รวมวิธีดูทำเลตั้งร้านยังไงให้ขายได้ดีเป็นเทน้ำเทท่า!!

ใครอยากเป็นเศรษฐี?? “ฉันน่ะสิๆ!!” ปัจจุบันการจะทำมาหากินหรือค้าขายอะไรก็ตาม บอกเลยว่าสถานที่ในการวางขายเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก หากเรานั้นอยากได้เงินจากขายเยอะๆ นั้น การมองหาทำเลที่ตั้งของร้านจะต้องแม่น แน่น ดุ และตรงเป้าหมายให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เราจึงรวมมาให้แล้วถึง 5 วิธี การมองหามุมขาย เพื่อทำให้คุณ เลือกทำเลได้ดีที่สุด!!
1. เลือกทำเลจากกลุ่มเป้าหมาย

อาจจะดูเป็นเหมือนเรื่องง่ายๆ แต่จริงๆแล้วเป็นเรื่องพื้นฐานที่สุดที่ต้องดูก่อน ลำดับแรกเลยดูในเรื่องของ ประชากรศาสตร์ (Demographics) ว่าสินค้าของเราเหมาะกับคนกลุ่มไหน และเริ่มสำรวจว่าสถานที่ตรงไหนบ้างที่มีกลุ่มเป้าหมายของเราอยู่เยอะ เช่น หากสินค้าของเรานั้นมีกลุ่มเป้าหมาย คือ หนุ่ม-สาวออฟฟิศ วัยทำงาน ทำเลที่ตั้งที่จะดี เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ อาจจะเป็นห้างสรรพสินค้าในตัวเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้แหล่งออฟฟิศ เป็นต้น
2. เลือกทำเลจากการสำรวจการสัญจรของลูกค้า

หลังจากการที่เราได้รู้กลุ่มเป้าหมายแล้วการมองหาสถานที่ขายสักหนึ่งที่นั้น เราควรมองว่าพื้นที่ตรงนั้นคนผ่านไปผ่านมาเยอะหรือเปล่า? และร้านบริเวณที่ใกล้เคียงบริเวณนั้นมีลูกค้าเข้า-ออก มาก-น้อยแค่ไหน ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งที่เราจะต้องมาคำนวณถึงว่า ต่อเดือนจริงๆ แล้วเรานั้นต้องการลูกค้าจำนวนเท่าไร ที่จะไม่ทำให้แต่ละเดือนนั้นติดลบหรือไม่มีกำไรนั่นเอง
3. เลือกทำเลจากข้อดี - ข้อเสียของแต่ละที่

เมื่อเรารู้กลุ่มเป้าหมายที่ต้องการจะขาย และรู้อัตราการสัญจรผ่านไปมาของลูกค้าแล้ว ก็ต้องมามองต่อกับสถานที่ที่เลือกจะวางขาย ควรมองหาสถาที่ที่หลากหลายเพื่อนำแต่ละที่มาเปรียบเทียบถึงข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไร และนำข้อดี - ข้อเสียเหล่านั้นมาชั่งน้ำหนักกันดูถึงรายได้ต่อเดือนที่คาดว่าจะได้รับ โดยเริ่มดูได้จากสิ่งที่ง่ายก่อนเลย คือ

ค่าเช่าที่ - เป็นสิ่งที่ต้องดูมากที่สุด เพราะแต่ละที่นั้นมีค่าเช่าที่แตกต่างกันออกไป ถ้าหากเราเลือกพื้นที่ที่มีราคาค่าเช่าต่อเดือนที่สูงแล้วนั้น รายได้ต่อเดือนก็จะได้รับน้อยลง อีกทั้งยังทำให้มี Fixed Cost (ต้นทุนคงที่) ต่อเดือนของเรานั้นเพิ่มขึ้นอย่างไม่จำเป็นอีกต่างหาก ถ้าหากว่าศึกษาข้อมูลของแต่ละที่ ดูแล้วว่าอัตราการสัญจรของลูกค้ามีพอๆ กัน เราควรเลือกที่จะประหยัดต้นทุนของเราให้ได้มากที่สุด

ความปลอดภัย - แน่นอนว่าการเปิดร้านๆหนึ่งย่อมมีค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่นอกเหนือจากค่าเช่าที่อย่างแน่นอน รวมไปถึงความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับร้านของเรา ดังนั้นเราจึงต้องคำนึงถึงความปลอดภัยทั้งของสินค้าภายในร้าน หรือบริเวณรอบๆ ร้านเช่นเดียวกัน หากบริเวณนั้นมีความเสี่ยงสูงในการตั้งร้าน เราก็ไม่ควรที่เลือกทำเลนั้นเป็นหน้าร้านของเรา
4. เลือกทำเลจากคู่แข่ง

แน่นอนว่าการค้าขาย เราย่อมอยากได้กำไรสูงสุด แต่ถ้าหากว่าที่ที่เราตั้งหน้าร้าน มีคู่แข่งที่ขายสินค้าหรือให้บริการแบบเดียวกันจำนวนมากๆ หากสินค้าของเรานั้นไม่มีความโดดเด่นแตกต่างจากคู่แข่งเจ้าอื่นๆ มากนัก การหาพื้นที่ที่มีคู่แข่งน้อยนั้น ย่อมทำให้เราได้เปรียบในการขายเป็นอย่างมาก เพราะคุณจะเป็นเจ้าเดียวที่ขายสิ่งๆนั้น ทำให้เมื่อมีลูกค้าที่ต้องการสินค้าเหล่านั้น เขาจะต้องนึกถึงคุณอย่างแน่นอน
5. เลือกทำเลจากความง่ายในการเข้าถึงของลูกค้า

เป็นสิ่งหนึ่งเลยที่ห้ามมองข้ามไป เพราะต่อให้ทำเลของเราจะดีเลิศประเสริฐศรียังไง ถ้าหากหน้าร้านของเราเข้าถึงได้ยาก หรือว่าเข้าไปลึกเกินจนลูกค้ากลัว ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้เกิดความอคติในสถานที่ตั้งได้ นั่นก็อาจจะทำให้เราเสียลูกค้าที่จริงๆ แล้วสนใจสินค้าของเราอยู่ก็เป็นได้

ดังนั้นการเลือกหน้าร้านที่จะค้าขายนั้นจะต้องดูและศึกษาให้มากๆ แต่ถ้าใครที่เลือกทำเลไม่ได้สักที หามานานเกิ๊น ก็มาหาทำเลต่อได้เลยที่ BaanKaidee และคุณจะได้เจอที่ดีๆ ที่คุณต้องการ

เงินเดือนน้อย อยากลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ได้ไหมนะ?

“อยากมีหอพักให้ปล่อยเช่า ชีวิตคงสบาย นั่งอยู่เฉยๆ ก็ได้เงินทุกเดือน” หลายๆ คนคงเคยคิด วาดฝันว่าชีวิตนี้อยากเป็นเจ้าของบ้าน คอนโด หอพัก เพื่อปล่อยเช่า เพราะการลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์นั้น เป็นเหมือนธุรกิจเสือนอนกินระยะยาว ที่ลงทุนครั้งเดียว ก็ได้กำไรอย่างต่อเนื่อง แต่การลงทุนครั้งเดียวนั้นเรียกได้ว่าเป็นการลงทุนที่ต้องใช้เงินก้อนมหาศาล หลายๆ คนจึงได้แค่วาดฝันไปเท่านั้น เพราะเราไม่มีเงินทุนมากพอที่จะลงทุนขนาดนั้นได้ แต่วันนี้ Neptune มีทางออกมาให้สำหรับคนที่มีรายได้น้อย ไม่มีเงินทุนก้อนโต แต่ใฝ่ฝันอยากจะลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์ นั่นก็คือ “การลงทุนกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์” นั่นเอง ว่าแต่มันคืออะไร มีข้อดีอะไรบ้าง ไปหาคำตอบกันเลย

กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ คืออะไร

กองทุนอสังหาริมทรัพย์ ก็เหมือนกับกองทุนอื่นๆ ที่จะระดมทุน รวบรวมเงินจากผู้ลงทุนที่มีความสนใจในด้านเดียวกันจากการขายหน่วยลงทุน เพื่อนำเงินส่วนนั้นไปต่อยอดลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นคอนโด ห้างสรรพสินค้า และอื่นๆ โดยผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนมาในรูปแบบ ค่าเช่า ค่าใช้บริการ เป็นเงินปันผลที่ได้รับอย่างสม่ำเสมอ เหมือนเราเป็นเจ้าของทางอ้อมที่ได้รับผลตอบแทนร่วมกันนั่นเอง

รายได้น้อยก็ซื้อกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ได้จริงไหมนะ?

คำตอบคือ ได้ ทุกวันนี้คุณสามารถซื้อกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ได้โดยเริ่มจากการลงทุนด้วยเงินหลักพัน กองทุนหลายๆ กองมีราคาแค่ 10 บาท หากซื้อ 200 หน่วย ก็ใช้เงินลงทุนแค่ 2,000 บาทเท่านั้น โดยถือเป็นเงินจำนวนที่เหล่ามนุษย์เงินเดือนเข้าถึงได้อย่างแน่นอน เพราะอย่างที่บอก หากเราไม่มีเงินก้อนโตไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ การลงทุนกับกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีในการเปิดโอกาสให้เราลงทุนเพื่อรับผลตอบแทน  จากอสังหาริมทรัพย์ด้วยเงินลงทุนที่ไม่มาก

ข้อดี

ใช้เงินในการลงทุนไม่เยอะ
อย่างที่บอกไป การลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์นั้น มีเงินแค่หลักพันก็สามารถที่จะลงทุนได้แล้ว ซึ่งถือว่าเป็นการลงทุนที่ใช้เงินไม่เยอะเลย โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โดยตรงที่ต้องใช้เงินส่วนใหญ่ก็หลักล้าน

กระจายความเสี่ยง
มีการกระจายความเสี่ยงมากกว่าการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โดยตรง เนื่องจากหากทรัพย์สินนี้แย่ อาจมีทรัพย์สินอื่นๆ ที่ดีอยู่ ทำให้ไม่ขาดทุนมากนัก หรืออาจจะไม่ขาดทุนเลย แต่หากลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โดยตรง หากทรัพย์สินนั้นอยู่ในช่วงขาลง เราจะไม่มีตัวช่วยในการกระจายความเสี่ยงนั่นเอง

ได้ผลตอบแทนมั่นคงกว่าการลงทุนในหุ้นแบบอื่นๆ
เนื่องจากการลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์จะได้ผลตอบแทนสม่ำเสมอในรูปแบบค่าเช่า เงินปันผล ทำให้มีกระแสเงินสดที่แน่นอน มั่นคง หรือกล่าวให้เข้าใจโดยง่ายก็คือมีรายรับที่แน่นอนนั่นเอง

เป็นยังไงกันบ้างคะ กับเกร็ดความรู้ดีๆ เกี่ยวกับการลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่ Neptune เอามาฝากกันในวันนี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ หลายๆ คนที่อยากลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แต่มีเงินก้อนไม่พอ และหากลงทุนแล้วได้กำไร อยากลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์โดยตรง มีบ้าน คอนโด มือสองราคาดีๆ มากมาย มาดูได้ที่ BaanKaidee นะ

ชาวบ้านไกล! แบบไหนคุ้มกว่า มาจากบ้าน หรือ เช่าคอนโด?

แม้การทำงานหรือการเรียนในยุคโควิดจะเปลี่ยนผันเป็นการ Work from home และการเรียนก็กลายเป็นเรียนออนไลน์แทน ทว่าในระยะหลังมานี่หลายบริษัทและสถานศึกษาเริ่มกลับมาเปิดทำการ จึงนำมาสู่การไหลรวมของประชากรเข้าสู่ตัวเมืองหลวง อย่างกรุงเทพมหานคร จึงทำให้หลายคนต้องกลับมานั่งทบทวนหนักอีกครั้ง

‘เราควรจะนั่งรถไฟฟ้าจากบ้านไปทำงาน หรือ เช่าคอนโดกลางเมืองไปดีนะ?’

แน่นอนว่าจะให้ตัดสินใจโดยไม่ดูองค์ประกอบความคุ้มค่าโดยรวมก็คงไม่ได้
เราลองมาดูปัจจัยสำคัญที่ช่วยคุณในเลือกช้อยส์ที่เหมาะสมกับคุณที่สุดกันดีกว่า!

1.ความสะดวกสบาย
เดินทางจากบ้าน : ในกรณีที่เราใช้รถไฟฟ้าในการเดินทางมาทำงานจากบ้าน แน่นอนว่าความสะดวกสบายในเรื่องของการเดินทางย่อม ‘น้อยกว่า’ การอยู่คอนโดใกล้ที่ทำงานหรือติดรถไฟฟ้า เพราะบางคนอาจต้องต่อรถออกจากบ้านเพื่อต่อรถไฟฟ้าอีกที

ไหนจะประเด็นความเบียดเสียดบนรถไฟฟ้ายามเช้าอีก แค่คิดก็ปวดหัวแทบจะทันที ทว่า การอยู่บ้านก็มีข้อดีในแง่ของการมีพื้นที่ใช้สอยและสามารถทำกิจกรรมหลายๆอย่างได้แบบอิสระกว่าอยู่บนคอนโด

เช่าคอนโด : การอยู่คอนโดติดรถไฟฟ้านอกจากจะเดินทางสะดวกมากแล้วบางคนอาจอยู่คอนโดที่สามารถเดินเท้าไปถึงที่ทำงานได้ในไม่กี่นาทีด้วย และถึงแม้จะมีประเด็นการเบียดเสียดบนรถไฟฟ้าก็อาจเกิดเพียงไม่กี่นาทีเพราะอยู่สถานีใกล้ที่ทำงาน แถมยังรอรถคันว่างๆได้อีกด้วย

แม้พื้นที่ใช้สอยจะน้อยกว่าบ้าน ทำอาหารได้เล็กน้อย ทว่าคอนโดก็มีพื้นที่ส่วนกลางต่างๆให้เราได้ใช้งาน เช่น ฟิตเนส ห้องอ่านหนังสือ สระว่ายน้ำ ฯลฯ

2.ค่าใช้จ่าย
เดินทางจากบ้าน : เราต้องนำค่าเดินทางทั้งหมดมาบวกรวมกัน การเดินทางเราอาจใช้รถยนต์ส่วนตัวมาจอดรถที่ลานจอดก่อนจะต่อรถไฟฟ้า บางคนหากมาเดินทางจากบ้านเป็นครอบครัวควรจะคำนวณความคุ้มกับจำนวนผู้เดินทางในแต่ละครั้ง ซึ่งหากเดินทางมาพร้อมกันหลายคนย่อมคุ้มกว่าการเช่าคอนโดอยู่แน่นอน

ทว่าอาจมีข้อเสียในเรื่องของค่าใช้จ่ายในเรื่องของที่จอดรถบวกเพิ่มเข้ามารวมถึงค่าน้ำมันและค่าบำรุงรถจิปาถะต่างๆนานาเพิ่มขึ้นเข้ามาอีก

และในกรณีที่บางคนบ้านอาจอยู่ติดรถไฟฟ้าอยู่แล้ว เรื่องค่าใช้จ่ายนี้น้อยกว่าการเช่าคอนโดอยู่หลายเท่า เนื่องจากคอนโดในเมืองล้วนแต่ราคาหลักหมื่นอัพกันเป็นส่วนมาก ถึงแม้ค่ารถไฟฟ้าจะยิ่งไกลราคายิ่งสูงมากแต่ก็ยังคงถูกกว่าการเช่าห้องเดือนละหมื่นอยู่หลายพัน

เช่าคอนโด : คอนโดกลางกรุงราคาส่วนใหญ่มักจะอยู่ที่หลักหมื่นบวกๆ ยิ่งทำเลดีแค่ไหนราคายิ่งเพิ่มเท่านั้น แน่นอนว่าถ้าคนมีงบ การเช่าคอนโดอาจเป็นปัจจัยดีที่สุด แต่คนไม่มีงบนั้น การเช่าคอนโดอาจต้องเลือกที่ห่างออกมาจากตัวเมืองหน่อย ซึ่งจะตามมาด้วยค่าเดินทางเพิ่มเติมขึ้นมา เมื่อนำมารวมกับค่าเช่าแล้วอาจทำให้ต้องซดมาม่าทั้งเดือนก็เป็นได้

3.เวลา
เดินทางจากบ้าน : ปัจจัยด้านเวลาขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่า ระยะทางจากบ้านนั้นไกลจากสถานที่ทำงานหรือที่เรียนมากน้อยเพียงใด ทว่าแม้บ้านของคุณจะอยู่ใกล้กับที่ทำงานห่างกันไม่ถึง สิบกิโล แต่ก็อาจใช้เวลาเป็นชั่วโมงกว่าจะถึง อย่างที่รู้กันว่า ปัญหาของการจราจรของกรุงเทพมหานครนั้นติดอันดับ 11 ของโลกในการจัดอันดับของ TomTom Traffic Index ปี 2019

ถึงแม้จะสามารถใช้รถไฟฟ้าในการเดินทางได้ แต่เวลาในการเดินทางอาจไม่ได้น้อยไปกว่าการขับรถไปทำงานเลย เพราะยังไม่รวมเวลาที่ต้องรอรถไฟฟ้า หรือ เวลาที่รถไฟฟ้ามักจะเสียเป็นประจำให้คุณได้หงุดหงิดบ่อยๆ

เช่าคอนโด : หากคอนโดใกล้สถานที่ทำงานคุณ หรือ อยู่สถานีรถไฟฟ้าใกล้ที่ทำงาน นั่นถือว่าคุณโชคดีเป็นอย่างมาก เพราะแทบจะย่นระยะยเวลาในการเดินทางไปกลับบ้านได้เยอะ ทั้งยังมีเวลาเหลือเฟือในการทำอย่างอื่น เช่น นอนดึกตื่นสายขึ้น เข้าฟิตเนส ไปวิ่งตามสวนสาธารณะยามเช้า รวมถึงมีเวลาทำงานอดิเรกอื่นๆของคุณอีกมากมาย แน่นอนว่าหากใครสายปาร์ตี้ยามค่ำคืน การเช่าคอนโดน่าจะเป็นช้อยส์ที่เหมาะสมกับคุณมากที่สุด!

4.ความสบายใจ
เดินทางจากบ้าน : ปัจจัยความสบายใจ อาจเป็นปัจจัยหลักของคนหลายคนในการตัดสินใจ เนื่องจากบางคนรักในการอยู่แบบเป็นแฟมิลี่ การอยู่กับที่บ้านหรืออยู่กับน้องหมาน้องแมวหรือสัตว์เลี้ยงที่รักของคุณ ย่อมช่วยลดความเครียดสะสมจากการทำงานหรือการเรียนได้เป็นอย่างดี เพราะเมื่อคุณกลับบ้านมา คุณจะได้เจอคนหรือสิ่งที่คุณรักรอคอยคุณทุกวันในการกลับบ้าน มีอะไรสามารถพูดคุยแชร์กันได้

แต่ถึงอย่างนั้นสำหรับคนโลกส่วนตัวสูง ความเป็นส่วนตัวของคุณอาจถูกรบกวนได้ง่าย หรือ อาจต้องทำกิจกรรมครอบครัวร่วมกันภายในครอบครัวที่คุณไม่อยากทำ เป็นต้น

เช่าคอนโด : การเช่าคอนโดอาจต้องอยู่คนเดียวแถมยังเลี้ยงสัตว์ไม่ได้ แต่สำหรับคนที่มีความสบายใจในการอยู่คนเดียวถือเป็นทางเลือกที่ดีอย่างมาก เพราะคุณจะได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น แถมมีเวลานั่งเงียบๆ ผ่อนคลายตัวเองได้ดีอีกด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจมีเสียงรบกวนจากเพื่อนบ้านห้องข้างๆ แต่โดยรวมแล้วคุณจะได้ใช้เวลาอยู่คนเดียวอย่างเต็มที่แน่นอน

สำหรับปัจจัยในการเลือกสำหรับคนบ้านไกลอย่างเรานั้นนอกจากปัจจัยทั้ง 4 ข้อข้างต้นแล้ว ควรพิจารณาว่าแบบใดที่จะดีต่อ ‘สุขภาพกายและสุขภาพจิต’ ของเราได้มากที่สุด เพราะการทำงานมีความเครียดสะสมเยอะ การกลับมาบ้านหรือห้องเพื่อพักผ่อนควรเป็นที่ๆ เราได้พักผ่อนอย่างแท้จริง

หากใครที่มีงบไม่เยอะ อยากซื้อคอนโดมือหนึ่งแต่ไม่ไหวก็สามารถลองดูเป็นคอนโดมือสองหรือเช่าคอนโดรายเดือนได้ เนื่องจากบางครั้งการเช่าคอนโดอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าหากคุณไม่ได้จะทำงานอยู่สถานที่นั้นในระยะยาว แต่การซื้อคอนโดมือสองก็ถือเป็นเรื่องดีเพราะคุณจะมีกรรมสิทธิ์ครอบครองเลยไม่ต้องเสียเงินในชื่อคนอื่น

ถ้าคุณไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นดูหรือหาที่ผู้ปล่อยเช่าคอนโดจากไหน ลองเข้ามาดูได้ที่ BaanKaidee ที่ผู้ขายมีความน่าไว้วางใจและได้รับการตรวจสอบมาอย่างดีแล้ว ทั้งยังมีคอนโดหลายสถานที่ หลายแห่งมากมายให้คุณได้เลือกสรรตามใจคุณ

 

รวมร้านอร่อยจัดจ้านในย่านลาดพร้าว

ลาดพร้าวเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญแห่งหนึ่งของกรุงเทพ ประชากรในเขตนี้มีประมาณ 120,394 คน (สำรวจในปี 60) ร้านอาหารอร่อยๆมีอยู่มากมาย วันนี้เราขอจัดมาฝาก ซัก 3-4 ร้าน ที่เราคิดว่าเด็ดซึ่งถ้าตามรอยแล้วรับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ

1. ครัวชาววิเสท เป็นร้านอาหารเดลิเวอรี่ (Delivery) และโรงเรียนสอนทำอาหาร โดยครูติ๊ก หรืออาจารย์ปัญจทิพย์ คชเสนี ผู้ที่หลงใหลในการทำอาหารมาตั้งแต่อายุ 12 ปี โดยได้สืบทอดสูตรมาจากต้นตระกูลนานนับร้อยปี อาหารไทยของครัวชาววิเสท จึงถือว่าเป็นอาหารไทยตำรับโบราณ รสชาติดั้งเดิม ที่หาทานได้ยากในปัจจุบัน ครัววิเสทตั้งอยู่ที่ 671/ ลาดพร้าวซอย 7 เข้าซอยมาประมาณ 50 เมตร จะอยู่ตรงซ้ายมือ มีบริการส่งโดย Delivery ทุกค่าย ไม่ว่าจะเป็น Get , Lineman หรือ Grab ทุกวันจะมีมาจอดรอรับของกันเป็นประจำ  ทุกเมนูที่ครูติ๊กทำจะมีความพิถีพิถันทุกขั้นตอน เช่น ไก่นุ่มสุมไฟ ไก่ย่างเนื้อนุ่มทานคู่กับข้าวเหนียวร้อนๆ

ข้าวหน้าซุปเปอร์เนื้อเค็ม(โคขุน)  เนื้อชิ้นโตกับข้าวหอมมะลิร้อนๆ กับน้ำปลาพริก

ซึ่งเนื้อเค็มโคขุนที่นี่มีความเด็ด เนื้อสวยมีมันเหลืองรอบชิ้นส่วนขาหลัง(หางตะเข้)คัดพิเศษ  ซึ่งจะมีน้อยมากๆในตัวนึงครูติ๊กแพคขายเป็นแบบแช่แข็งด้วย

นอกนั้นครูติ๊กยังมีเมนูอาหารจานเดียวที่อร่อยๆอีกมากมายโทรสั่งกันได้ที่ Tel : 0944563556 เลยค่ะ

2. ครัวอิ่มอร่อย ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ ร้านนี้อยู่คู่กับถนนลาดพร้าวมานาน เจ้าของร้านมีความชำนาญในการทำก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่จนเป็นที่เลื่องลือ จนกลายเป็นร้านคั่วไก่ในตำนาน  จริงๆร้านนี้มีอาหารตามสั่งมากมายหลายอย่าง แต่ที่ห้ามพลาดก็คือก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่นั่นเอง

เส้นใหญ่เหนียวนุ่มกำลังดี ผัดมาแบบหอมกระทะ อิ่มได้ในราคาย่อมเยาว์ บางคนถึงกับออกปากว่าอร่อยแบบที่เยาวราชเลย

ได้ลองชิมเมนูอื่นมาด้วยเอาเมนูพื้นฐาน ..ข้าวกระเพราหมูกรอบไข่ดาว  ซึ่งทำได้อร่อยไม่แพ้ใครเลย

ที่ตั้ง : ปากซอยลาดพร้าว 14

3. Bluetamp คาเฟ่ที่น่านั่งที่สุดในย่านนี้ ร้านตั้งอยู่ริมถนนประดิษมนูธรรม ใกล้กับสี่แยกลาดพร้าว 86

คอนเซ็ปต์ของร้านเน้นบรรยากาศอบอุ่นสบายๆโล่งๆ  โดยใช้วัสดุเป็นไม้ ที่ให้ความรู้สึกเป็นกันเอง และอบอุ่น ตัดกับสีฟ้าและสีน้ำเงินของหมอน

เจ้าของร้านได้เรียนรู้การชงกาแฟ การทำอาหารจากร้าน Campos คาเฟ่ชื่อดังของออสเตรเลีย พอกลับมาเมืองไทยจึงได้มาเปิดร้านคาเฟ่อย่างเต็มตัว เริ่มจากสาขาแรกที่ย่านลาดพร้าววังหินประมาณ 2 ปี และล่าสุดกับสาขานี้ที่จะเน้นทั้งกาแฟและอาหารอร่อย

Americano  หอมกรุ่นรสชาติละมุนมาก

ถ้าไม่ดื่มกาแฟขอแนะนำน้ำผลไม้โดยเป็นน้ำผลไม้ 100 % ซึ่งอร่อยมากกกกก

เมนูอาหารน่าทานทุกอย่าง  แต่ถ้าอิ่มของคาวมาแล้วแบบเราขอแนะนำเป็น  Small Caramelized Banana Toast เป็น ขนมปังโฮมเมด ที่นุ่มเป็นพิเศษ มาบวกกับน้ำคาราเมลที่ทำสดใหม่ทุกเสริฟ และท็อปด้วยไอศครีมวนิลา เสริฟ์พร้อม กล้วยอบสุกเคลือบคาราเมลอร่อยมากจนเราประทับใจ

ที่ตั้ง : 56 ซอยลายพร้าว 73 ถนนประดิษฐ์มนูธรรม แขวงสะพานสอง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร

4. เฮงหอยทอดชาวเล พิกัดอยู่ในซอยโชคชัย4 เฮงหอยทอดชาวเลขยายมาจากสาขาเจริญนคร ร้านนี้กระทะใหญ่เป็นพิเศษ ที่ไม่ควรพลาดคือ หอยทอดแป้งบางกรอบ และเมนู "ออลั่วะ" ที่เป็นเมนูเด็ดของที่นี่ แล้ว ออลั่วะคืออะไรละเนี่ย เฉลย...มันคือ ออส่วนหอยนางรมที่โปะบนแป้งกรอบสูตรของทางร้านนั่นเองค่ะ

ที่ตั้ง : 314 ถนนลาดพร้าว 53 ซ.โชคชัยสี่ ระหว่างซอย4- 6

เห็นมั้ยคะว่าที่ย่านลาดพร้าวนั้นมีของอร่อยๆรอให้เราไปพิสูจน์อยู่มากมาย ใครๆก็อยากมาอยู่แถวนี้ และสำหรับท่านที่กำลังมองหาที่พัก บ้าน คอนโดแถวๆ ลาดพร้าวนี้ ลองเข้าไปดูใน BaanKaidee กันได้เลยนะคะ  คุณจะได้พบกับที่พักดีดีราคาโดนใจรอให้เข้าไปเลือกกันมากมาย น่าจะมีถูกใจกันบ้างไม่มากก็น้อยนะคะ

ถ้าเงื่อนไขบ้านใหม่ไม่เร้าใจ มามองบ้านมือสองกันดีกว่าไหม

ถ้าคุณกำลังมองหาบ้านจัดสรรโครงการใหม่สักหลัง แล้วรู้สึกว่าเงื่อนไข หรือข้อเสนอต่างๆ ของโครงการเหล่านั้นยังไม่ถูกใจ อยากให้ลองเปิดใจสักนิด แล้วมาพิจารณาบ้านมือสองสภาพเหมือนใหม่ ซึ่งมีข้อดีต่างๆดังต่อไปนี้ ที่คุณอาจคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

ตั้งงบประมาณได้ตามต้องการ : เราสามารถตั้งงบประมาณในการซื้อบ้านได้ตามสภาพคล่องทางการเงินของครอบครัว หลักการง่ายๆเพียงคำนวณค่าผ่อนในแต่ละงวด จะต้องไม่เป็นภาระที่ทำให้คุณรู้สึกอึดอัด หรือครอบครัวต้องรัดเข็มขัดมากเกินไป เพราะเป็นหนี้สินที่ต้องผ่อนชำระในระยะยาว เราควรจะมีความสุขกับการซื้อบ้านหลังใหม่ หากซื้อเงินสดก็คลายกังวลในเรื่องนี้ไปได้ บางครั้งเราอาจได้บ้านมือสอง ในราคาถูกกว่าที่คาดไว้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการเจรจาต่อรองตามความพึงพอใจ ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายได้โดยตรง หากเป็นบ้านโครงการใหม่ ซึ่งมีราคาตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด พนักงานขายก็ไม่สามารถช่วยลดหย่อนราคาให้ตามที่เราต้องการได้เสมอไป

ต่อเติมแต่งครบจบพร้อมอยู่ : บ้านโครงการใหม่โดยมากขายเฉพาะตัวบ้านเปล่าเท่านั้น ไม่ได้แถมเฟอร์นิเจอร์บิ้วท์อิน ส่วนต่อเติมต่างๆ เช่น ครัวหรือหลังคาโรงจอดรถมาให้ เจ้าของบ้านต้องจัดหาผู้รับเหมาเข้ามาตกแต่งเพิ่มเติมเอง มักเกิดเป็นงบบานปลายคุมค่าใช้จ่ายได้ยาก และเหนื่อยกับการคุมงานช่างกันพอสมควร สำหรับบ้านมือสอง เราสามารถเลือกหลังที่มีฟังก์ชันเหล่านี้ มาพร้อมกับตัวบ้านเลยก็ย่อมได้ เนื่องจากผ่านการใช้งาน เจ้าของเดิมส่วนใหญ่ก็จะต่อเติม และสร้างไว้อำนวยความสะดวกตอนตนเองอยู่อาศัยไว้เรียบร้อยแล้ว

สภาพแวดล้อมความเป็นอยู่จริง : บ้านใหม่ช่วงแรกๆของใหม่อะไรๆย่อมดีเสมอ เมื่อผ่านไปสักระยะสภาพความเป็นอยู่จริงก็ปรากฏ ทั้งปัญหาเรื่องเพื่อนบ้าน เสียงรบกวน การจอดรถ ที่ทำให้คนซื้อบ้านใหม่กลุ้มใจจนอยากย้ายหนีก็มีให้เห็นกันไม่น้อย แต่หากเป็นบ้านมือสอง เราสามารถดูสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่จริงของหมู่บ้านนั้นๆ มารยาทการอยู่อาศัยร่วมกันของเพื่อนบ้านบริเวณใกล้เคียงได้ทันที รวมถึงการทำงานของนิติบุคคลหมู่บ้าน การใส่ใจดูแลความปลอดภัย และความเรียบร้อยของพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อให้ลูกบ้านที่คิดจะซื้อบ้านโครงการนี้ สบายใจกับการอยู่อาศัยในระยะยาว หรือหากใครไม่อยากเสียค่าใช้จ่ายส่วนกลางเพิ่มเติม บ้านมือสองที่เป็นบ้านเดี่ยว ไม่มีระบบนิติบุคคลหมู่บ้าน ก็มีให้เลือกมากมายอีกเช่นกัน

ทำเลดีๆซึ่งโครงการใหม่ก็หาซื้อไม่ได้ : หมู่บ้านโครงการใหม่ต้องเน้นสร้างบนที่ดินผืนใหญ่ ครั้งละหลายๆหลัง อย่างใจกลางเมืองเราจึงพบบ้านจัดสรรเกิดขึ้นใหม่ได้น้อยมาก เพราะที่ดินทำเลดีๆยิ่งใกล้ระบบคมนาคมที่สะดวก ก็ถูกจับจองกันเกือบหมดแล้ว ส่วนใหญ่จึงเป็นโครงการคอนโด สร้างที่อยู่อาศัยพื้นที่แนวดิ่ง ซึ่งอาจไม่ตรงตามไลฟ์สไตล์ของครอบครัว จะมองหาที่ดินเปล่าเพื่อสร้างบ้านสักหลังก็นับว่ายากเลยทีเดียว บ้านมือสองในทำเลดี ที่สะดวกต่อการเดินทางไปทำงาน หรือใกล้สถานศึกษาของลูกๆ ก็นับว่าตอบโจทย์ได้ดีทีเดียว

อย่างไรก็ตามบ้านมือสองย่อมเป็นบ้านที่ผ่านการใช้งานแล้ว ผู้ซื้อจึงควรสำรองเงินบางส่วนไว้ เพื่อรีโนเวทสักเล็กน้อย หรือซ่อมแซมต่อเติมให้เป็นไปตามรูปแบบที่ต้องการ เช่น ทาสีบ้านให้เหมือนใหม่ ปรับแต่งสวนให้ร่มรื่นน่าใช้ ก็อาจจะลืมไปเลยว่าเคยเป็นบ้านมือสองกันมาก่อน ลองมาเลือกชมกันในเว็บไซต์ Kaidee กันดูนะคะ รับรองว่าคุณจะได้พบบ้านมือสองหลังใหม่ ที่โดนใจน่าอยู่ไม่ต่างจากบ้านมือหนึ่งกันเลยค่ะ

เงินแต่งบ้านหมุนไม่พอ มาเพิ่มทุนการแต่งบ้านกับเรา อะไรไม่ใช้ มาลงขายเลย...ที่ Kaidee

อยู่ในบ้านใช่ว่าจะปลอดภัย มีภัยอะไรที่อยู่ในบ้านคุณเองบ้าง

ผ่านมาแล้วครึ่งปี ไอ้ที่เคยตั้งใจไว้ว่าจะเก็บกวาดเคลียร์ของในบ้านตั้งแต่ปีใหม่ก็ยังไม่ได้ทำ แถมช่วงนี้ยังเข้าหน้าฝน อากาศเย็นๆ ฉ่ำๆ ยิ่งพาลให้อีกเกียจเพิ่มไปอีก แต่เดี๋ยวก่อน รีบๆ ทำซะจะดีกว่า เพราะหน้าฝนแบบนี้ใช่ว่าจะปลอดภัย อาจมีภัยอะไรแฝงอยู่ในบ้านคุณก็เป็นได้

งู
งูเป็นสัตว์เลือดเย็น ดังนั้นมันจึงต้องการพื้นที่ที่อบอุ่น ก็จะที่ไหนซะอีกล่ะถ้าไม่ใช่ในบ้านเรา งูส่วนใหญ่ที่เราพบเห็นตามบ้านนั้นจะเป็นงูเล็กอย่างเช่นงูเขียว เมื่อเจอมนุษย์มักจะเลื้อยหนีด้วยความรวดเร็ว แล้วลองคิดดูสิถ้าในบ้านเรามีของสุมเอาไว้รกๆ พอมันเลื้อยหนีเข้าไปอยู่ในกองของ หรือในซอกต่างๆ จนตามหาไม่เจอ แต่รู้ว่ามันแอบอยู่ซักที่ในบ้าน แค่นึกก็หลอนแล้ว ไม่ต้องหลับต้องนอนกันเลย

ตะขาบ
ตะขาบจะเคลื่อนที่ช้ากว่างู แต่ความสยองก็ไม่แพ้กัน ด้วยลักษณะที่มีตัวยาวและขายุ่บยั่บเต็มไปหมด เจอตัวใหญ่ๆ นี่บางทียาวเป็นฟุต และพิษก็ปวดแสบปวดร้อนไปหลายวัน บางคนแพ้พิษ อาการหนัก ปวดหัว ใจสั่น อาเจียนก็มี

แมงป่อง
แมงป่องจะตรงกันข้ามกับงู เพราะงูจะเลื้อยหนีแต่แมงป่องจะสู้เมื่อมันรู้สึกว่ามีอะไรไปรบกวน และพิษของแมงป่องมีผลกับระบบเลือดและระบบประสาท เวลาโดนต่อยจะปวดทันทีและมีอาการหิวน้ำมาก บางรายอาจชัก ล้ำลายฟูมปาก ไปจนถึงหัวใจล้มเหลว โดยแมงป่องชอบอาศัยอยู่ในที่อับชื้นอย่างเช่นใต้กองไม้ หรือแม้แต่ในห้องน้ำ

แมงมุม
แมงมุมก็สร้างความหลอนได้ไม่แพ้สัตว์มีพิษอื่นๆ โดยเฉพาะแมงมุมมีพิษสีน้ำตาล โดยแมงมุมชนิดนี้ชอบอาศัยอยู่ในที่มืดอย่างเช่นตู้เสื้อผ้า ตู้รองเท้าที่รกๆ และเมื่อโดนมันกัดจะส่งผลต่อผิวหนังและระบบเลือด ทำให้ผิวหนังตายและเป็นอันตรายต่ออวัยวะภายใน ถึงแม้จะเป็นแมงมุมไม่มีพิษก็เถอะ ก็น่ากลัวไม่แพ้กัน หลายๆ คนคงเคยเห็นตอนแม่แมงมุมท้องแตกแล้วมีลูกแมงมุมเป็นสิบๆตัววิ่งออกมายั้วเยี้ยเข้าไปตามหลืบบ้าน แค่คิดก็นอนไม่หลับแล้ว

สำหรับการป้องกันสัตว์ร้ายดังที่กล่าวมาก็ทำได้ไม่ยาก เริ่มตั้งแต่ตัดหญ้าในสนามไม่ให้รก ช่องระบายน้ำต่างๆ ก็หาตะแกรงมาปิดเอาไว้ ในส่วนของผนังหรือฝ้าที่แตกร้าวเป็นรูก็หายามาชันอุดรอยร้าวรอยรั่วเอาไว้ และวิธีที่ง่ายที่สุดคือจัดบ้าน ข้าวของชิ้นไหนที่ไม่ใช้ อย่าเอาไปกองๆ สุมๆ กันไว้เพราะจะเป็นแหล่งกบดานของสัตว์ต่างๆ แถมยังเสียราคาไปเปล่าๆ ถ้าจะให้ดีเอาไปทิ้ง หรือชิ้นไหนที่ยังสภาพดีๆ ก็มาลงขายเป็นเงินได้ที่นี่ ได้ทั้งบ้านโล่งๆ ปลอดภัยแถมยังได้เงินใช้อีกด้วยนะจ๊ะ

ลูกเข้ามหาวิทยาลัย จะซื้อหรือเช่าคอนโดดี?

เมื่อถึงวัยที่ลูกๆของเรา ต้องก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย อีกหนึ่งข้อกังวลใจไม่น้อยของผู้ปกครองหลายคน คงหนีไม่พ้นเรื่องที่อยู่อาศัย ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วนิสิตนักศึกษาต้องใช้เวลาเล่าเรียนกันเป็นเวลา 4 - 6 ปีเลยทีเดียว คุณพ่อคุณแม่บางคน จึงควรเริ่มวางแผนอนาคตแล้วว่า ควรซื้อหรือเช่าคอนโดที่อยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยของลูกกันดี ลองมาวิเคราะห์จากปัจจัยต่างๆเหล่านี้ อาจเป็นตัวช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

ทำเลที่ตั้ง : คอนโดใกล้กับสถานศึกษาราคาเช่าต่อเดือน อาจพอๆกับราคาผ่อนคอนโดในแต่ละเดือนก็ว่าได้ หากมหาวิทยาลัยอยู่กลางเมืองย่านธุรกิจ ซึ่งมีโอกาสพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจสูง เมื่อผ่านไปสักระยะ 4 – 6 ปี โอกาสที่คอนโดนี้จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็นไปได้มาก จะซื้อให้ลูกอยู่จนเรียนจบก่อน แล้วขายต่อก็น่าจะทำกำไรให้ไม่น้อย เพราะเป็นอสังหาริมทรัพย์ในทำเลที่มีความต้องการซื้อสูง มีกลุ่มลูกค้าค่อนข้างหลากหลาย ทั้งคนวัยทำงาน หรือปล่อยเช่าต่อให้กลุ่มนักศึกษารุ่นต่อไป ก็เป็นช่องทางทำรายได้ที่น่าสนใจเลยทีเดียว

การเดินทาง : การเดินทางถือเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ ต้องไม่เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายที่มากเกินไป อีกทั้งต้องสามารถเดินทางได้สะดวก ถึงที่หมายอย่างรวดเร็ว เพราะประเด็นสำคัญที่เราเลือกที่พักอยู่ใกล้มหาลัยเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย และลดเวลาการเดินทางไม่ว่าคุณจะเช่า หรือซื้อคอนโดให้ลูกก็ตาม

ดีไซน์ และฟังก์ชัน : หากคอนโดที่อยู่ใกล้มหาวิทยาลัย มีดีไซน์สวยโดนใจ ฟังก์ชันตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ คอนโดลักษณะนี้จะเป็นที่นิยมอันดับต้นๆ ถ้าบังเอิญว่าคอนโดที่ยังว่างพอให้จับจองเป็นเจ้าของได้นั้นยังมีรูปแบบไม่ถูกใจ ควรเก็บเงินสำหรับซื้อคอนโดไว้ และเช่าอยู่กันก่อนดีกว่า เพราะคอนโดใหม่ๆเกินขึ้นอยู่ตลอด เลือกที่สวยครบถูกใจ อยู่เองก็ชอบ หรือปล่อยเช่าต่อ ก็หาผู้เช่าได้ง่ายกว่า

อนาคตการทำงาน : ข้อนี้คงต้องคุยกับลูกๆของคุณกันดูก่อนว่า เมื่อเรียนจบ สถานที่ทำงานของลูกๆคุณนั้นจะยังเป็นทำเลย่านเดิมหรือไม่ หากมีโอกาสเป็นไปได้ว่าต่อไปจะทำงานอยู่ในย่านเดิม ควรตัดสินใจซื้อซึ่งคุ้มค่ากว่าการเช่าอยู่ในระยะยาว แต่หากเรียนจบแล้วต้องเปลี่ยนที่อยู่ใหม่การเช่าอยู่ก็ดูจะมีข้อดีมากกว่า ไม่ต้องห่วงหรือกังวลว่าคอนโดที่ซื้อมาจะขายต่อได้หรือไม่ อนาคตยังไงคงต้องซื้อคอนโดที่ใกล้กับสถานที่ทำงานกันอยู่ดี

ปัจจัยทางการเงิน : ข้อต่างๆข้างต้น คงขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักของผู้ปกครอง คือเรื่องสภาพคล่องทางการเงิน เพราะการผ่อนคอนโดเป็นภาระผูกพันในระยะยาว และราคาของคอนโดที่มาพร้อมกับทำเลที่ดี ย่อมมีราคาค่อนข้างสูง ลองประเมินจากความสามารถในการกู้ซื้อ เงินดาวน์ หรือผ่อนชำระในแต่เดือน ว่าเรามีกำลังทรัพย์หรือสภาพคล่องที่ดีพอหรือไม่

การเช่าอยู่ ซึ่งมีความเสี่ยงที่น้อยกว่า ปลอดภาระหนี้สินในระยะยาว ผลตอบแทนที่ได้รับคงเป็นเรื่องความสะดวกสบายเพียงเท่านั้น

สำหรับการซื้อ เพื่อให้ลูกๆอยู่ พอเรียนจบ จะปล่อยเช่าต่อ ย่อมมีความเสี่ยงในช่วงที่คอนโดไม่ก่อเกิดเป็นรายได้ อย่างตอนซ่อมบำรุง ขาดช่วงคนเช่า หรือขายต่อเพื่อหวังเก็งกำไร ก็เป็นการลงทุนอีกช่องทางหนึ่ง ซึ่งมีความเสี่ยงอยู่เสมอ ลองพิจารณาจากข้อต่างๆเหล่านี้ และศึกษาเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ

และถ้าคุณต้องการหาคอนโดซักที่ BaanKaidee ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ดี เพราะเรามีคอนโดให้เลือกในทุกทำเลและทุกช่วงราคา ลองดูเลยค่ะ

เลี้ยงสัตว์ในคอนโดให้มันโอ จะเลี้ยงอะไรดี?

อยู่คอนโดบางทีมันก็เหงา และเดี๋ยวนี้ก็มีคอนโดหลายที่ที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ แต่ก็จะมีข้อแม้แตกต่างกันไปในแต่ละที่เช่นบางคอนโดจะจำกัดน้ำหนักสัตว์ที่เลี้ยงเมื่อเทียบกับตารางเมตร หรือบางที่ก็จำกัดแค่ 2 ตัวต่อ 1 ยูนิต ซึ่งสัตว์เลี้ยงสุดฮิตก็คงจะหนีไม่พ้นน้องหมาน้องแมว แต่ถ้าลองแหวกแนวเป็นสัตว์อื่นๆ ดูล่ะจะมีสัตว์เลี้ยงอะไรที่น่าสนใจมั่ง

ปลา
ตัวเลือกแรกสำหรับผู้ที่อยากเลี้ยงสัตว์ที่ไม่ส่งเสียงรบกวนห้องข้างๆ แถมยังสวยงามดูแลง่ายอีกด้วย ถ้าเลี้ยงปลาหางนกยูงแนะนำให้เลี้ยงในอ่างดิน อาจจะวางไว้ตรงระเบียงเก๋ๆ ก็ได้ หรือถ้าอยากเลี้ยงในตู้ก็แนะนำปลากัด ปลาสอด เพราะไม่ต้องดูแลมากเท่าปลาทอง ไม่ต้องใช้สายออกซิเจนก็อยู่ได้ แต่ปลากัดเป็นปลาที่กระโดดเก่ง ควรเลือกตู้ปลาที่มีฝาปิดเพื่อป้องกันไม่ให้มันกระโดดจากตู้ออกมาลาโลกในช่วงคุณไม่อยู่

กระต่าย
เจ้าตัวนี้ความน่าเอ็นดูเต็มสิบ แถมยังไม่ส่งเสียงร้องโวยวาย แต่ก็สร้างความวิบัติกับเฟอร์นิเจอร์ของคุณได้ไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะสายไฟ เพราะมันจะกัดทุกอย่างที่ขวางหน้า ดังนั้นต้องดูแลให้ดีอย่าปล่อยให้มันเป็นอิสระในช่วงที่คุณไม่อยู่ในคอนโด และที่สำคัญมันเป็นสัตว์ที่แสนเซ้นซิทีฟ บางทีเจอกับเสียงดังๆ อาจตกใจถึงขั้นตายเลยก็มี และฉี่ของมันยังมีกลิ่นฉุนมากอีกด้วย

เต่า
เป็นสัตว์อีกชนิดที่เงียบๆ นิ่งๆ เนิบๆ ดูเพลินๆ แต่ก็ต้องศึกษาให้ดีเพราะเต่าบางพันธุ์จากตอนแรกตัวเล็กๆ น่ารัก แต่พอโตเต็มวัยนี่หนักเกือบ 100 กิโลก็มี อย่างเช่นเต่าซูลคาต้า และสิ่งที่ต้องระวังที่สุดในการเลี้ยงเต่าคือการดูแลเรื่องความสะอาด เพราะกลิ่นขี้เต่านี่เหม็นสุดๆ ยิ่งถ้าเลี้ยงในพื้นที่ปิดอย่างคอนโดด้วยแล้วถ้าไม่หมั่นทำความสะอาดตู้บ่อยๆ คุณจะต้องเผชิญกับกลิ่นที่ทำให้คุณปวดแก่นกะโหลกได้เลย ไม่เชื่อลองถามคนที่เคยเลี้ยงเต่าญี่ปุ่นมาก่อนดูสิ

นก
เจอสัตว์สายเงียบไปแล้ว มาถึงสัตว์สายโวยวายกันบ้าง นกบางชนิดร้องเสียงดังมาก แต่บางชนิดก็ขี้อ้อน ยิ่งถ้าเชื่องมากๆ จะบินมาเกาะไหล่ มาอ้อนเวลาคุณกลับมาถึงห้อง แต่ก็นั่นแหละ คุณจะต้องเจอกับการขับถ่ายที่ไม่เป็นที่เป็นทาง เศษขนที่หลุดปลิวกระจายไปทั่วห้อง อาจจะเหนื่อยเก็บกวาดหน่อยแต่ก็เพื่อความสุขก็คงต้องยอมน่ะเนอะ

หนูแกสบี้
เจ้าตัวเล็กปุกปุยหน้าแบ๊วอย่างหนูแกสบี้ก็น่าเลี้ยงไม่หยอก แต่คุณก็ต้องถามตัวเองว่าสามารถดูแลได้มากขนาดไหนเพราะหนูแกสบี้เป็นสัตว์ที่ต้องกินพืชที่มีกากใยเป็นหลัก คุณอาศัยอยู่ในคอนโดจะสามารถหาหญ้าขนมาให้เค้ากินได้เพียงพอรึเปล่า และแกสบี้เป็นสัตว์ที่ระคายเคืองกับฉี่ตัวเอง โดยปกติแล้วควรทำความสะอาดถาดรองกรง 2 วันต่อครั้ง แต่แกสบี้จะจดจำเสียงฝีเท้าของคนเลี้ยงได้ แค่ได้ยินเราเดินมาเจ้าแกสบี้ก็ร้องเรียกตาแป๋วแล้วล่ะ

และสำหรับใครที่มองหาสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะอยู่คอนโดหรือที่ไหน อันดับแรกเลยต้องถามตัวเองก่อนว่าเราแค่อยากเลี้ยงอยากเล่นเฉยๆ พอเบื่อแล้วก็ทิ้งๆ ขว้างๆ รึเปล่า ถ้าแบบนั้นไปคาเฟ่สัตว์เลี้ยงน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า แต่ถ้ามั่นใจแล้วว่าพร้อมดูแล ให้ความรักเพราะเค้าก็เป็นอีก 1 ชีวิตที่เกิดมาร่วมโลกกับเรา ก็มาเลือกสัตว์เลี้ยงได้ที่นี่เลยจ้า

ส่องความคืบหน้ารถไฟฟ้าชานเมืองพร้อมคอนโดน่าสนใจ

ความหวังของการเดินทางสู่กลางใจเมืองด้วย “รถไฟฟ้า” ของคนชานเมืองใกล้ความเป็นจริงเข้ามาทุกทีๆ เมื่อ ณ ขณะนี้ ภาพของการเดินทางด้วยระบบรางเชื่อมต่อแบบใยแมงมุมนั้น ไม่ได้อยู่ในกระดาษหรือจินตนาการอีกต่อไป ซึ่งใครที่กำลังมองหาทำเลที่อยู่อาศัยใกล้สถานีรถไฟฟ้า เพื่อตอบโจทย์ความสะดวกในการเดินทางโดยเฉพาะคอนโดมิเนียมก็เตรียมเฮได้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะมีหลายโครงการที่พร้อมเปิดให้จับจองเป็นเจ้าของกันแล้วตั้งแต่เนิ่นๆ

วันนี้ BaanKaidee จะพาไปสำรวจตรวจตรากันว่า รถไฟฟ้าสายไหนพร้อมให้บริการเมื่อไหร่และมีคอนโดตรงไหนบ้างที่น่าสนใจ

1. โซนบางปู
สถานการณ์ปัจจุบัน : สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง - สมุทรปราการ ล่าสุดเปิดให้บริการถึงสถานีการเคหะสมุทรปราการแล้ว ซึ่งคาดการณ์เอาไว้ว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ภายในปี พ.ศ. 2563

คอนโดมิเนียมน่าสนใจ :

ไมอามี่ คอนโด บางปู
เรียกได้ว่าเป็น อาณาจักรความสุขของคนบางปู เลยก็ว่าได้ เพราะเป็นคอนโดพร้อมอยู่ เฟอร์นิเจอร์ครบ นอกจากจะใกล้รถไฟฟ้าแล้ว ยังติดทะเลอีกต่างหาก กับราคาเริ่มต้นที่ 899,000 บาท

โครงการเคหะชุมชนและบริการชุมชนสมุทรปราการ 4 (บางปู)
ดีไซน์ดี ฟังก์ชั่นครบ กับราคาเริ่มต้นเพียงแค่ 550,000 บาท ใกล้รถไฟฟ้าสถานีศรีจันทร์ประดิษฐ์ ขนาดพื้นที่ 32 ตารางเมตร แยกส่วนมาให้อย่างดี และมีระเบียงให้ด้วยนะ

2. โซนบางใหญ่
สถานการณ์ปัจจุบัน : โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่ - บางซื่อ เปิดให้บริการเรียบร้อยแล้ว

คอนโดมิเนียมน่าสนใจ :

คาซ่า คอนโด @ MRT สามแยกบางใหญ่
มีใครให้มากกว่านี้ไหม คอนโดสูง วิวสวย ติดรถไฟฟ้า พร้อมสิ่งอำนวยควมสะดวกครบครัน ทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนสและห้องสมุด แถมยังใกล้เซ็นทรัล เวสต์เกตอีกต่างหาก สนนราคาเริ่มต้นที่ 1.5 ล้านบาท ถือว่าคุ้มค่ามากเลยทีเดียว

เพลิน เพลิน คอนโดมิเนียม บางบัวทอง - เวสต์เกต
เพลินสมชื่อจริงๆ สำหรับคอนโดขนาดเริ่มต้น 32 ตารางเมตร ในราคา 790,000 บาท แต่เนรมิตชีวิตที่ดีกว่าด้วยการเดินทางเข้าเมืองที่แสนสะดวก ติดสถานีรถไฟฟ้าบางพลู

3. โซนบางแค
สถานการณ์ปัจจุบัน : รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง-บางแค และบางซื่อ-ท่าพระ คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการเต็มรูปแบบได้ภายในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2562

คอนโดมิเนียมน่าสนใจ :

เดอะ พาร์คแลนด์ เพชรเกษม - ท่าพระ
ตอบรับชีวิตคนเมืองได้ครบครัน บนทำเลที่เป็นศูนย์กลางการเดินทางแห่งใหม่ รายล้อมด้วย Lifestyle Center ในราคาเริ่มต้นที่ 3.9 ล้านบาท ใกล้สถานีรถไฟฟ้าท่าพระ

นิช ไอดี เพชรเกษม - บางแค
คอนโดมิเนียมใหม่ที่ตอบรับทุกการใช้ชีวิต เชื่อมต่อทุกการเดินทางได้อย่างสะดวกสบายไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ เรือ และใกล้สถานีรถไฟฟ้าบางแค และด้วยความที่มียูนิตไม่มาก จึงทำให้เป็นคอนโดที่มีความส่วนตัวสูง ราคาเริ่มต้นที่ 1.7 ล้านบาท

4. โซนรังสิต
สถานการณ์ปัจจุบัน : รถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ - รังสิต ถูกเรียกให้เป็น รถไฟชานเมือง เนื่องจากมีการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เป็นเจ้าภาพ โดยปัจจุบันงานก่อสร้างทางรถไฟฟ้าเสร็จเกือบสมบูรณ์แล้ว เหลือเพียงงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกลที่ดำเนินการไปแล้วกว่า 40% โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในปี พ.ศ. 2563

คอนโดมิเนียมน่าสนใจ :

พลัมคอนโด พหลโยธิน 89
จุดเริ่มต้นของความสุข ใกล้สถานีรถไฟฟ้าหลักหก รายล้อมไปด้วย Lifestyle Center ที่หลากหลาย อาทิ มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล ตลาด ห้างสรรพสินค้าและโรงภาพยนตร์ เปิดให้จับจองเป็นเจ้าของกันแล้วในราคาเริ่มต้นเพียง 790,000 บาท

ริล คอนโด
ชีวิตสะดวกสบายมีได้ง่ายๆ ที่นี่ คอนโดติดถนนโลคัล โร้ด และห่างจากสถานีรถไฟฟ้าหลักหก เพียง 1 นาที เท่านั้น พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ไว-ไฟ ทั้งหมดนี้เริ่มต้นที่ 1.6 ล้านบาท

5. โซนลำลูกกา
สถานการณ์ปัจจุบัน : รถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิต - สะพานใหม่ - คูคต ปัจจุบันงานก่อสร้างโยธาเดินหน้าไปแล้วกว่า 80% สามารถเปิดให้บริการเฉพาะสถานีลาดพร้าวเเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2562 และจะเปิดให้บริการครบทั้งเส้นทางภายในปี พ.ศ. 2563

คอนโดมิเนียมน่าสนใจ :

เดอะคิทท์ พลัส พหลโยธิน - คูคต
คอนโดใหม่ ขนาด 28 ตารางเมตรพร้อมเฟอร์นิเจอร์แต่งครบและสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมาย คุ้มที่สุดในเส้นรถไฟฟ้าสายสีเขียว ใกล้สถานีคูคต ราคาเริ่มต้นที่ 1.3 ล้านบาท

เดอะ คิวบ์ พลัส พหลโยธิน 56
โปร่งโล่งสบาย ด้วยเพดานที่สูงกว่า 2.7 เมตรและเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพ พร้อมด้วยดีไซน์ที่คำนึงถึง Lifestyle ที่ทันสมัย ด้วยเฟอร์นิเจอร์และเทคโนโลยีความปลอดภัยสูงสุด ใกล้รถไฟฟ้าสถานี กม.25 หรือจะเลือกเดินทางเข้าเมืองบนถนนพหลโยธิน ถนนวิภาวดีรังสิต ดอนเมืองโทลล์เวย์ ก็สะดวกไม่แพ้กันกับราคาเริ่มต้นเพียง 1.2 ล้านบาท

“ คอนโดใหม่ๆ ใกล้รถไฟฟ้าแบบนี้ มีให้คุณเลือกจับจองกันมากมาย หาไม่ยากอย่างที่คิดใช่ไหมล่ะ แต่ถ้ากำลังมองหาบ้านหรือคอนโดมือสองไว้เป็นตัวเลือกในราคาที่ประหยัดกว่า ลองเข้ามาดูกันที่ BaanKaidee ได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลยนะ ”

10 สูตรลับประหยัดพื้นที่ คืนห้องสวยให้กับคอนโด

ชีวิตในคอนโดมิเนียม แม้จะมีความสะดวกสบายในเรื่องการเดินทาง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยพื้นที่ที่จำกัด นั่นเป็นสาเหตุให้การตกแต่งคอนโดเป็นเรื่องไม่ค่อยสนุกสำหรับใครบางคน วันนี้เรามี “สูตรโกง” ที่จะช่วยเสกให้ห้องของคุณสวยโดดเด่น คืนพื้นที่ใช้สอยและเพิ่มประโยชน์มากขึ้น โดยการเปลี่ยนจากของเก่าที่ถูกลืม ให้ฟื้นคืนเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีสไตล์ไม่เหมือนใคร

1. จักรยานโบราณ
แก้ปัญหาห้องน้ำแคบเล็ก ด้วยการใช้จักรยานเก่าแทนตู้เก็บของใต้อ่างล้างมือ ช่วยให้พื้นที่ด้านล่างโปร่งโล่ง ดูสวยงามมินิมัลขึ้นมาในทันใด แล้วดัดแปลงส่วนที่เป็นตะกร้าจักรยานให้เป็นที่เก็บของใช้ต่างๆ ที่จำเป็น

2. กระเป๋าเดินทาง
ในวันที่กระเป๋าหยุดเดินทาง มันก็คงหมดคุณค่าสำหรับบางคน ลองเลือกหากระเป๋าเดินทางทรงคลาสสิคๆ มาทำหน้าที่ใหม่กันดีกว่า อาทิ ทำเป็นเก้าอี้สำหรับกระเป๋าที่มีขนาดใหญ่ หรือถ้าเลือกขนาดเล็กลงมา ก็สามารถนำมาทำเป็นโต๊ะข้างที่ไม่เหมือนใคร แถมยังสามารถเก็บสิ่งของได้อีกด้วย ช่วยประหยัดพื้นที่ไปได้อีกเยอะเลย

3. ลิ้นชักไม้
การมีตู้ลิ้นชักไว้ในคอนโดเป็นสิ่งจำเป็น แต่ก็ต้องแลกด้วยความเทอะทะของมัน แทนที่จะซื้อทั้งตู้ ลองหาแค่ลิ้นชักเก่าๆ มาทำสีใหม่ แล้วติดล้อเพื่อใส่ของและสามารถเข็นเก็บซ่อนไว้ที่ใต้เตียง ก็จะช่วยให้ห้องดูโล่ง มีระเบียบไปอีกแบบ หรือจะนำลิ้นชักไปติดกำแพงและวางของตกแต่งให้ห้องดูน่ารักสดใส ก็ทำได้เช่นกัน

4. บานหน้าต่าง
อยู่ห้องคอนโดเล็กๆ แต่ก็อยากมีโต๊ะไว้รับแขกกับเขาบ้าง ลองหากรอบหน้าต่างเก่า มาทำเป็นโต๊ะ กรุกระจกและทำเป็นบานพับเปิดปิดสำหรับตกแต่งให้สวยงามหรือจะใช้เก็บของจุกจิกก็ไม่ว่ากัน

5. ตู้เอกสารเหล็ก
พอเข้าสู่ยุค 4.0 ตู้เอกสารเหล็กก็มักจะถูกลืมมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าเราจับเขามาแต่งตัวใหม่ และพลิกด้านที่เป็นลิ้นชักหงายขึ้นเพื่อทำเป็นที่เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดต่างๆ เช่น ไม้กวาดหรือไม้ถูพื้น จะทำให้พื้นที่ที่ไม่น่ามองสะดุดตาขึ้นมาทันที

6. เก้าอี้พับ
สุดยอดไอเท็ม “สูตรโกง” สำหรับเพิ่มพื้นที่เก็บของที่เราภูมิใจนำเสนอคือ เก้าอี้พับ จับมาแขวนเรียงกันบนกำเเพงสักสามตัว คุณจะได้ชั้นวางของที่มีราวสำหรับแขวนเสื้อผ้าเเบบเวรี่คูลขึ้นมาทันที เวลาไม่ใช้งานก็แค่พับเข้าไปให้ดูเรียบร้อย ไม่เกะกะ แถมยังเป็นเหมือนกับงานศิลปะที่ตกแต่งให้ห้องคุณมีสไตล์มากกว่าใครทั้งนั้นอีกด้วย

7. โทรทัศน์เก่า
เปลี่ยนทีวีเก่าๆ ให้กลายเป็น อควาเรียมย่อมๆ ไอเท็มนี้อาจไม่ได้ช่วยเพิ่มประโยชน์การใช้สอย แต่จะช่วยให้ห้องของคุณดูมีชีวิตชีวาขึ้น ผ่อนคลาย สบายอารมณ์ วันไหนเหงาๆ ก็นั่งคุยกับปลาไปพลางๆ น่าสนุกดีออกใช่ไหมล่ะ

8. นิตยสารเก่า
ปฏิเสธไม่ได้ว่าเก้าอี้ เป็นเฟอร์นิเจอร์อีกชิ้นที่ต้องการพื้นที่ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะการมีเก้าอี้มากกว่าหนึ่งตัว ถ้าเรามีเก้าอี้ไว้สักหนึ่งตัวในห้อง แล้วทำที่นั่งแบบ DIY โดยการนำนิตยสารมาวางซ้อนกัน มัดด้วยเข็มขัดหนังแล้วหาเบอะรองนั่งมาวางไว้ข้างบน ก็จะช่วยให้มีที่นั่งแบบประหยัดพื้นที่มากขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ

9. บันไดไม้
ไลฟ์สไตล์การอ่านหนังสือ เป็นของคู่กันกับการอยู่คอนโดโดยลำพัง แต่ถ้าจะต้องมีชั้นหนังสือไว้ในห้องเล็กๆ คงจะอึดอัดไม่น้อย ปัญหานี้แก้ได้ด้วยการเลือกใช้บันไดไม้ที่ดูสวยๆ หน่อย แขวนติดเป็นแนวยาวบนกำแพง แล้วใช้เก็บหนังสือแทนหิ้ง ถือเป็นไอเดียดีๆ ที่หาไม่ได้จากร้านเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป

10. ชั้นวางหนังสือ
พอเราได้หิ้งวางหนังสือเก๋ จากบันไดกันแล้ว ถ้าคุณยังอยากได้ชั้นวางหนังสือไว้ในห้องอีก เราก็ไม่ว่ากัน แต่ขอให้เอามาทำเป็นม้านั่งไว้ทอดหุ่ยชิลๆ ริมหน้าต่าง จะดีกว่านะ นอกจากจะช่วยให้ห้องของคุณมีจุดที่โดดเด่นขึ้นมาแล้ว ยังมีที่เก็บของแยกเป็นช่องๆ อย่างเป็นสัดส่วนได้อีกด้วย

“ หวังว่า LIFE HACKING หรือ สูตรลับสำหรับชาวคอนโดนี้ จะทำให้คุณเกิดแรงบันดาลใจในการปรับแต่งพื้นที่ห้องของคุณให้สวยงาม ดูกว้างขวางขึ้นด้วยการเพิ่มประโยชน์ใช้สอย จากอุปกรณ์ง่ายๆ ที่หาได้ไม่ยากในราคาน่ารักๆ ที่นี่เลย ที่ Kaidee "