

Yamaha
Yamaha YZF-R15 นี้คือรถเล็กที่เข้ามาเขย่าบัลลังก์หายใจรดต้นคอเจ้าตลาดอย่างฮอนด้าอย่างแท้ทรู ทั้งพละกำลังความหล่อเหลาที่เรียกยอดขายจากแฟนเก่าแฟนใหม่ได้อย่างถล่มทลาย นอกจากนี้ก็ยังมี Copycat อีกหลากหลายโมเดลทั้ง Mio Fino Filano รวมไปถึงดาวรุ่งอย่าง N-Max X-Max และพิเศษสุดๆ กับรถไฟฟ้า EC-05 ที่น่าจะเข้ามาขายเร็วๆ นี้ ที่จะมาช่วยกันแบ่งเค้กจากเจ้าตลาดได้อย่างเมามัน

Honda
เรียกได้ว่าราชารถเล็กในบ้านเราเจ้านี้ขยับตัวได้ถูกใจวัยโจ๋สุดๆ ด้วยการคลอดโปรเจควินเทจ Honda Cub พร้อมดันโมเดล Honda Monkey Honda Dream Super Cub และ Honda C125 มายั่วจนเคลิ้มกันทั้งบาง แถมเดินเกมส์รุกสายสปอร์ตด้วยการลาก CBR250RR ที่เป็น Racing Raplica ตัวแข่งสุดจี๊ดจ๊าดมาวิ่งวนในถนนหลวง ทำลายกำแพงคำนินทาว่าฮอนด้าทำรถแรงไม่เป็นลงอย่างราบคาบ หรือทางเลือกใหม่อย่าง Neo Classic กับ CB150R หรือ CB300R และย้ำความเป็นเจ้าตลาดด้วยการลดน้ำหนักรุ่นชกของ X-ADV750 ลงมาเป็นรุ่น X-ADV150 ที่กำลังจะเข้ามาขายในบ้านเราในเร็ววันนี้ และอาจจะมีตัว X-ADV300 ตามมาด้วย ช่วยเรียกเสียงฮาฮือกระพรือให้ตังค์ในกระเป๋าสั่นระริกระรัว ใครที่มีอาการคันค่ายปีกนกเขาจัดตัวจี๊ดมาเกาทุกจุดครบถ้วนจริงๆ

ส่วนใครที่เมียงมองหาเนื้อคู่คันใหม่ แถมเจอที่ถูกใจแต่ยังขาดค่าสินสอดอยู่ ลองเช็คราคาคันที่ควบอยู่ดูว่าเขาขายกันราคาประมาณเท่าไหร่ แล้วถ้ายังขาดงบอีกก็ลองมองของรอบตัวที่ไม่ได้ใช้ภายในบ้านดูอีกสักรอบ เอาแค่ของที่คุณไม่ได้แตะไม่ได้ใช้มันมานานนับปีก็พอ ลงโพสต์ขายในราคาสักครึ่งนึงของที่ซื้อมา บอกเลยว่า คน-หา-ซื้อ-เพียบ

สปา ออนเซนสไตล์ไทยๆ ใน จ.กระบี่

สปาเป็นชื่อเรียกของวิธีการบำบัดด้วยน้ำ เป็นการรักษาอาการเจ็บป่วยของกล้ามเนื้อ การนวดเพื่อสุขภาพ นวดรักษาโรค และนวดเพื่อผ่อนคลาย สปาในญี่ปุ่น คือก็การแช่หรือการอาบน้ำแร่ธรรมชาติหรือออนเซน ด้วยมีความเชื่อกันว่าความร้อนของน้ำแร่ ธรรมชาติจะช่วยขับพิษออกจากร่างกาย ส่งผลให้ร่างกายผ่อนคลายจากความเหน็ดเหนื่อยและสดชื่น

ปัจจุบันสปาในเมืองไทยมีมากมายทุกหย่อมหญ้าแต่มีสปาที่ๆหนึ่งที่เรารู้สึกว่าที่นี่แหละมีความคล้ายออนเซนที่ญี่ปุ่นมากที่สุด คือที่ Wareerak Hot Spring Retreat by Vacation Village พิกัดที่ตั้ง อยู่ที่ หมู่ 5, ต.คลองท่อมเหนือ อ.คลองท่อม จ.กระบี่ กระบี่ไม่ใช่มีดีแค่ทะเลอย่างเดียว ที่นี่มีน้ำพุร้อนธรรมชาติ ที่ดีต่อสุขภาพและผิวพรรณด้วยค่ะ

เมื่อเรามาถึงก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เหมาะสม ขอบอกว่าน่ารักมากๆเป็นแบบไทยๆ แล้วมาสครับผิวกันก่อนที่จะลงแช่น้ำ ส่วนประกอบของครีมที่เอามาขัดผิวได้แก่ ข้าวสารข้าวหอมมะลิ เอามาปั่น ผสมโยเกิร์ต ผสมน้ำมันมะพร้าว และน้ำมันมะขาม ขัดผิวให้จนทั่วตัว ข้าวสารที่ปั่นจะยังหยาบๆ นิดหน่อย ใช้วิธีการขัดเบาๆ ลูบไปตามตัว ไม่เจ็บ ห้ามขัดแรงเพราะผิวอาจถลอกได้ ผลที่ได้คือผิวที่เนียนนุ่มแบบสุดๆ จากนั้นก็ไปล้างตัวเอาโยเกิร์ตขัดผิวออกให้สะอาด แล้วเตรียมลงแช่น้ำแร่กันค่ะ

บ่อที่เราเห็นเรียงๆ กันอยู่นี้มีอุณหภูมิที่แตกต่างกันค่ะ วิธีการลงแช่ ไม่ใช่การแช่ยาวๆไปทีเดียว การลงแช่น้ำแร่ที่วารีรักจะมีขั้นตอนที่เป็นมาตรฐานอยู่

บ่อน้ำร้อนจะสร้างเป็นชุดติดๆ กัน ชุดละ 3-4 บ่อ ประกอบไปด้วยน้ำอุ่น 1 บ่อ น้ำร้อน 1 บ่อ และน้ำเย็น 1 บ่อ สามารถเดินข้ามไปแต่ละบ่อได้ในไม่กี่ก้าว ก่อนอื่นต้องทำการปรับสภาพร่างกายด้วยการลงแช่บ่อน้ำอุ่น 3 -5นาที จากนั้นย้ายไปบ่อน้ำร้อน 3-5 นาที จากนั้นลงบ่อน้ำร้อนสลับกับน้ำเย็น 3 รอบ เป็นอันเสร็จพิธี บ่อน้ำที่นี่จะสะอาด มีการขัดล้างบ่อเอาน้ำออกทุกวันค่ะ เราแช่ได้ด้วยความสบายใจ

แล้วก็จะมีการทำโยคะพื้นฐาน 2-3 ท่า เป็นฤๅษีดัดตน เน้นการควบคุมลมหายใจเข้า-ออก ต่อจากนั้นจะแช่อีกสักพักก็ได้ แต่ให้แช่บ่อน้ำเย็นเป็นบ่อสุดท้ายก่อนขึ้นจากน้ำแร่เสมอ เพื่อให้รูขุมขนมันปิด พนักงานจะคอยชี้แจงและดูแลทุกขั้นตอนของเราให้เป็นไปอย่างถูกต้อง และเพื่อดูแลความปลอดภัยของเราด้วย น้ำร้อนที่นี่มีอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 40-45 องศา มีการนวดประคบร้อนให้ด้วยนะคะ

ปิดท้ายด้วยการดื่มน้ำมะพร้าวจากธรรมชาติ

หลังจากแช่น้ำแล้วร่างกายจะรู้สึกสบาย ผ่อนคลาย และตัวเบาๆมาก พร้อมที่จะไปนวดไทยต่อกันเลยนะคะ Therapist ที่นี่มีความชำนาญทุกท่าน รับรองว่าออกจากทีนี่ไปร่างกายเราจะสบายแน่นอนค่ะ

และสำหรับเซ็ตอาหารกลางวันที่เสิร์ฟของที่นี่เป็นอาหารเพื่อสุขภาพนะคะ แนวอาหารคลีนนิดๆและปิดท้ายด้วยผลไม้ตามฤดูกาลเท่าที่แถวนี้จะหามาได้ค่ะ

หากใครที่อยากมีประสบการณ์แปลกใหม่หรือหาสิ่งดีๆให้เป็นรางวัลกับตัวเอง พวกของต่างๆ ในบ้านที่ไม่ได้ใช้งานเก็บไว้ก็รกบ้าน เอามาลงขายเปลี่ยนเป็นงบเที่ยวได้นะคะ

กินกันวัณโรค

สงสัยกันมั้ยคะ? เวลาที่คุณจะไปต่างประเทศแล้วบางทีต้องโดนตรวจปอด ทำไมหละ? ทำไมเพื่อนคนเกาหลีไม่เห็นต้องตรวจเลย เพื่อนคนอังกฤษก็ไม่เห็นตรวจเลยเวลาเค้ามาไทยหรือไปประเทศอื่นๆ ก็เพราะว่า ประเทศของพวกเค้าไม่สุ่มเสี่ยงไงหละคะ!!! คนไทยสุ่มเสี่ยงอะไรกัน?! ก็สุ่มเสี่ยงวัณโรคไงคะ โดยเฉพาะวัณโรคปอดสุดฮิตตตตต

เนื่องจากเชื้อวัณโรคจะระบาดในสถานที่ที่มีความแออัดของผู้คนและแสงแดดเข้าไม่ถึง ซึ่งประเทศไทยของเราเนี่ยก็มีชุมชนแออัดเยอะพอสมควร รวมถึงระบบสาธารณูปโภคที่ยังอยู่ในระดับปานกลางเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วหลายๆ ประเทศ

เจ้าเชื้อวัณโรคสามารถเกิดได้กับทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นวัณโรคที่โพรงจมูก หรือ ที่อื่นๆของร่างกายจากสถิติประเทศไทย เราติดอันดับ 1ใน 14 ประเทศ ที่มีผู้ติดเชื้อวัณโรคสูงถึงอัตรา 1.2แสนคนต่อปี และเสียชีวิตปีละ 1.2หมื่นรายเลยทีเดียว น่ากลัวใช่มั้ยหละคะ!!!!!! ที่พบบ่อยสุดก็คือ วัณโรคปอด ค่ะ เอ๊ะ… แล้วกลไกลในการติดเชื้อวัณโรคปอดไปจนถึงเกิดอาการจะเป็นยังไงกันนะ

ให้ลองนึกว่าปอดของทุกคนเป็นแก้วน้ำเปล่าค่ะ แล้วเจ้าเชื้อวัณโรคเป็นหยดน้ำหวานเฮลบลูบอยสีแดงหนึ่งหยดที่บังเอิญหยดลงไปในแก้วน้ำเปล่า ตอนแรกแก้วน้ำเปล่าก็จะยังไม่ใช่สีชมพูใช่มั้ยคะ อันนี้เรียกระยะไม่แสดงอาการ ค่ะ เมื่อร่างกายอ่อนแอ ไม่สามารถสร้างตัวทำลายเจ้าเชื้อแฝงนี้ได้ มันจะค่อยๆเป็นสีชมพูทีละนิดจนทั่วทั้งแก้ว เหมือนการติดเชื้อวัณโรคที่ปอดเลยค่ะ เมื่อติดเชื้อและอยู่ในระยะแสดงอาการ ปอดของเราก็จะเริ่มมีจุดสีขาวเต็มปอด นี่คือการอักเสบของปอดของเรานั่นเอง ซึ่งอันตรายถึงชีวิตเลยนะคะ

สมัยก่อนอดีตกาลล้านแปดพันปี (เว่อร์ไว้ก่อนพ่อสอนไว้ค่ะ แหะๆ) การรักษาเจ้าวัณโรคปอดทำไม่ได้ค่ะ ยังไม่มีผู้คิดค้นวิธีรักษาได้ คนที่เป็นโรคนี้ก็คือไร้ญาติขาดมิตรเลยค่ะ แต่ปัจจุบันรักษาหายขาดได้ แต่ก็ค่อนข้างใช้เวลาและความอดทนมากเลยค่ะ เพราะผู้ป่วยต้องทานยาติดต่อกัน 6 เดือน และในบางเคสต้องทานยาติดต่อกัน 1-2 ปี ซึ่งสิ่งที่ตามมาก็คือผลข้างเคียงของยานั่นเอง

อาการต่างๆของผลข้างเคียงได้แก่ ตับอักเสบ , อาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ถ้าให้ยาสัปดาห์ละ 2 ครั้ง , ผิวหนังเกรียมแพ้แดด , ปวดมือ , ตามัว และ อาจตาบอดได้ , หูตึง และสุดท้ายคือ เสียการทรงตัว

และด้วยความเทพของวงการแพทย์ในปัจจุบัน จึงค้นพบว่า เจ้า “พริกไทย” สามารถยั้บยังเจ้าเชื้อวัณโรคได้ จึงมีผู้ค้นคว้าต่อยอดเพื่อจะนำเจ้าพริกไทยมาสกัดและใช้ควบคู่กับยาแผนปัจจุบัน เพื่อลดผลข้างเคียงของยารักษา โดยเมนูที่มีส่วนประกอบของ พริก(สยาม) อ่ะล้อเล่นนน พริกไทย ก็มีหลากหลายเมนู ลองมาดูกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง

ปลากะพงผัดพริกไทยดำ

สเต๊กหมูพริกไทยดำ

กุ้งทอดกรอบคั่วพริEกเกลือและพริกไทยอ่อน

น้ำพริกพริกไทยอ่อน

หมูสามชั้นผัดพริกไทยอ่อน
เห็นเมนูก็น้ำลายไหลแล้วนะคะ สิ่งสุดท้ายที่ผู้เขียนอยากจะฝากให้ผู้อ่านได้ลองคิดตามก็คือ การที่เราทำงานอย่างหนัก กินข้าวไม่ตรงเวลา กินอาหารที่ไม่มีประโยชน์ แล้วสุดท้ายล้มป่วยหนัก
เงินที่หามาได้ก็เอาไปใช้ค่ารักษาจนหมด มันคุ้มค่าหรือคะ? อยากฝากให้ทุกคนรู้จักการ “Work Life Balance” ค่ะ ต้องทำงานให้ดี แต่ในขณะเดียวกันสุขภาพก็ต้องดีด้วย การเลือกทานอาหารเพื่อสุขภาพก็เป็นการเริ่มต้น “Work Life Balance” ที่ดีเลยนะคะ และสำหรับผู้ที่ Work Life Balance แบบไม่รู้จะ Balance ยังไงแล้ว แต่เงินในกระเป๋าไม่ Balance เรยข่า!!! สามารถลงขายของที่ไม่ใช้แล้ว หรือ ของมือหนึ่ง เพื่อหารายได้เสริมกันได้ที่ Kaidee ข่าาา ทีนี้ ทั้ง Work ทั้ง Life ทั้ง Money ก็จะสมดุลขึ้นนะคะ อิอิ

เปิดเรื่องลับ…’แปลกแต่ปัง’ ของรถยนต์รุ่นดัง น่าใช้สุดๆ

วงการรถยนต์มักจะมีเรื่องอะไรให้เราตื่นเต้นอยู่เสมอๆ เช่นเดียวกันกับรถยนต์บางรุ่นที่มีความ “แปลก” จนน่าสงสัยแต่กลับ “ปัง” ขายดีมีคนอยากจับจองเป็นเจ้าของอย่างไม่น่าเชื่อ ลองมาดูกันว่าเรื่องราวความแปลกในมุมต่างๆ ของรถยนต์รุ่นที่อาจจะคุ้นเคย น่าสนใจมากน้อยแค่ไหน

TOYOTA C-HR
รถยนต์ครอสโอเวอร์ที่เปลี่ยนภาพลักษณ์เดิมๆ ของ Toyota จนแทบจะจำไม่ได้ ด้วยรูปทรงที่เป็นสปอร์ตคูเป้ยกสูงตามชื่อ (Coupe-High Rider) นอกจากนี้ Toyota C- HR นับเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่ออกแบบด้วยแพลตฟอร์มใหม่ที่เรียกว่า Toyota Global New Architecture (TNGA) และจะเป็นปรัชญาหลักที่จะต่อยอดใช้กับรถยนต์รุ่นอื่นๆ ต่อไป ซึ่งนอกจากจะเป็นการเพิ่มความแข็งแรงให้กับตัวถังแล้ว รูปลักษณ์ภายนอกก็ดูทันสมัย แปลกตาไปจากเดิมสุดๆ จนหยุดความคิดที่จะเป็นเจ้าของไม่ได้เลย

NISSAN JUKE
SUVในระดับ B-Segment ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ด้านการออกแบบของนิสสันคันนี้ ถือว่ามีความ “ใหม่” มากในปี 2013 เพราะคนส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักรถยนต์ประเภทนี้มากนัก แต่เรื่องที่เป็นความ “แปลก” สำหรับ Nissan Juke ก็คือ เป็นรถยนต์ที่ถูกผลิตออกมาเหมือนกับตัว Prototype ที่เคยโชว์ในงาน GENEVA Motor Show 2011 ทุกกระเบียดนิ้ว ซึ่งโดยปกติแล้วแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย... แต่ก็เป็นไปแล้วสำหรับ Nissan Juke ที่ได้รับความนิยมไม่น้อย โดยเฉพาะดีไซน์ที่ดูสวยงามจนมาถึงวันนี้

SUZUKI JIMNY
เพราะเคยเป็นสายลุยราคาประหยัดมาก่อน จึงมีการคาดเดาไปว่าเจ้า All - new Suzuki Jimny 2019 ที่ส่งตรงมาจากญี่ปุ่นคันนี้น่าจะมีราคาเริ่มต้นแบบสบายกระเป๋านักเลงออฟโร้ด ซึ่งความเป็นจริงแล้วไม่เป็นเช่นนั้นเลย เพราะราคาขายจริงสูงถึง 1.5 ล้านบาท สร้างความฮือฮาและดราม่ากันแบบสุดๆ แต่ที่เป็นเรื่อง “แปลกแต่จริง” ของ Suzuki Jimny 2019 ก็คือ ขายหมดในเวลาแสนสั้น!ใครที่พลาดตัวใหม่ล่าสุดไป ก็ลองมองหาความคลาสสิคจาก Suzuki Jimny รุ่นก่อนๆ ได้นะ

TOYOTA SIENTA
ส่งเข้าประกวดในหัวข้อ “แปลกแต่ปัง” อีกหนึ่งรายการสำหรับ Toyota เมื่อตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ (MPV) กำลังร้อนระอุ จึงส่ง Toyota Sienta ซึ่งเป็นเซกเม้นท์ใหม่ พร้อมชูฟังค์ชั่นประตูสไลด์ไฟฟ้าเพียงหนึ่งเดียว ( ที่คนไทยอาจจะไม่ชอบเท่าใดนัก) และถึงแม้ทุกวันนี้ทาง Toyota ยังจะไม่มีแผนชัดเจนว่าจะให้ Toyota Sienta ไปต่อในสายการผลิตหรือไม่มนอนาคต แต่ดูเหมือนว่าหลายๆ ครอบครัวก็ยังยกให้ Toyota Sienta เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ที่น่าใช้ โดยเฉพาะครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ เพราะว่ามีพื้นเตี้ยสะดวกในการขึ้นลง

MAZDA 2
รถยนต์อีโคคาร์ที่มีดีไซน์สวยงามและดูหรูหราจนได้รับความนิยมไม่น้อยถึงแม้ราคาค่าตัวอาจจะแพงกว่าเพื่อนๆ ในกลุ่มอีโคด้วยกัน นอกจากราคาแล้ว สิ่งหนึ่งที่แปลกกว่าใครเขาคือการหยิบเครื่องยนต์ดีเซลมาใช้กับรถยนต์ขนาดเล็กนี่ล่ะ

HYUNDAI H1
เป็นเรื่องที่น่าแปลกไม่น้อยสำหรับแบรนด์รถยนต์จากประเทศเกาหลีที่แม้จะมีคุณภาพระดับโลก แต่กลับไม่เป็นที่นิยมมากนักในประเทศไทยด้วยอคติที่ว่า “รถหรูราคาแพงแต่ขายต่อในราคาแสนถูก” มีเพียง HYUNDAI H1 หนึ่งเดียวเท่านั้นที่ยังคงยืนหยัดและทลายกำแพงที่ว่านั่นอย่างราบคาบ ด้วยการเป็นรถยนต์ MPV ที่ตอบโจทย์นักธุรกิจและครอบครัวด้วยการใช้งานที่หลากหลาย แถมยังขายต่อได้ราคาที่ดีด้วยความต้องการของตลาดที่น้อยคนนักจะรู้

HONDA ACCORD GENERATION 10
สร้างความ “แปลกใจ” ให้กับสาวกรถยนต์ Honda เป็นอย่างมากสำหรับ Honda Accord Gen 10 ตัวล่าสุด ที่ยกเลิกการใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร และ 2.4 ลิตร แล้วมาใช้เครื่องยนต์ใหม่ที่เล็กลงเป็น เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร เทอร์โบ จนใครๆ หลายคนคิดว่าเครื่องเล็กขนาดนี้จะเอาอยู่ไหมกับตัวถังที่ใหญ่ขนาดนี้ แต่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่าประสิทธิภาพความแรงดีกว่าเดิมแน่นอน แถมยังจะประหยัดมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก ส่วนเรื่องดีไซน์ก็ยังคงความเป็น Honnda Accord อยู่ไม่เปลี่ยนแปลง แต่ถ้าหากคุณหลงสเน่ห์เดิมๆ ของ Honda Accord เจเนอเรชั่นก่อนหน้านี้ ลองคลิกเข้าไปเลือกสักคันก่อนไหม

“ถึงจะแปลกในมุมที่ต่างกันไป แต่ที่สำคัญคือรถยนต์รุ่นเหล่านี้ได้รับความนิยมและยังคงเป็นที่ต้องการอย่างต่อเนื่อง ถ้าลงขายเป็นรถยนต์มือสองตอนนี้ รับรองได้ราคาดีแน่นอน”

สุดยอดแบรนด์สนีกเกอร์ไฮโซ โอ้โห! จะไม่มีได้ยังไงล่ะวัยรุ่น!

อย่าเพิ่งเรียกตัวเองว่าเป็น Sneaker Collector ถ้าตู้รองเท้าของคุณยังไร้ซึ่งเงาของแบรนด์เหล่านี้ เรียงรายอยู่ในนั้น แน่นอนว่าแม้ราคาค่าตัวจะแตะหลักหมื่น แต่ใครเล่าจะฝืนใจไหว โดยเฉพาะนัก สะสมอย่างคุณ มาดูกันว่า สุดยอดสนีกเกอร์แบรนด์ไหนบ้างที่คุณควร (ต้อง) เสาะหามาไว้ประดับตู้ เพื่อควรค่ากับการเป็น The Collector ตัวจริงแบบไม่อิงนิยาย

1. ADIDAS NMD
ขอเรียกว่าเป็นรองเท้าที่พลิกโลกของสตรีทแวร์ไปเลยก็คงไม่ผิดนักสำหรับ adidas Nomad หรือ
NMD ที่ใครๆ ก็อยากเป็นเจ้าของเสียเหลือเกิน ด้วยคอนเซปท์การออกแบบที่รวมเอา Uniqueness ของแต่ละรุ่นยอดฮิตในยุค 80s มาไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น MicroPacer, Rising Star และ Boston Super ผสานกับนวัตกรรมพื้นรองเท้า BOOST และผ้าถัก Primknit จนกลายเป็นไลฟ์สไตล์สนีกเก อร์ที่คุณคู่ควรเป็นที่สุดจวบจนถึงปัจจุบัน

2. GUCCI
น้อยคนนักที่จะรู้ว่าแบรนด์ไฮโซจากแดนมักกะโรนีอย่าง GUCCI ก็มีคอลเลคชั่นรองเท้าผ้าใบกับ
เขาด้วยเหมือนกัน ถึงเทคโนโลยีจะไม่หวือหวา แต่งานออกแบบของ Alessandro Michele ก็ทำให้ ใครต่อใครหลงใหลด้วยมนต์เสน่ห์ของลายปักอันเป็นเอกลักษณ์ของ GUCCI สร้างสีสันและชีวิต ชีวาด้วยลายสิงสาราสัตว์ โดยเฉพาะลายผึ้งที่ต้องบอกว่า “เวรี่คูล” ซึ่งราคาตอนที่วางจำหน่ายครั้ง แรกก็สูงลิบ แต่ถ้าคิดจะเป็นสาวกสนีกเกอร์ตัวจริง ก็ต้องช่วงชิงเป็นเจ้าของให้ได้สักคู่

3. CONVERSE
ครองใจคนทุกเพศทุกวัยมาร่วมศตวรรษจริงๆ แบรนด์ Converse นี้มีที่มาจาก กีฬาบาสเกตบอลที่ได้
รับความนิยมในปี 1917 ทำให้รองเท้ารุ่นดั้งเดิมอย่าง Converse All Star กลายเป็นที่ฮือฮาด้วยดี ไซน์สุดคลาสสิกและสวมใส่สบาย กลายเป็นจนเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมของคนกลุ่มต่างๆ มากมาย รวมถึง Jack Purcell ก็เป็นอีกรุ่นที่ได้รับความนิยมชมชอบจากฮิปสเตอร์สายวินเทจด้วย รอยยิ้มอันมีเสน่ห์บนหัวรองเท้า เย้ายวนชวนให้สะสม

4. YEEZY
จากแรงบันดาลใจตั้งต้นของ Kanye West ศิลปินชื่อดังที่ผลักดันให้ Yeezy กลายเป็นรองเท้าผ้า ใบที่ออกแบบให้ใส่สบายที่สุดในยุคนั้น และได้หันไปร่วมมือกับ adidas เพื่อทำคลอด Yeezy BOOST 750 ออกมา ก่อนจะกลายเป็น Yeezy BOOST 350 ที่เรียกว่าได้รับกระแสตอบรับแรงสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นสไตล์ บวกกับนวัตกรรมความสบายและสามารถรักษารูปร่างของรองเท้าไว้ได้ด้วยการ ใช้วัสดุ TPU แทนโฟม

5. BALENCIAGA
Balenciaga เป็นแบรนด์แฟชั่นสัญชาติสแปนิช ซึ่งความโดดเด่นของ Balenciaga จะเป็นอย่า งอื่นไม่ได้นอกเสียจากงานออกแบบที่นำเอาแรงบันดาลใจจากงานศิลปะและเรื่องราวของผู้คนใน ประวัติศาสตร์ผสานเข้ากับศิลปะแบบ Surrealism จนเสื้อผ้าของ Balenciaga ถูกกล่าวขานว่าเป็น ผลงานศิลปะที่สวมใส่ได้อย่างสบาย และมีชื่อเสียงอย่างมากในวงการแฟชั่น Haute Couture และ นั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ Balenciaga Triple S กลายเป็นไอเทมที่เร่าร้อนสุดๆ ในวงการสนีกเกอร์ จากการออกแบบที่ผสานรูปทรงเทอะทะในยุค 90’s ให้เหมาะสมกับยุคสมัยผ่านสมองของ Demna Gvasalia ดีไซน์เนอร์ประจำแบรนด์ จนเป็นรองเท้าผ้าใบระดับพรีเมี่ยมที่มีราคาเกือบครึ่งแสน แต่ ก็ยังเป็นที่นิยมอย่างไม่น่าเชื่อจากคนทั่วโลก

“ รองเท้าดีๆ พรีเมียมแบบนี้ ใครบ้างจะไม่อยากได้ แล้วถ้าคุณมีสนีกเกอร์เหล่านี้นอนเหงาๆ อยู่ ในตู้รองเท้า เอาออกมาโพสต์ขายได้นะ จะได้ไปรันวงการกันต่อในคอลลเคชั่นอื่นๆ ”

ฟินลิ้นไปกับการผสมผสานจากร้านอาหารฟิวชันเด็ดๆ

ยุคนี้เป็นยุคสมัยของการปรับตัว โลกหมุนไปไวมากและแคบมากลงทุกที ปัจจุบันวัฒนธรรมทางด้านอาหารได้ผสมผสานกันไปหมด การกินอาหารแบบเดิมๆอาจดูน่าเบื่อตนเกินไปในบางครั้ง จึงได้มี Fusion Food เกิดขึ้นและได้รับความนิยมมากในหมู่คนรุ่นใหม่ที่ชอบการเรียนรู้ การผสมผสานทางวัฒนธรรมการกินจากหลายๆชาติ และที่สำคัญที่สุดคือรสชาติอาหารและหน้าตาอาหารจะต้องดี มีการผสมผสานอย่างลงตัว และถ่ายรูปอวดชาวโลกได้ไม่อายใคร
และถ้าหากจะพูดถึงอาหาร Fusion ในเมืองไทย บอกได้เลยว่ามีเยอะมากตั้งแต่ Street Food ยัน Fine Dining กันเลยทีเดียว วันนี้เราจะพาไปร้านเด็ดๆในใจซัก 2-3 ร้านที่มำอาหาร Fusion ออกมาได้โดนใจ มีร้านอะไรบ้างตามมากันเลย

1.THYME EATERY & BAR
ที่ตั้ง : 411/2 ถนนนางลิ้นจี่ ยานนาวา กรุงเทพฯ แถวๆช่องนนทรี

เป็นร้าน สไตล์ Bar & restaurant เน้นเสริฟอาหารโมเดิร์นยูโรป บรรยากาศร้านเหมาะมานั่ง hang out ร้านนี้เด่นที่อาหารสเปน แต่ก็เป็นสไตล์ Fusion ที่ทำรสชาติให้ถูกปากคนไทย

อาหารจาน Fusion ที่มีการผสมผสานอย่างลงตัวของร้านนี้เรายกให้จานนี้

'Spaghetti Tom YumW' สปาเกตตี้ต้มยำกุ้งแม่น้ำ เป็นสปาเกตตี้ต้มยำกุ้งที่แตกต่างจากที่เคย ซอสที่เชฟใช้ผัดเส้นสปาเกตตี้นั้นเชฟได้เอาเครื่องต้มยำทุกอย่างไปปั่นรวมกัน ทำให้เครื่องต่างๆของต้มยำเคลือบอยู่บนเส้น เวลาทานเราจะได้สัมผัสรสชาติของสมุนไพรทุกตัว ไม่ได้เขี่ยทิ้งแบบเวลาทานต้มยำปกติ และกุ้งแม่น้ำที่ย่างมาก็สุกกำลังดี แถมมีน้ำจิ้มซีฟู้ดมาให้ไว้ในจานอีกด้วย

'Garlic Prawns' กุ้งผัดกับกระเทียม และใส่พริกเล็กน้อย กุ้งมาแบบสุกกำลังดีเป๊ะ ไม่แข็งจนเกินไปและไม่ดิบ รสชาติเค็มนิดๆมีเผ็ดแทรกหน่อยๆ ทานกับขนมปังที่เสิร์ฟมาพร้อมกันนี่อร่อยพอดี

2. Met Café
ที่ตั้ง : อยู่ตรงข้ามโรงพยาบาลคามิลเลี่ยน ทองหล่อ

อาหารที่นี่ถือว่าเป็นอาหารสไตล์โฮมเมดอย่างแท้จริง เพราะได้รวมเอาเมนูเด็ดๆสูตรอาหารที่ทำทานกันที่บ้านหรืออาหารที่พบเจอระหว่างการเดินทางมาไว้ที่นี่ เราจะพบความหลากหลายของอาหารทั้งอาหารที่เป็นแบบดั้งเดิมและอาหารที่ถูกนำมาประยุกต์ผสมผสานชนิดที่เราอาจจะคาดไม่ถึงว่าเมื่อเอามาอยู่รวมกันแล้วจะอร่อยแบบนี้ ทางร้านจะเลือกใช้วัตถุดิบอย่างดีมีคุณภาพ พืชผักบางชนิดมาจากสวนผักออร์แกนิคที่ทางร้านปลูกเอง

'เพนเน่ผัดสะตอ' จานนี้เป็นการพบกันระหว่างอาหารฝรั่งคือเพนเน่ กับอาหารไทยทางใต้คือผัดสะตอ ตอนแรกเรายังคิดว่ามันจะไปกันได้เหรอ แต่ปรากฏว่าเป็นจานที่เราชอบมากที่สุดอันดับ 1 ของที่นี่เลย ด้วยความที่สะตอมาแบบกำลังดีเคี้ยวมันๆผัดกับหมูสับมาแบบรสชาติจัดจ้านเสริฟ์พร้อมกุ้งย่าง เพนเน่ผัดมาแบบเข้าเนื้อ อร่อยทุกคำจริงๆ

'แองเจิลแฮร์เนื้อปูผัดพริกขี้หนูสด' จานนี้จะมาแบบผัดพริกแห้ง+กระเทียม รสชาติจะเผ็ดนิดๆ ปูจะมากันเป็นก้อนๆ ความจัดจ้านแบบอาหารไทยไปกันได้ดีกับอาหารอิตาเลี่ยน

3. BANGKOK TRADING POST BISTRO & DELI
ที่ตั้ง : อยู่ในโรงแรม 137 PILLARS Suites & Residences Bangkok สุขุมวิท 39

ร้านในแนว All-Day Breakfast Spot อย่าง Bangkok Trading Post Bistro & Deli ห้องอาหารสไตล์ International Cuisine คอนเซ็ปต์ของที่นี่ใช้ความเป็น Traveller Mood เมนูในร้านนี้ดัดแปลงมาจากการเดินทางท่องเที่ยวและอาหารยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากประเทศต่าง ๆ รสชาติถูกปากคนไทยแน่นอน

'Pizzaไส้อั่ว / Pizza ทะเล' ห้ามพลาดเลยสำหรับ Pizza ไส้อั่ว มันเข้ากันได้อย่างลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ ความเข้มข้นของสมุนไพรในไส้อั่วทำให้จานนี้ถูกใจอย่างมาก

'แกงไก่' เสริฟ์มาในเซ็ตปิ่นโต พร้อมข้าวสวยและสลัด เครื่องแกงรสจัดคล้ายๆพวกแกงแขก-มัสมั่นแต่ มีมะเขือเทศ ลิ้นจี่ใส่มาคล้ายๆกับแกงเผ็ดเป็ดย่างด้วย

วันนี้ลองออกไปค้นหาอาหาร Fusion ที่มีรสชาติแปลกๆใหม่ๆ หนีความจำเจจากอาหารเดิมๆเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ หนีออกจากกรอบเดิมๆ และสร้างสีสันให้กับชีวิตเรากันเถอะ หรือถ้าอยากจะเซฟอีกนิด ก็ถ่ายรูปของไม่ใช้ในบ้านมาลงขาย เปลี่ยนให้เป็นงบได้ 1 มื้อสบายๆ ลองเลย

ถ้าเงื่อนไขบ้านใหม่ไม่เร้าใจ มามองบ้านมือสองกันดีกว่าไหม

ถ้าคุณกำลังมองหาบ้านจัดสรรโครงการใหม่สักหลัง แล้วรู้สึกว่าเงื่อนไข หรือข้อเสนอต่างๆ ของโครงการเหล่านั้นยังไม่ถูกใจ อยากให้ลองเปิดใจสักนิด แล้วมาพิจารณาบ้านมือสองสภาพเหมือนใหม่ ซึ่งมีข้อดีต่างๆดังต่อไปนี้ ที่คุณอาจคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

ตั้งงบประมาณได้ตามต้องการ : เราสามารถตั้งงบประมาณในการซื้อบ้านได้ตามสภาพคล่องทางการเงินของครอบครัว หลักการง่ายๆเพียงคำนวณค่าผ่อนในแต่ละงวด จะต้องไม่เป็นภาระที่ทำให้คุณรู้สึกอึดอัด หรือครอบครัวต้องรัดเข็มขัดมากเกินไป เพราะเป็นหนี้สินที่ต้องผ่อนชำระในระยะยาว เราควรจะมีความสุขกับการซื้อบ้านหลังใหม่ หากซื้อเงินสดก็คลายกังวลในเรื่องนี้ไปได้ บางครั้งเราอาจได้บ้านมือสอง ในราคาถูกกว่าที่คาดไว้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการเจรจาต่อรองตามความพึงพอใจ ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายได้โดยตรง หากเป็นบ้านโครงการใหม่ ซึ่งมีราคาตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด พนักงานขายก็ไม่สามารถช่วยลดหย่อนราคาให้ตามที่เราต้องการได้เสมอไป

ต่อเติมแต่งครบจบพร้อมอยู่ : บ้านโครงการใหม่โดยมากขายเฉพาะตัวบ้านเปล่าเท่านั้น ไม่ได้แถมเฟอร์นิเจอร์บิ้วท์อิน ส่วนต่อเติมต่างๆ เช่น ครัวหรือหลังคาโรงจอดรถมาให้ เจ้าของบ้านต้องจัดหาผู้รับเหมาเข้ามาตกแต่งเพิ่มเติมเอง มักเกิดเป็นงบบานปลายคุมค่าใช้จ่ายได้ยาก และเหนื่อยกับการคุมงานช่างกันพอสมควร สำหรับบ้านมือสอง เราสามารถเลือกหลังที่มีฟังก์ชันเหล่านี้ มาพร้อมกับตัวบ้านเลยก็ย่อมได้ เนื่องจากผ่านการใช้งาน เจ้าของเดิมส่วนใหญ่ก็จะต่อเติม และสร้างไว้อำนวยความสะดวกตอนตนเองอยู่อาศัยไว้เรียบร้อยแล้ว

สภาพแวดล้อมความเป็นอยู่จริง : บ้านใหม่ช่วงแรกๆของใหม่อะไรๆย่อมดีเสมอ เมื่อผ่านไปสักระยะสภาพความเป็นอยู่จริงก็ปรากฏ ทั้งปัญหาเรื่องเพื่อนบ้าน เสียงรบกวน การจอดรถ ที่ทำให้คนซื้อบ้านใหม่กลุ้มใจจนอยากย้ายหนีก็มีให้เห็นกันไม่น้อย แต่หากเป็นบ้านมือสอง เราสามารถดูสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่จริงของหมู่บ้านนั้นๆ มารยาทการอยู่อาศัยร่วมกันของเพื่อนบ้านบริเวณใกล้เคียงได้ทันที รวมถึงการทำงานของนิติบุคคลหมู่บ้าน การใส่ใจดูแลความปลอดภัย และความเรียบร้อยของพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อให้ลูกบ้านที่คิดจะซื้อบ้านโครงการนี้ สบายใจกับการอยู่อาศัยในระยะยาว หรือหากใครไม่อยากเสียค่าใช้จ่ายส่วนกลางเพิ่มเติม บ้านมือสองที่เป็นบ้านเดี่ยว ไม่มีระบบนิติบุคคลหมู่บ้าน ก็มีให้เลือกมากมายอีกเช่นกัน

ทำเลดีๆซึ่งโครงการใหม่ก็หาซื้อไม่ได้ : หมู่บ้านโครงการใหม่ต้องเน้นสร้างบนที่ดินผืนใหญ่ ครั้งละหลายๆหลัง อย่างใจกลางเมืองเราจึงพบบ้านจัดสรรเกิดขึ้นใหม่ได้น้อยมาก เพราะที่ดินทำเลดีๆยิ่งใกล้ระบบคมนาคมที่สะดวก ก็ถูกจับจองกันเกือบหมดแล้ว ส่วนใหญ่จึงเป็นโครงการคอนโด สร้างที่อยู่อาศัยพื้นที่แนวดิ่ง ซึ่งอาจไม่ตรงตามไลฟ์สไตล์ของครอบครัว จะมองหาที่ดินเปล่าเพื่อสร้างบ้านสักหลังก็นับว่ายากเลยทีเดียว บ้านมือสองในทำเลดี ที่สะดวกต่อการเดินทางไปทำงาน หรือใกล้สถานศึกษาของลูกๆ ก็นับว่าตอบโจทย์ได้ดีทีเดียว

อย่างไรก็ตามบ้านมือสองย่อมเป็นบ้านที่ผ่านการใช้งานแล้ว ผู้ซื้อจึงควรสำรองเงินบางส่วนไว้ เพื่อรีโนเวทสักเล็กน้อย หรือซ่อมแซมต่อเติมให้เป็นไปตามรูปแบบที่ต้องการ เช่น ทาสีบ้านให้เหมือนใหม่ ปรับแต่งสวนให้ร่มรื่นน่าใช้ ก็อาจจะลืมไปเลยว่าเคยเป็นบ้านมือสองกันมาก่อน ลองมาเลือกชมกันในเว็บไซต์ Kaidee กันดูนะคะ รับรองว่าคุณจะได้พบบ้านมือสองหลังใหม่ ที่โดนใจน่าอยู่ไม่ต่างจากบ้านมือหนึ่งกันเลยค่ะ

เงินแต่งบ้านหมุนไม่พอ มาเพิ่มทุนการแต่งบ้านกับเรา อะไรไม่ใช้ มาลงขายเลย...ที่ Kaidee